- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 212: ในมวลมนุษยชาติก็ยังมีคนที่แข็งแกร่งอยู่
บทที่ 212: ในมวลมนุษยชาติก็ยังมีคนที่แข็งแกร่งอยู่
บทที่ 212: ในมวลมนุษยชาติก็ยังมีคนที่แข็งแกร่งอยู่
หลินหยวนต้องยอมรับเลยว่าพลังของไททันกาลเวลานั้นมีประโยชน์มากในการต่อสู้
จนกระทั่งตอนนี้ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของกองกำลังรักษาเมืองก็ถูกฆ่าตายไปจนหมด
ถึงแม้ว่าจะมีไททันโลกาวินาศขั้นสูงรอดชีวิตอยู่บ้าง แต่พวกมันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินหยวนอีกต่อไป
ถัดมา เด็กหนุ่มกระชับดาบสายฟ้าพิฆาตเซียนเอาไว้แน่นในขณะที่กวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างเยาะเย้ย “ไม่สมศักดิ์ศรีที่ถูกเรียกว่าเป็นหัวใจของเผ่าไททันเลย”
“อะไรกัน? นี่คือพลังของกองกำลังรักษาเมืองเสินหวงงั้นเหรอ?”
เมื่อพวกไททันได้ยินคำพูดของหลินหยวน พวกมันก็รู้สึกโกรธแค้นมาก ทุกตัวกำหมัดแน่นแต่ก็ไม่มีใครกล้าลงมือทำอะไร
เพราะถึงอย่างไรพวกมันก็เห็นการต่อสู้ของมนุษย์คนนี้ด้วยตาของตัวเองกันทั้งนั้น
ผลลัพธ์เรียกได้ว่าแม้แต่เสาหลักของเมืองเสินหวงทั้ง 6 ก็ยังไม่อาจขวางอีกฝ่ายเอาไว้ได้ แถมยังถูกฆ่าตายในไม่กี่กระบวนท่าอีก
มนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าพวกมันนั้นดูเหมือนจะมีพลังไร้เทียมทาน
แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดความคิดของทุกตัว
“ผู้บัญชาการสูงสุดและผู้อาวุโสใหญ่มาถึงแล้ว!”
เหล่าไททันที่อยู่รอบ ๆ พอได้ยินคำพูดนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา
หลังจากการต่อสู้ดำเนินมาอย่างยาวนาน ในที่สุดผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองกำลังรักษาเมืองเสินหวงและผู้อาวุโสใหญ่แห่งสภาผู้อาวุโสก็มาถึงสักที
ตอนนี้ทั้งผู้บัญชาการสูงสุดและผู้อาวุโสใหญ่ที่มีอำนาจมากที่สุดในเมืองเสินหวงได้มาถึงแล้ว!!
ไม่นานรังสีกดดันที่ไม่มีใครต้านทานได้ก็แผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ก่อนที่ร่างสูงสง่าเหมือนขุนเขาจะปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคน
ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาเมืองเสินหวง ไททันสงครามมาถึงแล้ว!!
ในขณะที่ผู้บัญชาการสูงสุดกวาดตามองภาพเบื้องหน้า คิ้วของมันก็ขมวดชนกัน
จากนั้นออร่าที่มันแผ่ออกมาก็ทำให้หัวใจของเหล่าไททันที่อยู่บริเวณนั้นสั่นสะท้าน
เมื่อหลินหยวนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักหน่วง เขาก็หรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ
“ในที่สุดก็มีไททันที่แข็งแกร่งยอมออกหน้าแล้วสินะ” เด็กหนุ่มกล่าวเยาะเย้ย “ฉันนึกว่าไททันทั้งหมดในเมืองเสินหวงจะตายไปแล้วซะอีก”
ไททันสงครามที่ได้ยินคำพูดของหลินหยวนก็ปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชา
“นี่ก็ผ่านไปนานมากแล้ว ทำไมพวกเจ้ายังจัดการกับมนุษย์คนนี้ไม่ได้กันอีก?” ไททันสงครามเอ่ยถาม
ในขณะนี้กองกำลังรักษาเมืองต่างมีท่าทีเป็นกังวล และพวกมันก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่มีใครกล้าตอบคำถามผู้บัญชาการสูงสุดเลยสักตัว
พวกมันรู้ว่าผู้บัญชาการสูงสุดมักจะมองเพียงผลลัพธ์เสมอมา
ความพ่ายแพ้ของพวกมันได้ทำให้ภาพลักษณ์ของกองกำลังเสียหายต่อหน้าผู้บัญชาการสูงสุดไปแล้ว
โชคดีที่ผู้อาวุโสใหญ่พูดแทรกขึ้นมาได้ทันเวลา
“เรื่องนี้จะโทษพวกเขาทั้งหมดไม่ได้หรอก ถ้าไม่ใช่เพราะข้าปล่อยให้มนุษย์คนนี้หลบหนีไปได้ เรื่องวุ่นวายก็คงไม่เกิดขึ้น”
ถึงแม้ไททันผู้เฒ่าจะเอ่ยปากพูดแบบนั้น แต่สีหน้าของไททันสงครามก็ยังคงเคร่งขรึมเหมือนเดิม
