- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 139: นี่คือโลหิตศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?
บทที่ 139: นี่คือโลหิตศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?
บทที่ 139: นี่คือโลหิตศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?
เนื่องจากกองทัพตั้งค่าหัวฉู่เซียวเอาไว้สูงมาก มันจึงเป็นไปไม่ได้อีกที่เขาจะซ่อนตัวอยู่ในแนวหลังได้เหมือนเดิม เรื่องนี้จึงเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจได้
นั่นคือการหลบออกจากแนวหลังมุ่งหน้าเข้าสู่ดินแดนไททัน สำหรับเขาแล้วนี่เป็นการเดินทางเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่สุด
และโชคดีที่เขารอดมาได้
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเข้าร่วมกับเผ่าไททันแล้ว ฉู่เซียวยังได้รับความไว้วางใจจากเหล่าไททันเนื่องจากสติปัญญาที่เฉียบแหลมของเขา
แม้แต่ในเผ่าไททัน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังได้รับความเคารพอยู่เสมอ แถมพวกมันยังมีลำดับชั้นที่ชัดเจน
สำหรับมนุษย์อย่างฉู่เซียว ถึงเขาจะได้รับความไว้วางใจจากเผ่าไททัน แต่เขาก็ยังนับว่าอยู่ในระดับล่างสุดของวรรณะ
ในตอนที่เขาให้คำแนะนำ พวกไททันไม่ชายตามองเขาด้วยซ้ำ
แต่ในสายตาของพวกไททัน เขาเปรียบเสมือนเครื่องมือที่เอาไว้ใช้งานเท่านั้น และถ้าหากเขาไร้ประโยชน์เมื่อไหร่ เขาก็จะถูกเขี่ยทิ้งทันที
การถูกปฏิบัติแบบนี้ย่อมทำให้ฉู่เซียวผู้ทะเยอทะยานรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก
แต่ในไม่ช้าก็มีจุดเปลี่ยนเกิดขึ้น เพราะในกองทัพไททันก็มีผู้สืบทอดมรดกไททันอยู่ด้วย
เพราะถึงอย่างไรพวกไททันก็ไม่ได้เป็นอมตะ ไททันที่ตายไปแล้วพวกนี้มักจะทิ้งมรดกของตัวเองเอาไว้เพื่อรอคอยคนที่เข้ากันได้มาสืบทอดพลังนั้น
และฉู่เซียวก็บังเอิญได้เข้ารับการทดสอบ ซึ่งตัวเขานั้นได้แสดงให้เห็นถึงความเข้ากันได้ในระดับสูงกับมรดกไททันพยากรณ์
ผลลัพธ์นี้ได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วเผ่าไททัน
ต้องบอกว่าไททันพยากรณ์นั้นมีสถานะที่สูงส่งมากในเผ่าไททัน ทำให้เขามีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากในประวัติศาสตร์ของเผ่าไททัน
พวกไททันตามรู้ดีว่าไททันพยากรณ์มีดวงตาแห่งการทำนายที่มองเห็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ซึ่งชายหนุ่มได้เสนอให้เผ่าไททันบุกโจมตีโลก!
เพราะดวงตาแห่งการทำนายของเขา เขาจึงมองเห็นอนาคตอันเลือนราง เขาเห็นการล่มสลายของเผ่ามนุษย์ เขาเห็นว่าเผ่าไททันจะสามารถเจริญรุ่งเรืองได้บนโลกใบนี้ โดยที่เท้าเหยียบย่ำซากศพของมวลมนุษยชาติ
สำหรับเผ่าไททัน ไททันพยากรณ์เปรียบเสมือนแสงนำทางในยามมืดมิด เพราะคำทำนายของเขาไม่เคยผิดพลาด!!
แม้จะบอกว่าพลังแห่งการพยากรณ์นั้นยอดเยี่ยมมากแค่ไหน แต่การที่จะต้องทำนายอนาคตนั้นก็มีราคาที่ต้องจ่าย
นั่นคือ… ชีวิต!
ไททันพยากรณ์เดิมทีเป็นไททันที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก แม้แต่ในหมู่ไททันโลกาวินาศด้วยกันเอง มันก็ยังถูกนับถือว่าเป็นไททันที่วิเศษที่สุด
ถ้ามันใช้ชีวิตตามปกติ มันน่าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างน้อย 1,000 ปี แต่เนื่องจากการใช้ดวงตาแห่งการทำนายเกินขอบเขต จึงทำให้มันต้องสูญเสียพลังชีวิตไป
ผลที่ตามมาก็คือ ไททันพยากรณ์ซึ่งเป็นดั่งเทพเจ้าในสายตาของไททันนับหมื่นก็ได้ตายลงอย่างน่าเศร้าหลังจากที่มีชีวิตมา 700 ปี
เพื่อให้เผ่าไททันได้ดำเนินต่อไปบนเส้นทางที่ถูกต้อง แม้กระทั่งก่อนตายไททันพยากรณ์ก็ได้ทิ้งมรดกเอาไว้
แต่ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่มีไททันตัวใดที่สามารถสืบทอดมรดกของมันได้เลยสักตัว
จนกระทั่งบัดนี้ ฉู่เซียวที่เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งได้ทำการทดสอบและแสดงให้เห็นถึงความเข้ากันต่อมรดกไททันพยากรณ์ที่สูงลิ่ว
นั่นนับว่าเป็นเรื่องที่น่าขบขันมาก
สิ่งที่ไททันไม่อาจทำได้ มนุษย์กลับคว้ามันไปอย่างง่ายดาย
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วเผ่าไททัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากพวกมันหายตกตะลึงแล้ว สภาผู้อาวุโสแห่งเผ่าไททันก็ได้ตัดสินใจกันอย่างรวดเร็วว่า ฉู่เซียวจะเป็นผู้สืบทอดมรดกที่ไททันพยากรณ์ทิ้งเอาไว้!
ความจริงแล้วถ้าหากพวกมันมีทางเลือก พวกมันไม่มีทางปล่อยให้มนุษย์มาสืบทอดมรดกนี้แน่
แต่พวกมันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น เผ่าไททันยังต้องการผู้พยากรณ์คนใหม่เพื่อนำทางพวกมันมุ่งสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์!
ในขณะที่ไททันพยากรณ์ยังมีชีวิตอยู่ พวกมันก็เอาชนะสงครามมาได้อย่างง่ายดายหลายต่อหลายครั้ง เพียงแค่ทำตามคำพูดของมัน!
ก่อนที่จะตัดสินใจใด ๆ มันก็ได้ใช้ดวงตาแห่งการทำนายเพื่อวิเคราะห์เส้นทางการต่อสู้รวมถึงคาดการณ์หนทางแห่งชัยชนะในอนาคต
แต่หลังจากที่ไททันพยากรณ์ตายลง เผ่าไททันก็เริ่มสูญเสียอำนาจในดินแดนที่เคยอยู่
ความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในระหว่างที่ไททันสู้รบกับมนุษย์ทำให้พวกเขาได้มีโอกาสพักฟื้นชั่วครู่ แล้วพวกเขาก็สามารถเปิดฉากโจมตีกลับได้อย่างรวดเร็ว
ถ้าหากไททันพยากรณ์ตายหลังจากนั้นอีก 100 ปี เผ่ามนุษย์อาจจะถูกทำลายล้างไปจนสิ้น
ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรเผ่าไททันก็จะพยายามบ่มเพาะฉู่เซียวให้เป็นเหมือนไททันพยากรณ์
พวกมันต้องการให้ชายหนุ่มควบคุมพลังดวงตาแห่งการทำนายได้อย่างเต็มที่ แบบเดียวกับไททันพยากรณ์
เนื่องจากสภาผู้อาวุโสให้ความสนใจฉู่เซียวมาก สถานะของเขาในเผ่าไททันจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ทว่าระยะเวลาที่เขาได้รับมรดกมานั้นยังน้อยเกินไป ปัจจุบันเขายังไม่สามารถมองเห็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้อย่างละเอียดเช่นเดียวกับไททันพยากรณ์
แต่ถ้าให้เขาแค่ระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เขาสามารถทำได้อย่างง่ายดาย
ในตอนนี้ชายหนุ่มจ้องมองไปยังเมืองที่ล่มสลายเบื้องหน้า เขามองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
ขณะนั้นดวงตาของฉู่เซียวเป็นประกาย เขาอดไม่ได้ที่จะกระซิบกับตัวเองว่า “หลินหยวน ฉันคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าจะได้เจอแกในสถานที่แบบนี้”
ในระหว่างที่เขาพึมพำกับตัวเอง ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ถามขึ้นว่า “ท่านผู้พยากรณ์ โปรดชี้ทางให้พวกเราด้วย! ถ้าพวกมันเพิ่งออกไปเพียงแค่ชั่วโมงเดียว ขอเพียงท่านชี้ทางที่พวกมันหนีไปได้ถูกต้อง ถ้าเราเร่งตามไป เราจะตามพวกมันทันแน่นอน!”
“ไอ้พวกมนุษย์สารเลวนั่นบังอาจมาทำลายเมืองหลักของเรา! ถ้าข้าตามมันทัน ข้าจะฉีกมันเป็นชิ้น ๆ ซะ!” หลังจากพูดจบไททันเบฮีมอธอเมทิสต์ก็เพิ่งจะนึกอะไรออก มันจึงรีบเงยหน้าอธิบายด้วยสีหน้าตื่นตระหนกว่า “ท่านผู้พยากรณ์ โปรดอย่าได้เข้าใจข้าผิด ข้าไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกท่าน”
ฉู่เซียวทำเพียงแค่ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็ได้ ข้าไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว นับตั้งแต่ที่ข้าได้รับมรดกจากไททันพยากรณ์ ข้าก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าไททันเรียบร้อยแล้ว”
“ดังนั้นไม่ว่าเจ้าจะดูหมิ่นมนุษย์มากแค่ไหน มันก็ไม่เกี่ยวกับข้า ข้าไม่สนใจ”
ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์รีบพูดประจบว่า “ท่านพูดถูก เป็นข้าที่สับสนไปเอง ข้าไม่ควรเอาท่านไปเทียบกับมนุษย์โสมมพวกนั้น!”
“เอาล่ะ พักเรื่องนั้นไว้ก่อนแล้วรีบไปจัดการเรื่องสำคัญกันก่อนเถอะ” ฉู่เซียวเปลี่ยนเรื่องพูด “เจ้ารู้ไหมว่าคราวนี้เรากำลังเผชิญกับคู่ต่อสู้ระดับไหน?”
เมื่อชายหนุ่มพูดจบ ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์กับอีก 2 ตัวก็ส่ายหัวเบา ๆ เพราะพวกมันมองไม่เห็นอดีตเหมือนกับที่อีกฝ่ายเห็น
ฉู่เซียวมองไปรอบ ๆ แล้วพูดเสียงเบาลงว่า “คราวนี้ศัตรูของเราเป็นมนุษย์ 2 คนกับไททันอีก 1 ตัว!”
“!!!” ไททันทั้ง 3 ที่ได้ยินดังนั้นต่างพากันตกใจ
แล้วไททันเพลิงสุริยันก็ขมวดคิ้วถามเสียงทุ้มลึกว่า “ทำไมถึงมีไททันเข้าร่วมกับพวกมันขอรับ? หรือว่าไททันตัวนั้นกบฏต่อเผ่าพันธุ์ของเรา?”
“ถ้าจะพูดให้ถูก มันไม่ใช่กบฏ” ฉู่เซียวตอบกลับ “ไททันเทพอาสัญที่ติดตามมนุษย์ 2 คนนั้นเดิมทีถูกผนึกเอาไว้ในสุสานไททัน ไททันตัวนี้มีสติปัญญาเท่ากับเด็ก มันจึงไม่แปลกที่จะถูกมนุษย์ 2 คนนั้นจูงจมูก”
“แต่พวกเจ้าอย่าได้ประมาทพลังของไททันเทพอาสัญตัวนี้ ถ้าข้าจำไม่ผิด ข้อมูลที่สภาผู้อาวุโสให้มาบอกว่า เมื่อ 70 ปีก่อนตอนที่มันถูกผนึกครั้งแรก ไททันเทพอาสัญตัวนี้มีพลังอยู่ในระดับมหันตภัยขั้นสูงสุด”
“ตอนนี้เวลาผ่านไปถึง 70 ปีแล้ว พลังของเขาน่าจะเติบโตไปถึงระดับโลกาวินาศ พวกเจ้าคิดว่าด้วยพลังของพวกเจ้าแค่ 3 ตัวจะเทียบกับไททันโลกาวินาศได้ไหม?”
หลังจากที่ชายหนุ่มถามแบบนั้น ไททันทั้ง 3 ก็หันมาสบตากัน พวกเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าในครั้งนี้จะมีไททันโลกาวินาศอยู่ฝ่ายเดียวกับศัตรู
แต่ทันใดนั้นรอยยิ้มเยาะก็ปรากฏที่มุมปากของไททันไฮดรา
หัวทั้ง 9 ของมันประสานเสียงพูดพร้อมกันว่า “ท่านผู้พยากรณ์โปรดวางใจ สภาผู้อาวุโสได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าปฏิบัติการในครั้งนี้จะไร้ข้อผิดพลาด”
จากนั้นไททันไฮดรายื่นมือขวาออกมา โดยที่บนฝ่ามือของมันมีหยดเลือดสีทองที่มีกลิ่นอายน่าสะพรึงกลัว
เมื่อฉู่เซียวเห็นหยดเลือดสีทองนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“นี่คือ… โลหิตศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?!”
เมื่อไททันไฮดราได้ยินฉู่เซียวเอ่ยถาม มันก็ยิ้มกริ่มแล้วตอบว่า
“ใช่แล้ว ท่านผู้พยากรณ์ช่างมีความรู้กว้างขวางจริง ๆ หยดโลหิตศักดิ์สิทธิ์นี้คือรางวัลที่ท่านจักรพรรดิประทานให้พวกเรา”
“พวกเจ้า?” ชายหนุ่มหรี่ตาลง แล้วเขาก็จับประเด็นสำคัญในคำพูดของอีกฝ่ายได้ทันที เขาจึงกล่าวเสียงทุ้มว่า “หรือว่าพวกเจ้าแต่ละตัวมีโลหิตศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือคนละหยด?”
ไททันไฮดราพยักหน้าแล้วตอบกลับว่า “ถูกต้อง”
“ทั้งหมดนี้สภาผู้อาวุโสจัดการให้ พวกเขาทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของท่าน ท่านผู้พยากรณ์!”
“หลังจากที่เรากินโลหิตศักดิ์สิทธิ์หยดนี้เข้าไป มันจะช่วยเพิ่มพลังได้เทียบเท่ากับไททันโลกาวินาศในระยะเวลาสั้น ๆ ถึงแม้ว่าไททันเทพอาสัญจะเป็นไททันโลกาวินาศจริง ๆ มันก็ไม่มีทางหนีพ้นแน่!”
ฉู่เซียวได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “ดี ดีมาก! ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องลังเลอีก เรารีบไปจับมนุษย์ 2 คนที่กำลังหลบหนีกันเถอะ แต่จำเอาไว้ว่าเราจะต้องจับพวกมันมาแบบเป็น ๆ! เพราะถึงยังไงหลินหยวนคนนั้นก็… นับได้ว่าเป็นสหายเก่าของข้า”