เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 119: เมื่อไหร่ควรสู้ เมื่อไหร่ควรถอย

บทที่ 119: เมื่อไหร่ควรสู้ เมื่อไหร่ควรถอย

บทที่ 119: เมื่อไหร่ควรสู้ เมื่อไหร่ควรถอย


หลังจากแม่ทัพมังกรสังหารเฝิงเจิ้งกั๋วเรียบร้อยแล้ว เขาก็รู้สึกว่าความโกรธที่เคยอัดแน่นอยู่ในอกได้จางหายลงไปมาก

ความเคียดแค้นที่ต้องสูญเสียสหายร่วมรบไปมากกว่า 500 คนที่เคยกดทับอยู่บนบ่าของเขาดูเหมือนจะสลายหายไป

เขาไม่รู้สึกสงสารคนอย่างเฝิงเจิ้งกั๋วเลย

หลินเทียนเชวี่ยรู้สึกว่าการฆ่าอีกฝ่ายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวนั้นมันง่ายเกินไป

คนทรยศอย่างเขาสมควรถูกสับเป็นชิ้น ๆ แบบนี้ถึงจะสาสมกับที่เขาเคยดูหมิ่นชีวิตของคนอื่น

จากนั้นหลินเทียนเชวี่ยก็ดึงดาบสายฟ้าออกมาจากศพแล้วหันหลังเดินช้า ๆ ไปหาไททันมังกรเพลิง

ในขณะนั้นเขาเป็นเหมือนยมทูตจากนรก และดาบสายฟ้าในมือก็คือเคียวยมทูตที่คอยคร่าชีวิตของผู้คน

“หมอนั่นตายแล้ว ต่อไปก็เป็นตาของแก” น้ำเสียงของแม่ทัพมังกรยังคงเรียบนิ่ง

ทว่าบนใบหน้าของไททันมังกรเพลิงกลับมีรอยยิ้ม

“หลินเทียนเชวี่ย เจ้าอย่าคิดเอาข้าไปเทียบกับไอ้คนขี้ขลาดแบบมัน เจ้าคิดผิดมหันต์แล้ว ความเสียใจที่สุดในชีวิตของข้าก็คือการไม่ได้ไปนั่งบนบัลลังก์ไททัน ถึงข้าจะตายไป เจ้าก็ไม่มีทางได้อะไรจากข้า!”

ทันทีที่หลงเยี่ยนพูดจบ แสงสีแดงฉานก็พุ่งออกมาจากหัวของมัน

ภาพเบื้องหน้าที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเหมือนดาวเคราะห์ที่กำลังจะระเบิดตัวเองตาย

“ระวัง มันกำลังจะทำลายแกนสมองของตัวเอง!” เสียงตะโกนอย่างวิตกกังวลของหลี่หวงเหยียนดังมาจากข้างหลังหลินเทียนเชวี่ย

แต่สีหน้าของเขากลับไม่เปลี่ยนเลย ไม่นานร่างของเขาก็เปลี่ยนเป็นสายฟ้าหายไปจากจุดที่เคยยืนอยู่

หลินหยวนที่ใช้งานฉงถงสูงสุดก็ยังมองการเคลื่อนไหวของพ่อตัวเองไม่ทัน

ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อนี้ หลินเทียนเชวี่ยแทบจะไปโผล่ตรงหน้าไททันมังกรเพลิงในทันที

พอหลินหยวนกับหลี่หวงเหยียนรู้ตัวอีกครั้ง หัวของไททันมังกรเพลิงก็ร่วงลงกระแทกพื้นแล้ว

แม้กระทั่งก่อนตาย ดวงตาของอีกฝ่ายก็ยังคงเบิกกว้างไม่ยอมปิด

มันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าพออยู่ต่อหน้าหลินเทียนเชวี่ยแล้ว มันไม่เหลือเวลาแม้แต่จะให้ทำลายแกนสมองของตัวเองด้วยซ้ำ

นี่แหละ… สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวของขั้นกึ่งเทพ!