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ท่านไม่จำเป็นจะต้องปกป้องพวกเขาหรอก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีพวกขยะไม่น้อยที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ในกองกำลังรักษาเมือง ถ้าให้ถามข้า กองกำลังรักษาเมืองคงถึงเวลาที่ต้องจัดระเบียบครั้งใหญ่แล้ว”
เมื่อไททันสงครามพูดจบ เหล่าไททันในกองกำลังรักษาเมืองก็พากันหน้าถอดสี พวกมันรู้ดีว่าหลังจากนี้จะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป
เพราะผู้บัญชาการสูงสุดเป็นคนที่ลงมือได้รวดเร็วและเด็ดขาดมาโดยตลอด
ในเมื่อไททันตัวนี้เอ่ยปากแล้ว นั่นหมายความว่ามันไม่ใช่แค่ลมปาก
จากนั้นไททันสงครามก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “ตอนนี้ข้าอยู่ที่นี่แล้ว ปล่อยมนุษย์คนนี้ให้ข้าจัดการเถอะ ข้าเองก็ไม่ได้ลงมือมานาน นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ยืดเส้นยืดสายสักหน่อย”
ผู้อาวุโสใหญ่ที่เห็นดังนั้นก็ยิ้มกล่าวว่า “เอาเถอะ เจ้าเองก็ระวังตัวให้ดี หากเจ้าพ่ายแพ้ ก็ให้กองกำลังรักษาเมืองบุกเข้าไปล้อมสังหารมันพร้อมกันซะ”
“ข้าขอเพียงอย่างเดียวคืออย่าฆ่ามัน อย่างมากสุดก็ให้สาหัสก็พอ มนุษย์คนนี้ยังมีประโยชน์ต่อเราอีกมาก”
ไททันสงครามที่ได้ยินอย่างนั้นก็พูดเยาะเย้ยขึ้นมาว่า “กับอีแค่มนุษย์คนหนึ่งจะแข็งแกร่งได้สักแค่ไหนกันเชียว?”
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาท่านคงจะอายุเยอะมากแล้วก็เลยเลอะเลือนไปบ้าง ตามปกติท่านไม่เคยพลาดอะไรแบบนี้ สิ่งมีชีวิตระดับล่างอย่างเผ่าพันธุ์มนุษย์มันด้อยกว่าพวกเราโดยกำเนิด แต่เพื่อเห็นแก่ฝ่าบาท ข้าจะไว้ชีวิตมันให้ก็แล้วกัน”
ไททันผู้เฒ่ายังคงยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน “ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอรบกวนท่านผู้บัญชาการด้วย”
จากนั้นไททันสงครามก็เงยหน้าขึ้นกวาดสายตาที่เย็นชาไปทางหลินหยวน
“บอกตามตรง ข้าเองไม่ได้ฆ่ามนุษย์ด้วยมือของตัวเองมานานมากแล้ว สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอย่างเจ้าควรจะรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ตายด้วยน้ำมือของข้า”
พอเด็กหนุ่มได้ยินแบบนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เขาเองก็ไม่ได้ยินคำพูดโอหังขนาดนี้มานานแล้วเหมือนกัน
ดูเหมือนว่าไททันสงครามจะอาศัยอยู่ในเมืองเสินหวงมาโดยตลอด
แถมฟังจากคำพูด มันดูจะมีตำแหน่งสูงกว่าไททันในเมืองนี้มาก
จากนั้นหลินหยวนก็ถามอีกฝ่ายกลับไปว่า “แกเป็นไททันระดับ 10 ใช่ไหม?”
ไททันสงครามไม่คาดคิดเลยว่าศัตรูจะตั้งคำถามเช่นนี้ขึ้นมา
มันตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเยาะเย้ยว่า “เจ้าคิดว่าถ้าข้าเป็นไททันระดับ 10 แล้วคนอย่างเจ้ามีคุณสมบัติอะไรถึงได้มายืนอยู่ตรงหน้าข้ารึ?”
“ในเมื่อแกไม่ได้เป็นแม้กระทั่งไททันระดับ 10…” เด็กหนุ่มพูดยิ้ม ๆ “ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแกมีคุณสมบัติอะไรถึงมาพูดจาโอหังต่อหน้าฉัน”
ทันทีที่ไททันสงครามได้ยินดังนั้น สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไป
“ไอ้มนุษย์ เจ้ามันรนหาที่ตาย!” ผู้บัญชาการสูงสุดกัดฟันคำรามก่อนจะกระโดดขึ้นไปในอากาศพุ่งเข้าหาหลินหยวน
ทันใดนั้นหมัดของมันก็เปลี่ยนเป็นเงาสีแดงที่บรรจุพลังน่าสะพรึงกลัว ในขณะที่มันเหวี่ยงหมัดไปที่คู่ต่อสู้
ไททันสงครามมีพรสวรรค์ที่บอกได้ว่าเกิดมาเพื่อการต่อสู้โดยเฉพาะ
และพลังสีแดงที่โอบล้อมอยู่บนปลายหมัดของมันก็คือพลังแห่งสงคราม!
ตูม!!
หมัดขนาดยักษ์กระแทกลงไปที่พื้นจนทำให้พื้นดินโดยรอบระเบิดเป็นหลุมกว้างลึก
แต่ร่างของหลินหยวนได้หายไปจากจุดนั้นแล้ว ก่อนที่ไททันสงครามจะทันได้ตั้งตัว เสียงของเขาก็ดังมาจากอีกฝั่งหนึ่ง
“พลังของแกสุดยอดมากจริง ๆ แต่ว่า… มันช้าไปหน่อยนะ”
วินาทีต่อมา เด็กหนุ่มก็ใช้ร่างจ้าวสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ศัตรูเต็มแรง
มังกรสายฟ้าทะลวงภูผา!!
ขณะนั้นมังกรสายฟ้าได้พุ่งออกไปข้างหน้าหมายจะทะลวงผ่านร่างของไททันสงคราม
ทว่าหลินหยวนประเมินความสามารถของคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป
อีกฝ่ายมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่ฉับไว มันหมุนตัวแล้วเหวี่ยงหมัดสีแดงเข้มเข้าปะทะกับมังกรสายฟ้าในทันที
ตูม!!
พลังของทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกันจนเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง พร้อมกันนั้นก็มีคลื่นระเบิดกระจายออกไปบริเวณกว้าง
ผู้บัญชาการสูงสุดเพียงใช้หมัดก็ทำให้มังกรสายฟ้าสลายหายไปจนสิ้น
และในเวลาเดียวกัน ไททันสงครามก็ถูกผลักถอยหลังไปหลายก้าวเช่นกัน ทำให้แววตาเหลือเชื่อฉายชัดในดวงตาของมัน
มันต้องยอมรับเลยว่าพลังของหลินหยวนนั้นเกินความคาดหมายของมันไปมากจริง ๆ
ทว่าสิ่งนี้กลับไปปลุกเร้าจิตวิญญาณนักสู้ในตัวของไททันสงครามให้ลุกโชนขึ้นมามากกว่าเดิม
จู่ ๆ ดวงตาของมันก็เหมือนมีไฟลุกขึ้นมา “เข้ามา!!”
ทันทีที่ผู้บัญชาการสูงสุดพูดจบ มันก็ปล่อยหมัดอีกหลายชุดเข้าใส่หลินหยวน
“ในเมื่อแกชอบการต่อสู้แบบตัวต่อตัว งั้นฉันจะสู้กับแกเอง!” บัดนี้ดวงตาของหลินหยวนวาวโรจน์
ทันใดนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปในอากาศเหมือนสิงโตที่พุ่งทะยานไปข้างหน้า
เปิดใช้พลังเทพสายฟ้า!
วิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์!
จากนั้นเงาของหลินหยวนก็เปลี่ยนเป็นเงาของช้างมังกรที่ปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาลออกมา
พร้อมกันนั้นสายฟ้าก็มารวมตัวกันที่กำปั้นของเขา ก่อนที่เขาจะรัวหมัดชุดหนึ่งไปที่ไททันตัวยักษ์ใหญ่
ในตอนนี้เขาคิดเพียงจะต้องต่อสู้ให้รู้ผลกันไปข้างหนึ่ง เขาจะต้องบดขยี้ไททันสงครามด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว
คงมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่ทำให้ศัตรูได้รู้ว่า…แม้แต่ในมวลมนุษยชาติก็ยังมีคนที่แข็งแกร่งอยู่!
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ว
ในขณะนี้หมัดสายฟ้าของหลินหยวนกับหมัดสีแดงเข้มของไททันสงครามพุ่งเข้าปะทะกันกลางอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภายใต้แรงระเบิดของพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวส่งผลให้พื้นดินโดยรอบแตกละเอียด
ในตอนนี้ไม่มีไททันตัวไหนคาดคิดเลยว่ามนุษย์คนนี้จะมีพลังเทียบเท่ากับท่านผู้บัญชาการสูงสุด
“โอ้โห ไอ้หมอนี่มันแข็งแกร่งขนาดไหนกันนะ? ถ้าข้าจำไม่ผิด ท่านผู้บัญชาการสูงสุดเป็นไททันโลกาวินาศขั้นสูง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขากำลังจะเสียเปรียบให้กับมนุษย์คนนั้นอยู่”
“เหอะ… นั่นหมายความว่ามนุษย์คนนั้นน่าจะมีพลังเทียบเท่ากับไททันระดับ 10 อย่างนั้นเหรอ?”
“เจ้าอย่าพูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สิ ท่านผู้บัญชาการสูงสุดยังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่เลย ถ้าเจ้ามนุษย์คนนั้นมีพลังเทียบเท่ากับไททันระดับ 10 จริง ๆ มันก็จะแข็งแกร่งพอ ๆ กับฝ่าบาทไม่ใช่เหรอ?”