เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 191: ไททันโลกาวินาศ 2 ตัวในเมืองอ้านเมี่ย

บทที่ 191: ไททันโลกาวินาศ 2 ตัวในเมืองอ้านเมี่ย

บทที่ 191: ไททันโลกาวินาศ 2 ตัวในเมืองอ้านเมี่ย


เตาหลอมที่มีโอกาสที่จะหลอมสิ่งประดิษฐ์ระดับเทพขึ้นมาได้อย่างนั้นเหรอ?

สำหรับเขาแล้ว เรื่องนี้ทำให้เขาประหลาดใจมาก

เพราะสิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพที่เขามีอยู่ในมือแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย

นี่นับได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะโยนของที่ไม่มีประโยชน์พวกนั้นเข้าไปในเตาหลอมโบราณ และหลอมสิ่งประดิษฐ์พวกนี้ให้มีระดับที่สูงขึ้น

หลังจากหลินหยวนทำการลงชื่อเข้าใช้เสร็จสิ้น เขาก็เงยหน้าขึ้นมองฉู่อวี้

ปัจจุบันเด็กสาวเริ่มมีประสบการณ์ในการต่อสู้กับไททันมหันตภัย เธอจึงระวังตัวมากขึ้น

ไททันอีกาเพลิงที่เธอกำลังต่อสู้อยู่แทบไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยสักนิด

ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่อวี้ก็ยังคอยระวังไม่ให้อีกฝ่ายเลือกระเบิดตัวเองตายเหมือนกับไททันดาวเหนือเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดิม

ภายในเวลา 3 นาที ไททันอีกาเพลิงที่เป็นไททันมหันตภัยขั้นสูงก็สิ้นชีพด้วยน้ำมือของฉู่อวี้

ทันทีที่เธอเอาชนะเจ้าเมืองไททันได้ การสังหารหมู่ในเมืองก็เริ่มต้นขึ้นเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา

ครั้งนี้มีความช่วยเหลือจากเถาวัลย์กลืนดาวด้วย ดังนั้นขั้นตอนทั้งหมดจึงเป็นไปอย่างราบรื่น

เถาวัลย์สีม่วงเข้มนับพันเส้นได้แผ่ขยายไปกอดรัดไททันในเมืองฮั่วยาแล้วค่อย ๆ กลืนกินเลือดเนื้อของพวกมันยังบ้าคลั่ง

และในเวลาไม่ถึง 10 นาที เมืองฮั่วยาก็ถูกทำลายจนสิ้น จากนั้นจำนวนเถาวัลย์กลืนดาวก็เพิ่มขึ้นเป็น 10,500 ต้น!

ขณะนี้เถาวัลย์กลืนดาวมาถึงระดับ 10,000 พลังระดับกึ่งเทพขั้นต้นแล้ว!

หลังจากฉู่อวี้สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเถาวัลย์กลืนดาว เธอก็อดไม่ได้ที่จะทำหน้ามุ่ย พร้อมกับพูดอย่างหงุดหงิดว่า “ฉันไม่คิดเลยว่าฉันที่พยายามอย่างหนักขนาดนี้ยังสู้เถาวัลย์ไม่ได้เลย ดูพลังของมันสิ เหนือกว่าฉันอีก”

เธอคิดไม่ถึงเลยว่าแม้เธอจะดูดซับพลังงานอย่างมหาศาล แต่เธอก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามระดับปัจจุบันของตัวเองขึ้นสู่ระดับกึ่งเทพได้เลย

แต่เถาวัลย์กลืนดาวกลับก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งเทพได้อย่างง่ายดาย

หลินหยวนที่เห็นสีหน้าเง้างอนของฉู่อวี้ เขาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

ตัวเขาคาดไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวจะมีมุมเด็ก ๆ แบบนี้เหมือนกับคนอื่นเขาด้วย

ต้องบอกว่า… เธอน่ารักน่าเอ็นดูมากทีเดียว

แต่เถาวัลย์กลืนดาวกลับรู้สึกไม่พอใจนัก มันขยับไปอยู่ตรงหน้าฉู่อวี้แล้วโบกเถาวัลย์ไปมาเหมือนกับว่ากำลังประท้วง

เจ้ามนุษย์นี่ไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย ข้าเป็นเถาวัลย์กลืนดาวเชียวนะ!

เจ้าไม่รู้เหรอว่าเถาวัลย์กลืนดาวคืออะไร?

ฉู่อวี้ที่เห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็ตาโตด้วยความตกตะลึง ในขณะที่เธอมองเถาวัลย์กลืนดาวที่แกว่งไปมาตรงหน้าและอุทานด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ “เจ้านี่เข้าใจภาษามนุษย์ด้วยเหรอ?”

หลินหยวนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “เข้าใจสิ ทำไมมันจะไม่เข้าใจคำพูดของเธอล่ะ? อีกอย่าง มันเป็นเถาวัลย์ระดับกึ่งเทพเลยนะ ไม่แปลกที่มันจะฟังภาษาคนรู้เรื่อง”

เด็กสาวที่ได้รู้ดังนั้นก็หน้าขึ้นสีทันที “ฉัน-ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย เอ่อ… ฉันขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจพูดไม่ดีกับแก”

เด็กหนุ่มหันไปยิ้มกับเถาวัลย์กลืนดาวแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบา ๆ “แกได้ยินหรือยัง? พี่ฉู่อวี้ของแกขอโทษแล้ว แกช่วยยกโทษให้เธอได้หรือเปล่า?”

ทางด้านเถาวัลย์กลืนดาวก็ขยับขึ้นลงเหมือนกับกำลังพยักหน้า จากนั้นมันก็ขยับเข้าไปหาฉู่อวี้แล้วเถาวัลย์ไปถูแก้มของเธอเป็นเชิงออดอ้อน

หลินหยวนที่เห็นภาพเบื้องหน้าก็อดไม่ได้ที่จะเม้มปากแน่น “ไม่คิดเลยว่าเจ้านี่จะอ้อนเธอขนาดนี้”

ฉู่อวี้ได้ยินอย่างนั้นก็เชิดหน้าขึ้นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “แน่นอน เรื่องนี้ช่วยพิสูจน์แล้วว่าฉันมีเสน่ห์มากแค่ไหน”

จนถึงตอนนี้ เมืองฮั่วยา, เมืองสื่อหุน, เมืองจื่อซิง และเมืองกุ่ยหวังล้วนถูกทำลายลงจนสิ้น

หรือพูดอีกอย่างก็คือ ในบรรดาเมืองไททันทั้ง 5 ที่หลินหยวนเลือกเอาไว้ ตอนนี้เหลือเมืองสุดท้ายแล้ว นั่นก็คือเมืองอ้านเมี่ย

แม้แต่หลินหยวนเองก็ยังไม่คาดคิดว่าแผนการนี้จะราบรื่นจนแทบจะไร้อุปสรรค

จนกระทั่งปัจจุบันเผ่าไททันไม่มีทีท่าว่าจะโต้กลับเลยสักนิด หรือที่จริงแล้วพวกมันอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมืองพวกนี้ถูกทำลายลงแล้ว

เพราะหลินหยวนกับฉู่อวี้ได้ลงมือรวดเร็วเด็ดขาดจนไม่มีใครหลุดรอดไปส่งข่าวได้แม้แต่คนเดียว

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำลายเมืองไททันไปแล้ว 4 เมือง แต่พวกเขาก็ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำ

ณ เมืองอ้านเมี่ย

ปัจจุบันหลินหยวนกับฉู่อวี้ยืนอยู่บนกำแพงเมืองขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน

“หลังจากเราทำลายเมืองนี้เสร็จแล้ว พวกเราก็กลับกันได้เลย”

เด็กสาวเอียงคอถามว่า “เราทำแบบนี้พวกไททันจะตอบโต้เราหรือเปล่า? เพราะถึงยังไงเราก็ทำลายเมืองของพวกมันไปถึง 5 เมืองติดต่อกันเลยนะ ถ้าให้ฉันเดา พวกมันคงจะแค้นพวกเราจนแทบกระอักเลือดเลยล่ะ”

ฉู่อวี้ไม่ได้กังวลแบบไร้เหตุผล อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าการต่อสู้กับมนุษย์นั้นเผ่าไททันเป็นฝ่ายได้เปรียบเสมอมา แล้วมันก็คิดว่าตัวเองเป็นเผ่าพันธุ์ที่เหนือกว่ามนุษย์มาตลอด

ในสายตาของไททันเหล่านี้ มนุษย์เป็นเพียงมดปลวกที่น่ารำคาญในบ้าน

แต่ตอนนี้การที่พวกมันถูกมนุษย์ทำลายเมืองใหญ่ ๆ ถึง 5 เมืองติดย่อมทำให้พวกมันเสียหายอย่างหนัก

แล้วมันก็จะเป็นการจุดชนวนความโกรธแค้นของเผ่าไททันให้ลุกโชนขึ้นมา

แต่หลินหยวนยังคงยิ้มพูดอย่างไม่กังวลว่า “เธอคิดเหรอว่าถ้าเราอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไร เผ่าไททันจะปล่อยเราไป?”

“โกรธจนกระอักเลือดแล้วยังไงล่ะ? ตอนนี้ไม่ว่ามันจะรู้สึกยังไง พวกมันก็คิดจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกเราอยู่ดี”

“สงครามมันก็โหดร้ายแบบนี้แหละ เราจะมานั่งคิดว่าตัวเองได้รับชัยชนะและสันติภาพแล้วเพียงเพราะแค่พวกมันพักรบไปไม่กี่เดือนไม่ได้หรอกนะ ทางเดียวที่จะทำให้เราได้รับสันติภาพที่แท้จริงก็คือการชนะในสงครามในครั้งนี้!”

