- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 134: ต้นกำเนิดของศพนี้
บทที่ 134: ต้นกำเนิดของศพนี้
บทที่ 134: ต้นกำเนิดของศพนี้
ตึง! ตึง! ตึง!
เนื่องจากขนาดตัวที่มหึมา ทุกย่างก้าวของมันจึงส่งผลให้พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหว อีกทั้งรังสีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรู้สึกหวาดกลัว
สุดท้ายแล้วไททันโลหิตทมิฬก็เป็นคนแรกที่ทนไม่ไหว
มันไม่สนใจจะต่อสู้กับไททันมังกรเพลิงอีกต่อไปแล้วหันหลังวิ่งหนีไปทันที
มันยังไม่อยากตายเหมือนไททันซอมบี้ที่ถูกขากรรไกรของท่านเทพอาสัญบดขยี้จนแหลกไปทั้งร่าง
แต่ขณะที่ไททันโลหิตทมิฬเร่งความเร็วเต็มที่เพื่อหลบหนีออกจากสุสานไททัน จู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งมาขวางทางมันเอาไว้
ไททันมหันตภัยตกใจชะงักฝีเท้าเพราะคนที่มาขวางทางมันก็คือหลินหยวน!
“บอกเรื่องของไททันเทพอาสัญนี้มาซะ!” เด็กหนุ่มพูดอย่างเย็นชาในขณะที่ยกดาบปราบมังกรชี้หน้าอีกฝ่าย “ไม่งั้นก็ตายอยู่ที่นี่พร้อมกันให้หมด!”
ไททันโลหิตทมิฬตะโกนเสียงกร้าว “บ้าเอ๊ย หลีกไป! ถ้าอยากตายนักก็อย่าลากข้าไปด้วย!!”
พูดยังไม่จบดีมันก็ถูกดาบสายฟ้าฟันเข้าใส่
ฉัวะ!
ดาบสายฟ้าตวัดใส่ร่างของไททันโลหิตทมิฬเต็มแรง
ขณะเดียวกัน เสียงเย็นชาของหลินหยวนก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ฉันบอกให้แกตอบคำถามฉันมา ไม่งั้นแกก็ไม่มีทางได้ออกไปจากที่นี่แบบมีชีวิตเหมือนกัน”
ตูม!
จู่ ๆ ไททันโลหิตทมิฬก็ระเบิดร่างกายเป็นของเหลวต่อหน้าเด็กหนุ่ม ด้วยความสามารถของมัน การที่จะจัดการกับมันไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่หลินหยวนไม่ได้มีเจตนาที่จะฆ่าอีกฝ่าย เขาแค่อยากจะทราบข้อมูลของไททันเทพอาสัญจากมันต่างหาก
ถ้ามันไม่ยอมเปิดปาก เขาก็ไม่มีทางปล่อยมันไปแน่
แล้วหากปล่อยให้เวลาผ่านไปนานกว่านี้ ไททันเทพอาสัญก็จะตามไล่ล่าพวกเขา
พอถึงตอนนั้น ไม่ว่าไททันโลหิตทมิฬจะแข็งแกร่งแค่ไหน มันก็ไม่มีทางเอาชีวิตรอดไปจากเงื้อมมือของไททันที่โหดเหี้ยมตัวนี้ได้อยู่ดี
ไททันมหันตภัยมองมนุษย์ตัวจิ๋วที่ยังคงขวางทางตัวเอง ไม่นานดวงตาของมันก็หม่นแสงลงในขณะที่ครุ่นคิด
สุดท้ายแล้วมันก็กัดฟันพูดว่า “ตกลง ข้าจะบอกทุกอย่าง แต่ถึงข้าจะบอกต้นกำเนิดของไททันเทพอาสัญ มันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี!”
“สำหรับคนตาย ต่อให้รู้เรื่องราวมากมายแค่ไหนมันก็ไร้ความหมาย!”
หลินหยวนที่ได้ยินคำพูดของไททันโลหิตทมิฬไม่ได้แสดงท่าทีกังวลใด ๆ เขาพูดแค่ว่า “ถ้าแกไม่อยากมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ก็ถ่วงเวลาต่อไปได้นะ”
เมื่อไททันมหันตภัยได้ยินแบบนี้ สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
จากนั้นมันก็กัดฟันพูดว่า “ไททันเทพอาสัญถูกเผ่าไททันเอามาฝังไว้ที่นี่ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เขาตายแล้ว!”
“แต่ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ เขาแข็งแกร่งมาก แม้กระทั่งหลังจากที่ตายไปแล้ว ร่างของเขาก็ยังเหมือนมีจิตวิญญาณบางอย่าง แล้วจู่ ๆ เขาก็ลุกขึ้นมาจากหลุมและเริ่มกินศพที่ฝังอยู่ในสุสานแห่งนี้อย่างบ้าคลั่ง”
“ก่อนที่เผ่าไททันจะรู้เรื่องนี้ ไททันเทพอาสัญก็ได้กินศพในสุสานนี้ไปมากกว่าครึ่งแล้ว และพลังของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเช่นกัน เพื่อที่จะกำจัดไททันเทพอาสัญตัวนี้ เผ่าไททันจึงต้องผนึกเขากลับเข้าไปในหลุมศพแล้วให้พวกเรา 3 คนรับผิดชอบคอยดูแลเขาไว้ตลอดเวลา”
“ดังนั้นจึงมีเพียงแค่พวกเราเท่านั้นที่สามารถเปิดผนึกปลุกเขาขึ้นมาได้”
“ถ้าจะพูดให้ถูก ก่อนที่เจ้าจะมาที่นี่ ไททันเทพอาสัญตัวนี้ถูกผนึกเอาไว้นานถึง 70 ปีเต็ม แต่ในระหว่างนี้เขาก็คอยดูดซับพลังจากศพในสุสานทำให้พลังของเขายังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”
“จนกระทั่งวันนี้ ตอนที่ไททันภูตผีเปิดผนึกปล่อยเขาออกมาจากหลุม ข้าถึงได้รู้ว่าไททันเทพอาสัญตัวนี้แข็งแกร่งมากแค่ไหน!!”
หลังจากที่หลินหยวนได้ฟังคำตอบจากไททันโลหิตทมิฬ เขาก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดเลยว่าไททันเทพอาสัญที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นแค่ศพจริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมีสติปัญญาล้ำเลิศมากด้วย
มันเป็นเรื่องที่… น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
ไททันจะทรงพลังขนาดนี้ได้อย่างไร? ถึงขั้นที่ร่างไร้ชีวิตก็ยังมีสติปัญญาขึ้นมา
มิหนำซ้ำไททันเทพอาสัญตัวนี้ถูกผนึกเอาไว้ในสุสานมาเป็นเวลา 70 ปีเต็ม
ตลอด 70 ปีนี้มันได้ดูดซับพลังจากศพภายในสุสานซึ่งทำให้มันมีพลังมหาศาลดังเช่นปัจจุบัน
ในความคิดของหลินหยวน การกระทำของเผ่าไททันไม่ใช่เพียงแค่การผนึกไททันเทพอาสัญตัวนี้เอาไว้เท่านั้น ถ้าพวกมันแค่ต้องการผนึกศพนี้ไว้ ทำไมถึงเอามาผนึกไว้ในสุสานแห่งนี้ล่ะ?
นั่นหมายความว่าเผ่าไททันจงใจบ่มเพาะไททันเทพอาสัญตัวนี้ขึ้นมา
พวกมันรู้ว่าถ้าปล่อยให้มันได้ดูดซับพลังจากศพระดับสูง มันจะมีพลังที่น่าสะพรึงกลัว นั่นเป็นเหตุผลที่พวกมันเลือกที่จะผนึกมันไว้ที่นี่
สุสานแห่งนี้ปราณศพที่แผ่ออกมาจากทุกร่างกลายเป็นอาหารชั้นเลิศให้มันได้พัฒนาตัวเอง และเมื่อเผ่าไททันบ่มเพาะไททันเทพอาสัญสำเร็จ พวกมันคงจะส่งไททันตัวนี้ลงสู่สนามรบ
สิ่งมีชีวิตที่เทียบเท่ากับไททันโลกาวินาศ หากมันไปลงสนามรบด้วยตัวเอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะกลายเป็นฝันร้ายของหัวเซี่ยทั้งแผ่นดิน
อย่างน้อยผู้คนหลายล้านคนจะต้องตายลงเพราะไททันเทพอาสัญผู้โหดเหี้ยมตัวนี้
พอหลินหยวนคิดถึงเรื่องดังกล่าว ประกายในดวงตาของเขาก็เย็นเยียบ
“ไอ้พวกไททัน… พวกแกนี่มันโหดเหี้ยมจริง ๆ”
ตอนนี้เด็กหนุ่มรู้แล้วว่าต้องทำอะไร หากเขาไม่อยากให้ทหารของหัวเซี่ยต้องมาตายด้วยน้ำมือของไททันเทพอาสัญตัวนี้
เขาจะต้องฆ่ามันที่นี่!
สำหรับหลินหยวนแล้ว นี่เป็นการต่อสู้ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ
เพื่อตัวเขาเอง… และเพื่อนักรบที่อยู่ในแนวหน้า
ทันใดนั้นเด็กหนุ่มก็กระชับดาบปราบมังกรในมือแน่น พร้อมกับที่ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
เขารู้ดีที่สุดว่าไททันเทพอาสัญที่อยู่ตรงหน้านั้นทรงพลังมากแค่ไหน แม้แต่ไททันซอมบี้ที่เป็นถึงไททันมหันตภัยก็ยังทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย
แต่ยิ่งมันเป็นแบบนี้ หลินหยวนก็ยิ่งถอยไม่ได้
ในไม่ช้าเขาก็ได้คำนวณโอกาสที่จะเอาชนะอีกฝ่ายขึ้นมาในใจ
หากต้องเผชิญหน้ากันตรง ๆ เขาคงต่อกรกับไททันเทพอาสัญไม่ได้อย่างแน่นอน
โชคดีที่เขายังสามารถดึงพลังจากภายนอกออกมาช่วยได้
เขาสามารถใช้ [คำสาปหายนะ] เพื่อทำให้คู่ต่อสู้อ่อนแอลงก่อน จากนั้นเขายังมี [หินรวมร่าง] 2 ก้อนที่เอาไว้ช่วยเสริมพลังให้กับตัวเอง
สุดท้ายแล้วถ้าจะต้องพ่ายแพ้จริง ๆ เขาก็ยังมี [ของขวัญจากเทพีแห่งชีวิต] ที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้เขาได้ทันที
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับไททันเทพอาสัญ หลินหยวนก็พร้อมที่จะดึงทุกสิ่งทุกอย่างที่มีออกมาใช้ทั้งหมด!
“นี่มันบ้าไปแล้วเหรอ!” ไททันโลหิตทมิฬที่เห็นเด็กหนุ่มมีความคิดที่จะสู้กับไททันเทพอาสัญ ดวงตาของมันก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความเหลือเชื่อในขณะที่มันพึมพำเบา ๆ
แต่ตอนนี้มันไม่มีเวลามากังวลเรื่องของหมอนี่แล้ว
การที่ถูกหลินหยวนขวางทางนั้นทำให้มันเสียเวลาไปมาก ถ้าอยากมีชีวิตรอด มันจะต้องรีบหนีทันที!
หลังจากคิดแบบนี้ ร่างใหญ่โตของไททันโลหิตทมิฬก็เปลี่ยนเป็นโลหิตสีดำพุ่งไปยังทิศทางตรงข้ามกับไททันเทพอาสัญอย่างรวดเร็ว
“ทำไม… ทำไมเจ้าถึงคิด… จะหนีด้วย?”
ทว่าไททันเทพอาสัญกลับไม่ได้สนใจหลินหยวนแล้วมองมาที่มันแทน
เมื่อไททันโลหิตทมิฬได้ยินเสียงของอีกฝ่าย ใจมันก็ตกไปอยู่ตาตุ่ม
แย่แล้ว แย่แล้ว!
มนุษย์คนนั้นน่าจะอยู่ใกล้กว่าข้าไม่ใช่เหรอ?!
แต่ตอนนี้ตัวมันอยู่ไกลจากไททันเทพอาสัญมากจนอีกฝ่ายอาจจะตามไม่ทัน
ไททันโลหิตทมิฬปลอบใจตัวเองพร้อมกับเร่งความเร็วสุดกำลัง
“ทำไม… เจ้าไม่ตอบคำถามข้าล่ะ?”
แม้ระยะห่างระหว่างไททันเทพอาสัญกับฝ่ายที่หลบหนีจะเพิ่มขึ้น แต่มันก็ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่
สำหรับไททันโลหิตทมิฬแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ดีมาก
ยิ่งฝ่ายตรงข้ามยังยืนนิ่งอยู่กับที่นานเท่าไหร่ โอกาสหลบหนีสำเร็จของมันก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
ในขณะที่มันกำลังคิดแบบนี้ ไททันเทพอาสัญก็อ้าปากกว้างเต็มที่
ภาพนั้นมันดูน่าขนลุกเสียจนเหมือนกับว่าเจ้าตัวกำลังจะกรามหลุด
วินาทีต่อมา หมอกสีขาวที่มีกลิ่นอายแห่งความตายหนาแน่นก็พุ่งออกมาจากปากลอยไปโอบล้อมไททันโลหิตทมิฬด้วยความเร็วสูงมาก
“ไม่!!” ไททันโลหิตทมิฬไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าไททันเทพอาสัญที่อยู่ข้างหลังจะมีกลยุทธ์แบบนี้ด้วย
หลังจากมันถูกหมอกสีขาวล้อมรอบ ร่างของมันก็เริ่มหดตัวลงราวกับถูกกัดกร่อน
“ว้ากกกกก!!” ท่ามกลางเสียงร้องแหลมสูง ร่างมหึมาของไททันโลหิตทมิฬก็หายวับไปในหมอก
“เอิ๊ก—” จากนั้นไททันเทพอาสัญก็เรียกหมอกสีขาวกลับมาแล้วเรออย่างพึงพอใจ
อีกฝั่งหนึ่ง หลินหยวนกับฉู่อวี้ได้แต่ยืนนิ่งอึ้งมองดูภาพเบื้องหน้า
แล้วจู่ ๆ เด็กสาวก็กระซิบขึ้นมาว่า “ไททันตัวนี้เหมือนจะใช้ปราณศพกลืนกินเป้าหมายจากระยะไกลได้ด้วย”
หลินหยวนพยักหน้าเบา ๆ แล้วพูดเสียงเบาลง “ใช่ เป็นความสามารถที่น่ากลัวมากจริง ๆ”
นั่นหมายความว่าไททันเทพอาสัญตัวนี้นอกจากจะทรงพลังในด้านการต่อสู้ระยะประชิดแล้ว มันยังมีความสามารถในการโจมตีระยะไกลอีกด้วย
ในสถานการณ์เช่นนี้ การจะหลบหนีจากเงื้อมมือของมันคงเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก
หลังจากที่ไททันโลหิตทมิฬถูกกลืนกินเข้าไปแล้ว เป้าหมายที่เหลืออยู่ในสุสานก็มีเพียงหลินหยวนกับฉู่อวี้เท่านั้น