- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 191: ไททันโลกาวินาศ 2 ตัวในเมืองอ้านเมี่ย
บทที่ 191: ไททันโลกาวินาศ 2 ตัวในเมืองอ้านเมี่ย
บทที่ 191: ไททันโลกาวินาศ 2 ตัวในเมืองอ้านเมี่ย
เตาหลอมที่มีโอกาสที่จะหลอมสิ่งประดิษฐ์ระดับเทพขึ้นมาได้อย่างนั้นเหรอ?
สำหรับเขาแล้ว เรื่องนี้ทำให้เขาประหลาดใจมาก
เพราะสิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพที่เขามีอยู่ในมือแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย
นี่นับได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะโยนของที่ไม่มีประโยชน์พวกนั้นเข้าไปในเตาหลอมโบราณ และหลอมสิ่งประดิษฐ์พวกนี้ให้มีระดับที่สูงขึ้น
หลังจากหลินหยวนทำการลงชื่อเข้าใช้เสร็จสิ้น เขาก็เงยหน้าขึ้นมองฉู่อวี้
ปัจจุบันเด็กสาวเริ่มมีประสบการณ์ในการต่อสู้กับไททันมหันตภัย เธอจึงระวังตัวมากขึ้น
ไททันอีกาเพลิงที่เธอกำลังต่อสู้อยู่แทบไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่อวี้ก็ยังคอยระวังไม่ให้อีกฝ่ายเลือกระเบิดตัวเองตายเหมือนกับไททันดาวเหนือเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
ภายในเวลา 3 นาที ไททันอีกาเพลิงที่เป็นไททันมหันตภัยขั้นสูงก็สิ้นชีพด้วยน้ำมือของฉู่อวี้
ทันทีที่เธอเอาชนะเจ้าเมืองไททันได้ การสังหารหมู่ในเมืองก็เริ่มต้นขึ้นเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา
ครั้งนี้มีความช่วยเหลือจากเถาวัลย์กลืนดาวด้วย ดังนั้นขั้นตอนทั้งหมดจึงเป็นไปอย่างราบรื่น
เถาวัลย์สีม่วงเข้มนับพันเส้นได้แผ่ขยายไปกอดรัดไททันในเมืองฮั่วยาแล้วค่อย ๆ กลืนกินเลือดเนื้อของพวกมันยังบ้าคลั่ง
และในเวลาไม่ถึง 10 นาที เมืองฮั่วยาก็ถูกทำลายจนสิ้น จากนั้นจำนวนเถาวัลย์กลืนดาวก็เพิ่มขึ้นเป็น 10,500 ต้น!
ขณะนี้เถาวัลย์กลืนดาวมาถึงระดับ 10,000 พลังระดับกึ่งเทพขั้นต้นแล้ว!
หลังจากฉู่อวี้สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเถาวัลย์กลืนดาว เธอก็อดไม่ได้ที่จะทำหน้ามุ่ย พร้อมกับพูดอย่างหงุดหงิดว่า “ฉันไม่คิดเลยว่าฉันที่พยายามอย่างหนักขนาดนี้ยังสู้เถาวัลย์ไม่ได้เลย ดูพลังของมันสิ เหนือกว่าฉันอีก”
เธอคิดไม่ถึงเลยว่าแม้เธอจะดูดซับพลังงานอย่างมหาศาล แต่เธอก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามระดับปัจจุบันของตัวเองขึ้นสู่ระดับกึ่งเทพได้เลย
แต่เถาวัลย์กลืนดาวกลับก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งเทพได้อย่างง่ายดาย
หลินหยวนที่เห็นสีหน้าเง้างอนของฉู่อวี้ เขาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ตัวเขาคาดไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวจะมีมุมเด็ก ๆ แบบนี้เหมือนกับคนอื่นเขาด้วย
ต้องบอกว่า… เธอน่ารักน่าเอ็นดูมากทีเดียว
แต่เถาวัลย์กลืนดาวกลับรู้สึกไม่พอใจนัก มันขยับไปอยู่ตรงหน้าฉู่อวี้แล้วโบกเถาวัลย์ไปมาเหมือนกับว่ากำลังประท้วง
เจ้ามนุษย์นี่ไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย ข้าเป็นเถาวัลย์กลืนดาวเชียวนะ!
เจ้าไม่รู้เหรอว่าเถาวัลย์กลืนดาวคืออะไร?
ฉู่อวี้ที่เห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็ตาโตด้วยความตกตะลึง ในขณะที่เธอมองเถาวัลย์กลืนดาวที่แกว่งไปมาตรงหน้าและอุทานด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ “เจ้านี่เข้าใจภาษามนุษย์ด้วยเหรอ?”
หลินหยวนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “เข้าใจสิ ทำไมมันจะไม่เข้าใจคำพูดของเธอล่ะ? อีกอย่าง มันเป็นเถาวัลย์ระดับกึ่งเทพเลยนะ ไม่แปลกที่มันจะฟังภาษาคนรู้เรื่อง”
เด็กสาวที่ได้รู้ดังนั้นก็หน้าขึ้นสีทันที “ฉัน-ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย เอ่อ… ฉันขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจพูดไม่ดีกับแก”
เด็กหนุ่มหันไปยิ้มกับเถาวัลย์กลืนดาวแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบา ๆ “แกได้ยินหรือยัง? พี่ฉู่อวี้ของแกขอโทษแล้ว แกช่วยยกโทษให้เธอได้หรือเปล่า?”
ทางด้านเถาวัลย์กลืนดาวก็ขยับขึ้นลงเหมือนกับกำลังพยักหน้า จากนั้นมันก็ขยับเข้าไปหาฉู่อวี้แล้วเถาวัลย์ไปถูแก้มของเธอเป็นเชิงออดอ้อน
หลินหยวนที่เห็นภาพเบื้องหน้าก็อดไม่ได้ที่จะเม้มปากแน่น “ไม่คิดเลยว่าเจ้านี่จะอ้อนเธอขนาดนี้”
ฉู่อวี้ได้ยินอย่างนั้นก็เชิดหน้าขึ้นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “แน่นอน เรื่องนี้ช่วยพิสูจน์แล้วว่าฉันมีเสน่ห์มากแค่ไหน”
จนถึงตอนนี้ เมืองฮั่วยา, เมืองสื่อหุน, เมืองจื่อซิง และเมืองกุ่ยหวังล้วนถูกทำลายลงจนสิ้น
หรือพูดอีกอย่างก็คือ ในบรรดาเมืองไททันทั้ง 5 ที่หลินหยวนเลือกเอาไว้ ตอนนี้เหลือเมืองสุดท้ายแล้ว นั่นก็คือเมืองอ้านเมี่ย
แม้แต่หลินหยวนเองก็ยังไม่คาดคิดว่าแผนการนี้จะราบรื่นจนแทบจะไร้อุปสรรค
จนกระทั่งปัจจุบันเผ่าไททันไม่มีทีท่าว่าจะโต้กลับเลยสักนิด หรือที่จริงแล้วพวกมันอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมืองพวกนี้ถูกทำลายลงแล้ว
เพราะหลินหยวนกับฉู่อวี้ได้ลงมือรวดเร็วเด็ดขาดจนไม่มีใครหลุดรอดไปส่งข่าวได้แม้แต่คนเดียว
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำลายเมืองไททันไปแล้ว 4 เมือง แต่พวกเขาก็ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำ
…
ณ เมืองอ้านเมี่ย
ปัจจุบันหลินหยวนกับฉู่อวี้ยืนอยู่บนกำแพงเมืองขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน
“หลังจากเราทำลายเมืองนี้เสร็จแล้ว พวกเราก็กลับกันได้เลย”
เด็กสาวเอียงคอถามว่า “เราทำแบบนี้พวกไททันจะตอบโต้เราหรือเปล่า? เพราะถึงยังไงเราก็ทำลายเมืองของพวกมันไปถึง 5 เมืองติดต่อกันเลยนะ ถ้าให้ฉันเดา พวกมันคงจะแค้นพวกเราจนแทบกระอักเลือดเลยล่ะ”
ฉู่อวี้ไม่ได้กังวลแบบไร้เหตุผล อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าการต่อสู้กับมนุษย์นั้นเผ่าไททันเป็นฝ่ายได้เปรียบเสมอมา แล้วมันก็คิดว่าตัวเองเป็นเผ่าพันธุ์ที่เหนือกว่ามนุษย์มาตลอด
ในสายตาของไททันเหล่านี้ มนุษย์เป็นเพียงมดปลวกที่น่ารำคาญในบ้าน
แต่ตอนนี้การที่พวกมันถูกมนุษย์ทำลายเมืองใหญ่ ๆ ถึง 5 เมืองติดย่อมทำให้พวกมันเสียหายอย่างหนัก
แล้วมันก็จะเป็นการจุดชนวนความโกรธแค้นของเผ่าไททันให้ลุกโชนขึ้นมา
แต่หลินหยวนยังคงยิ้มพูดอย่างไม่กังวลว่า “เธอคิดเหรอว่าถ้าเราอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไร เผ่าไททันจะปล่อยเราไป?”
“โกรธจนกระอักเลือดแล้วยังไงล่ะ? ตอนนี้ไม่ว่ามันจะรู้สึกยังไง พวกมันก็คิดจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกเราอยู่ดี”
“สงครามมันก็โหดร้ายแบบนี้แหละ เราจะมานั่งคิดว่าตัวเองได้รับชัยชนะและสันติภาพแล้วเพียงเพราะแค่พวกมันพักรบไปไม่กี่เดือนไม่ได้หรอกนะ ทางเดียวที่จะทำให้เราได้รับสันติภาพที่แท้จริงก็คือการชนะในสงครามในครั้งนี้!”
หลังจากฉู่อวี้ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เธอก็รู้สึกว่าความคิดของตัวเองนั้นไร้เดียงสามากแค่ไหน เธอจึงพยักหน้าพูดเบา ๆ ว่า “นายพูดถูก ฉันกลัวไปเองจริง ๆ บางครั้ง… ฉันก็กลัวว่าสงครามจะเริ่มขึ้น ฉันกลัวว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุของสงคราม ฉันไม่อยากเห็นทหารพวกนั้นต้องล้มตายไปต่อหน้าต่อตาเราทีละคนแบบที่ผ่านมา”
หลินหยวนที่ได้ยินอย่างนั้นก็เงียบไปทันที
เขาผ่อนลมหายใจหนัก ๆ แล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วง เราจะชนะสงครามในครั้งนี้”
เมื่อฉู่อวี้ได้ยินคำสัญญาจากปากของเด็กหนุ่ม เธอก็รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นและพยักหน้าตอบรับว่า “ฉันเชื่อ!”
ฉู่อวี้พูดจบแล้วก็ทะยานขึ้นไปในอากาศเตรียมจะทำลายล้างเมืองอ้านเมี่ยเหมือนก่อนหน้านี้
แต่ทันใดนั้นเสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวก็ดังมาจากตำหนักเบื้องล่าง “ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่า หลังจากที่ข้าประจำการอยู่ที่นี่มานานจะมีมนุษย์ที่โง่เขลากล้าเหยียบย่ำเข้ามาในเมือง”
สิ้นเสียงพูด พลังที่ปล่อยออร่าแห่งความตายก็พุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่าง
ฉู่อวี้ที่สัมผัสได้ถึงคลื่นกระแทกทำลายล้างนี้ ใบหน้าของเธอก็ถอดสีทันที
เพราะ… นี่ไม่ใช่การโจมตีของไททันมหันตภัยอย่างแน่นอน!!
“โล่ศักดิ์สิทธิ์!”
เนื่องจากนี่เป็นสถานการณ์เร่งด่วน เด็กสาวจึงระเบิดพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายสร้างเป็นโล่ศักดิ์สิทธิ์ป้องกันไว้เบื้องหน้าตนเอง
ตูม!
คลื่นกระแทกได้ปะทะเข้ากับโล่ศักดิ์สิทธิ์จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับคลื่นระเบิดที่น่าตกใจ
แกร๊ก… แกร๊ก…
เพียงชั่วพริบตา รอยร้าวก็ค่อยขยายไปทั่วโล่ศักดิ์สิทธิ์
เพล้ง!
โล่ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องฉู่อวี้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ!
ส่งผลให้คลื่นกระแทกนั้นพุ่งเข้าใส่ร่างของเด็กสาว
“ชิ… เจ้ามนุษย์ที่อ่อนแอเช่นนี้กลับกล้าเข้ามาวิ่งพล่านในดินแดนไททันของเรา” เสียงปริศนาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์ “ไอ้พวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
ทันใดนั้นร่างมหึมา 2 ร่างก็ก้าวออกมาจากตำหนักเบื้องล่าง และออร่ารอบตัวของไททันทั้ง 2 นี้เป็นไททันโลกาวินาศ!
ไททันโลกาวินาศ ไททันจอมทําลายล้าง!
ไททันโลกาวินาศ ไททันเนตรเพลิง!
เมื่อครู่นี้ไททันจอมทําลายล้างคือไททันโลกาวินาศที่โจมตีเข้าใส่ฉู่อวี้เป็นคนแรก ร่างกายที่ใหญ่โตของมันเป็นเหมือนกับภูเขาสีดำสนิท มีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งประหนึ่งว่าถูกหล่อขึ้นมาจากเหล็กกล้าเปี่ยมไปด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว
และออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวของมันเทียบได้กับไททันปีศาจโลหิตที่หลินหยวนเคยต่อสู้ด้วยก่อนหน้านี้
ส่วนไททันอีกตัวคือไททันเนตรเพลิงซึ่งดูเหมือนจะด้อยกว่าอีกตัวเล็กน้อย ถึงกระนั้นมันก็ยังเป็นไททันโลกาวินาศที่มีพลังเทียบเท่ากับไททันเทพปีศาจ อาซา
บนหัวของมันมีดวงตาสีแดงเข้มขนาดมหึมาอยู่ดวงหนึ่ง ภายในดวงตานั้นมีเปลวเพลิงลุกโชนอย่างรุนแรงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
ทั้งหลินหยวนและฉู่อวี้ต่างคาดไม่ถึงว่าภายในเมืองอ้านเมี่ยแห่งนี้จะมีไททันโลกาวินาศซ่อนอยู่ถึง 2 ตัว!
เห็นได้ชัดว่าในเมืองตามแนวชายแดนพวกนี้ไม่ได้ไร้การป้องกันเสียทีเดียว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไททันโลกาวินาศ 2 ตัวนี้ก็คือแผนสำรองของเผ่าไททัน!!