หลังจากฉู่อวี้ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เธอก็รู้สึกว่าความคิดของตัวเองนั้นไร้เดียงสามากแค่ไหน เธอจึงพยักหน้าพูดเบา ๆ ว่า “นายพูดถูก ฉันกลัวไปเองจริง ๆ บางครั้ง… ฉันก็กลัวว่าสงครามจะเริ่มขึ้น ฉันกลัวว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุของสงคราม ฉันไม่อยากเห็นทหารพวกนั้นต้องล้มตายไปต่อหน้าต่อตาเราทีละคนแบบที่ผ่านมา”

หลินหยวนที่ได้ยินอย่างนั้นก็เงียบไปทันที

เขาผ่อนลมหายใจหนัก ๆ แล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วง เราจะชนะสงครามในครั้งนี้”

เมื่อฉู่อวี้ได้ยินคำสัญญาจากปากของเด็กหนุ่ม เธอก็รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นและพยักหน้าตอบรับว่า “ฉันเชื่อ!”

ฉู่อวี้พูดจบแล้วก็ทะยานขึ้นไปในอากาศเตรียมจะทำลายล้างเมืองอ้านเมี่ยเหมือนก่อนหน้านี้

แต่ทันใดนั้นเสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวก็ดังมาจากตำหนักเบื้องล่าง “ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่า หลังจากที่ข้าประจำการอยู่ที่นี่มานานจะมีมนุษย์ที่โง่เขลากล้าเหยียบย่ำเข้ามาในเมือง”

สิ้นเสียงพูด พลังที่ปล่อยออร่าแห่งความตายก็พุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่าง

ฉู่อวี้ที่สัมผัสได้ถึงคลื่นกระแทกทำลายล้างนี้ ใบหน้าของเธอก็ถอดสีทันที

เพราะ… นี่ไม่ใช่การโจมตีของไททันมหันตภัยอย่างแน่นอน!!

“โล่ศักดิ์สิทธิ์!”

เนื่องจากนี่เป็นสถานการณ์เร่งด่วน เด็กสาวจึงระเบิดพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายสร้างเป็นโล่ศักดิ์สิทธิ์ป้องกันไว้เบื้องหน้าตนเอง

ตูม!

คลื่นกระแทกได้ปะทะเข้ากับโล่ศักดิ์สิทธิ์จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับคลื่นระเบิดที่น่าตกใจ

แกร๊ก… แกร๊ก…

เพียงชั่วพริบตา รอยร้าวก็ค่อยขยายไปทั่วโล่ศักดิ์สิทธิ์

เพล้ง!

โล่ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องฉู่อวี้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ!

ส่งผลให้คลื่นกระแทกนั้นพุ่งเข้าใส่ร่างของเด็กสาว

“ชิ… เจ้ามนุษย์ที่อ่อนแอเช่นนี้กลับกล้าเข้ามาวิ่งพล่านในดินแดนไททันของเรา” เสียงปริศนาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์ “ไอ้พวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”

ทันใดนั้นร่างมหึมา 2 ร่างก็ก้าวออกมาจากตำหนักเบื้องล่าง และออร่ารอบตัวของไททันทั้ง 2 นี้เป็นไททันโลกาวินาศ!

ไททันโลกาวินาศ ไททันจอมทําลายล้าง!

ไททันโลกาวินาศ ไททันเนตรเพลิง!

เมื่อครู่นี้ไททันจอมทําลายล้างคือไททันโลกาวินาศที่โจมตีเข้าใส่ฉู่อวี้เป็นคนแรก ร่างกายที่ใหญ่โตของมันเป็นเหมือนกับภูเขาสีดำสนิท มีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งประหนึ่งว่าถูกหล่อขึ้นมาจากเหล็กกล้าเปี่ยมไปด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว

และออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวของมันเทียบได้กับไททันปีศาจโลหิตที่หลินหยวนเคยต่อสู้ด้วยก่อนหน้านี้

ส่วนไททันอีกตัวคือไททันเนตรเพลิงซึ่งดูเหมือนจะด้อยกว่าอีกตัวเล็กน้อย ถึงกระนั้นมันก็ยังเป็นไททันโลกาวินาศที่มีพลังเทียบเท่ากับไททันเทพปีศาจ อาซา

บนหัวของมันมีดวงตาสีแดงเข้มขนาดมหึมาอยู่ดวงหนึ่ง ภายในดวงตานั้นมีเปลวเพลิงลุกโชนอย่างรุนแรงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง

ทั้งหลินหยวนและฉู่อวี้ต่างคาดไม่ถึงว่าภายในเมืองอ้านเมี่ยแห่งนี้จะมีไททันโลกาวินาศซ่อนอยู่ถึง 2 ตัว!

เห็นได้ชัดว่าในเมืองตามแนวชายแดนพวกนี้ไม่ได้ไร้การป้องกันเสียทีเดียว

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไททันโลกาวินาศ 2 ตัวนี้ก็คือแผนสำรองของเผ่าไททัน!!

จบบทที่ บทที่ 191: ไททันโลกาวินาศ 2 ตัวในเมืองอ้านเมี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว