เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 138: ผู้สืบทอดมรดกไททันพยากรณ์

บทที่ 138: ผู้สืบทอดมรดกไททันพยากรณ์

บทที่ 138: ผู้สืบทอดมรดกไททันพยากรณ์


ในตอนนี้สายตาของไททันทุกตัวในเมืองต่างสับสนปนกับหวาดกลัว

หลังจากที่ไททันเทพอาสัญทำลายกำแพงเมืองแล้ว มันก็เดินตรงเข้าไปในเมืองจี้มู่

พอมันมาเผชิญหน้ากับไททันในเมืองจริง  ๆแม้แต่ไททันมหาวิบัติก็ยังดูเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับไททันเทพอาสัญ

จากนั้นมันก็คว้าไททันมหาวิบัติเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

บัดนี้เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากปากของไททันผู้หิวโหยทำให้มันยิ่งดูน่าสะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น

“โอ้… ได้กินแบบสด ๆ… ย่อมมีรสชาติดีกว่า…” หลังจากกินไททันมหาวิบัติตัวนั้นแล้ว ไททันเทพอาสัญก็เลียเลือดที่มุมปากด้วยท่าทางพึงพอใจ ก่อนจะเอื้อมมือออกไปคว้าไททันอีกตัวขึ้นมา

ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นไททันเหมือนกัน แต่พวกมันกลับไม่มีความรู้สึกเห็นใจหรือผูกพันกับเผ่าพันธุ์เดียวกันเลย

ในสายตาของมัน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือไททันก็ไม่ได้แตกต่างกันตรงไหน

พวกนี้ล้วนแต่เป็นอาหารของมันทั้งสิ้น

อาจเป็นเพราะนิสัยนี้เองจึงทำให้หลินหยวนต้องขบคิดอย่างหนักเพื่อปราบไททันเทพอาสัญตัวนี้

เพราะถ้าเขาสามารถดึงไททันเทพอาสัญมาเป็นพวกของตนได้ เขาก็จะฝึกฝนมันให้เปลี่ยนกลายเป็นดาบคมกริบเอาไว้แทงกลางใจของเผ่าไททัน

ที่นอกเมืองจี้มู่ หลินหยวนมองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาเยาะเย้ย “ไททันเอ๋ยไททัน… ในที่สุดก็มีวันที่พวกมันได้สัมผัสถึงความหวาดกลัวที่มนุษย์ต้องเผชิญกันมาตลอดนับ 100 ปี”

ด้วยขนาดที่ใหญ่โตกว่าไททันทั่วไปของไททันเทพอาสัญ พอมันไปยืนอยู่ต่อหน้าไททันพวกนั้น อีกฝ่ายแทบจะเทียบไม่ติดเลยสักนิด

ถ้าไททันเทพอาสัญทำลายเมืองด้วยความเร็วขนาดนี้ ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เมืองจี้มู่ก็จะถูกมันกวาดล้างจนสิ้นซาก!!

ภายในเมืองจี้มู่ เสียงบ้านเรือนที่พังทลายลงยังคงดังก้อง ไททันเทพอาสัญเบื้องหน้าเป็นเหมือนรถแบคโฮที่คอยรื้อถอนอาคารสิ่งก่อสร้างไม่หยุด

ไม่ว่ามันจะผ่านไปที่ไหน ตรงนั้นก็จะเปลี่ยนกลายเป็นซากปรักหักพัง

หลินหยวนที่เห็นก็ยังส่ายหัวน้อย ๆ “ไอ้หมอนี่… เกิดมาเพื่อทำลายล้างจริง ๆ”

เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าตอนไททันเทพอาสัญยังมีชีวิตอยู่นั้นน่ากลัวมากแค่ไหน แม้ว่ามันจะตายไปแล้ว แต่มันก็ยังน่ากลัวได้ถึงขนาดนี้

เด็กหนุ่มไม่อาจเข้าใจได้ว่า แม้แต่สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังอย่างไททันเทพอาสัญก็ยังหนีไม่พ้นความตาย

แล้วใครเป็นคนฆ่ามัน?...

ในตอนนั้นหลินหยวนไม่กล้าคิดต่อ

เดิมทีเขาคิดว่าไททันมหันตภัยคือสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดในเผ่าไททันแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นแบบนั้น

แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีพลังเทียบเท่ากับไททันมหันตภัย แต่ในสายตาของเขา เผ่าไททันก็ยังเป็นยักษ์ใหญ่ที่แตะต้องไม่ได้อยู่ดี

เพราะเหนือขึ้นไปจากไททันมหันตภัยแล้วยังมีไททันโลกาวินาศอยู่

แล้วเหนือไททันโลกาวินาศจะเป็นอะไรล่ะ?

จะมีไททันที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้อีกเหรอ?

เรื่องนี้ไม่มีใครสามารถตอบได้อย่างชัดเจน

เพราะไม่มีใครเข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของเผ่าไททันเลยสักคน

ต่อหน้ามนุษย์ ดูเหมือนว่าไททันไม่เคยเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาเลยสักครั้ง บางทีสิ่งที่ไม่รู้อาจเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด!