หลินเทียนเชวี่ยเคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ

เขารวดเร็วเสียจนหลินหยวนไม่เห็นว่าเขาตัดหัวไททันมังกรเพลิงได้อย่างไร

จากนั้นแม่ทัพมังกรก็ฟันออกไปอีกครั้ง เขาผ่าหัวหลงเยี่ยนออกเป็น 2 ซีก ไม่นานผลึกสีแดงเข้มก็พุ่งออกมาจากกะโหลกศีรษะที่แตกออก

นี่คือแกนสมองของไททันมังกรเพลิง!

หลินเทียนเชวี่ยก้มลงไปหยิบผลึกสีแดงเข้มขึ้นมาแล้วโยนให้หลินหยวนที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“แกเก็บเอาไว้ คิดซะว่านี่เป็นของขวัญจากพ่อ”

เด็กหนุ่มพูดยิ้ม ๆ ว่า “พ่อ ผมโตแล้วนะ ยกเรื่องนี้มาอ้างจะไม่ทำให้ผมดูเด็กไปหน่อยเหรอ?”

ทางด้านหลี่หวงเหยียนที่ยืนอยู่อีกฝั่งรู้สึกถึงพลังที่ผันผวนแผ่ออกมาจากผลึกสีแดง ทันใดนั้นเขาก็แทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความอิจฉา

ชายผมแดงเลียริมฝีปากก่อนจะพูดว่า “หลินหยวน ถ้านายไม่อยากได้… เอามาให้ฉันแทนก็ได้นะ นายคงดูดซับแกนสมองไททันไม่ได้ อีกอย่าง เรื่องนี้มันซับซ้อนมาก ฉันกลัวว่านายจะรับมือไม่ได้”

หลินหยวนที่ได้ยินแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่กลอกตาพูดว่า “ไม่ต้องห่วงครับ ผมรับมือได้”

แต่ต้องบอกว่าหลินเทียนเชวี่ยน่าจะเป็นคนเดียวที่หยิบยื่นแกนสมองไททันมหันตภัยให้คนอื่นได้ง่าย ๆ แบบนี้

หลังจากหลินหยวนเก็บผลึกสีแดงเข้ม เขาก็นำศพไททันมังกรเพลิงไปเก็บไว้ในช่องเก็บอันเดด

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้พลังอันเดดต่อหน้าพ่อของตน

ในขณะนั้นดวงตาของหลินเทียนเชวี่ยมัวหมองลงในขณะที่มองการกระทำของลูกชาย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมามากนัก

เมื่อหลินหยวนจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาก็ถามออกมาว่า “เราควรทำยังไงต่อไปดีครับ?”

ทันทีที่หลี่หวงเหยียนได้ยินคำถามของเด็กหนุ่ม เขาก็หันไปมองหลินเทียนเชวี่ยโดยไม่รู้ตัว

ท่าทางนั้นบ่งบอกว่าเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่านายพลหลินคิดจะทำอะไรต่อ

เมื่อครู่นี้หลินเทียนเชวี่ยทำให้ไททันโลกาวินาศโกรธจนแทบคลั่ง ในสถานการณ์แบบนี้ไททันเทพปีศาจคงไม่มีทางยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่

ตามความคิดของหลี่หวงเหยียน ชายคนนี้อาจจะต้องอยู่ต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายกับไททันระดับ 9

เพราะน้ำเสียงที่เขาใช้พูดก่อนหน้านี้มันดูถูกศัตรูมากจนอีกฝ่ายเสียหน้า

ตอนที่เขาชี้ดาบไปที่ปลายจมูกของไททันเทพปีศาจแล้วไล่มันไปนั้น หลี่หวงเหยียนก็รู้สึกว่าเลือดในกายของเขาเดือดพล่าน

เพราะถ้าแม่ทัพมังกรคิดจะต่อสู้กับเทพปีศาจอาซา… นั่นคงเป็นการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กึ่งเทพกับไททันโลกาวินาศ!

สำหรับเขา นี่คงเป็นการดวลระหว่างคนที่แข็งแกร่งที่สุดของทั้ง 2 เผ่าพันธุ์

แต่หลินเทียนเชวี่ยกลับตะโกนขึ้นมาอย่างไม่ลังเล “หนี!”

“ห้ะ! หนี?!” หลี่หวงเหยียนไม่เข้าใจเลยสักนิด

ทั้ง ๆ ที่เขาอวยยศอีกฝ่ายไว้ตั้งมากมายขนาดนี้ นี่เขาไม่ควรอยู่สู้ตายกับศัตรูหรอกเหรอ?!

หลินเทียนเชวี่ยตอบกลับไปว่า “ใช่ ถ้าเราไม่หนี จะให้อยู่ที่นี่รอไททันโลกาวินาศมากระทืบหรือไง? นายก็รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของไททัน นายคิดว่าพวกมันจะให้เกียรติต้อนรับเราอย่างดีหรือไงฮะ!”

“ถึงฉันจะเอาชนะไททันโลกาวินาศได้ก็จริง แต่หลังจากนั้นเราก็จะตกอยู่ในวงล้อมของไททันตัวอื่น ๆ ที่รอโจมตีเราอยู่ ถ้านายไม่อยากตาย ตอนนี้มีทางเลือกเดียวเท่านั้นก็คือต้องหนีเดี๋ยวนี้!”

เมื่อหลินหยวนได้ยินสิ่งที่พ่อตัวเองพูด เขาก็อดไม่ได้ที่จะเม้มปากแน่น

นี่สิคือตาแก่ที่เขารู้จัก

เขาจะต่อสู้ก็เมื่อจำเป็น ถึงเวลาหนีก็ต้องหนีโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ส่วนหลี่หวงเหยียนก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่แม่ทัพมังกรพูดนั้นเป็นความจริง

พอคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็อดถอนหายใจไม่ได้ “เฮ้อ เรารีบถอยกันเถอะ”

ที่ชายหนุ่มถอนหายใจนั้นเป็นเพราะเขาเสียใจที่ไม่ได้เห็นการดวลกันระหว่างผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของทั้ง 2 ฝ่าย

จากนั้นชายทั้ง 3 ก็พุ่งทะยานออกจากตำหนักที่มืดมิดมุ่งสู่กำแพงเมือง

ทันใดนั้นหลินเทียนเชวี่ยก็พูดขึ้นมาว่า “ตอนนี้ฉู่อวี้ยังหนีออกจากเมืองหย่งเย่ไปไม่ได้ ฉันจะไปตามหาเธอก่อน”

หลังจากพบฉู่อวี้แล้วพวกเขาค่อยถอยกลับ

เพราะถ้าหากทิ้งเธอไว้ในเมืองหย่งเย่ตามลำพัง เธอคงไม่มีทางรอดไปจากมือของไททันโลกาวินาศแน่

หลี่หวงเหยียนพยักหน้าแล้วพูดว่า “เราแยกย้ายกันไปค้นหาเถอะ แบบนี้จะได้เร็วขึ้น”

“นี่คือพลุสัญญาณ ถ้าใครเจอเธอก็ให้ยิงมันออกมา แล้วเราไปรวมตัวกันที่ประตูเมืองทันที”

หลังจากหลินเทียนเชวี่ยได้รับพลุสัญญาณจากชายผมแดง เขาก็ยิ้มพูดว่า “ไม่ต้องห่วง ฉู่อวี้ไม่เป็นไรหรอก เด็กนั่นเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ของฉันเชียวนะ ถ้าฉันจำไม่ผิด ฉู่อวี้คนนี้น่าจะเป็นเด็กสาวที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับแก แถมยังแอบถักผ้าพันคอให้แกด้วยใช่ไหม?”

“จุ๊ ๆ พวกแกนี่มันคู่รักสมัยเด็กเลยนะ”

หลินหยวนที่ได้ยินพ่อของตัวเองกำลังล้อเลียนก็กลอกตามองบนอย่างเอือมระอา “พ่อเลิกพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว”

พ่อของเขากำลังพูดถึงเรื่องที่เขาไม่อยากจะเอ่ยถึง

หลังจากวางแผนกันเรียบร้อยแล้ว ทั้ง 3 คนก็แยกย้ายกันไปทันที โดยที่พวกเขาแยกย้ายไปคนละทางเพื่อค้นหาฉู่อวี้ทั่วเมืองหย่งเย่

เนื่องจากการตายของไททันมังกรเพลิงและไททันอนธการทำให้ไม่มีไททันตัวไหนในเมืองหย่งเย่นี้เป็นอันตรายต่อพวกเขาทั้ง 3 ได้อีกต่อไป

ในระหว่างการค้นเมืองหย่งเย่ หลินหยวนได้ไปสะดุดตาไททันมหาวิบัติหลายตัว

แต่เขาเพียงแค่อาศัยความเร็วของตัวเองก็สามารถสลัดพวกมันทิ้งไปโดยไม่ต้องเสียเวลาต่อสู้

เพราะสำหรับพวกเขา เวลาแม้แต่วินาทีเดียวที่เสียไปนั้นอาจหมายถึงความตาย

และทุกวินาทีที่เขาอยู่ในเมืองหย่งเย่มันหมายถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การฆ่าไททันระดับสูงในเมืองหย่งเย่ หากแต่เป็นการตามหาฉู่อวี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โชคดีที่ฉงถงระดับสูงของเด็กหนุ่มนั้นเหมือนมีญาณทิพย์ แม้แต่ตอนที่ลอยอยู่กลางอากาศ เขาก็ยังมองเห็นสถานการณ์เบื้องล่างได้อย่างละเอียด

ในตอนนั้นหลินหยวนกวาดตามองศพที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น แล้วเขาก็ต้องขมวดคิ้วและรีบพุ่งลงไปข้างล่าง

“นี่มัน… ศพของไททันมหาวิบัติ!”

เมื่อเห็นศพตรงหน้าเด็กหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกฉงน

เพราะศพนี้เป็นศพของไททันสายฟ้า ไททันมหาวิบัติที่เขาพบก่อนหน้านี้

พอพิจารณาจากบาดแผลบนร่างกายของมัน ดูเหมือนว่าคนที่ฆ่าไททันสายฟ้าจะเป็น… ฉู่อวี้!

ถ้าหลินหยวนจำไม่ผิด ถึงแม้ว่าเธอจะได้รับมรดกจากไททันศักดิ์สิทธิ์ แต่ปัจจุบันเธอก็ยังเป็นผู้มีพลังพิเศษแรงก์ S เท่านั้น

เขานึกไม่ถึงว่าฉู่อวี้จะสามารถฆ่าไททันมหาวิบัติได้เพียงลำพัง แต่แล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนมาเป็นขมขื่นอย่างรวดเร็ว

เพราะเขาเห็นรอยหยดเลือดบนพื้น รอยพวกนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นของเด็กสาว ในระหว่างการสังหารไททันสายฟ้า เธอคงได้รับบาดเจ็บสาหัส

นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับหลินหยวนเลย จากนั้นเขาก็รีบตามรอยเลือดที่ฉู่อวี้ทิ้งเอาไว้

ตามปกติแล้วสิ่งแรกที่เธอต้องทำหลังจากได้รับบาดเจ็บก็คือการทำแผล แต่คราบเลือดที่หยดลงบนพื้นนั้นเป็นการการันตีได้ว่าเลือดของเธอยังไหลไม่หยุด

ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ หลังจากที่เธอฆ่าไททันสายฟ้าไปแล้ว เธอไม่ได้ทำแผล แล้วรีบหนีไปทันทีโดยปล่อยให้เลือดไหลเป็นทางแบบนี้

หรือว่าเด็กสาวที่จะใช้วิธีนี้ในการแจ้งที่อยู่ของเธอ?

ไม่ เป็นไปไม่ได้

ถ้าฉู่อวี้อยากให้พวกเขารู้ที่อยู่ของตัวเอง เธอคงไม่ทิ้งร่องรอยอะไรแบบนี้เอาไว้

พอคิดถึงเรื่องนี้ หลินหยวนก็ขมวดคิ้วแน่น

บางที… เขาอาจรู้ว่าทำไม

เหตุผลที่ฉู่อวี้ไม่ทำแผลทันทีนั้นเป็นเพราะว่าเธอยังไม่ปลอดภัย

หลังจากฆ่าไททันสายฟ้า เสียงการต่อสู้ที่วุ่นวายคงจะไปดึงดูดพวกไททันตัวอื่น ๆ ที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียง ด้วยเหตุนี้เองเธอจึงถูกไททันไล่ล่าอีกครั้ง

*******************************************

SkySaffron: ฉู่อวี้อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ!

จบบทที่ บทที่ 119: เมื่อไหร่ควรสู้ เมื่อไหร่ควรถอย

คัดลอกลิงก์แล้ว