- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 173: เจตจำนงของโลก ต้นกำเนิดระบบ
บทที่ 173: เจตจำนงของโลก ต้นกำเนิดระบบ
บทที่ 173: เจตจำนงของโลก ต้นกำเนิดระบบ
คำพูดของไททันมังกรดำได้ก่อให้เกิดพายุอารมณ์ในหัวใจของหลินหยวน
แม้ว่าเขาจะพอจะรู้เรื่องไททันระดับ 10 จากฉู่เซียวมาก่อนหน้านี้ แต่เขาก็ยังคงตกใจอยู่ดีเมื่อได้รับการยืนยันจากปากของเฮยหลง
อย่างไรก็ตาม ถึงเด็กหนุ่มจะตกใจ แต่เขาก็ยังพอจะจับใจความสำคัญในคำพูดของอีกฝ่ายได้
เขาจึงถามออกไปอีกครั้งว่า “จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่แกพูดถึงก็คือไททันพิภพวายปราณระดับ 10 ใช่ไหม?”
แต่สิ่งที่หลินหยวนไม่รู้ก็คือ ไททันมังกรดำจงใจพูดแบบนี้เพื่อให้เขารู้สึกสนใจ
เพราะถ้าทำแบบนี้เด็กหนุ่มก็จะตั้งคำถามต่อไปและช่วยยื้อเวลาให้ตัวมันเพิ่มได้อีก
ซึ่งการถามคำถามในครั้งนี้ต่างฝ่ายต่างมีวัตถุประสงค์แอบแฝง
หลินหยวนมีจุดประสงค์เพื่อหาข่าวเพิ่มเติมในขณะที่เฮยหลงทำเพื่อความอยู่รอด
เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป มันจะต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง
จากนั้นไททันมังกรดำจึงตอบว่า “ที่จริงแล้วท่านจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เป็นไททันระดับ 10 ที่อยู่เหนือกว่าไททันโลกาวินาศทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ยังเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของพวกเราทุกคนอีกด้วย”
หลินหยวนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ขมวดคิ้ว “แกเพิ่งบอกฉันไปไม่ใช่เหรอว่ามีไททันระดับ 10 มากกว่า 1 ตัว?”
ไททันมังกรดำพยักหน้าแล้วกล่าวต่อว่า “ใช่ จริง ๆ แล้วมีไททันระดับ 10 มากกว่า 1 ตัว ในเผ่าไททันของเรา ไททันระดับ 10 ก็นับได้ว่าอยู่เหนือทุกคน”
“และไททันระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง พระองค์มีหน้าที่รับผิดชอบในการโจมตีมนุษย์อย่างพวกเจ้า”
คราวนี้หลินหยวนขมวดคิ้วแน่นขึ้น “หมายความว่าเผ่าไททันของพวกแกกำลังโจมตีเผ่าพันธุ์อื่นอยู่ด้วยงั้นเหรอ?”
“ใช่ เหตุผลเป็นเพราะเผ่าไททันจำเป็นจะต้องขยายดินแดน ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดมันหมายถึงว่าเรากำลังใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลเช่นกัน”
“เพราะเหตุนี้เองเราจึงจำเป็นต้องล่าอาณานิคมเผ่าพันธุ์อื่นเพื่อความอยู่รอด”
เฮยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรื่องนี้เป็นความลับที่แม้แต่ไททันโลกาวินาศหลายตัวก็ยังไม่รู้ เพราะพวกมันเติบโตขึ้นมาบนโลกด้วยการกลืนกินมนุษย์ที่มีพลังพิเศษอย่างพวกเจ้า”
“แต่ข้านั้นไม่เหมือนกับพวกมัน ก่อนที่เผ่าไททันจะบุกโจมตีโลก ข้าก็ดำรงตำแหน่งระดับสูงในเผ่าไททันก่อนแล้ว”
เนื่องจากเผ่าไททันกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรบนดาวของพวกมันจึงไม่เพียงพอต่อการพัฒนาของพวกมันอีกต่อไป
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งภายใน ผู้นำเผ่าพันธุ์จึงได้ตัดสินใจขยายอาณานิคมออกไปภายนอก
พวกมันได้ทำการพิชิตและยึดครองเผ่าพันธุ์อื่น ๆ เผื่อหาทรัพยากรมาสนองความต้องการของตนเอง
เผ่ามนุษย์นั้นก็เป็นเพียง 1 ในเป้าหมายของพวกมัน
ไม่นานหลินหยวนก็เข้าใจว่าเผ่าไททันนั้นอาจกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าจินตนาการของเขา
แม้แต่กลุ่มไททันที่เกือบจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ยังเป็นเพียง 1 ในเศษเสี้ยวของเผ่าไททันเท่านั้น
“ดังนั้น… การท้าทายเผ่าไททันมันก็คือการทำลายตัวเอง” ไททันมังกรดำพูดเสียงหนักแน่น “ถ้าหากเจ้ายินดีเข้าร่วมเผ่าไททันของเรา และยอมเป็นผู้สืบทอดมรดกไททัน ข้าก็จะช่วยพูดโน้มน้าวผู้อาวุโสในสภาให้ยอมรับเจ้าให้ก็ได้”
หลินหยวนที่ได้ยินข้อเสนอนั้นก็ไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย เขาตอบกลับเสียงเรียบว่า “คำถามต่อไป”
“ในเมื่อเผ่าไททันแข็งแกร่งมากขนาดนั้น ทำไมพวกแกถึงใช้เวลาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์นานมากขนาดนี้?”
“แล้วทำไมไททันโลกาวินาศถึงไม่เคยลงมาต่อสู้ในสนามรบเลยสักครั้ง อย่าบอกนะว่าพวกแกไม่ได้คิดจะฆ่าพวกเราทั้งหมดเพราะพวกแกยังหลงเหลือความเมตตาอยู่บ้าง?”
ในมุมมองของเด็กหนุ่ม ในเมื่อเผ่าไททันแข็งแกร่งมากจนสามารถบดขยี้มนุษย์ได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่พวกมันรุกรานเข้ามาใหม่ ๆ
เวลานั้นเผ่ามนุษย์ไม่มีแม้แต่ผู้มีพลังพิเศษเลยสักคน
ถ้าจะพูดให้ถูก ตอนนั้นมนุษย์แทบจะไม่มีพลังที่จะมาต่อกรกับไททันที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าหลายเท่าได้เลย
แม้แต่อาวุธที่ล้ำหน้าที่สุดของกองทัพอย่างน้อยก็ฆ่าได้เพียงไททันระดับต่ำกว่าไททันภัยพิบัติเท่านั้น
เฮยหลงตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น “แน่นอนว่าพวกเราไม่ได้เมตตามนุษย์อย่างพวกเจ้า แต่การล่าอาณานิคมของเผ่าพันธุ์เราไม่ได้ง่ายอย่างที่เจ้าคิด เพราะในทุกดาวเคราะห์นั้นล้วนมีวัฏจักรเป็นของตัวเอง”
“ทุก ๆ ดาวเคราะห์จะมี ‘เจตจำนงของโลก’”
ตอนนี้คิ้วของหลินหยวนเริ่มผูกเป็นปม “เจตจำนงของโลกงั้นเหรอ?”
“ใช่ ถึงมันจะฟังดูเข้าใจยากสักหน่อย แต่มันก็มีอยู่จริง” ไททันมังกรดำกล่าวเสียงขรึม “การดำรงอยู่ของเจตจำนงของโลกก็เพียงเพื่อปกป้องโลกไม่ให้ต่างดาวมารุกราน ดังนั้นสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่เข้ามาในโลกก็จะถูกเจตจำนงของโลกปราบปรามเอาไว้”
“แม้แต่เผ่าไททันของเราก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น”
พอเด็กหนุ่มได้ยินแบบนี้ เขาก็ถามต่อไปว่า “แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าเจตจำนงของโลกมีอยู่จริง?”
“ข้าก็ต้องรู้สิ เพราะนี่เป็นข้อสรุปที่เราได้รับมาจากการศึกษารวบรวมข้อมูลในระหว่างที่รุกรานดาวอื่น” ไททันมังกรดำยังคงตอบตามความจริง “ก่อนที่เราจะโจมตีโลกของเจ้า เราเองก็ยึดครองดาวเคราะห์ในหลาย ๆ ดวงได้สำเร็จแล้ว”
“แต่การยึดครองดาวเคราะห์ 2 ดวงแรกนั้นก็ทำให้เรามีราคาที่ต้องจ่ายมหาศาลเหมือนกัน”
“มีเพียงไททันระดับล่างที่จะลงไปเหยียบดาวเคราะห์ทั้ง 2 ดวงนั้นได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการรุกรานครั้งใหญ่ เราก็จะไปกระตุ้นให้เจตจำนงของโลกโต้กลับทันที”
“บนดาวเคราะห์ดวงแรก การที่เราส่งไททันระดับสูงลงไปมันจะกระตุ้นเจตจำนงของโลกให้ตอบโต้อย่างรวดเร็ว”
“พอถึงวันที่เผ่าพันธุ์ที่อยู่บนดาวเคราะห์ดวงนั้นถูกทำลาย จู่ ๆ อสูรโบราณจำนวนมากก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากส่วนลึกใต้พื้นดาวเคราะห์ แล้วมันก็สร้างความเสียหายให้กับพวกเราอย่างใหญ่หลวง”
“และนี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคิดไปเองฝ่ายเดียว เพราะเราก็ได้พบเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กันบนดาวเคราะห์ดวงที่ 2”
“หลังจากที่เรารุกรานดาวเคราะห์อย่างหนักหน่วง ไม่นานเราก็จะต้องเผชิญกับหายนะเช่นกัน”
“ที่นั่นมีทั้งปรากฏการณ์ฝนกรดที่กัดกร่อนทุกสิ่ง สึนามิที่สูงหลายพันเมตร ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินแยก ท้องฟ้าวิปริตพายุโหมกระหน่ำเหมือนกับสวรรค์กำลังส่งโทษทัณฑ์ลงมา… ภัยพิบัติพวกนี้ล้วนแต่เป็นเจตจำนงของโลกที่แก้แค้นพวกเรา”
“นี่คือสิ่งเลวร้ายที่เจตจำนงของโลกกระทำต่อเรา มันทำได้แม้กระทั่งการทำลายตัวเอง พอเป็นอย่างนั้น เราก็จำเป็นจะต้องเลือกละทิ้งดาวเคราะห์ดวงนั้นไปเสีย”
คำพูดของไททันมังกรดำทำให้หลินหยวนรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าโลกจะมีอะไรแบบนี้ด้วย
แล้วเขาก็สัมผัสได้ว่าไททันตัวนี้ไม่ได้หลอกเขา
ทุกสิ่งที่มันพูดล้วนเป็นความจริง
จากนั้นเฮยหลงก็พูดต่อไปว่า “หลังจากค้นพบว่าทุกดาวเคราะห์มีเจตจำนง แผนการยึดครองโลกของเผ่าไททันก็เป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น ในที่สุดเราก็ค้นพบอะไรบางอย่าง นั่นก็คือเจตจำนงของโลกไม่ได้ฉลาดอย่างที่เราคิด”
“จะบอกว่าเราหลอกมันได้ก็ไม่ผิด”
หลินหยวนขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย “ทำไมแกถึงพูดแบบนั้น?”
ไททันมังกรดำตอบกลับว่า “ยกตัวอย่างโลกใบนี้ ในช่วงที่เราบุกรุกมาแรก ๆ เราถูกเจตจำนงของโลกตัดสินว่าเป็น ‘ผู้รุกราน’ แต่หลังจากเวลาผ่านไป เจตจำนงของโลกก็ค่อย ๆ ยอมรับเราเป็นคนพื้นถิ่นหรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ศัตรู”
“พอเป็นแบบนี้ พลังที่ปราบปรามพวกเราเอาไว้ก็ค่อย ๆ จางหายไป นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนที่เราบุกโจมตีเผ่ามนุษย์ครั้งแรกเราจึงไม่ได้ใช้กำลังเต็มที่”
“ต้องบอกว่าพวกเราค่อย ๆ วางแผนทีละก้าว เพื่อลดจำนวนมนุษย์ลงทีละน้อย เพราะถ้าหากเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้าถูกทำลาย เราก็จะถูกเจตจำนงของโลกโต้ตอบทันที”
“ดังนั้นเราจึงได้แต่รอจนกว่าจะถึงเวลาอันควร”
สีหน้าของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม จากนั้นเขาก็ถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนจะพูดเสียงหนักแน่นว่า “งั้นเหตุผลที่มนุษย์ยังมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นเพราะความเมตตาของพวกแกงั้นเหรอ?”
“ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูก ควรขอบคุณเจตจำนงของโลกมากกว่า” เฮยหลงกล่าว “เจตนารมณ์ของโลกนี่แหละที่ปกป้องมนุษย์อย่างพวกเจ้าไม่ให้ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่หลังจากเวลาผ่านไป พันธนาการที่ผูกมัดพวกเราจะค่อย ๆ คลายลง”
“เพราะแบบนี้เองไททันระดับสูงจึงโผล่มาต่อสู้ในสนามรบมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ข้าต้องบอกว่ามนุษย์อย่างพวกเจ้าเองก็มีความคิดที่แน่วแน่อย่างน่าเหลือเชื่อ”
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางมนุษย์มีคนที่ทรงพลังผุดขึ้นมามากมาย ผู้มีพลังเช่นพวกเจ้าเองก็ได้สร้างปัญหาให้เราไม่น้อย”
แม้ว่าไททันมังกรดำจะกำลังเอ่ยชมพวกหลินหยวน แต่เขาไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด เขากลับรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลในใจ
เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเหตุผลที่เผ่าไททันต่อสู้กับพวกเขามาจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่มีพละกำลังมากพอที่จะทำลายล้างพวกเขาจนสิ้นซาก
เหตุผลมันเป็นเพราะว่าพวกมันกลัวเจตจำนงของโลกตอบโต้เพียงเท่านั้น
ถ้าหากพันธนาการของเผ่าไททันถูกปลดปล่อยออกมา
แบบนี้พวกมันจะไม่เป็นเหมือนสัตว์ร้ายที่หลุดออกจากกรงฉีกกระชากมนุษย์ออกเป็นชิ้น ๆ ในพริบตาหรอกเหรอ?