ขณะนี้จู่ ๆ หลินหยวนก็รู้สึกมืดแปดด้าน เขาไร้ทางออก ไร้ซึ่งหนทางที่จะเดินต่อ เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงทางแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต

ในเวลาเดียวกัน ฉู่อวี้ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเขา เธอจึงยื่นมือไปจับมือเขาไว้เงียบ ๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร

เธอใช้วิธีนี้ในการบอกเขาว่าเขามีเธอคอยอยู่เคียงข้างเสมอ ต่อให้เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยขวากหนาม หรือเป็นเพียงทางตันที่ไร้หนทางเดินต่อ แต่เธอก็จะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน

สำหรับไททันเทพอาสัญ เมืองไททันเมืองหนึ่งที่ไม่มีไททันมหันตภัยคอยเฝ้ามันก็เปรียบเสมือนบ้านกระดาษที่ถูกทำลายได้ง่าย

ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เมืองจี้มู่ก็พังทลายลง

ในขณะนั้นไททันส่วนใหญ่เลือกที่จะทิ้งเมืองหลบหนีออกไป

ทางด้านหลินหยวนเองก็เลือกที่จะไม่ไล่ตามไททันพวกนั้นเพราะมันไม่จำเป็น

ประการแรกก็คือ พวกมันมีจำนวนมากเกินไป ถึงเขาจะทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อไล่ล่าพวกมัน แต่บางตัวก็อาจจะหนีรอดไปได้อยู่ดี

ประการที่ 2 ในเมื่อที่อยู่ของเขาถูกเปิดเผยไปแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องกำจัดไททันทั้งหมดเพื่อปิดปากพวกมันอีก แล้วเขาก็คอยยืนดูไททันเทพอาสัญคอยทำลายเมืองจี้มู่ต่อไป

ที่ทำไปทั้งหมดนี้เขาแค่อยากจะสั่งสอนเผ่าไททัน เขาอยากจะทำให้พวกมันรู้ว่ามนุษย์เองก็ไม่ได้ไร้อำนาจต่อกร!

สักวันหนึ่งเขาจะทำลายเผ่าไททันให้หมด เช่นเดียวกับที่เขาทำลายเมืองจี้มู่!

ทันใดนั้นไททันเทพอาสัญที่กำลังถือไททันเอาไว้ในมือข้างละตัวและกัดกินเนื้อของมันอย่างตะกละตะกลามก็เดินตรงเข้ามาหาหลินหยวน

“ยังไม่ถึงชั่วโมงเลย… เจ้าสัญญาไว้แล้ว… ว่าจะเพิ่มหมอกสีดำให้อีก 5 ลูก… อิอิ…”

พอมันมายืนอยู่ต่อหน้าเด็กหนุ่ม มันก็เผยรอยยิ้มไร้เดียงสาซึ่งขัดกับปากที่เปื้อนเลือดทำให้มันเหมือนกำลังแสยะยิ้มเสียมากกว่า

“ไม่ต้องห่วง ฉันเป็นคนรักษาคำพูด” หลินหยวนตอบกลับ “แต่เราต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อน อีกไม่นานกำลังเสริมของไททันจะมาถึง แกเองคงไม่อยากถูกจับไปขังไว้ในสุสานเหมือนเดิมใช่ไหม?”

ไททันเทพอาสัญชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ในสุสานไม่มีอะไรกิน… ข้าไม่อยากถูกขังแล้ว”

เด็กหนุ่มแล้วกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นแกก็ตามฉันมา แต่ขนาดตัวของแกทำให้แกตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย ๆ ตอนนี้แกเข้ามาพักด้านในก่อนเถอะ”

หลินหยวนพูดจบแล้วก็ใช้พลังอันเดดเปิดประตูมิติอันเดดขึ้นมา

เนื่องจากไททันเทพอาสัญเป็นเพียงศพที่มีความคิด มันจึงน่าจะเข้าไปอยู่ในช่องเก็บอันเดดได้เหมือนศพอื่น ๆ

ในตอนแรกไททันเทพอาสัญดูเหมือนจะต่อต้านคำสั่งของเด็กหนุ่มอยู่เล็กน้อย แต่แล้วพลังที่แผ่ออกมาจากภายในมิติก็ได้ดึงดูดความสนใจของมัน ไม่นานมันก็ถูกดูดเข้าไป

สำหรับสิ่งมีชีวิตอันเดด มิติอันเดดที่หลินหยวนเปิดออกนั้นมีสภาพแวดล้อมที่น่าดึงดูดและสะดวกสบาย ดังนั้นไททันเทพอาสัญจึงไม่อาจต้านทานมันได้

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพละกำลังของมัน การที่จะฝ่าออกมาจากมิติอันเดดนั้นไม่ใช่เรื่องยาก

หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดแล้ว หลินหยวนก็คว้ามือฉู่อวี้ก่อนที่ร่างจะเปลี่ยนเป็นสายฟ้าหายวับไปจากที่ที่เคยยืนอยู่ทันที

1 ชั่วโมงต่อมา

ชายชุดดำคนหนึ่งบินลงมาจากท้องฟ้า ด้านหลังเขามีไททัน 3 ตัวที่มีรูปร่างแตกต่างกัน

1 ในนั้นตัวใหญ่เท่าภูเขา แขนท่อนล่างดูแข็งแกร่งโดยที่แต่ละข้างมีนิ้วเท้า 4 นิ้ว ส่วนปลายมีกรงเล็บแหลมคม บนใบหน้าเองก็เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลม

รูปร่างของมันคล้ายกับ ‘เบฮีมอธ*’ ในตำนานของฝั่งตะวันตกมาก และที่สำคัญกว่านั้น ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีม่วงที่เปล่งประกายวาววับ

*เบฮีมอธ (Behemoth) ที่เป็นสัตว์ประหลาดในตำนานของศาสนายูดายและศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นสัตว์ตัวใหญ่โตและทรงพลังมาก

นั่นหมายความว่าไททันตัวแรกก็คือเบฮีมอธอเมทิสต์!

ส่วนไททันตัวที่ 2 ร่างมหึมาของมันลอยอยู่กลางอากาศ รอบกายส่องแสงดั่งดวงอาทิตย์ดูราวกับเทพเจ้า ส่วนแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวมันรุนแรงยิ่งกว่าไททันตัวแรกเสียอีก

หากจะเรียกขานให้สมกับรูปลักษณ์ของมันก็คงจะต้องเป็น ‘เพลิงสุริยัน’

และไททันตัวที่ 2 นี้ก็คือไททันเพลิงสุริยัน!

ส่วนไททันตัวสุดท้ายมีรูปลักษณ์ดุร้ายดุจดั่งปีศาจ ลักษณะเด่นของมันก็คือ หัวงูขนาดยักษ์ 9 หัวที่งอกออกมาจากคอ

ไททันตัวที่ 3 นี้ก็คือไททันไฮดรา!

ถึงแม้ว่าไททันทั้ง 3 จะมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน แต่รอบตัวพวกมันล้วนเปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาล

เมื่อเทียบกับไททันมังกรเพลิงที่แข็งแกร่งตัวนั้น พวกมันยังน่ากลัวกว่าเสียอีก

นั่นหมายความว่าไททันทั้ง 3 ตัวนี้อย่างน้อยจะต้องไม่ต่ำกว่าระดับมหันตภัยขั้นสูงสุด

และคนที่พาพวกมันมาที่นี่ดูเหมือนจะเป็นมนุษย์ที่สวมชุดสีดำซึ่งกำลังลอยอยู่ในอากาศ

ทันใดนั้นเขาก็ค่อย ๆ เปิดหมวกในขณะที่สายตาล้ำลึกจับจ้องไปที่ซากเมืองจี้มู่

ถ้าหลินหยวนเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมวกนั้น เขาจะต้องตกตะลึงแน่นอน เพราะชายชุดดำคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากฉู่เซียว คนที่เคยหลบหนีจากเขาไปได้สำเร็จ

หลังจากที่ชายหนุ่มหลบหนี เขาถึงขั้นวางแผนเปิดโปงตัวตนของเด็กหนุ่มเกือบสำเร็จด้วยซ้ำ

แม้ว่าสุดท้ายแล้วแผนการของเขาจะล้มเหลว แต่มันก็ยังสร้างความประทับใจให้หลินหยวนได้ไม่รู้ลืม

ปัจจุบันดูเหมือนว่าเขาจะเข้าร่วมกับเผ่าไททันได้สำเร็จและได้ครอบครองตำแหน่งที่สูงส่งในเผ่าไททัน

ไม่อย่างนั้นคงไม่มีไททันมหันตภัยขั้นสูงสุด 3 ตัวเดินตามหลังเขาต้อย ๆ แบบนี้

ฉู่เซียวยังคงนิ่งเงียบ แต่เบฮีมอธอเมทิสต์เป็นคนแรกที่พูดขึ้นทำลายความเงียบ “ท่านผู้พยากรณ์ ท่านเห็นอะไรหรือขอรับ?”

ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบว่า “ข้าเห็น… พวกมันออกไปแล้ว เพิ่งจะผ่านไปเมื่อชั่วโมงเศษ ๆ นี้เอง”

เหตุผลที่เบฮีมอธเรียกเขาว่า ‘ท่านผู้พยากรณ์’ ก็เพราะว่าเขาเป็นผู้สืบทอดมรดกจากไททันโลกาวินาศ!

และไททันตัวนั้นก็คือ ‘ไททันพยากรณ์’!

ภายในเผ่าไททัน ไททันพยากรณ์มีพลังที่พิเศษมาก มันมี ‘ดวงตาแห่งการทำนาย’ คู่หนึ่ง มันจึงสามารถมองเห็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

*******************************************

SkySaffron: หายหน้าหายตาไปนาน กลายเป็นผู้สืบทอดอีกคนแล้วเหรอเนี่ย!

จบบทที่ บทที่ 138: ผู้สืบทอดมรดกไททันพยากรณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว