- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 176: ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะฆ่าข้าได้ยังไง!
บทที่ 176: ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะฆ่าข้าได้ยังไง!
บทที่ 176: ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะฆ่าข้าได้ยังไง!
“ไอ้หนู ไม่ต้องห่วงนะ ข้าแค่ชอบเล่นกับคนที่แข็งแกร่งอย่างเจ้าน่ะ” ไททันปีศาจโลหิตพูดเสียงเย็น “ข้าบอกไว้ตรงนี้เลยว่าข้าจะทำให้เจ้าทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตาย!”
หลังจากพูดจบมันก็กางแขนออกโดยที่หันหน้าไปทางหลินหยวน
“สึนามิโลหิตคลั่ง”
ทันใดนั้นโลหิตสีแดงเข้มก็พุ่งออกมาจากร่างของอับราฮัม ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นเม็ดเลือดเล็ก ๆ จำนวนนับไม่ถ้วน
ในไม่ช้าเม็ดเลือดทั้งหมดก็รวมตัวกันก่อตัวเป็นคลื่นสึนามิสีเลือดถาโถมเข้าใส่หลินหยวน
ชั่ววินาทีนั้นเด็กหนุ่มตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
เขาหันหลังกลับพุ่งตรงไปหาหลี่หวงเหยียนกับฉู่อวี้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งภาพตรงหน้าทำให้ทหารหัวเซี่ยต่างรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาทันควัน
พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า แม้แต่หลินหยวนที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังต้องถอยหนีหลังจากที่ปะทะกับไททันปีศาจโลหิตมาได้สักพัก
นั่นหมายความว่า… ความแข็งแกร่งโดยรวมในปัจจุบันของมนุษย์ ยังเทียบกับเผ่าไททันไม่ได้เลย
ภาพที่ปรากฏทำให้ความรู้สึกที่ซ่อนลึกอยู่ในหัวใจของทุกคนปะทุออกมา ในขณะที่ความสิ้นหวังได้แผ่ขยายออกไป
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ หลินหยวนไม่ได้คิดจะถอยหนี
เขาทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อหลบหลีกสึนามิโลหิตคลั่งพลางตามหาหลี่หวงเหยียนกับฉู่อวี้ที่รักษาตัวอยู่ในแนวหลัง
“ไอ้มนุษย์ เลิกหนีได้แล้ว!” เสียงตะโกนของอับราฮัมดังขัดความคิดของหลินหยวน โชคดีที่ก่อนที่เขาจะถูกสึนามิโลหิตคลั่งกลืนกิน เขาก็หาหลี่หวงเหยียนกับฉู่อวี้เจอ
ในตอนนั้นชายผมแดงไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มจะพุ่งกลับมาหาพวกเขาทั้งแบบนี้
หรือว่า… เขาจะมาขอความช่วยเหลือ?
ทางด้านหลี่หวงเหยียนที่ได้เผชิญหน้ากับไททันปีศาจโลหิตแบบใกล้ ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ แต่เขาก็ยังถามออกไปอย่างไม่ลังเลว่า “นายต้องการให้ฉันช่วยหรือเปล่า?”
“ถึงแม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิต ฉันก็ยินดี!”
ชายหนุ่มไม่ใช่คนไร้เดียงสา เขาเห็นว่าหลินหยวนกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงได้รีบถอยออกมาแบบนี้
ดังนั้นหลี่หวงเหยียนจึงพูดกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเพื่อบอกเด็กหนุ่มว่าตนยินดีจะแลกชีวิตของตัวเองกับเขา
แต่หลินหยวนกลับไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนอะไร เขาเพียงพูดเสียงเรียบว่า “คุณถอยไปก่อน การต่อสู้ในครั้งนี้คุณไม่ควรเข้ามายุ่ง”
“คุณรีบไปแจ้งคนอื่น ๆ ให้ถอยทัพไปให้ไกลที่สุด อย่าให้พวกเขาโดนลูกหลงจากการต่อสู้ของเรา!”
หลี่หวงเหยียนที่ได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่มก็ตกตะลึง
เขาซึ่งเป็นผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SSS ที่ได้รับความเคารพจากทุกคนกลับถูกเจ้าเด็กนี่ดูถูกต่อหน้าเนี่ยนะ?!
แต่เขาก็รู้ดีว่าตนเองนั้นสู้พลังของไททันปีศาจโลหิตไม่ได้เลย
และทันทีที่หลินหยวนออกคำสั่งแบบนั้น เขาจะไม่ลังเลที่จะพาฉู่อวี้หลบออกไป
แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันได้ทำแบบนั้น หลินหยวนก็ขยับไปอยู่ข้างกายเด็กสาว แล้วเขาก็ยื่นมือไปจับมือเรียว “คุณรีบถอยไปเร็วเข้า ส่วนฉู่อวี้… ผมจะดูแลเธอเอง!”
หลี่หวงเหยียนที่ได้ยินคำพูดของหลินหยวนก็ถอยกลับไปทันที เพราะเขารู้ดีว่าฉู่อวี้สำคัญต่ออีกฝ่ายมากแค่ไหน
ดังนั้นขอเพียงเด็กหนุ่มยังมีชีวิตอยู่ เขาก็ไม่มีทางปล่อยให้เด็กสาวได้รับอันตรายอย่างแน่นอน
ในเมื่อเป็นแบบนี้ การที่เขาดื้อรั้นอยู่ต่ออาจจะกลายเป็นภาระเสียเปล่า ๆ แล้วชายหนุ่มก็ถอยหนีไปในไม่ช้า ทิ้งให้หลินหยวนกับฉู่อวี้เตรียมรับมือกับไททันปีศาจโลหิตที่กำลังเข้ามาใกล้
ถัดมา เด็กหนุ่มยื่นขนนกที่มีแสงศักดิ์สิทธิ์ส่องประกายให้กับเด็กสาว
“เธอดูดซับมันสิ”
ขนนกศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นมรดกของไททันเซราฟ ขอเพียงฉู่อวี้ดูดซับมันเข้าไป เธอก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น
“อื้ม” เด็กสาวพยักหน้าแล้วเริ่มดูดซับมรดกไททันตรงหน้าทันที
บางทีอาจเป็นเพราะพลังของไททันศักดิ์สิทธิ์เข้ากันได้ดีกับไททันเซราฟ การดูดซับของเธอในครั้งนี้จึงเร็วมาก
หลังจากที่พลังศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 2 ผสานเข้าด้วยกัน มันก็ค่อย ๆ รวมเป็นหนึ่งกับร่างของฉู่อวี้
ในเวลาเดียวกัน รัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวเธอก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้นไม่นาน สึนามิโลหิตที่ไททันปีศาจโลหิตเรียกออกมาก็ถาโถมเข้าใส่หลินหยวน
ยิ่งไปกว่านั้น โลหิตสีแดงเข้มยังมีพลังในการกัดกร่อนที่รุนแรงมาก
ไม่ว่ามันจะสาดซัดไปทางไหน แม้จะศพบนพื้นก็ยังถูกกัดกร่อนจนสลายไปในทันที
อีกทั้งเลือดจากศพพวกนั้นก็ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของสึนามิโลหิต ช่วยเสริมพลังให้กับอับราฮัมมากยิ่งขึ้นไปอีก
“ข้าอยากจะเห็นนักว่าเจ้าจะหนีไปได้ไกลสักแค่ไหน!” เสียงเยาะเย้ยของไททันปีศาจโลหิตดังขึ้นอีกครั้ง
จากนั้นหลินหยวนก็หันไปเผชิญกับสึนามิโลหิตสีแดงเข้มที่กำลังถาโถมเข้ามา แล้วเขาก็เปลี่ยนร่างเป็นสายฟ้าพาฉู่อวี้พุ่งทะยานขึ้นไปเบื้องบน
แต่สึนามิเบื้องล่างนั้นก็ยังพุ่งตามขึ้นมา เปลี่ยนร่างกลายเป็นงูที่ไล่ล่าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนว่าไททันปีศาจโลหิตมุ่งมั่นที่จะฆ่าเขาให้ได้
ถึงหลินหยวนจะตกอยู่ในสถานการณ์คับขันแบบนี้ แต่เขาก็ยังไม่หวั่นเกรง
เขามองฉู่อวี้ในอ้อมแขนแล้วกระซิบว่า “เธอดูดซับมรดกไททันเซราฟหมดหรือยัง?”
เด็กสาวพยักหน้าในขณะที่ตอบกลับว่า “เกือบจะเสร็จแล้ว”
หลังจากเธอดูดซับมรดกไททันเงาสังหารและไททันเซราฟ พลังของเธอก็เปลี่ยนไป
“ดีมาก” หลินหยวนเอ่ยปากชม “หลังจากนี้เธอกับฉันจะรวมร่างเป็นร่างเดียวกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่เธออย่าขัดขืนก็พอ”
ฉู่อวี้นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเชื่อใจเขาโดยไม่มีเงื่อนไขเสมอ
ความเชื่อใจนี้ถึงขั้นทำให้เธอยอมสละชีวิตของตัวเองให้เขาได้เลย
ทันทีที่ฉู่อวี้ตอบรับ หลินหยวนก็หยิบ [หินรวมร่าง] ออกมาจากช่องเก็บของ
เขามีหินรวมร่างเพียง 2 ก้อนซึ่ง 1 ในนั้นถูกใช้ไปแล้วในการต่อสู้กับฉู่เซียว
ในการต่อสู้ครั้งนั้นเขาใช้หินรวมร่างผสานร่างกับไททันเทพอาสัญเพื่อสังหารไททันที่มีพลังเทียบเท่ากับไททันโลกาวินาศ 3 ตัว
ดังนั้นในตอนนี้หลินหยวนจึงเหลือหินรวมร่างอยู่ในมือเพียงก้อนเดียวเท่านั้น
และนั่นก็คือไพ่ตายของเขา ซึ่งมันเป็นไพ่ตายใบสุดท้ายแล้วด้วย
เป็นเพราะไททันเทพอาสัญอยู่ไกลจากเขามากเกินไป เด็กหนุ่มจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดรองลงมาและขอให้ฉู่อวี้รวมร่างเข้ากับเขา
แคร่ก!
จากนั้นหลินหยวนก็บดขยี้หินรวมร่างในมือ
วินาทีต่อมา พลังที่แปลกประหลาดก็ปะทุออกมาจากหินก้อนนั้นแล้วห่อหุ้มเขากับฉู่อวี้เอาไว้
กระบวนการผสานร่างได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น ในระหว่างที่รวมร่างเข้าด้วยกันพวกเขาจะไม่ได้รับอันตรายอะไรจากพลังภายนอกเลย
แม้แต่สึนามิโลหิตคลั่งที่กำลังพุ่งเข้ามาก็ยังถูกม่านพลังผสานร่างขวางกั้นเอาไว้
ไททันปีศาจโลหิตที่เห็นภาพเบื้องหน้าก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมองด้วยสายตาเย็นชา
มันไม่คาดคิดเลยว่าหลินหยวนจะมีวิธีการที่แปลกประหลาดแบบนี้อยู่ด้วย
ถึงกระนั้นอับราฮัมกลับไม่รู้สึกกังวลใจเลยแม้แต่น้อย เพราะมันมั่นใจในพลังของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม
ในสายตาของมัน ไม่ว่าอย่างไรหลินหยวนก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันแน่นอน
“ดูซิว่าเจ้าจะทำอะไรได้อีก” ไททันปีศาจโลหิตแค่นเสียงเยาะเย้ยในลำคอก่อนจะเรียกสึนามิโลหิตคลั่งกลับมา จากนั้นมันก็กอดอกมองมนุษย์ 2 คนที่กำลังประสานพลังเข้าด้วยกัน
หลังจากเวลาผ่านไปหลายสิบวินาที กระบวนการรวมร่างก็เสร็จสมบูรณ์
เมื่อแสงที่ห่อหุ้มร่างของหลินหยวนกับฉู่อวี้หายไป ทั้งคู่ก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
แล้วร่างร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากแสงที่ค่อย ๆ สลายหายไปแล้วมายืนอยู่ต่อหน้าอับราฮัม
หลังจากกระบวนการรวมร่างเสร็จสมบูรณ์ ใบหน้าของหลินหยวนก็ดูหล่อเหลามากยิ่งขึ้น แต่มันก็แทบจะแยกไม่ออกว่าเขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง
ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติเช่นนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นใบหน้าของเทพเซียนเลยก็ว่าได้ อีกทั้งในทุกการเคลื่อนไหวของเขาก็ยังเปี่ยมไปด้วยออร่าส่องสว่าง
บัดนี้หลินหยวนรวมร่างกับฉู่อวี้ซึ่งเธอเป็นผู้ครอบครองมรดกไททันศักดิ์สิทธิ์, ไททันเงาสังหาร และไททันเซราฟ
ทว่าด้วยกำลังของเด็กสาวเพียงคนเดียว เธออาจจะไม่สามารถปลดปล่อยพลังของมรดกทั้ง 3 นี้ได้อย่างเต็มที่
แต่เมื่อมันมาอยู่ในมือของหลินหยวน มันกลับแตกต่างออกไป
เพราะหลังจากรวมร่างกับฉู่อวี้ เด็กหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงศักยภาพที่ล้นหลามในตัวของเธอ
มรดกของไททันทั้ง 3 นี้ทรงพลังจนแทบจะทำลายจักรวาลได้ทั้งจักรวาลเลยด้วยซ้ำ
พลังที่มหาศาลเปรียบเสมือนสมบัติที่ถูกฝังอยู่ใต้พิภพลึกสุดของโลก พวกมันรอคอยให้หลินหยวนมาขุดค้นพบ
“ไม่คิดมาก่อนเลยว่าการรวมร่างกับฉู่อวี้จะสุดยอดยิ่งกว่าการรวมร่างกับไททันเทพอาสัญซะอีก…”
หลังจากที่หลินหยวนสัมผัสได้ถึงพลังของตัวเองในตอนนี้ ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย
ดูเหมือนว่ามรดกที่ไททันทั้ง 8 ทิ้งเอาไว้จะทรงพลังยิ่งกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก
จากนั้นเด็กหนุ่มก็ค่อย ๆ หันไปมองไททันปีศาจโลหิตอย่างเฉยเมย
“ตอนนี้… แกเตรียมใจให้ฉันฆ่าหรือยัง?” หลินหยวนเอ่ยเสียงเย็น
ทางด้านอับราฮัมที่สัมผัสได้ถึงออร่าที่เปลี่ยนไปของคู่ต่อสู้ มันก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
มันไม่คาดคิดมาก่อนว่าในช่วงเวลาสั้น ๆ พลังของหลินหยวนจะเพิ่มขึ้นสูงขนาดนี้
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น มันก็ไม่มีร่องรอยแห่งความหวาดกลัวปรากฏให้เห็นเลยสักนิด
ไททันปีศาจโลหิตดัดข้อนิ้วของตัวเองพลางพูดเสียงดุดันว่า “จริงเหรอ? ถ้าอย่างนั้น… ก็แสดงให้ข้าดูสิ”
“ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะฆ่าข้าได้ยังไง!”
*******************************************
SkySaffron: รวมร่างกับว่าที่แฟนในอนาคต เอาแบบนี้เลยเหรอ 55555