- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 361 จับปลาหน้าหนาว
บทที่ 361 จับปลาหน้าหนาว
บทที่ 361 จับปลาหน้าหนาว
หลังจากโจวต้าหมิงและโจวต้าหรงกลับมาถึงหมู่บ้านพวกเขาก็รีบไปบอกหัวหน้าหมู่บ้านเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาเห็นเมื่อครู่
หัวหน้าหมู่บ้านฟังจบแล้วก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ต้าหมิง พาฉันไปดูหน่อย”
เขาต้องการไปดูด้วยตาตัวเองเพราะสิบปากว่า ยังไม่เท่าตาเห็น
โจวต้าหมิงพยักหน้ารับจากนั้นก็เดินนำหน้าไปโดยมีโจวต้าหรงติดตามไปด้วย
ทั้งสามคนเร่งฝีเท้าวิ่งเหยาะๆไปที่อ่างเก็บน้ำเพราะต้องการไปให้ถึงก่อนฟ้ามืด
ต้องบอกเลยว่าคนสมัยนี้ร่างกายแข็งแรงกันจริงๆ พวกเขาวิ่งจากหมู่บ้านไปถึงด้านหลังของภูเขาได้โดยที่หน้าไม่แดง หัวใจไม่เต้นแรง เหมือนไม่ได้ออกแรงอะไรเลย
ถ้าเป็นคนยุคหลังร่างกายแบบนี้ถือว่าดีกว่าคนส่วนใหญ่ไปมาก อย่างเช่นพวกนักศึกษาบางคนแค่วิ่ง 400 เมตรก็แทบจะขาดใจตายแล้ว
จะเห็นได้ชัดเลยว่าสมรรถภาพร่างกายในยุคหลังนั้นแย่ลงกว่าเดิมมาก
เมื่อพวกเขามาถึงอ่างเก็บน้ำด้านหลังภูเขาหัวหน้าหมู่บ้านก็ถามขึ้นทันที “พวกนายเห็นฝูงปลาตรงไหน?”
“หัวหน้าหมู่บ้าน ผมเห็นอยู่ตรงนั้น”
โจวต้าหรงพูดพลางชี้ไปยังอีกฟากหนึ่งของอ่างเก็บน้ำ
หัวหน้าหมู่บ้านเดินไปยังจุดที่โจวต้าหรงบอกจากนั้นก็เริ่มสังเกตรอบๆอย่างละเอียดหวังว่าจะสามารถมองเห็นฝูงปลาได้ด้วยตัวเอง
เพียงไม่นานเขาก็พบฝูงปลาที่ว่ายอยู่ใต้น้ำแข็งจริงๆ!
หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกดีใจมากหากสามารถจับฝูงปลานี้ได้ทั้งหมดปริมาณย่อมมากมายจนกินไม่หมดและยังสามารถให้โจวอี้หมินรับซื้อไปได้ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับหมู่บ้านเป็นประโยชน์ทั้งสองทาง
จากนั้นเขาจึงแจ้งให้ชาวบ้านเตรียมตัวจัดการจับปลาหน้าหนาวในวันพรุ่งนี้
ป้าสามมาถึงบ้านโจวอี้หมินและพบว่าเขากำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเธอรีบเข้าไปช่วยทันที
“ป้าสาม ไม่ต้องช่วยหรอก ออกไปนั่งพักเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง”
ป้าสามรีบพูดขึ้น “แบบนั้นไม่ได้หรอก มาอาศัยกินข้าวเฉยๆก็เกรงใจมากพอแล้วจะให้ไม่ช่วยเลยได้ยังไง”
โจวอี้หมินเห็นว่าเธอไม่ยอมจึงปล่อยให้เธอช่วยเตรียมวัตถุดิบ
ป้าสามรับผิดชอบงานล้างผักทันทีที่เธอสัมผัสน้ำก็ต้องตกใจเพราะโจวอี้หมินใช้น้ำอุ่นในการล้างผัก!
ถ้าเป็นบ้านของเธอแค่คิดก็เป็นไปไม่ได้แล้ว
การต้มน้ำให้ร้อนต้องใช้ฟืนและแรงงานจะใช้น้ำอุ่นล้างผักได้อย่างไรกัน? น้ำเย็นก็ล้างได้แค่ต้องทนหนาวหน่อยเท่านั้นเอง
แต่เธอไม่ได้พูดออกมาเพราะเธอรู้ดีว่าในหมู่บ้านมีเพียงโจวอี้หมินเท่านั้นที่กล้าใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือยแบบนี้
หากเป็นบ้านอื่น ไม่มีใครกล้าใช้แบบนี้แน่นอน
โจวอี้หมินเริ่มลงมือผัดอาหารซึ่งทำได้ง่ายขึ้นเพราะมีคนช่วยเตรียมวัตถุดิบ ผักถูกล้างเสร็จ เนื้อก็ถูกหั่นพร้อมแล้ว
จากนั้นป้าสามก็เปลี่ยนไปช่วยล้างจานแต่พอเธอสัมผัสน้ำก็พบว่าน้ำเย็นจัด
โจวอี้หมินเห็นดังนั้นจึงบอกว่า “ป้าสาม น้ำเย็นแล้ว เติมน้ำร้อนหน่อยเถอะ”
“ไม่เป็นไร ใช้น้ำเย็นก็ได้” ป้าสามตอบกลับทันทีเธอเสียดายน้ำร้อนมาก
แม้ว่าจะไม่ใช่ฟืนจากบ้านของเธอโดยตรงแต่เธอก็ยังรู้สึกเสียดายเพราะฟืนเหล่านี้เป็นของที่สามีของเธอต้องขึ้นเขาไปตัดเองนั่นยิ่งทำให้เธอไม่อยากใช้เปลือง
โจวอี้หมินเข้าใจดีว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมที่สั่งสมมากว่าสิบปีได้ในทันที เขาจึงไม่ได้พูดอะไรต่อและหันมามุ่งหน้าผัดอาหารต่อไป
ขณะที่โจวอี้หมินยังยุ่งอยู่กับการทำอาหาร โจวซู่เฉียงก็อุ้มเชี่ยนเชี่ยนเข้ามาพร้อมกับพาเด็กๆสามคนตามมาด้วย
"ลุง!"
คุณปู่ที่นั่งอยู่พยักหน้ารับแต่ไม่ได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้โยกของเขา
โจวซู่เฉียงไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับท่าทางของคุณปู่เลยเพราะเขาคุ้นเคยกับนิสัยของท่านดี
เมื่อคุณย่าของโจวอี้หมินเห็นว่าโจวซู่เฉียงอุ้มเชี่ยนเชี่ยนแบบเก้ๆกังๆ เธอจึงรีบรับตัวเชี่ยนเชี่ยนมาจากเขาทันที
"เชี่ยนเชี่ยน มาให้ย่ากอดหน่อยนะ!"
เชี่ยนเชี่ยนหัวเราะคิกคักทำให้คุณย่าของโจวอี้หมินยิ้มออกมาด้วยความสุข
ไม่นานนักป้าสามก็ยกอาหารที่หอมกรุ่นออกมาจากครัว ไลฝูและพี่น้องของเขาได้กลิ่นหอมของอาหารก็รีบพุ่งตัวไปนั่งประจำที่โต๊ะทันที พวกเขาทำท่าพร้อมเต็มที่เหมือนกลัวว่าถ้าช้าอาหารจะหมดไปก่อน
"มานั่งทำไมกัน? ไปล้างมือก่อนสิ!"
เมื่อได้ยินเสียงของป้าสามเด็กทั้งสามก็รีบวิ่งไปล้างมืออย่างรวดเร็ว
โจวอี้หมินเสร็จจากการผัดอาหารจานสุดท้ายพอดี และนำมันออกมาวางบนโต๊ะ
เมื่อทุกคนได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว คุณปู่ก็กล่าวขึ้นว่า "กินได้!"
คุณปู่พูดจบแล้วค่อยๆหยิบขวดเหล้าจากพื้นขึ้นมารินใส่แก้วเพียงครึ่งเดียว ตอนนี้เขาดื่มได้แค่วันละนิดเดียวเท่านั้น
โจวซู่เฉียงมองแก้วเหล้าในมือคุณปู่ตาไม่กะพริบแต่คุณปู่กลับแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น เขาเองก็ยังมีไม่พอที่จะดื่มจะไปแบ่งให้คนอื่นได้อย่างไร
โจวอี้หมินเห็นดังนั้นจึงหยิบขวดเหล้าออกจากมือคุณปู่แล้วเทให้โจวซู่เฉียงเต็มแก้ว
คุณปู่รีบร้องห้ามทันที “อี้หมิน พอแล้ว! อย่าเทเยอะขนาดนั้น!” เมื่อเห็นคุณปู่แสดงอาการเสียดายเหล้าออกมาอย่างชัดเจน ทุกคนก็พยายามกลั้นหัวเราะ ปกติแล้วคุณปู่เป็นคนที่เคร่งขรึมมากแต่ตอนนี้กลับแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ทำให้เกิดภาพที่แตกต่างจากปกติจนทุกคนอดขำไม่ได้
โจวอี้หมินตื่นขึ้นมาแต่เช้าหากไม่ใช่เพราะวันนี้เป็นวันจับปลาหน้าหนาว เขาคงยังหลับอยู่แน่ๆ
เขาเปิดร้านค้าในสมองแล้วพบว่าวันนี้มีของบางอย่างให้ซื้อ เหยื่อตกปลา 100 ชั่ง ไก่ต้ม 100 ตัว เนื้อวัว 100 ชั่ง อาหารสัตว์ 100 ชั่ง เขากดซื้อทุกอย่างแบบไม่ลังเล แต่เมื่อเห็นเหยื่อตกปลาปรากฏในร้านค้าเขาก็รู้สึกอึ้งไปชั่วขณะ
ตอนนี้ในร้านมีเหยื่อตกปลาด้วยเหรอ?
โจวอี้หมินรู้สึกงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง
นอกจากนี้ ไก่ต้ม ซึ่งเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในภาคใต้กลับไม่ค่อยเป็นที่นิยมในภาคเหนือเขาคิดว่าชาวบ้านอาจจะไม่คุ้นเคยกับรสชาตินี้นัก
อาหารสัตว์ยังพอใช้ได้เพราะสามารถนำไปเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ และสัตว์อื่นๆได้
โจวอี้หมินคิดอยู่บ่อยครั้งว่าควรลองทำอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ขึ้นมาเองหรือไม่ เพราะในช่วงเวลานี้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในประเทศแทบจะไม่มีเลย แม้แต่ในยุคทศวรรษ 1970 อาหารสัตว์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นการผลิตเองในฟาร์ม มีเพียงไม่กี่บริษัทของรัฐที่ดำเนินการผลิตอาหารสัตว์แบบง่ายๆ ในปี 1978 ผลผลิตอาหารสัตว์ทั่วประเทศมีเพียงประมาณ 1 ล้านตันเท่านั้น
ช่วงเวลานี้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นจำนวนบริษัทมีน้อย ผลผลิตต่ำ และอัตราการพัฒนาช้ามาก
อาหารสัตว์มีความสำคัญอย่างมากต่อการเลี้ยงสัตว์ เพื่อไม่ให้พลาดกิจกรรม "ยิ่งใหญ่" ในวันนี้เขาไม่แม้แต่จะกินอาหารเช้า รีบตรงไปยังอ่างเก็บน้ำด้านหลังหมู่บ้านทันที
ถ้าไม่กลัวว่าจะถูกคนอื่นสงสัยเขาคงซื้อซาลาเปาไส้เนื้อจากร้านค้าในสมองมากินระหว่างเดินทางแล้ว
หลังจากเดินมาสิบกว่านาทีในที่สุดเขาก็มาถึงอ่างเก็บน้ำแต่คิดว่าตัวเองมาก่อนเวลาแล้วกลับกลายเป็นว่ายังมาช้าไป
บนพื้นน้ำแข็งมีคนมายืนอยู่มากมาย
ชาวบ้านเหล่านี้มาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพราะพวกเขาไม่มีนาฬิกาและกลัวว่าจะพลาดเวลานัดหมายจึงมากันก่อนเวลานานมาก บางคนเริ่มตรวจสอบอวนจับปลาที่ไม่ได้ใช้งานมานานเพื่อดูว่ามีรูรั่วหรือไม่ หากพบว่ามีจุดที่ขาดต้องรีบซ่อมแซมทันที ถ้าไม่ทำแบบนี้เมื่อลงอวนจับปลา ปลาจะสามารถหนีออกจากรูรั่วไปได้ และถ้าปลาหลุดไปโอกาสที่จะจับมันได้อีกครั้งก็ยากขึ้นมาก
แต่งานละเอียดพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของผู้หญิงที่กำลังยุ่งอยู่กับการตรวจสอบและซ่อมแซมอวน
ส่วนพวกผู้ชายก็ไม่ได้ยืนรอเฉยๆ พวกเขารับหน้าที่สำรวจตำแหน่งของฝูงปลาเพราะหากคิดจะวางอวนปิดทั้งอ่างเก็บน้ำ มันคงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากไม่มีอวนขนาดใหญ่พอที่จะทำเช่นนั้น
นอกจากนี้แม้ว่าจะมีอวนใหญ่พอที่จะคลุมทั้งอ่างเก็บน้ำได้ก็ยังต้องการแรงคนมหาศาลในการดึงขึ้นมาซึ่งเป็นไปไม่ได้เช่นกัน
ขนาดของอวนที่ต้องใช้และแรงงานที่ต้องใช้ลากอวนใหญ่นั้นไม่ต้องพูดถึงก็รู้ว่าต้องใช้แรงมากขนาดไหน
(จบบท)