- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 343 วิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวบ้าน
บทที่ 343 วิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวบ้าน
บทที่ 343 วิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวบ้าน
เมื่อเห็นว่าทุกคนกลับไปหมดแล้วโจวอี้หมินก็ถอนหายใจโล่งอก คุณย่านึกขึ้นได้ว่าจะต้องไปทำอาหารแต่โจวอี้หมินรีบกดไหล่ท่านไว้ “คุณย่า วันนี้ให้ผมทำเองเถอะ คุณย่านั่งดูทีวีต่อไปดีกว่า! ผมจะให้คุณย่าลองชิมฝีมือของผมเอง”
หากเป็นวันปกติคุณย่าคงจะปฏิเสธแน่นอนแต่เพราะเสน่ห์ของโทรทัศน์ช่างยากจะต้านทานอีกทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆที่ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน เธอจึงยอมตกลง
โจวอี้หมินจึงนำวัตถุดิบที่เตรียมกลับมาเริ่มลงมือทำอาหาร อาหารชั้นเลิศบางครั้งก็ต้องการเพียงวิธีปรุงที่เรียบง่ายที่สุด
หลังจากยุ่งอยู่ในครัวเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงในที่สุด "เชฟโจว" ก็เสิร์ฟอาหารที่เขาปรุงออกมาได้สำเร็จ
อาหารมีมากถึงห้าจานและในนั้นเป็นจานเนื้อถึงสามจาน
โจวอี้หมินร้องเรียก “คุณปู่ คุณย่า มากินข้าวกันเถอะ!”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของโจวอี้หมินคุณปู่กับคุณย่าก็เพิ่งได้สติจากนั้นทั้งสองก็ยังคงมองจอโทรทัศน์พร้อมกับค่อยๆขยับไปที่โต๊ะอาหาร
โจวอี้หมินเห็นภาพนี้แล้ว ก็อดนึกถึงภาพในอนาคตไม่ได้ เวลาที่พ่อแม่เรียกลูก ๆ มากินข้าว แต่พวกเขากลับไม่อยากละสายตาจากจอโทรทัศน์
“คุณปู่ คุณย่า กินข้าวก่อน ค่อยดูต่อก็ยังไม่สาย!”
คุณปู่กับคุณย่ารู้สึกเก้อเขินเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ยอมละสายตาจากโทรทัศน์มากินข้าวก่อน
เมื่อคุณย่าเห็นอาหารเต็มโต๊ะก็อดหัวเราะไม่ได้พลางพูดว่า “อี้หมิน พวกเราแค่สามคนทำอาหารเยอะขนาดนี้ จะไม่เสียเปล่าเหรอ?”
คุณปู่รีบขัดขึ้นมาทันที “ย่าแก กินก็กิน อย่าพูดมากเลย”
ยังไงก็ทำเสร็จแล้ว กินให้หมดก็พอ ไม่ต้องพูดมาก
“อืม! อร่อยมาก”
ในยุคนี้ไม่มีคำว่ากินไม่หมด ต่อให้มีอาหารมากขึ้นอีกสักสองสามจานก็สามารถกินจนหมดได้อยู่ดี
คุณปู่กับคุณย่าของโจวอี้หมินตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาได้กินอาหารที่ดีขึ้นทำให้ปริมาณอาหารที่กินแต่ละมื้อลดลงไปบ้าง แต่ถ้าเป็นบ้านอื่นในหมู่บ้านอาหารเหล่านี้อาจยังไม่พอด้วยซ้ำ
ตามคาดในฐานะที่เป็นพ่อครัวเมื่อได้ยินคำชมจากคุณปู่คุณย่าโจวอี้หมินก็รู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อย
“อร่อยก็กินเยอะๆนะครับ”
มื้อนี้จึงผ่านไปด้วยเสียงชื่นชมจากทั้งสองคน
ชาวบ้านตรงเวลามากพวกเขายืนรออยู่ข้างนอกตั้งแต่เนิ่นๆเพราะกลัวว่าหากมาสายจะไม่ได้ที่นั่งข้างในและต้องยืนอยู่ข้างนอกท่ามกลางลมหนาว ได้แค่ฟังเสียงละครโทรทัศน์เท่านั้น
เมื่อโจวอี้หมินเห็นภาพนี้เขารู้สึกว่ามันไม่เลวเลยนี่ช่วยแก้ปัญหาที่บ้านเงียบเหงาไม่มีคนมาเยี่ยมเยียนในช่วงที่เขาไม่อยู่ และยังทำให้มีคนอยู่เป็นเพื่อนคุณปู่คุณย่ามากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี
ที่จริงแล้วนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาตัดสินใจนำโทรทัศน์กลับมาด้วย
เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืนจึงไม่กระทบกับการทำงานในเวลากลางวัน หัวหน้าหมู่บ้านจึงไม่ได้มีข้อโต้แย้งอะไร
โดยปกติแล้วชีวิตของชาวบ้านในชนบทไม่มีอะไรให้ทำในตอนกลางคืนนอกจากคู่สามีภรรยาบางคู่ที่ใช้เวลาอยากมีลูกแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเข้านอนกันแต่หัวค่ำ
แต่ตั้งแต่ที่โจวอี้หมินกลับมา ชีวิตยามค่ำคืนของทุกคนก็ค่อยๆมีสีสันมากขึ้น
หัวหน้าหมู่บ้านจึงตั้งกฎว่าอนุญาตให้ดูโทรทัศน์ได้แค่วันละ 2 ชั่วโมงในตอนกลางคืนเท่านั้น
ห้ามปล่อยให้การดูโทรทัศน์ส่งผลกระทบต่อการทำงานในวันรุ่งขึ้น
แต่ความจริงแล้วหัวหน้าหมู่บ้านแทบไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยเพราะในยุคนี้รายการโทรทัศน์มีน้อยมากเวลาที่สามารถออกอากาศแต่ละวันก็แค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น
เมื่อโจวอี้หมินเห็นชาวบ้านที่ยืนรอข้างนอกตัวสั่นเพราะความหนาวก็เลยนำเตาผิงสำรองที่มีอยู่ในบ้านออกมาตั้งไว้ข้างนอกให้พวกเขาหาฟืนมาเติมเองเพื่อให้ไออุ่น
ถ้าไม่ติดว่าอาจจะดูล้ำยุคเกินไป โจวอี้หมินก็คงติดตั้งเครื่องทำความร้อนไปแล้วด้วยซ้ำ
“อี้หมิน ไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอก หนาวเดี๋ยวก็กลับไปนอนเอง” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว
ประมาณสามทุ่มชาวบ้านที่มาดูโทรทัศน์ก็ทยอยกันกลับบ้าน โจวอี้หมินจึงหยิบของบางอย่างออกมาอย่างลึกลับ
คุณปู่เห็นเข้าก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย จึงแอบเดินตามไปดูว่าเขากำลังทำอะไร
โจวอี้หมินหยิบโสมที่เขาซื้อจากโซนสินค้าลดราคาพิเศษ 1 หยวนออกมาและเตรียมจะใช้ทำเหล้ายาสมุนไพรเนื่องจากคุณปู่ชอบดื่มเหล้าและเคยบอกไว้ว่าเลิกไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเขาคิดว่าให้ดื่มเหล้ายาสมุนไพรไปเลยอย่างน้อยก็บำรุงร่างกายไปในตัว
ขั้นแรกเขาหยิบขวดเหล้าเหมาไถออกมาแล้วเทลงในภาชนะที่เตรียมไว้จากนั้นก็ใส่โสม 1 ต้นลงไป
แม้ว่าการใช้เหล้าเหมาไถหมักเหล้ายาสมุนไพรจะสามารถทำได้ แต่ก็ต้องคำนึงถึงรายละเอียดและสัดส่วนที่เหมาะสมเพราะเหล้าเหมาไถมีกลิ่นหอมรสเข้มข้นมาก หากใช้หมักทั้งหมดอาจทำให้กลิ่นของส่วนผสมอื่นถูกกลบจนเสียสมดุลของรสชาติ
ดังนั้นเวลาหมักเหล้ายาสมุนไพรด้วยเหล้าเหมาไถควรผสมกับเหล้าจากธัญพืชที่มีดีกรีสูงชนิดอื่น เพื่อช่วยปรับรสชาติให้ลงตัว
เมื่อคุณปู่เห็นสิ่งที่โจวอี้หมินทำก็ตกใจจนต้องอุทานออกมา “อี้หมิน! ใช้เหล้าเหมาไถมาหมักเหล้าแบบนี้มันเปลืองไปหรือเปล่า!? เอามาให้ปู่ดื่มตรงๆเลยไม่ดีกว่าหรือ?”
“คุณปู่ เชื่อผมเถอะ ไม่เสียของแน่นอน ดื่มตอนที่หมักเสร็จแล้วจะรู้เอง” โจวอี้หมินพูดพลางทำท่าทางลึกลับ
ตามคาดคุณปู่ถูกกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นทันที “อี้หมิน ต้องหมักนานแค่ไหนถึงจะดื่มได้?”
