เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12: ทุกตารางนิ้วของแผ่นดินล้วนแลกมาด้วยทหารนับแสนนาย

บทที่ 12: ทุกตารางนิ้วของแผ่นดินล้วนแลกมาด้วยทหารนับแสนนาย

บทที่ 12: ทุกตารางนิ้วของแผ่นดินล้วนแลกมาด้วยทหารนับแสนนาย


ขณะนี้ระบบกำลังเปลี่ยนร่างของหลินหยวนให้เป็น [ร่างจอมมาร] !

เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่ามันจำเป็นจะต้องใช้พลังงานมหาศาลในการเปลี่ยนร่างกายมนุษย์ธรรมดาให้เป็นร่างจอมมาร

และนี่คือโอกาสที่สมบูรณ์แบบในการกินยาเพิ่มพลังปราณมากขึ้น

เขาจะสามารถใช้โอกาสนี้ในการกินยาเพิ่มพลังปราณทั้งหมดที่ในยามปกติร่างกายดูดซับได้ในปริมาณที่น้อย

“ถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่ได้ผลตอบแทนที่งดงาม!”

บัดนี้แววตาของหลินหยวนแข็งกร้าวมากขึ้น

จากนั้นเขาก็ยกมือขวาหยิบยาเพิ่มพลังปราณระดับสูง 5 เม็ดออกมาจากช่องเก็บของ

หนึ่งในจำนวนนั้นมีเพียงเม็ดเดียวเท่านั้นที่เป็นรางวัลที่เขาได้รับจากการทำภารกิจกำจัดไททันปราการเหล็ก ส่วนอีก 4 เม็ดที่เหลือได้รับจากการลงชื่อเข้าใช้

ต่อมา เด็กหนุ่มก็กลืนยาเพิ่มพลังปราณระดับสูงทั้ง 5 เม็ดเข้าไปโดยไม่ลังเล

วินาทีถัดมา พลังมหาศาลก็ปะทุออกมาจากร่างกายของเขาไม่ต่างจากภูเขาไฟระเบิด

หากเป็นในยามปกติ พลังปราณที่ไหลเข้าสู่ร่างกายมหาศาลเช่นนี้จะทำให้ร่างกายระเบิดในพริบตา

แต่ในขณะนี้ หลินหยวนอยู่ในช่วงเวลาสำคัญในการหลอมรวมร่างจอมมาร เขาต้องการใช้พลังปราณเป็นจำนวนมาก

ดังนั้นพลังปราณมหาศาลนี้จึงถูกดูดซับเข้าร่างกายของเขาไปจนหมด

10 นาทีต่อมา กระบวนการประสานสิ้นสุดลง ร่างกายเดิมของหลินหยวนเปลี่ยนเป็นร่างจอมมารได้สำเร็จ

และพลังปราณจากยาระดับสูงทั้ง 5 เม็ดเกือบ 70% ถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายของเขา

ทว่าเด็กหนุ่มกลับล้มลงกับพื้นร่างกระตุกไม่ต่างจากสุนัขที่ใกล้ตาย ในขณะที่พลังปราณของเขาพุ่งทะลุหลักหมื่นไปจนถึง 15,400 แต้ม

เมื่อเทียบกับตอนที่หลินหยวนยังไม่ได้รับระบบ [หนทางรอด] พลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นในระยะเวลาอันสั้นจากเดิมถึง 3 เท่า!

แม้ความสามารถของเขาจะยังไม่ได้เข้าขั้นเก่งกาจ แต่ถ้าเขาเผชิญหน้ากับไททันปราการเหล็กอีกครั้ง เขาจะสามารถเจาะเกราะบนร่างกายของฝ่ายตรงข้ามด้วยพละกำลังของเขาเอง

ในเวลาเพียง 50 วัน พลังปราณของหลินหยวนก็พัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด เนื่องจากเขามีพละกำลังเพียงพอแล้ว จากนี้ต่อไปเขาควรไปรับภารกิจที่สมาคมนักล่าต่อ

ยิ่งไปกว่านั้น นี่ก็เป็นเวลามากกว่า 1 เดือนแล้วที่เขาไม่ได้รับภารกิจที่ระดับสูงกว่าแรงก์ตัวเอง

ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาได้รับสิทธิพิเศษในการรับภารกิจที่สูงกว่าแรงก์ของเขาอีกครั้ง

คราวนี้… เขาคิดเอาไว้ว่าจะรับภารกิจระดับ A!

และมันก็เหมาะเจาะพอดีที่เขาจะได้ทดลองใช้พลังของร่างจอมมารที่เพิ่งได้รับมานี้

หลังจากคิดได้ดังนี้หลินหยวนก็ลุกขึ้นเตรียมตัวมุ่งหน้าไปที่สมาคมนักล่า

ในตอนที่เด็กหนุ่มเดินออกจากบ้าน เขาก็ยกมือขึ้นบังแสงแดดที่ทำให้รู้สึกแสบตา สำหรับตัวเขาที่ไม่ได้ออกจากบ้านมานานนับเดือน เขารู้สึกไม่ค่อยชินกับแสงแดดจ้านอกบ้านสักเท่าไหร่

ขณะนั้นรถหุ้มเกราะจำนวนหนึ่งกำลังขับผ่านหน้าเขาไป

รถหุ้มเกราะจะเข้ามาในเมืองได้อย่างไร?

ในตอนแรกหลินหยวนตกใจมาก จากนั้นเขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้

วันนี้… ดูเหมือนจะเป็นวันที่กองทัพมาเกณฑ์ทหารใหม่ในเมืองหนานเจียง

“การปกป้องประเทศถือเป็นเกียรติสูงสุด!”

“มีเพียงเข้าร่วมกองทัพเท่านั้นจึงจะสามารถทำหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้!”

เครื่องขยายเสียงบนรถหุ้มเกราะยังคงส่งคำพูดปลุกใจออกมาอย่างต่อเนื่อง

ชายชาตรีทั้งหลายที่ได้ยินคำพูดปลุกใจนี้ต่างก็รู้สึกว่าเลือดในกายเดือดพล่าน

ทว่าหลินหยวนกลับไม่สนใจเสียงพวกนั้นแล้วมุ่งตรงไปยังทิศทางของสมาคมนักล่า

อย่างไรก็ตาม ไม่นานเด็กหนุ่มก็ค่อย ๆ ชะลอฝีเท้าลง

นั่นเป็นเพราะสายตาของเขาเหลือบไปเห็นชายร่างสูงที่สวมเครื่องแบบทหารกำลังยืนกล่าวสุนทรพจน์ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอยู่ตรงประตูโรงเรียนมัธยมหนานเจียงหมายเลข 1

หลินหยวนจำอีกฝ่ายได้ตั้งแต่แรกเห็น

ชายตรงหน้าคือ ‘เฉินหู่’ ผู้บัญชาการกองทัพพยัคฆ์!

“การเข้าร่วมกับแนวหน้าเป็นความรับผิดชอบของพลเมือง!!”

“พวกเธอที่เติบโตมาอย่างปลอดภัยก็ควรแบกรับความรับผิดชอบนี้เช่นกัน!”

“120 ปีนับตั้งแต่ไททันบุกโลก เป็นช่วงเวลา 120 ปีที่น่าเศร้าที่สุดในประวัติศาสตร์”

“มนุษย์ที่ถูกไททันกดขี่ข่มเหง มีหลายประเทศที่ถูกทำลาย มนุษย์หลายพันล้านคนต้องตายลง แล้วทำไมพวกเราในฐานะมนุษย์ถึงรอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ล่ะ?”

“เป็นเพราะพวกเราสามัคคีกัน!”

“เพราะพวกเราไม่ย่อท้อ!”

“เพราะพวกเราไม่เคยกลัวการเสียสละ!”

หลังจากพูดจบเฉินหู่ก็หันกลับมาสั่งเสียงทุ้มว่า “ยกขึ้น!”

จากนั้นทหารหลายคนก็ยกแผ่นหินขึ้นทีละแผ่น

บนแผ่นหินนั้นมีตัวอักษรสีแดงเข้มจารึกเอาไว้

นี่คืออนุสรณ์วีรบุรุษ หรือเรียกอีกอย่างว่า… ‘อนุสรณ์ผู้สละชีพ’

“เฉินเสี่ยวกัง อายุ 31 ปี ผู้มีพลังพิเศษแรงก์ A กำจัดไททันภูผาระดับ 5 เพียงลำพัง จากนั้นก็ถูกศัตรูรุมล้อม กองทัพไปช่วยเขาไม่ทันเวลา เขาจึงถูกไททันล้อมและฆ่าตายจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก”

“เฝิงอันกั๋ว อายุ 40 ปี ผู้มีพลังพิเศษไฟแรงก์ A กำจัดไททันไปกว่า 200 ตัวเพื่อช่วยเหลือสหายที่ติดอยู่ในวงล้อม ในช่วงเวลาสุดท้ายเขาเลือกที่จะทำลายตัวเอง ยอมตายไปพร้อมกับไททันเงาทมิฬระดับ 5 จนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน”

“ฟางอวิ๋น อายุ 23 ปี ผู้มีพลังพิเศษรักษาแรงก์ C รักษาผู้บาดเจ็บจากสนามรบโดยไม่หลับไม่นอนเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน สุดท้ายเขาก็เสียชีวิตลงจากการทำงานหนักเกินไป กระดูกของเขาถูกฝังเอาไว้ในสุสานผู้สละชีพ”

“ฉู่เลี่ย อายุ 18 ปี ผู้มีพลังพิเศษแรงก์ C ถูกไททันจับตัวไปเค้นข้อมูล และถูกไททันกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก”

ข้อความที่สลักไว้บนอนุสรณ์วีรบุรุษนั้นคล้ายกับเลือด

ทุกความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ล้วนถูกเขียนด้วยเลือดและน้ำตา

อนุสรณ์วีรบุรุษ วีรชนผู้ล่วงลับ

พวกเขาตายเพื่อแผ่นดิน

หากสังเกตให้ดี จุดจบของคนเหล่านี้คือ… ไม่หลงเหลือร่างกายอยู่เลย!

ไร้ร่างกาย! ไร้หลักฐานของการมีอยู่!

เมื่อทุกคนมองไปยังอนุสรณ์วีรบุรุษที่อยู่ตรงหน้า กลุ่มคนที่อยู่ตรงนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตา พร้อมกับกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ

บนอนุสรณ์วีรบุรุษแทบไม่มีร่างของทหารที่ต่อสู้ในแนวหน้าเหลืออยู่เลย

โดยเฉพาะเด็กหนุ่มที่ชื่อฉู่เลี่ย…

ทำไมกัน? ทำไม?!

เขาเป็นเพียงเด็กอายุ 18 ปีเท่านั้น!!

เขาควรอยู่ในรั้วโรงเรียนเหมือนกับพวกเขาทุกคน เล่นสนุกกับเพื่อน ๆ ศึกษาเล่าเรียนร่วมกัน

พวกเขาไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาถูกไททันจับตัวไป

ขณะที่คนอื่น ๆ กำลังนั่งอยู่ในห้องเรียนที่มีแสงแดดอบอุ่นส่องถึง ในแนวหน้าที่ตั้งอยู่ไกลโพ้น มีเด็กหนุ่มกำลังสิ้นหวังในตอนที่ถูกไททันกลืนกินอย่างโหดร้าย

“ไอ้ไททันเวรพวกนั้น!!”

“ฆ่าพวกมัน ฉันจะต้องฆ่าพวกมันด้วยน้ำมือของฉันเอง!!”

บัดนี้ดวงตาของนักเรียนทุกคนเปลี่ยนเป็นแดงก่ำพร้อมกับที่ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด

“ฉันรู้ว่าพวกเธอกำลังโกรธแค้น”

เฉินหู่สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันหวังว่าพวกเธอจะจดจำความโกรธแค้นในตอนนี้เอาไว้!”

“ตอนนี้สงครามในแนวหน้ากำลังเข้มข้นมาก ขอเพียงพวกเธอมีอายุครบ 18 ปี ทุกคนก็มีสิทธิ์เข้าร่วมกองทัพ!”

“และหากไม่มีข้อผิดพลาดอะไร คนที่มีพลังพิเศษทุกคนจะได้ไปเข้าร่วมต่อสู้ในแนวหน้า!”

หลังจากที่ผู้บัญชาการกองทัพพยัคฆ์กล่าวเช่นนี้ นักเรียนทุกคนต่างก็พากันฮึกเหิม

“ในยามที่ประเทศมีภัย เราควรกล้าที่จะก้าวออกมา!”

“ถูกต้อง ฉันเองก็ด้วย อย่างมากสุดฉันก็อาจจะตายในสนามรบ”

“ฮ่า ๆๆ คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้ไททันพวกนั้นเข้าใจว่าหนี้เลือดที่แท้จริงคืออะไร!!”

เมื่อเฉินหู่มองกลุ่มนักเรียนที่กำลังดุเดือดเลือดพล่านตรงหน้า เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก

แม้ว่านักเรียนที่อยู่ต่อหน้าเขาอาจจะไม่เคยพบเห็นความโหดร้ายในสนามรบมาก่อน แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงเลือดนักสู้ของทุกคนอย่างชัดเจน

คนหนุ่มสาวเหล่านี้คืออนาคตของประเทศชาติ

พวกเขาคือความหวังที่แท้จริง!

ถ้าไม่ใช่เพราะนี่เป็นภัยพิบัติระดับชาติ คงไม่มีใครยอมให้เด็กพวกนี้ต้องไปเสี่ยงในสนามรบ

น่าเสียดายที่ปัจจุบันสถานการณ์ที่แนวหน้าตึงเครียดมาก ไททันยักษ์ใหญ่กำลังรุดหน้ามาทีละก้าว พวกเขาจึงจำเป็นต้องดึงเยาวชนจากแนวหลังมาช่วย

สำหรับประเทศอื่น ๆ นี่เป็นงานที่แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

ถึงอย่างไรทุกคนก็รู้ดีว่าสนามรบไม่ต่างจากเครื่องบดเนื้อขนาดใหญ่

ทุกนาที ไม่สิ… ทุกวินาที มีทหารนับพันต้องสิ้นชีพ

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีใครเต็มใจจะไปตายในแนวหน้ากัน

แต่ประเทศของพวกเขาไม่เหมือนที่อื่น…

ประชาชนที่นี่สำนึกรักบ้านเกิดของตนเอง

ขอเพียงประเทศชาติต้องการ คนหนุ่มสาวทุกคนก็พร้อมที่จะลุกขึ้นมาสมัครเข้าร่วมกองทัพเพื่อไปรบในแนวหน้า!

ซึ่งในทุกตารางนิ้วของแผ่นดินล้วนแลกมาด้วยทหารนับแสนนาย!

นอกจากประเทศพวกเขาแล้ว ไม่มีประเทศใดที่มีความสามัคคีแน่นแฟ้นเช่นนี้!

ขณะนี้พระอาทิตย์กำลังลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า

ที่หน้าประตูโรงเรียนมัธยมหนานเจียงหมายเลข 1 การเกณฑ์ทหารได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

ปัจจุบันหน้าสำนักทะเบียนข้อมูลเกณฑ์ทหารมีแถวยาวเหยียด แม้หน้าตาของนักเรียนพวกนั้นอาจจะดูเด็กไปสักหน่อย แต่แววตาของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะออกไปเผชิญกับความตาย

ทางด้านนักข่าวหลายคนได้มารวมตัวกันที่นี่เพื่อถ่ายภาพนำเสนอข่าวกันเงียบ ๆ

พวกเขาเพียงต้องการบันทึกช่วงเวลานี้เอาไว้

ภาพถ่ายของคนหนุ่มสาวที่เข้าร่วมกองทัพอย่างแน่วแน่จะกลายเป็นขวัญกำลังใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน!

ในเวลาเดียวกัน มันยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมากให้ก้าวเข้าร่วมการสู้รบในแนวหน้า

สำหรับนักข่าวเหล่านี้ นี่เป็นจุดมุ่งหมายของการถ่ายภาพ

ถึงพวกเขาจะอยู่ในแนวหลัง แต่พวกเขาก็ยังอยากจะทำอะไรบางอย่างที่มีส่วนสนับสนุนประเทศชาติด้วยเช่นกัน

จบบทที่ บทที่ 12: ทุกตารางนิ้วของแผ่นดินล้วนแลกมาด้วยทหารนับแสนนาย

คัดลอกลิงก์แล้ว