เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: ไอ้ขยะ คนขี้ขลาด คนทรยศ!

บทที่ 14: ไอ้ขยะ คนขี้ขลาด คนทรยศ!

บทที่ 14: ไอ้ขยะ คนขี้ขลาด คนทรยศ!


เนื่องจากความโกรธที่ปะทุมากยิ่งขึ้น ผู้บัญชาการเฉินจึงปลดปล่อยแรงกดดันออกไปมากขึ้นกว่าเดิม โดยที่เขาเพ่งเล็งไปที่หลินหยวนเท่านั้น

นั่นทำให้เด็กหนุ่มส่งเสียงในลำคอและเกือบจะทรุดตัวลงกับพื้น

แต่เขาก็รีบทรงตัวแล้วฝืนเดินออกไปอย่างยากลำบาก

เมื่อเฉินหู่มองดูภาพตรงหน้า แม้แต่ตัวเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

เขาไม่คาดคิดเลยว่าหลินหยวนจะยังสามารถก้าวเดินต่อไปได้แม้จะรับแรงกดดันจากเขา

เด็กหนุ่มที่อายุเพียงเท่านี้ยังมีพละกำลังได้มากถึงขนาดนี้ นับได้ว่าเขาเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง

น่าเสียดายที่อัจฉริยะซึ่งมีฝีมือน่าทึ่งเช่นนี้จะกลายเป็นเพียงทหารหนีทัพให้ผู้คนเยาะเย้ย

สิ่งที่เฉินหู่ไม่รู้ก็คือ ภายใต้ร่างจอมมารทำให้หลินหยวนมีพลังปราณเพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 แต้ม แรงกดดันนี้ส่งผลให้เขาถูกกระตุ้นจนถึงขีดจำกัด

แม้ว่าผู้บัญชาการกองทัพพยัคฆ์จะปลดปล่อยแรงกดดันทั้งหมดออกไปแล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดยั้งฝีเท้าของเด็กหนุ่มได้เลย

ในตอนนั้นเอง ร่างร่างหนึ่งที่ถือไม้เท้าก็เดินออกมาจากอีกฝั่งหนึ่งของถนนช้า ๆ

หลังจากที่ชายคนนี้ปรากฏตัวขึ้น ทุกคนก็ให้ความสนใจไปที่เขาโดยไม่รู้ตัว

“เฉินหู่ ไม่ได้เจอนายมาตั้งหลายปี นายเก่งขึ้นมากเลยนะ”

ชายคนนั้นยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ถ้าฉันไม่มาขวางนายเอาไว้ นายจะทำร้ายลูกชายของฉันหรือเปล่า?”

ทันทีที่เฉินหู่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เขาก็ตกตะลึง

เขาค่อย ๆ หันหน้าไปมองทางต้นเสียง พอเห็นหน้าตาของอีกฝ่ายเต็มตา เขาก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อทำความเคารพคนคนนั้น “เฉินหู่ ผู้บัญชาการกองทัพพยัคฆ์คารวะแม่ทัพมังกร!”

หลังจากที่เห็นเฉินหู่ผู้บัญชาการสูงสุดคุกเข่าลงต่อหน้าผู้ชายคนนั้น นักเรียนและคุณครูทุกคนก็พากันคุกเข่าลงข้างหนึ่งเช่นกัน

“ครูและนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาหนานเจียงหมายเลข 1 คารวะแม่ทัพมังกร!!”

พวกเขาใช้วิธีนี้เพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อวีรบุรุษของประเทศชาติที่อยู่ตรงหน้า

ชายที่มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาก็คือพ่อของหลินหยวน หลินเทียนเชวี่ย!

ขณะเดียวกัน อดีตแม่ทัพมังกรเดินเข้ามาหาเฉินหู่พร้อมกับไม้เท้าช่วยพยุงขาที่กะเผลกของตนเอง

เขาเอื้อมมือไปตบไหล่อีกฝ่ายพลางพูดเสียงกลั้วหัวเราะว่า “ไม่เลว ทหารผู้น้อยที่เคยวิ่งตามหลังฉันตอนนี้ได้กลายเป็นผบ.ที่เก่งกาจไปซะแล้ว”

หลังจากได้ยินแบบนี้เฉินหู่ซึ่งเป็นคนที่หนักแน่นเข้มแข็งก็รู้สึกแสบร้อนที่จมูกขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล “ท่านนายพลหลิน…”

ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไรต่อ หลินเทียนเชวี่ยก็โบกมือเบา ๆ “นายพงนายพลอะไรกัน ตอนนี้ฉันเป็นแค่ตาแก่คนหนึ่งที่กำลังใช้ชีวิตวัยเกษียณในเมืองเล็ก ๆ นี้”

“ไม่ใช่ครับ…”

พอเฉินหู่กำลังจะปฏิเสธ หลินเทียนเชวี่ยก็พูดขัดขึ้นอีกครั้งว่า

“ฉันรู้ว่าหลินหยวนทำให้นายต้องผิดหวังไม่น้อย พูดตามตรง ฉันในฐานะพ่อไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ฉันก็ยังคงหวังว่านายจะให้อภัยเขาได้ แม้ว่าเขาอยากจะหลบอยู่ในแนวหลังอย่างสบายใจ ฉันก็หวังว่านายจะให้อภัยเขา”

“นี่เป็นคำร้องขอสุดท้ายของฉันในฐานะพ่อคนหนึ่ง” หลังจากพูดจบ ชายวัยกลางคนก็โค้งคำนับให้กับทุกคนด้วยความยากลำบาก เขาใช้ขาข้างเดียวที่เหลืออยู่พยุงร่างของตัวเองก้มหัวขอโทษทุกคนที่อยู่ตรงหน้าเขา!

ในชั่วขณะนั้น ดวงตาของทุกคนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำพร้อมกับความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ที่เกิดขึ้นในใจ

เป็นความจริงที่หลินหยวนเป็นทหารหนีทัพ แต่พ่อของเขาซึ่งเป็นอดีตแม่ทัพมังกรก็ยังใช้กระดูกสันหลังที่งองุ้มของตนเองเพื่อพยุงลูกชายเอาไว้!

ในตอนที่ทุกคนมีสติกลับมา หลินหยวนก็หายไปจากสายตาของพวกเขาแล้ว

วิดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้ถูกอัปโหลดลงในโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว

ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทั่วทั้งประเทศก็เกิดความโกลาหล

“ฉันถึงกับน้ำตาไหลเลย หลินเทียนเชวี่ยสมกับเป็นลูกผู้ชายตัวจริง!”

“นี่แหละคือกระดูกสันหลังของประเทศ!”

“ขอให้ทุกคนจดจำเอาไว้ว่าเขาสูญเสียขาของตัวเองไปก็เพื่อประเทศชาติ!”

“เหอะ ถึงยังไงก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าลูกชายของเขาหนีทัพได้หรอก!”

“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าฮีโร่อย่างนายพลหลินจะมีลูกชายแบบนี้ นี่มันปรสิตที่คอยเกาะรับเครดิตคุณงามความดีของพ่อตัวเองชัด ๆ”

“ไอ้สวะ ไอ้คนขี้ขลาด แกทำให้ประเทศชาติต้องอับอาย!”

“โอ๊ย ถ้าถามฉัน เราควรเคารพการตัดสินใจของนายพลหลินที่เลือกจะให้อภัยเขาดีกว่าไหม เพราะถ้าหากเขาเลือกจะเห็นแก่ตัวอยู่กินอย่างสุขสบายมันก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เขาผิดที่เกิดมาในยุคนี้ต่างหาก”

“ความเห็นแก่ตัวไม่ใช่เรื่องผิดงั้นเหรอ? แม้แต่ผู้ชายในครอบครัวของฉันที่อายุ 67 ปีก็ยังปกปิดอายุของตัวเองเพื่อสมัครเข้าร่วมกองทัพในแนวหน้าด้วยซ้ำ ยังมีหน้ามาบอกว่าเขาไม่ผิดอีกเรอะ?”

“ถ้าคนแบบนี้ยังอยู่ในประเทศ มีแต่จะหนักแผ่นดินเปล่า ๆ เราไม่ควรปล่อยให้มันได้มีที่อยู่ในสังคมอีกตลอดชีวิต!!”

“หลินหยวนออกไป!! ขับไล่มันออกไปจากประเทศ!!”

ความคิดเห็นนับพันข้อความอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเป็นการดูถูกหลินหยวน ไม่ว่าจะเป็นคำว่าขี้ขลาด, ไร้ยางอาย, เห็นแก่ตัว และคนทรยศ! คำพูดหยาบคายที่ไม่น่าพึงประสงค์แสดงขึ้นในกล่องความคิดเห็นสาธารณะเหมือนยิงปืนกล แม้แต่หลินเทียนเชวี่ยก็ยังได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

หลินหยวนไล่สายตามองดูความเห็นพวกนั้นอย่างเหม่อลอย

น่าอับอายงั้นเหรอ? มันก็น่าอับอายจริง ๆ นั่นแหละ…

แต่เขาก็ยังแบกรับความอับอายนี้อยู่เงียบ ๆ

หากเขาไม่ตายไปแบบเงียบ ๆ เขาก็จะปิดทองหลังพระ

เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะต้องใช้เวลานานแค่ไหน

สิ่งเดียวที่เขารู้ก็คือ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เขาก็จะไม่มีวันเสียใจ

เส้นทางที่เขาเลือกเป็นเส้นทางที่โดดเดี่ยวที่สุด โชคดีที่เขายังหลงเหลือความหวังอยู่ในใจ

“เฮ้อ…” หลินหยวนพ่นลมหายใจที่ขุ่นมัวออกมา ก่อนที่สายตาจะมองตรงไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่อีกครั้ง

สำหรับเขา ทุกอย่างเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ความคิดเห็นเหล่านี้ไม่สามารถทำให้เขาสั่นคลอนได้เลยสักนิด!

หัวใจของเขาเข้มแข็งดั่งหินผา พร้อมที่จะมุ่งหน้าไปปกป้องโลก!

หลังจากหลินหยวนเดินไปถึงมุมหนึ่งที่ไม่มีคน เขาก็หยิบหน้ากากสีเงินขึ้นมาสวม จากนั้นเขาก็เข้าไปที่สมาคมนักล่าเพียงลำพัง

ตัวเขานั้นอาจจะทนรับคำดูถูกเหยียดหยามของคนอื่นได้ แต่เขาไม่อาจทนความอ่อนแอของตนเองได้จริง ๆ

เพื่อขับไล่ไททันทั้งหมดออกไปจากโลกนี้ เขาจะต้องแข็งแกร่งให้ได้เท่าเทียมกับพวกมัน!

เมื่อเด็กหนุ่มก้าวเข้าสู่สมาคมนักล่า นักล่าทุกคนที่นั่งอยู่ในชั้น แรกก็ปิดปากเงียบโดยไม่รู้ตัว

ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาจำผู้ชายคนนี้ได้ทันที ชายลึกลับที่สวมหน้ากากสีเงิน นอกจากเขาจะกำจัดไททัน 1,000 ตัวแล้ว เขายังฆ่าไททันปราการเหล็กด้วยตัวคนเดียวอีก

ถึงแม้ว่าในสายตาของทุกคนในโลกภายนอกหลินหยวนจะเป็นคนทรยศน่ารังเกียจ และเป็นไอ้ขี้ขลาดหน้าไม่อาย แต่ที่นี่ เขาคือมือสังหารไททันที่ทุกคนต่างก็เกรงกลัว

“ไอ้หน้าใหม่นั่นมาอีกแล้ว ฉันไม่รู้ว่ามันมาที่นี่เพราะจะมารับภารกิจอีกหรือเปล่า”

“ว่าแต่ช่วงก่อนมันหายไปไหนมา ถ้าฉันจำไม่ผิด มันไม่โผล่มาที่นี่เกิน 1 เดือนแล้ว”

“ใครจะไปรู้ นายคิดว่า… มันมาที่นี่เพื่อรับภารกิจระดับ A ไหม?”

“ไร้สาระน่า เป้าหมายของภารกิจระดับ A อย่างน้อยต้องเป็นไททันระดับ 5 แกคิดว่าไอ้หมอนี่จะทำสำเร็จหรือไง?”

“ชู่ววว เงียบ! หยุดพูดก่อน มันกำลังเดินมาทางนี้แล้ว”

หลินหยวนเดินผ่านพวกเขาไปโดยไม่ชายตามอง แล้วมุ่งหน้าไปยังจุดรับภารกิจที่บนชั้น 2

โชคดีสำหรับนักล่าพวกนี้ ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียงกับพวกเขา

“สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้ว วันนี้คุณมีอะไรให้ฉันช่วยคะ?”

พนักงานสาวที่อยู่จุดรับภารกิจทักทายนักล่าหนุ่มอย่างสุภาพ

“ผมมารับภารกิจครับ” หลินหยวนตอบสั้น ๆ และตรงประเด็น บ่งบอกว่าเขาไม่ต้องการเสียเวลา

“นี่เป็นรายการภารกิจทั้งหมด เชิญคุณเลือกได้เลยค่ะ” หญิงสาวรีบจัดการเปิดภารกิจและยื่นไปตรงหน้าอีกฝ่ายทันที

เด็กหนุ่มยื่นมือออกไปแตะหน้าจอด้วยปลายนิ้วและเลื่อนดูอย่างรวดเร็ว

ภารกิจนี้ง่ายเกินไป ไม่เอา

ภารกิจนี้มีแต่จะทำให้เสียเวลา ได้ไม่คุ้มเสีย

ภารกิจนี้ซับซ้อนเกินไป ไม่เอา

เงื่อนไขในการเลือกภารกิจของหลินหยวนนั้นเข้มงวดมาก

อีกอย่าง ภารกิจทั้งหมดที่เขาตัดทิ้งไปนั้นไม่ได้ช่วยให้เขาพัฒนาความแข็งแกร่งของตนเองมากนัก

เขาไม่ทำภารกิจที่ไร้ค่าพวกนี้จะดีกว่า

สุดท้ายแล้วสายตาของหลินหยวนก็มาหยุดอยู่ที่ภารกิจระดับ A

ภารกิจระดับ A:  กำจัดเศษเดนลัทธิบูชาไททัน

ข้อกำหนด: สังหารคนของลัทธิบูชาไททันที่ซ่อนตัวอยู่นอกเมือง

รางวัล: 7 ล้านหยวน, คะแนนคุณงามความดี 5,000 แต้ม และอาวุธโลหะผสมระดับ S x1

“เศษเดนลัทธิบูชาไททัน?”

ดวงตาของหลินหยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชา ในขณะที่เขาพึมพำเบา ๆ

เขาพอจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับลัทธิบูชาไททันอยู่ในระดับหนึ่ง พูดง่าย ๆ ก็คือความงมงาย!

ในยามที่มนุษย์เผชิญหน้ากับสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถทำความเข้าใจหรือเอาชนะได้ พวกเขามักจะบูชาพวกมันราวกับเป็นเทพเจ้า ซึ่งลัทธินี้ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

ช่วงเวลา 100 ปีแห่งความมืดมิดและสิ้นหวัง มนุษย์จำนวนมากได้เกิดความคิดที่บิดเบี้ยวโดยการนับถือบูชาไททัน

ในสายตาของพวกเขา ไททันก็เป็นเหมือนเทพเจ้า

เมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์แล้ว ไททันคู่ควรที่จะเป็นผู้ปกครองโลกใบนี้มากกว่า

ตามหลักคำสอนของลัทธิ เหตุผลที่เผ่าไททันบุกมายังโลกมนุษย์เป็นเพราะมนุษย์ได้ก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้จนไม่อาจให้อภัย ดังนั้นพวกเขาจึงจะต้องชำระล้างบาป!

*******************************************

SkySaffron: พ่อต้องรักลูกมากขนาดไหนถึงได้ออกมาปกป้องลูกจากคนทั้งประเทศด้วยตัวเอง T T

จบบทที่ บทที่ 14: ไอ้ขยะ คนขี้ขลาด คนทรยศ!

คัดลอกลิงก์แล้ว