“ไม่ต้องหมักนานมาก ประมาณหนึ่งเดือนก็ดื่มได้แล้ว แต่ห้ามดื่มเยอะเกินไป” โจวอี้หมินตอบ
“ที่สำคัญ ควรดื่มไม่เกิน 50 มิลลิลิตรต่อครั้ง”
คุณปู่ไม่คุ้นเคยกับหน่วยวัดมิลลิลิตร จึงทำหน้างุนงง
โจวอี้หมินจึงต้องทำท่าทางประกอบให้ดู
เมื่อคุณปู่เห็นปริมาณก็รู้สึกไม่พอใจนักจึงประท้วงขึ้นว่า “แค่อึกเดียวก็หมดแล้ว!”
เขาติดนิสัยต้องดื่มเหล้าทุกวันถ้าไม่ได้ดื่มก็รู้สึกกระสับกระส่ายไปทั้งตัว
คุณย่าเห็นท่าไม่ดีเลยใช้ไม้ตายเด็ดขาด “ตาเฒ่า! นี่ยังอยากอุ้มเหลนอยู่ไหม? ถ้าอยากอุ้มก็ฟังอี้หมินซะ”
เรื่องนี้ถือเป็นความฝันสูงสุดของคนแก่แทบทุกคน คุณปู่เลยไม่มีทางปฏิเสธได้
สุดท้ายคุณปู่ยอมจำนนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนตอบว่า “ก็ได้!”
โจวอี้หมินยิ้ม “ดีเลย ถ้าผมไม่อยู่ คุณย่าต้องช่วยคุมเขาให้ผมนะครับ”
คุณย่าตอบตกลงทันที “ได้เลย หลานรัก! ถ้าเขาดื่มเกินย่าจะตีขาให้หักเลย!”
และแบบนี้เองคุณปู่ก็จำใจต้องทำสัญญาไม่เป็นธรรมฉบับนี้
แต่คุณปู่ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตัดสินใจว่าคืนนี้ต้องขอดื่มให้ได้สองแก้วก่อน
พูดจบเขาก็หันไปจ้องเหล้าเหมาไถที่โจวอี้หมินเอากลับมาด้วย สายตาบ่งบอกชัดเจนมากว่า “ฉันจะดื่มตอนนี้”
โจวอี้หมินไม่ได้ปฏิเสธเพราะเขารู้ดีว่าการเลิกเหล้าไม่ควรงดทันทีแบบหักดิบถึงจะได้ผลเร็วแต่ก็อาจทำให้เกิดอาการต่อต้านรุนแรงได้
“ได้เลย”
เขาหยิบเหล้าเหมาไถอีกขวดออกมาพร้อมกับเตรียมกับแกล้มมาให้ด้วย
คืนนี้โจวอี้หมินตั้งใจดื่มกับคุณปู่สักสองแก้ว
โจวซู่เฉียงก็ไม่รู้ว่าเขามีจมูกไวหรืออย่างไรอยู่ๆก็โผล่มาที่บ้าน เมื่อเห็นว่ามีเหล้าก็ไม่ยอมไปไหน
สุดท้ายก็เลยต้องรินเหล้าให้เขาหนึ่งแก้วด้วย
คุณปู่จิบเหล้าไปพลางคุยกับโจวอี้หมินและลุงสาม เล่าถึงเรื่องราวในอดีต
คนแก่ก็มักจะชอบรำลึกถึงวันเก่าๆอยู่แล้ว
ลุงสามคุ้นชินกับเรื่องนี้เพราะได้ยินคุณปู่เล่าเรื่องเดิมๆมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วฟังหูซ้ายทะลุหูขวา เขาเลยตั้งใจดื่มเหล้าของตัวเองเงียบๆไม่ได้สนใจฟังมากนัก
คุณปู่เหลือบมองลุงสามอย่างไม่พอใจ “เหล้าเหมาไถมันต้องดื่มแบบนี้เหรอ? ถ้าแกจะดื่มแบบนั้น ไปดื่มเหล้าหัวมันเทศของแกไปเลยไป!”
ภายในในช่วงเวลาสั้นๆ โจวซู่เฉียงดื่มไปแล้วสามแก้ว แล้วคุณปู่จะไม่โมโหได้ยังไง?
โจวซู่เฉียงหัวเราะแห้งๆก่อนจะลดความเร็วในการดื่มลง แต่ถึงอย่างนั้นสายตาของเขาก็ยังแอบเหลือบมองขวดเหล้าเหมาไถอยู่เป็นระยะๆ แอบคิดในใจว่าจะหาทางดื่มเพิ่มอีกสักสองแก้วได้ยังไงดี
(จบบท)