เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 3

Chapter 3

Chapter 3


I’m Not Interested In The Main Characters (แปลไทย)

Chapter 3

ลอยด์ ผู้ช่วยของแคสเซียนถูกเรียกตัวไปพบที่ห้องทำงาน ทันทีที่กลับมาจากคฤหาสถ์โลเวลล์

เพราะเจ้านายของเขาเป็นคนดื้อดึงและใจร้อน เขาจึงมีสภาพรุ่งริ่งเช่นนี้มาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว

“วันนี้เป็นไงบ้าง?”

“กระผมขอโทษครับท่าน”

“อืมม.. ฉันควรจะตอบยังไงดีล่ะ?”

แคสเซียนถูคางของเขาและตกอยู่ในห้วงของความคิด

อีกด้านของโต๊ะทำงานมีจดหมายตอบกลับจากเอลิเซีย

เขาหยิบมันขึ้นมาและเปิดข้อความนั้นอ่านอีกครั้ง

ริมฝีปากของเขาเชิดขึ้น เมื่อเห็นลายมือที่ดูแล้วช่างเป็นระเบียบเรียบร้อย จนสามารถนำไปตีพิมพ์เป็นตำราสอนภาษาของจักรวรรดิได้

มันไม่ใช่การให้คนอื่นเขียนแทนเสียด้วย

“เอ้อ จริงสิครับ ท่านได้อ่านข่าวซุบซิบของเลดี้โลเวลล์ในหนังสือพิมพ์ที่กระผมทิ้งไว้ให้หรือยังครับ? ท่านไม่เห็นแจ้งอะไรกระผมกลับมาเลย...”

“ข่าวซุบซิบของเลดี้โลเวลล์งั้นเหรอ?”

ดวงตาสีม่วงมองไปที่ลอยด์ก่อนที่เขาจะพูดจบด้วยซ้ำ

นั่นหมายความว่ายังไงกันนะ

“เอ่อ คือ หมายถึง ท่านดยุคกับเลดี้กำลังเป็นข่าวฉาวอยู่ในตอนนี้ครับ”

แคสเซียนขยับมือให้พูดลอยด์พูดต่อด้วยสีหน้าที่กำลังถามว่า ทำไมถึงเพิ่งมารายงานเขาตอนนี้

ลอยด์วางหนังสือพิมพ์ไว้ตรงหน้าแคสเซียน

“ในงานเลี้ยงครั้งสุดท้ายของจักรพรรดิ มีหลายคนที่เห็นท่านดยุคประคองเลดี้โลเวลล์แล้วนั่งรถม้าไปด้วยกัน

ข่าวลือบอกว่ากระผมเข้า ๆ ออก ๆ คฤหาสถ์ของเลดี้โลเวลล์อย่างวุ่นวาย และมันได้กลายมาเป็นความสัมพันธ์รักสามเส้าของมกุฎราชกุมาร

เพราะ... ท่านดยุค กำลังคอยเทียวจีบเลดี้โลเวลล์อยู่ทุกวี่วัน และเลดี้โลเวลล์ก็กำลังปฎิเสธท่านอยู่...”

ริมฝีปากของแคสเซียนเม้มลง

‘ไม่ๆๆๆ เขากำลังโกรธแน่ๆ’

ลอยด์รีบกุลีกุจอพูดต่ออย่างร้อนรน พลางจ้องมองไปในอากาศ เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นตามใบหน้า

“ข่าวลือยังบอกด้วยว่า เลดี้โลเวลล์ทำร้ายและทอดทิ้งท่าน เพราะเหล่าอัศวินต่างสังเกตเห็นรอยที่คอของท่านตอนท่านไปปฏิบัติหน้าที่”

คำเตือนที่แคสเซียนไม่ได้เอ่ยปากแต่สามารถรับรู้ได้ คือ “แกตายแน่ ๆ”

ไม่ยุติธรรมเลย ทำไมก่อนหน้านี้ เจ้านายของเขาไม่ยอมอ่านหนังสือพิมพ์เองล่ะ ว่าไหม ?

ซึ่งแน่นอนว่า หากยังไม่มีฟีดแบคอะไรกลับมา มันก็เป็นหน้าที่ของผู้ช่วยอย่างเขาที่ต้องคอยถามย้ำอีกครั้ง

“ทำไมมกุฎราชกุมารถึงมาเกี่ยวในข่าวนี่?”

“เลดี้โลเวลล์เป็นว่าที่พระคู่หมั้นของพระองค์ครับ...”

“แล้วเลดี้โลเวลล์เป็นผู้หญิงที่มกุฎราชกุมารกำลังออกเดทอยู่ด้วยจริงๆ ไหม?”

“ท่านดยุคลองดูที่หน้าหลังครับ จะมีบทความสรุปสั้น ๆ อยู่”

แคสเซียนหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมา

เขาเป็นเจ้าชายที่ดึงดูดหญิงสาวทุกวัยให้หลงมาที่ห้องบรรทม

ด้วยบุคลิกของแคสเซียน เขาจึงไม่อยากรู้หรือสนใจมัน

มกุฎราชกุมารไม่เคยก่อปัญหาใด ๆ ที่จะสามารถจุดชนวนอารมณ์ของเขาได้

‘เลดี้โลเวลล์’

เขาได้รู้ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่คบหากับเจ้าชายมา 6 ปี

ผู้หญิงคนนั้นกำลังส่งเสริมอำนาจให้เจ้าชาย

หากเขาคิดเรื่องนี้ต่ออีกสักนิด เขาคงเข้าใจอะไรบางอย่าง

“แล้วนายทำยังไงกับข่าวลือนี่?”

“ก็ท่านไม่ได้บอกอะไรเลย.. กระผมเลยลองจัดการเองแบบเดา ๆ ไปครับ”

ลอยด์หรี่ตา

ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา จิตใจของเขาถูกทรมานด้วยสถานการณ์ของเจ้านายตัวเองเป็นอย่างมาก

แคสเซียนอ่านข่าวต่อไปของหนังสือพิมพ์

“ฉันคิดว่าฉันจะต้องจัดการและขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

“กระผมต้องขออภัยด้วยครับท่าน”

“นายทำได้ดีมากแล้ว ฉันต้องรู้สึกแย่ไหมนะที่ถูกพาดพิงกับมกุฎราชกุมารแบบนี้?”

เริ่มภารกิจที่จะต้องยุติเรื่องนี้

ในหนังสือพิมพ์ เรื่องราวเกี่ยวกับมกุฎราชกุมารและการพบกันกับเอลิเซียถูกอธิบายไว้เป็นอย่างดี

ทั้งเรื่องมกุฎราชกุมารปฏิบัติต่อเอลิเซียอย่างไรและระหว่างทั้งสองเป็นอย่างไรก็ถูกลงรายละเอียดเอาไว้ด้วย

ช่วงจิบน้ำชายามบ่ายเป็นเวลาที่เงียบงันพอที่จะแพร่กระจายข่าวลือออกไปทั่ว ไม่มีขุนนางคนไหนไม่ทราบเรื่องนี้

“พรุ่งนี้ พูดกับเลดี้แบบนี้นะ”

‘หากพูดเช่นนั้นไป นางดูไม่ใช่ผู้หญิงที่จะอยู่นิ่งเฉยได้อีกแน่นอน’

แคสเซียนเอียงศีรษะ

ใบหน้าของลอยด์ซีดถึงขีดสุดจากคำสั่งของแคสเซียน

ลอยด์สับสนว่า คำพูดที่เขาได้ยินนั้นสามารถพูดกับหญิงผู้สูงศักดิ์ได้จริง ๆ เหรอ

เขาจะต้องโดนตบหน้าแน่ ๆ

คำพูดของแคสเซียนมีผลมากพอที่จะทำให้ลอยด์ลืมคำขาดของเอลิเซียที่ประกาศว่า

ถ้าหากเขายังไปพบเธออีกครั้งจะถือว่าไม่ให้เกียรติวงศ์ตระกูลของเธอ

ท่านจะไม่แตกหักทั้งกับดยุคโลเวลล์และเลดี้เหรอเนี่ย?

“…ต..ตกลงครับท่าน”

“รอบนี้นายอาจจะได้รับการตอบรับทันที ดังนั้น อย่าลืมกำหนดเวลานัดหมายนะลอยด์”

ลอยด์เสียงสั่นเครือ เห็นชัด ๆ ว่ายังไงครั้งนี้เขาก็จะไม่ได้รับการตอบรับเช่นเคย

“อัศวินลำดับที่ 1 ทั้งห้านาย นี่คือภารกิจเกี่ยวกับเลดี้โลเวลล์”

แคสเซียนออกคำสั่งอัศวินที่อยู่ภายใต้การปกครองของเขา

“เป็นการเฝ้าจับตาดูหรือคุ้มครองครับ?”

“ทั้งสองอย่าง”

อัศวินระดับสูงทั้งห้าของกลุ่มอัศวินแห่งเอสเตบันรับคำสั่ง นั่นหมายถึง คุณจะได้รับการคุ้มกันราวกับราชวงศ์

ลอยด์รู้สึกเสียใจที่เลดี้โลเวลล์บังเอิญไปสบตาชายที่เยือกเย็นดั่งภูเขานำ้แข็งเช่นนายของเขา

เขาโค้งคำนับและเดินสะดุดออกจากห้องทำงานไป

***

เอลิเซียกำลังฟังข่าวจากผู้แจ้งข่าวของตระกูล

เมื่อไม่นานมานี้ ทั่วทั้งเมืองหลวงเต็มไปด้วยข่าวซุบซิบเกี่ยวกับเธอ

ดังนั้น ตอนนี้มันจึงมีมากกว่าแค่เรื่องสองเรื่องที่ทำให้เธอเป็นกังวล

แค่คิดถึงเรื่องลอยด์ ชายผู้ขยันมาหาเธอในทุกเช้า ก็ทำให้เธอปวดหัวตุบอีกครั้ง

เธอรู้สึกเสียดายว่า เธอควรยื่นคำขาดกับเขาแบบนี้ตั้งแต่แรก เขาจะได้ไม่ต้องมาอีก

แต่ไม่ว่ายังไงเขาคงจะไม่มาอีกแล้วล่ะ

เรื่องข่าวลือ เพราะตอนนี้พ่อและพี่ชายของเธอไม่ได้อยู่ที่อาณาจักร

พวกเขาอยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อธุรกิจในต่างประเทศ เนื่องจากปัญหาทางการฑูต

ผู้ช่วยของพ่อเธอก็ติดตามไปด้วย ส่งผลให้การจัดการกับข่าวลือเป็นไปอย่างล่าช้า

ดูเหมือนว่าแคสเซียนเองก็ไม่มีแผนที่จะช่วยยุติข่าวลือนี้อีกต่างหาก

เพราะทุกๆ วัน เขาเอาแต่ส่งผู้ช่วยมาที่คฤหาสถ์ และยิ่งทำให้ข่าวลือนั่นใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ

‘ไอ้บ้าที่ปล่อยข่าวนั่นเป็นใครกันนะ?’

เธอโกรธจนอยากจะจับมันมาเผาไฟกันให้หมด

“มกุฎราชกุมารตรัสอะไรเกี่ยวกับข่าวลือนี้บ้างไหมคะ?”

“ยังไม่มีประกาศออกมาครับ”

นั่นหมายความว่า เขาไม่ได้มีท่าทีอะไรกับความสัมพันธ์รักสามเส้านี่เลย

เอลิเซียคิดว่าจำเป็นต้องดึงเรวอสออกจากข่าวลือนี้ให้เร็วที่สุด เพราะเธอแน่ใจว่า เขาจะได้พบกับนางเอกอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้แน่

และมันไม่ควรจะเกิดขึ้นตอนที่เรวอสยังคงเกี่ยวโยงกับเธออยู่

เธอต้องได้รับการยืนยันว่าเธอเลิกกับเรวอสก่อนที่จะพบกับแคสเซียน

“แล้วเรื่องยุติความสัมพันธ์ล่ะคะ?”

“มีผู้เข้าร่วมงานหลายคนเห็นตอนเลดี้ขอเลิกกับมกุฎราชกุมารที่พระราชวังเอียร์ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่น่ามีข้อผิดพลาดครับ”

ดูเหมือนเรวอสน่าจะรอดพ้นจากความโกรธเกรี้ยวของราชวงศ์ หากเขาต้องตกหลุมรักลูเมียร์ในเร็วๆ นี้

เธอเห็นผู้ส่งข่าวของตระกูลเม้มริมฝีปากเหมือนมีอะไรจะพูด

“มีอะไรอีกรึเปล่าคะ?”

“เอ่อ ครับ... พอดีเมื่อวานดยุคเอสเตบันเพิ่งออกมาแก้ข่าวว่า เมื่อวันงานเลี้ยง ดยุคเอสเตบันและหญิงสาวผู้นั้น

ต่างตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบและพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับมกุฎราชกุมารเลย”

“..ว่าไงนะ?!”

สายตาของเอลิเซียจ้องมองไปยังผู้แจ้งข่าวอย่างเย็นชา

กี่ครั้งแล้วที่เขามักจะรายงานเรื่องซุบซิบพวกนี้ช้า ?

แต่อย่างไรก็ตาม ข่าวนั่นดูเหมือนจะเป็นการป้องกันไม่ให้เธอกลายเป็นผู้หญิงนอกใจ

“เรื่องไร้สาระนั่นถูกประกาศโดยไม่ผ่านการปรึกษาเราเลยเนี่ยนะ?”

แคสเซียนคงตั้งใจที่จะกันท่าไม่ให้เธอแต่งงาน

แน่นอน เธอไม่เคยคิดถึงการแต่งงานแม้แต่น้อย

ในต้นฉบับของนิยาย มีตอนหนึ่งที่เจ้าชายองค์รองตกหลุมรักเอลิเซีย

ดังนั้นเธอจะต้องทบทวนเรื่องการแต่งงานแบบมีเงื่อนไขเผื่อไว้ด้วย

หากเรื่องราวเป็นเช่นนี้ เธอคงต้องพบดยุคเอสเตบันสักครั้ง

เอลิเซียขมวดคิ้วนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

เหตุใดประกาศดังกล่าวจึงออกมาหลังจากที่เธอส่งผู้ช่วยกลับไปเมื่อวานนี้?

เธอเดาว่าเขาไม่ได้เขียนประกาศออกมาโดยมีจุดประสงค์เพียงเพราะเธอไม่ได้ไปพบเขา

เอลิเซียวางแก้วลงด้วยหน้าขึ้นเลือด เธอควรจะเอะใจตั้งแต่เขาเอาแต่ส่งผู้ช่วยมาที่นี่ทุก ๆ วัน

“ทำไมคุณถึงเอาแต่หมกมุ่นอยู่ได้ ฉันบอกให้คุณลืมไง?!”

“...ว่าไงนะครับ?”

“..ฉันจะไปงานเลี้ยงวันสุดท้าย โปรดหาคู่ที่เหมาะสมให้ฉันด้วย”

“รับทราบครับ”

งานเลี้ยงของจักรพรรดิกินเวลานานถึง 10 วัน โดยมีกฎว่าต้องเข้าร่วมงาน 2 วันเป็นอย่างน้อย

เธอไปปรากฎตัวในงานวันแรกแล้ว จึงเหลืออีกหนึ่งครั้งที่เธอต้องเข้าร่วมงาน

แต่เนื่องจากข่าวซุบซิบนี่ออกไป ทำให้เธอต้องหาคู่ควงใหม่ไปงาน

จากมกุฎราชกุมาร กลายเป็น ดยุคเอสเตบัน

****

“เลดี้คะ คนจากดยุคเอสเตบันมาหาค่ะ”

“เขากลับมาที่นี่อีกงั้นเหรอ?”

เธอกำลังจะไปพบเขาเพราะข่าวที่บอกว่าพวกเขาตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบ แต่ก็ดีที่เขามาเอง

ถึงเธอจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักที่เมื่อวานเธอได้ถึงขนาดเตือนไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังกลับมาอีก

สาวใช้ที่พยายามจะรวบผมของเอลิเซีย ร้องเสียงหลงเมื่อเธอลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหัน

“เลดี้! ดิฉันยังทำผมให้คุณไม่เสร็จเลยนะคะ”

“ไม่เป็นไร แค่คลายมัดออกเฉยๆ ก็พอค่ะ เขาอยู่ในห้องเล่นใช่ไหมตอนนี้?”

สาวใช้เกรย์พยักหน้า

เอลิเซียสยายผมที่ถักครึ่งหนึ่งของเธอออก แล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องนั่งเล่น

ทันทีที่เห็นผู้ช่วย เอลิเซียคิดจะพูดคำอะไรแรงๆ สักคำ แต่เธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสภาพของลอยด์

เขาดูผอมลงกว่าเมื่อวาน และดูเหมือนเขากำลังจะร้องไห้

บางคนอาจจะคิดว่าเขาไม่ได้กินอะไรเลยมา 1 สัปดาห์

“กระผมมาที่นี่อีกครั้ง วันนี้เป็นครั้งสุดท้าย กระผมหวังว่าคุณจะไม่โกรธกระผมมากนักนะครับ เลดี้..”

“…นั่นฟังดูดีนะคะ”

เขาบอกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย เธอจึงต้องยอมแต่โดยดี

ถึงเธอจะรู้สึกเสียเซลฟ์ไปบ้าง แต่การจัดการข่าวนั่นเป็นเรื่องสำคัญกว่า

เอลิเซียถอนหายใจและจ้องไปที่ผู้ช่วยที่กำลังจะพูดคำเดิมแบบเดิม

“ท่าน ท่านดยุค...”

แม้ว่าเอลิเซียจะรอคำต่อไปอย่างใจเย็น แต่ลอยด์ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้สักที

เขายังคงเอาแต่พูดตะกุกตะกักไม่หยุด จนเธอเริ่มทนไม่ไหว ก็เลยโพล่งออกมา

แต่ทว่าคำที่เธอพูดต่างกับสิ่งที่เขากำลังพูดออกมาอย่างสิ้นเชิง

“เขาขอให้ฉันไปพบสักครั้ง ถูกไหม?”

“ท่านดยุค ฝากกระผมมาบอกว่า 'ผมได้มอบคอและร่างกายของผมไปแล้ว พอคุณอิ่ม คุณก็โยนผมทิ้งอย่างไม่ไยดี' ครับ”

“เดี๋ยว.. เดี๋ยวนะ”

ปากของเอลิเซียเริ่มสั่น

คำพูดของลอยด์ทำให้ข้ารับใช้ที่รออยู่ด้านหลัง มีสีหน้าแปลกