เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 139: นี่คือโลหิตศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?

บทที่ 139: นี่คือโลหิตศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?

บทที่ 139: นี่คือโลหิตศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?


เนื่องจากกองทัพตั้งค่าหัวฉู่เซียวเอาไว้สูงมาก มันจึงเป็นไปไม่ได้อีกที่เขาจะซ่อนตัวอยู่ในแนวหลังได้เหมือนเดิม เรื่องนี้จึงเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจได้

นั่นคือการหลบออกจากแนวหลังมุ่งหน้าเข้าสู่ดินแดนไททัน สำหรับเขาแล้วนี่เป็นการเดินทางเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่สุด

และโชคดีที่เขารอดมาได้

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเข้าร่วมกับเผ่าไททันแล้ว ฉู่เซียวยังได้รับความไว้วางใจจากเหล่าไททันเนื่องจากสติปัญญาที่เฉียบแหลมของเขา

แม้แต่ในเผ่าไททัน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังได้รับความเคารพอยู่เสมอ แถมพวกมันยังมีลำดับชั้นที่ชัดเจน

สำหรับมนุษย์อย่างฉู่เซียว ถึงเขาจะได้รับความไว้วางใจจากเผ่าไททัน แต่เขาก็ยังนับว่าอยู่ในระดับล่างสุดของวรรณะ

ในตอนที่เขาให้คำแนะนำ พวกไททันไม่ชายตามองเขาด้วยซ้ำ

แต่ในสายตาของพวกไททัน เขาเปรียบเสมือนเครื่องมือที่เอาไว้ใช้งานเท่านั้น และถ้าหากเขาไร้ประโยชน์เมื่อไหร่ เขาก็จะถูกเขี่ยทิ้งทันที

การถูกปฏิบัติแบบนี้ย่อมทำให้ฉู่เซียวผู้ทะเยอทะยานรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

แต่ในไม่ช้าก็มีจุดเปลี่ยนเกิดขึ้น เพราะในกองทัพไททันก็มีผู้สืบทอดมรดกไททันอยู่ด้วย

เพราะถึงอย่างไรพวกไททันก็ไม่ได้เป็นอมตะ ไททันที่ตายไปแล้วพวกนี้มักจะทิ้งมรดกของตัวเองเอาไว้เพื่อรอคอยคนที่เข้ากันได้มาสืบทอดพลังนั้น

และฉู่เซียวก็บังเอิญได้เข้ารับการทดสอบ ซึ่งตัวเขานั้นได้แสดงให้เห็นถึงความเข้ากันได้ในระดับสูงกับมรดกไททันพยากรณ์

ผลลัพธ์นี้ได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วเผ่าไททัน

ต้องบอกว่าไททันพยากรณ์นั้นมีสถานะที่สูงส่งมากในเผ่าไททัน ทำให้เขามีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากในประวัติศาสตร์ของเผ่าไททัน

พวกไททันตามรู้ดีว่าไททันพยากรณ์มีดวงตาแห่งการทำนายที่มองเห็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ซึ่งชายหนุ่มได้เสนอให้เผ่าไททันบุกโจมตีโลก!

เพราะดวงตาแห่งการทำนายของเขา เขาจึงมองเห็นอนาคตอันเลือนราง เขาเห็นการล่มสลายของเผ่ามนุษย์ เขาเห็นว่าเผ่าไททันจะสามารถเจริญรุ่งเรืองได้บนโลกใบนี้ โดยที่เท้าเหยียบย่ำซากศพของมวลมนุษยชาติ

สำหรับเผ่าไททัน ไททันพยากรณ์เปรียบเสมือนแสงนำทางในยามมืดมิด เพราะคำทำนายของเขาไม่เคยผิดพลาด!!

แม้จะบอกว่าพลังแห่งการพยากรณ์นั้นยอดเยี่ยมมากแค่ไหน แต่การที่จะต้องทำนายอนาคตนั้นก็มีราคาที่ต้องจ่าย

นั่นคือ… ชีวิต!

ไททันพยากรณ์เดิมทีเป็นไททันที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก แม้แต่ในหมู่ไททันโลกาวินาศด้วยกันเอง มันก็ยังถูกนับถือว่าเป็นไททันที่วิเศษที่สุด

ถ้ามันใช้ชีวิตตามปกติ มันน่าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างน้อย 1,000 ปี แต่เนื่องจากการใช้ดวงตาแห่งการทำนายเกินขอบเขต จึงทำให้มันต้องสูญเสียพลังชีวิตไป

ผลที่ตามมาก็คือ ไททันพยากรณ์ซึ่งเป็นดั่งเทพเจ้าในสายตาของไททันนับหมื่นก็ได้ตายลงอย่างน่าเศร้าหลังจากที่มีชีวิตมา 700 ปี

เพื่อให้เผ่าไททันได้ดำเนินต่อไปบนเส้นทางที่ถูกต้อง แม้กระทั่งก่อนตายไททันพยากรณ์ก็ได้ทิ้งมรดกเอาไว้

แต่ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่มีไททันตัวใดที่สามารถสืบทอดมรดกของมันได้เลยสักตัว

จนกระทั่งบัดนี้ ฉู่เซียวที่เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งได้ทำการทดสอบและแสดงให้เห็นถึงความเข้ากันต่อมรดกไททันพยากรณ์ที่สูงลิ่ว

นั่นนับว่าเป็นเรื่องที่น่าขบขันมาก

สิ่งที่ไททันไม่อาจทำได้ มนุษย์กลับคว้ามันไปอย่างง่ายดาย

เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วเผ่าไททัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากพวกมันหายตกตะลึงแล้ว สภาผู้อาวุโสแห่งเผ่าไททันก็ได้ตัดสินใจกันอย่างรวดเร็วว่า ฉู่เซียวจะเป็นผู้สืบทอดมรดกที่ไททันพยากรณ์ทิ้งเอาไว้!

ความจริงแล้วถ้าหากพวกมันมีทางเลือก พวกมันไม่มีทางปล่อยให้มนุษย์มาสืบทอดมรดกนี้แน่

แต่พวกมันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!

ยิ่งไปกว่านั้น เผ่าไททันยังต้องการผู้พยากรณ์คนใหม่เพื่อนำทางพวกมันมุ่งสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์!

ในขณะที่ไททันพยากรณ์ยังมีชีวิตอยู่ พวกมันก็เอาชนะสงครามมาได้อย่างง่ายดายหลายต่อหลายครั้ง เพียงแค่ทำตามคำพูดของมัน!

ก่อนที่จะตัดสินใจใด ๆ มันก็ได้ใช้ดวงตาแห่งการทำนายเพื่อวิเคราะห์เส้นทางการต่อสู้รวมถึงคาดการณ์หนทางแห่งชัยชนะในอนาคต

แต่หลังจากที่ไททันพยากรณ์ตายลง เผ่าไททันก็เริ่มสูญเสียอำนาจในดินแดนที่เคยอยู่

ความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในระหว่างที่ไททันสู้รบกับมนุษย์ทำให้พวกเขาได้มีโอกาสพักฟื้นชั่วครู่ แล้วพวกเขาก็สามารถเปิดฉากโจมตีกลับได้อย่างรวดเร็ว

ถ้าหากไททันพยากรณ์ตายหลังจากนั้นอีก 100 ปี เผ่ามนุษย์อาจจะถูกทำลายล้างไปจนสิ้น

ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรเผ่าไททันก็จะพยายามบ่มเพาะฉู่เซียวให้เป็นเหมือนไททันพยากรณ์

พวกมันต้องการให้ชายหนุ่มควบคุมพลังดวงตาแห่งการทำนายได้อย่างเต็มที่ แบบเดียวกับไททันพยากรณ์

เนื่องจากสภาผู้อาวุโสให้ความสนใจฉู่เซียวมาก สถานะของเขาในเผ่าไททันจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ทว่าระยะเวลาที่เขาได้รับมรดกมานั้นยังน้อยเกินไป ปัจจุบันเขายังไม่สามารถมองเห็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้อย่างละเอียดเช่นเดียวกับไททันพยากรณ์

แต่ถ้าให้เขาแค่ระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เขาสามารถทำได้อย่างง่ายดาย

ในตอนนี้ชายหนุ่มจ้องมองไปยังเมืองที่ล่มสลายเบื้องหน้า เขามองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

ขณะนั้นดวงตาของฉู่เซียวเป็นประกาย เขาอดไม่ได้ที่จะกระซิบกับตัวเองว่า “หลินหยวน ฉันคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าจะได้เจอแกในสถานที่แบบนี้”

ในระหว่างที่เขาพึมพำกับตัวเอง ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ถามขึ้นว่า “ท่านผู้พยากรณ์ โปรดชี้ทางให้พวกเราด้วย! ถ้าพวกมันเพิ่งออกไปเพียงแค่ชั่วโมงเดียว ขอเพียงท่านชี้ทางที่พวกมันหนีไปได้ถูกต้อง ถ้าเราเร่งตามไป เราจะตามพวกมันทันแน่นอน!”

“ไอ้พวกมนุษย์สารเลวนั่นบังอาจมาทำลายเมืองหลักของเรา! ถ้าข้าตามมันทัน ข้าจะฉีกมันเป็นชิ้น ๆ ซะ!” หลังจากพูดจบไททันเบฮีมอธอเมทิสต์ก็เพิ่งจะนึกอะไรออก มันจึงรีบเงยหน้าอธิบายด้วยสีหน้าตื่นตระหนกว่า “ท่านผู้พยากรณ์ โปรดอย่าได้เข้าใจข้าผิด ข้าไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกท่าน”

ฉู่เซียวทำเพียงแค่ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็ได้ ข้าไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว นับตั้งแต่ที่ข้าได้รับมรดกจากไททันพยากรณ์ ข้าก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าไททันเรียบร้อยแล้ว”

“ดังนั้นไม่ว่าเจ้าจะดูหมิ่นมนุษย์มากแค่ไหน มันก็ไม่เกี่ยวกับข้า ข้าไม่สนใจ”

ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์รีบพูดประจบว่า “ท่านพูดถูก เป็นข้าที่สับสนไปเอง ข้าไม่ควรเอาท่านไปเทียบกับมนุษย์โสมมพวกนั้น!”

“เอาล่ะ พักเรื่องนั้นไว้ก่อนแล้วรีบไปจัดการเรื่องสำคัญกันก่อนเถอะ” ฉู่เซียวเปลี่ยนเรื่องพูด “เจ้ารู้ไหมว่าคราวนี้เรากำลังเผชิญกับคู่ต่อสู้ระดับไหน?”

เมื่อชายหนุ่มพูดจบ ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์กับอีก 2 ตัวก็ส่ายหัวเบา ๆ เพราะพวกมันมองไม่เห็นอดีตเหมือนกับที่อีกฝ่ายเห็น

ฉู่เซียวมองไปรอบ ๆ แล้วพูดเสียงเบาลงว่า “คราวนี้ศัตรูของเราเป็นมนุษย์ 2 คนกับไททันอีก 1 ตัว!”

“!!!” ไททันทั้ง 3 ที่ได้ยินดังนั้นต่างพากันตกใจ

แล้วไททันเพลิงสุริยันก็ขมวดคิ้วถามเสียงทุ้มลึกว่า “ทำไมถึงมีไททันเข้าร่วมกับพวกมันขอรับ? หรือว่าไททันตัวนั้นกบฏต่อเผ่าพันธุ์ของเรา?”

“ถ้าจะพูดให้ถูก มันไม่ใช่กบฏ” ฉู่เซียวตอบกลับ “ไททันเทพอาสัญที่ติดตามมนุษย์ 2 คนนั้นเดิมทีถูกผนึกเอาไว้ในสุสานไททัน ไททันตัวนี้มีสติปัญญาเท่ากับเด็ก มันจึงไม่แปลกที่จะถูกมนุษย์ 2 คนนั้นจูงจมูก”

“แต่พวกเจ้าอย่าได้ประมาทพลังของไททันเทพอาสัญตัวนี้ ถ้าข้าจำไม่ผิด ข้อมูลที่สภาผู้อาวุโสให้มาบอกว่า เมื่อ 70 ปีก่อนตอนที่มันถูกผนึกครั้งแรก ไททันเทพอาสัญตัวนี้มีพลังอยู่ในระดับมหันตภัยขั้นสูงสุด”

“ตอนนี้เวลาผ่านไปถึง 70 ปีแล้ว พลังของเขาน่าจะเติบโตไปถึงระดับโลกาวินาศ พวกเจ้าคิดว่าด้วยพลังของพวกเจ้าแค่ 3 ตัวจะเทียบกับไททันโลกาวินาศได้ไหม?”

หลังจากที่ชายหนุ่มถามแบบนั้น ไททันทั้ง 3 ก็หันมาสบตากัน พวกเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าในครั้งนี้จะมีไททันโลกาวินาศอยู่ฝ่ายเดียวกับศัตรู

แต่ทันใดนั้นรอยยิ้มเยาะก็ปรากฏที่มุมปากของไททันไฮดรา

หัวทั้ง 9 ของมันประสานเสียงพูดพร้อมกันว่า “ท่านผู้พยากรณ์โปรดวางใจ สภาผู้อาวุโสได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าปฏิบัติการในครั้งนี้จะไร้ข้อผิดพลาด”

จากนั้นไททันไฮดรายื่นมือขวาออกมา โดยที่บนฝ่ามือของมันมีหยดเลือดสีทองที่มีกลิ่นอายน่าสะพรึงกลัว

เมื่อฉู่เซียวเห็นหยดเลือดสีทองนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“นี่คือ… โลหิตศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?!”

เมื่อไททันไฮดราได้ยินฉู่เซียวเอ่ยถาม มันก็ยิ้มกริ่มแล้วตอบว่า

“ใช่แล้ว ท่านผู้พยากรณ์ช่างมีความรู้กว้างขวางจริง ๆ หยดโลหิตศักดิ์สิทธิ์นี้คือรางวัลที่ท่านจักรพรรดิประทานให้พวกเรา”

“พวกเจ้า?” ชายหนุ่มหรี่ตาลง แล้วเขาก็จับประเด็นสำคัญในคำพูดของอีกฝ่ายได้ทันที เขาจึงกล่าวเสียงทุ้มว่า “หรือว่าพวกเจ้าแต่ละตัวมีโลหิตศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือคนละหยด?”

ไททันไฮดราพยักหน้าแล้วตอบกลับว่า “ถูกต้อง”

“ทั้งหมดนี้สภาผู้อาวุโสจัดการให้ พวกเขาทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของท่าน ท่านผู้พยากรณ์!”

“หลังจากที่เรากินโลหิตศักดิ์สิทธิ์หยดนี้เข้าไป มันจะช่วยเพิ่มพลังได้เทียบเท่ากับไททันโลกาวินาศในระยะเวลาสั้น ๆ ถึงแม้ว่าไททันเทพอาสัญจะเป็นไททันโลกาวินาศจริง ๆ มันก็ไม่มีทางหนีพ้นแน่!”

ฉู่เซียวได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “ดี ดีมาก! ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องลังเลอีก เรารีบไปจับมนุษย์ 2 คนที่กำลังหลบหนีกันเถอะ แต่จำเอาไว้ว่าเราจะต้องจับพวกมันมาแบบเป็น ๆ! เพราะถึงยังไงหลินหยวนคนนั้นก็… นับได้ว่าเป็นสหายเก่าของข้า”

จบบทที่ บทที่ 139: นี่คือโลหิตศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว