- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 383 เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิต
บทที่ 383 เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิต
บทที่ 383 เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิต
หัวหน้าหมู่บ้านที่ยืนรออยู่ที่ปากทางเข้ายังไม่ทันได้เห็นคนมาติดตั้งโทรศัพท์ก็กลับได้รับข่าวดีจากโจวซวี่อันที่กลับมาพอดี
“ซวี่อัน ที่นายพูดมานี่เรื่องจริงเหรอ?” หัวหน้าหมู่บ้านถามด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“หัวหน้าหมู่บ้าน คุณคิดว่าผมจะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นเหรอครับ?” โจวซวี่อันตอบกลับ
หัวหน้าหมู่บ้านก็รู้จักนิสัยของโจวซวี่อันดีอยู่แล้วจึงไม่รอช้ารีบเรียกคนมาเพิ่มอีกหลายคนเพื่อจะได้ช่วยกันไปขนซากหมีดำกลับมา
ไม่นานทุกคนก็ช่วยกันขนหมีดำกลับมาถึงหมู่บ้าน
ชาวบ้านที่เห็นหมีดำตัวนั้นต่างก็อดไม่ได้ที่จะพากันมามุงดูด้วยความสนใจ
“ยังจะยืนมุงอะไรกันอีก? งานเสร็จแล้วหรือไง?” หัวหน้าหมู่บ้านตะโกนเสียงดัง
ชาวบ้านที่อยู่รอบๆพอได้ยินเสียงของหัวหน้าหมู่บ้านก็รีบแยกย้ายกันกลับไปทำงานของตัวเอง
โจวอี้หมินได้ยินข่าวว่ามีคนล่าหมีดำได้ในหมู่บ้านก็รีบวิ่งมาดูความวุ่นวายด้วยเหมือนกัน
ตอนนี้มันควรจะเป็นช่วงที่หมีจำศีลไม่ใช่หรือไง?
“พี่ซวี่อัน พี่ไปเจอเจ้าหมีดำตัวนี้ได้ยังไง แล้วทำไมยิงแม่นขนาดนั้น ยิงนัดเดียวเข้าหัวเลย” โจวอี้หมินถามด้วยความสงสัย
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันเลย ฉันแค่ได้ยินเสียงโจวต้าเหวินร้องขอความช่วยเหลือ เลยรีบไปดู ตอนแรกก็เกือบช็อกเหมือนกัน” โจวซวี่อันตอบด้วยท่าทีจริงจัง
โจวอี้หมินมองไปรอบๆแต่กลับไม่เห็นเงาของโจวต้าเหวินอยู่แถวนั้น ดูท่าคงแอบเลี่ยงออกไปแล้ว เรื่องนี้คงไม่ธรรมดาแน่ ถ้าไม่ซับซ้อนจริงเขาคงไม่ปิดบังแบบนี้
และในจังหวะนั้นเองคนที่มาติดตั้งโทรศัพท์ก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านโจวในที่สุด
ตอนแรกทุกคนยังคิดว่าอาจจะฟังผิดไปเอง ไม่น่าเชื่อว่าที่ได้ยินจะถูกต้องจริงๆ — มีคนมาที่หมู่บ้านเพื่อติดตั้งโทรศัพท์
หมู่บ้านที่ยังไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าแล้วจะติดตั้งโทรศัพท์ไปเพื่ออะไร? หรือว่าจะเอาไว้แค่ตั้งโชว์?
แม้จะสงสัยแต่เมื่อได้รับคำสั่งมาแล้วพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมาติดตั้งอย่างเงียบๆ
ทันทีที่พวกเขากำลังจะเดินเข้าหมู่บ้านก็ถูกทีมรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านโจวเข้ามาขวางไว้ก่อน
“พวกคุณมาที่หมู่บ้านโจวทำไม?”
หวงเจี้ยนฮวาไม่อยากให้เกิดปัญหาโดยไม่จำเป็น จึงรีบบอกว่า “พวกเราถูกส่งมาจากสหกรณ์ เพื่อมาติดตั้งโทรศัพท์ครับ”
ในจังหวะนั้นเองหัวหน้าหมู่บ้านก็กลับมาถึงที่ทางเข้าหมู่บ้านเพื่อรอคนติดตั้งโทรศัพท์ พอเห็นว่าพวกเขามาถึงแล้วก็ค่อยโล่งใจ
“สวัสดีครับพวกคุณ ผมเป็นหัวหน้าหมู่บ้านของหมู่บ้านโจว”
หวงเจี้ยนฮวาตอบกลับ “สวัสดีครับ”
หัวหน้าหมู่บ้านตบมือเบาๆหนึ่งที ทีมรักษาความปลอดภัยก็เปิดทางให้ทันที จากนั้นเขาก็นำหวงเจี้ยนฮวาเดินเข้าไปในหมู่บ้านโจว
พอเดินเข้ามาในหมู่บ้านโจว หวงเจี้ยนฮวาก็รู้สึกทันทีว่าหมู่บ้านนี้ดูแตกต่างจากหมู่บ้านชนบททั่วไป
เขาเงยหน้ามอง แล้วก็พบว่าในหมู่บ้านโจวมีไฟฟ้าใช้แล้ว ดูท่าหมู่บ้านนี้จะไม่ธรรมดาจริงๆ!
ไม่นานพวกเขาก็เดินมาถึงสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงานประจำหมู่บ้าน จะว่าเป็นสำนักงานก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะแท้จริงแล้วมันก็เป็นแค่บ้านหลังหนึ่งที่ภายในเต็มไปด้วยเครื่องมือการเกษตรที่หมู่บ้านต้องใช้งานอยู่หลายชิ้น
ไม่มีทางเลือกอื่น ที่นี่นับว่าเหมาะสมที่สุดแล้วเพราะจะเอาไปติดตั้งที่บ้านใครก็คงไม่สะดวกสุดท้ายจึงตกลงเลือกสถานที่แห่งนี้
หวงเจี้ยนฮวาและทีมงานก็เริ่มลงมือทำงานกันทันที หัวหน้าหมู่บ้านก็ยืนดูอยู่ข้างๆอย่างตั้งใจกลัวว่าจะมีอะไรติดตั้งผิดพลาด
แม้ว่าเขาจะดูไม่ออกว่าติดตั้งถูกหรือไม่แต่เขาก็ยังสนุกกับการได้ยืนดูอยู่ดี ถ้าคนในหมู่บ้านไม่ติดว่ากำลังยุ่งอยู่กับงานอื่นกันอยู่ล่ะก็ คงมีคนมามุงดูไม่ขาดแน่ๆ
หลังจากลงมือกันอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมงเต็มในที่สุดก็สามารถติดตั้งโทรศัพท์ได้สำเร็จ
จากนั้นพวกเขาก็เดินลากสายโทรศัพท์ของหมู่บ้านโจวออกไปเรื่อยๆจนถึงจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับสายโทรศัพท์หลักได้
หัวหน้าหมู่บ้านอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า “พวกคุณครับ การติดตั้งโทรศัพท์เครื่องหนึ่งนี่ต้องใช้เงินเท่าไหร่กัน?”
หวงเจี้ยนฮวาตอบว่า “โทรศัพท์หนึ่งเครื่อง อย่างน้อยก็ต้องสองร้อยหยวน แล้วยังมีค่าเดินสายโทรศัพท์กับค่าใช้จ่ายจิปาถะอีก คาดว่าน่าจะประมาณสองร้อยกว่าถึงสามร้อยหยวนครับ!”
หัวหน้าหมู่บ้านถึงกับตกใจเมื่อได้ยินราคานี้ ไม่คิดเลยว่าโทรศัพท์หนึ่งเครื่องจะต้องใช้เงินมากขนาดนี้
โชคดีที่สหกรณ์เป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ ถึงแม้หมู่บ้านจะพอมีเงินจ่ายแต่ก็เสียดายเกินกว่าจะกล้าจ่าย
ถึงโทรศัพท์จะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าแต่ถ้าต้องจ่ายเงินมากขนาดนั้น ก็ดูจะไม่คุ้มค่ากันนัก
แต่ถ้าได้มาฟรีๆนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อโจวอี้หมินรู้ว่าในหมู่บ้านติดตั้งโทรศัพท์เสร็จแล้วก็รีบมาหาหัวหน้าหมู่บ้านแล้วถามว่า “หัวหน้าหมู่บ้านครับ หมีดำที่ล่าได้เมื่อกี้ เราจะเก็บไว้ในหมู่บ้านหรือว่าจะขายดีครับ?”
หัวหน้าหมู่บ้านคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ขายเถอะ! ปลาที่จับได้เมื่อครั้งก่อนก็ยังเหลืออยู่ ยังไม่จำเป็นต้องเก็บเนื้อไว้มากขนาดนั้นหรอก”
“ได้เลยครับ พอดีตอนนี้หมู่บ้านเรามีโทรศัพท์แล้ว ผมจะโทรกลับไปที่โรงงานบอกให้ต้าจงมารับเจ้าหมีดำตัวนี้ไปเลย!” โจวอี้หมินพูดหลังจากได้รับคำตอบจากหัวหน้าหมู่บ้าน
จากนั้นเขาก็หมุนแป้นโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานสายก็ถูกต่อสำเร็จ
“หัวหน้าหวังครับ ผมโจวอี้หมินเอง รบกวนช่วยแจ้งให้โจวต้าจงกลับมาที่หมู่บ้านหน่อยได้ไหมครับ”
หัวหน้าหวังไม่คาดคิดมาก่อนว่าโทรศัพท์จะเป็นของโจวอี้หมินโทรมาจากหมู่บ้าน หมายความว่าหมู่บ้านโจวติดตั้งโทรศัพท์เรียบร้อยแล้วงั้นหรือ?
“ได้เลย เดี๋ยวผมจะให้คนไปแจ้งทันที”
พูดจบเขาก็วางสายไปทันที
หัวหน้าหมู่บ้านที่ยืนอยู่ข้างๆถึงกับรู้สึกทึ่งเพราะเมื่อก่อนหากจะติดต่อกับคนในเมืองก็ต้องส่งคนเข้าไปเองอย่างน้อยไปกลับก็ต้องใช้เวลาสองถึงสามชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ
เรื่องที่เมื่อก่อนต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงจะทำได้แต่ตอนนี้ไม่ถึงสองนาทีก็จัดการเรื่องได้เรียบร้อยแล้ว
“อี้หมิน แค่นี้ก็เสร็จแล้วเหรอ?” หัวหน้าหมู่บ้านยังอดรู้สึกเหลือเชื่อไม่ได้
ก่อนหน้านี้เคยได้ยินแค่คำบอกเล่าว่าโทรศัพท์มันสะดวกขนาดไหนแต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นกับตาว่ามันสะดวกแค่ไหนจริงๆ
“ใช่ครับ ขอแค่รู้เบอร์ของอีกฝ่าย แค่หมุนแล้วรอสายก็เหมือนคุยกันปกติเลยครับ” โจวอี้หมินอธิบาย
“สุดยอดจริงๆ เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ!” หัวหน้าหมู่บ้านอดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชม
หลังจากหัวหน้าหวังวางสาย เขาก็สั่งให้คนไปตามโจวต้าจงมาหาเขา
ตอนแรกโจวต้าจงก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้างแต่เขาก็เดินไปที่สำนักงานของหัวหน้าหวังทันที
จากนั้นเขาก็เคาะประตู
“เข้ามา!” เสียงตอบจากข้างในดังขึ้น
หลังจากได้รับอนุญาต โจวต้าจงก็เปิดประตูสำนักงานเข้ามาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยืนตัวตรงด้วยท่าทีเกรงใจแล้วกล่าวว่า “หัวหน้าหวังครับ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ?”
หัวหน้าหวังพูดขึ้นว่า “อี้หมินโทรมาเมื่อครู่นี้ บอกให้นายกลับไปที่หมู่บ้านอีกครั้ง คงจะล่าอะไรมาได้อีกแน่เลย!”
โจวต้าจงพอได้ยินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่แท้ก็แค่เรื่องนี้ “ได้ครับ หัวหน้าหวัง ผมจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้เลย”
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินออกไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้หวังเหว่ยหมินได้พูดอะไรเลย เดิมทีหัวหน้าหวังยังอยากจะพูดบางอย่างแต่เมื่อเห็นเพียงเงาหลังของโจวต้าจงเดินจากไป ก็ได้แต่กลืนคำพูดลงคอ
โจวต้าจงรีบตรงไปยังที่จอดจักรยาน แล้วก็ขี่จักรยานคู่ใจมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้านโจวด้วยความเร่งรีบ
หลังจากปั่นไปกว่าชั่วโมง ในที่สุดเขาก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านโจวจนได้
สิ่งที่เขาเห็นเมื่อมาถึงทำให้เขาตกตะลึงไปชั่วขณะ ก็เขาไม่ได้ห่างหมู่บ้านไปนานสักเท่าไหร่เองแล้วทำไมแค่ช่วงเวลาไม่นานหมู่บ้านถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้
เขายังยืนมองโจวจื้อหมิงที่กำลังคุมชาวบ้านโรงเรือนอยู่ด้วยความสงสัย เพราะเห็นว่าใช้งบไม่น้อยจึงเดินเข้าไปถามว่า “ลุงจื้อหมิง ทำไมต้องสร้างโรงเรือนหลังใหญ่ขนาดนี้ด้วย แล้วรอบๆก็ไม่ได้ปิดทึบแบบนี้ พอถึงหน้าหนาวจะไม่หนาวตายกันหมดเหรอครับ?”
“ต้าจง เรื่องนี้เธอคงยังไม่รู้สินะ! ที่นี่คือโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์น่ะ อี้หมินเป็นคนบอกให้สร้างแบบนี้” โจวจื้อหมิงตอบ พอโจวต้าจงได้ยินว่าเป็นความตั้งใจของโจวอี้หมินเขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
“ลุงจื้อหมิง แล้วรู้ไหมว่าลุงสิบหกอยู่ที่ไหน?” โจวต้าจงถามต่อ
“ถ้าเป็นอี้หมินล่ะก็ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ” โจวจื้อหมิงตอบกลับ
ทำอะไรไม่ได้ เขาจึงได้แต่เดินวนไปทั่วหมู่บ้านเผื่อจะบังเอิญเจอก็ยังดี ยังไงก็ไม่รีบร้อนเพราะงานของเดือนนี้เขาทำเสร็จไปนานแล้ว
(จบบท)