เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 173: เจตจำนงของโลก ต้นกำเนิดระบบ

บทที่ 173: เจตจำนงของโลก ต้นกำเนิดระบบ

บทที่ 173: เจตจำนงของโลก ต้นกำเนิดระบบ


คำพูดของไททันมังกรดำได้ก่อให้เกิดพายุอารมณ์ในหัวใจของหลินหยวน

แม้ว่าเขาจะพอจะรู้เรื่องไททันระดับ 10 จากฉู่เซียวมาก่อนหน้านี้ แต่เขาก็ยังคงตกใจอยู่ดีเมื่อได้รับการยืนยันจากปากของเฮยหลง

อย่างไรก็ตาม ถึงเด็กหนุ่มจะตกใจ แต่เขาก็ยังพอจะจับใจความสำคัญในคำพูดของอีกฝ่ายได้

เขาจึงถามออกไปอีกครั้งว่า “จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่แกพูดถึงก็คือไททันพิภพวายปราณระดับ 10 ใช่ไหม?”

แต่สิ่งที่หลินหยวนไม่รู้ก็คือ ไททันมังกรดำจงใจพูดแบบนี้เพื่อให้เขารู้สึกสนใจ

เพราะถ้าทำแบบนี้เด็กหนุ่มก็จะตั้งคำถามต่อไปและช่วยยื้อเวลาให้ตัวมันเพิ่มได้อีก

ซึ่งการถามคำถามในครั้งนี้ต่างฝ่ายต่างมีวัตถุประสงค์แอบแฝง

หลินหยวนมีจุดประสงค์เพื่อหาข่าวเพิ่มเติมในขณะที่เฮยหลงทำเพื่อความอยู่รอด

เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป มันจะต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง

จากนั้นไททันมังกรดำจึงตอบว่า “ที่จริงแล้วท่านจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เป็นไททันระดับ 10 ที่อยู่เหนือกว่าไททันโลกาวินาศทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ยังเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของพวกเราทุกคนอีกด้วย”

หลินหยวนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ขมวดคิ้ว “แกเพิ่งบอกฉันไปไม่ใช่เหรอว่ามีไททันระดับ 10 มากกว่า 1 ตัว?”

ไททันมังกรดำพยักหน้าแล้วกล่าวต่อว่า “ใช่ จริง ๆ แล้วมีไททันระดับ 10 มากกว่า 1 ตัว ในเผ่าไททันของเรา ไททันระดับ 10 ก็นับได้ว่าอยู่เหนือทุกคน”

“และไททันระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง พระองค์มีหน้าที่รับผิดชอบในการโจมตีมนุษย์อย่างพวกเจ้า”

คราวนี้หลินหยวนขมวดคิ้วแน่นขึ้น “หมายความว่าเผ่าไททันของพวกแกกำลังโจมตีเผ่าพันธุ์อื่นอยู่ด้วยงั้นเหรอ?”

“ใช่ เหตุผลเป็นเพราะเผ่าไททันจำเป็นจะต้องขยายดินแดน ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดมันหมายถึงว่าเรากำลังใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลเช่นกัน”

“เพราะเหตุนี้เองเราจึงจำเป็นต้องล่าอาณานิคมเผ่าพันธุ์อื่นเพื่อความอยู่รอด”

เฮยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรื่องนี้เป็นความลับที่แม้แต่ไททันโลกาวินาศหลายตัวก็ยังไม่รู้ เพราะพวกมันเติบโตขึ้นมาบนโลกด้วยการกลืนกินมนุษย์ที่มีพลังพิเศษอย่างพวกเจ้า”

“แต่ข้านั้นไม่เหมือนกับพวกมัน ก่อนที่เผ่าไททันจะบุกโจมตีโลก ข้าก็ดำรงตำแหน่งระดับสูงในเผ่าไททันก่อนแล้ว”

เนื่องจากเผ่าไททันกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรบนดาวของพวกมันจึงไม่เพียงพอต่อการพัฒนาของพวกมันอีกต่อไป

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งภายใน ผู้นำเผ่าพันธุ์จึงได้ตัดสินใจขยายอาณานิคมออกไปภายนอก

พวกมันได้ทำการพิชิตและยึดครองเผ่าพันธุ์อื่น ๆ เผื่อหาทรัพยากรมาสนองความต้องการของตนเอง

เผ่ามนุษย์นั้นก็เป็นเพียง 1 ในเป้าหมายของพวกมัน

ไม่นานหลินหยวนก็เข้าใจว่าเผ่าไททันนั้นอาจกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าจินตนาการของเขา

แม้แต่กลุ่มไททันที่เกือบจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ยังเป็นเพียง 1 ในเศษเสี้ยวของเผ่าไททันเท่านั้น

“ดังนั้น… การท้าทายเผ่าไททันมันก็คือการทำลายตัวเอง” ไททันมังกรดำพูดเสียงหนักแน่น “ถ้าหากเจ้ายินดีเข้าร่วมเผ่าไททันของเรา และยอมเป็นผู้สืบทอดมรดกไททัน ข้าก็จะช่วยพูดโน้มน้าวผู้อาวุโสในสภาให้ยอมรับเจ้าให้ก็ได้”

หลินหยวนที่ได้ยินข้อเสนอนั้นก็ไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย เขาตอบกลับเสียงเรียบว่า “คำถามต่อไป”

“ในเมื่อเผ่าไททันแข็งแกร่งมากขนาดนั้น ทำไมพวกแกถึงใช้เวลาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์นานมากขนาดนี้?”

“แล้วทำไมไททันโลกาวินาศถึงไม่เคยลงมาต่อสู้ในสนามรบเลยสักครั้ง อย่าบอกนะว่าพวกแกไม่ได้คิดจะฆ่าพวกเราทั้งหมดเพราะพวกแกยังหลงเหลือความเมตตาอยู่บ้าง?”

ในมุมมองของเด็กหนุ่ม ในเมื่อเผ่าไททันแข็งแกร่งมากจนสามารถบดขยี้มนุษย์ได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่พวกมันรุกรานเข้ามาใหม่ ๆ

เวลานั้นเผ่ามนุษย์ไม่มีแม้แต่ผู้มีพลังพิเศษเลยสักคน

ถ้าจะพูดให้ถูก ตอนนั้นมนุษย์แทบจะไม่มีพลังที่จะมาต่อกรกับไททันที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าหลายเท่าได้เลย

แม้แต่อาวุธที่ล้ำหน้าที่สุดของกองทัพอย่างน้อยก็ฆ่าได้เพียงไททันระดับต่ำกว่าไททันภัยพิบัติเท่านั้น

เฮยหลงตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น “แน่นอนว่าพวกเราไม่ได้เมตตามนุษย์อย่างพวกเจ้า แต่การล่าอาณานิคมของเผ่าพันธุ์เราไม่ได้ง่ายอย่างที่เจ้าคิด เพราะในทุกดาวเคราะห์นั้นล้วนมีวัฏจักรเป็นของตัวเอง”

“ทุก ๆ ดาวเคราะห์จะมี ‘เจตจำนงของโลก’”

ตอนนี้คิ้วของหลินหยวนเริ่มผูกเป็นปม “เจตจำนงของโลกงั้นเหรอ?”

“ใช่ ถึงมันจะฟังดูเข้าใจยากสักหน่อย แต่มันก็มีอยู่จริง” ไททันมังกรดำกล่าวเสียงขรึม “การดำรงอยู่ของเจตจำนงของโลกก็เพียงเพื่อปกป้องโลกไม่ให้ต่างดาวมารุกราน ดังนั้นสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่เข้ามาในโลกก็จะถูกเจตจำนงของโลกปราบปรามเอาไว้”

“แม้แต่เผ่าไททันของเราก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น”

พอเด็กหนุ่มได้ยินแบบนี้ เขาก็ถามต่อไปว่า “แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าเจตจำนงของโลกมีอยู่จริง?”

“ข้าก็ต้องรู้สิ เพราะนี่เป็นข้อสรุปที่เราได้รับมาจากการศึกษารวบรวมข้อมูลในระหว่างที่รุกรานดาวอื่น” ไททันมังกรดำยังคงตอบตามความจริง “ก่อนที่เราจะโจมตีโลกของเจ้า เราเองก็ยึดครองดาวเคราะห์ในหลาย ๆ ดวงได้สำเร็จแล้ว”

“แต่การยึดครองดาวเคราะห์ 2 ดวงแรกนั้นก็ทำให้เรามีราคาที่ต้องจ่ายมหาศาลเหมือนกัน”

“มีเพียงไททันระดับล่างที่จะลงไปเหยียบดาวเคราะห์ทั้ง 2 ดวงนั้นได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการรุกรานครั้งใหญ่ เราก็จะไปกระตุ้นให้เจตจำนงของโลกโต้กลับทันที”

“บนดาวเคราะห์ดวงแรก การที่เราส่งไททันระดับสูงลงไปมันจะกระตุ้นเจตจำนงของโลกให้ตอบโต้อย่างรวดเร็ว”

“พอถึงวันที่เผ่าพันธุ์ที่อยู่บนดาวเคราะห์ดวงนั้นถูกทำลาย จู่ ๆ อสูรโบราณจำนวนมากก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากส่วนลึกใต้พื้นดาวเคราะห์ แล้วมันก็สร้างความเสียหายให้กับพวกเราอย่างใหญ่หลวง”

“และนี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคิดไปเองฝ่ายเดียว เพราะเราก็ได้พบเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กันบนดาวเคราะห์ดวงที่ 2”

“หลังจากที่เรารุกรานดาวเคราะห์อย่างหนักหน่วง ไม่นานเราก็จะต้องเผชิญกับหายนะเช่นกัน”

“ที่นั่นมีทั้งปรากฏการณ์ฝนกรดที่กัดกร่อนทุกสิ่ง สึนามิที่สูงหลายพันเมตร ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินแยก ท้องฟ้าวิปริตพายุโหมกระหน่ำเหมือนกับสวรรค์กำลังส่งโทษทัณฑ์ลงมา… ภัยพิบัติพวกนี้ล้วนแต่เป็นเจตจำนงของโลกที่แก้แค้นพวกเรา”

“นี่คือสิ่งเลวร้ายที่เจตจำนงของโลกกระทำต่อเรา มันทำได้แม้กระทั่งการทำลายตัวเอง พอเป็นอย่างนั้น เราก็จำเป็นจะต้องเลือกละทิ้งดาวเคราะห์ดวงนั้นไปเสีย”

คำพูดของไททันมังกรดำทำให้หลินหยวนรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าโลกจะมีอะไรแบบนี้ด้วย

แล้วเขาก็สัมผัสได้ว่าไททันตัวนี้ไม่ได้หลอกเขา

ทุกสิ่งที่มันพูดล้วนเป็นความจริง

จากนั้นเฮยหลงก็พูดต่อไปว่า “หลังจากค้นพบว่าทุกดาวเคราะห์มีเจตจำนง แผนการยึดครองโลกของเผ่าไททันก็เป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น ในที่สุดเราก็ค้นพบอะไรบางอย่าง นั่นก็คือเจตจำนงของโลกไม่ได้ฉลาดอย่างที่เราคิด”

“จะบอกว่าเราหลอกมันได้ก็ไม่ผิด”

หลินหยวนขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย “ทำไมแกถึงพูดแบบนั้น?”

ไททันมังกรดำตอบกลับว่า “ยกตัวอย่างโลกใบนี้ ในช่วงที่เราบุกรุกมาแรก ๆ เราถูกเจตจำนงของโลกตัดสินว่าเป็น ‘ผู้รุกราน’ แต่หลังจากเวลาผ่านไป เจตจำนงของโลกก็ค่อย ๆ ยอมรับเราเป็นคนพื้นถิ่นหรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ศัตรู”

“พอเป็นแบบนี้ พลังที่ปราบปรามพวกเราเอาไว้ก็ค่อย ๆ จางหายไป นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนที่เราบุกโจมตีเผ่ามนุษย์ครั้งแรกเราจึงไม่ได้ใช้กำลังเต็มที่”

“ต้องบอกว่าพวกเราค่อย ๆ วางแผนทีละก้าว เพื่อลดจำนวนมนุษย์ลงทีละน้อย เพราะถ้าหากเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้าถูกทำลาย เราก็จะถูกเจตจำนงของโลกโต้ตอบทันที”

“ดังนั้นเราจึงได้แต่รอจนกว่าจะถึงเวลาอันควร”

สีหน้าของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม จากนั้นเขาก็ถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนจะพูดเสียงหนักแน่นว่า “งั้นเหตุผลที่มนุษย์ยังมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นเพราะความเมตตาของพวกแกงั้นเหรอ?”

“ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูก ควรขอบคุณเจตจำนงของโลกมากกว่า” เฮยหลงกล่าว “เจตนารมณ์ของโลกนี่แหละที่ปกป้องมนุษย์อย่างพวกเจ้าไม่ให้ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่หลังจากเวลาผ่านไป พันธนาการที่ผูกมัดพวกเราจะค่อย ๆ คลายลง”

“เพราะแบบนี้เองไททันระดับสูงจึงโผล่มาต่อสู้ในสนามรบมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ข้าต้องบอกว่ามนุษย์อย่างพวกเจ้าเองก็มีความคิดที่แน่วแน่อย่างน่าเหลือเชื่อ”

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางมนุษย์มีคนที่ทรงพลังผุดขึ้นมามากมาย ผู้มีพลังเช่นพวกเจ้าเองก็ได้สร้างปัญหาให้เราไม่น้อย”

แม้ว่าไททันมังกรดำจะกำลังเอ่ยชมพวกหลินหยวน แต่เขาไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด เขากลับรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลในใจ

เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเหตุผลที่เผ่าไททันต่อสู้กับพวกเขามาจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่มีพละกำลังมากพอที่จะทำลายล้างพวกเขาจนสิ้นซาก

เหตุผลมันเป็นเพราะว่าพวกมันกลัวเจตจำนงของโลกตอบโต้เพียงเท่านั้น

ถ้าหากพันธนาการของเผ่าไททันถูกปลดปล่อยออกมา

แบบนี้พวกมันจะไม่เป็นเหมือนสัตว์ร้ายที่หลุดออกจากกรงฉีกกระชากมนุษย์ออกเป็นชิ้น ๆ ในพริบตาหรอกเหรอ?

จบบทที่ บทที่ 173: เจตจำนงของโลก ต้นกำเนิดระบบ

คัดลอกลิงก์แล้ว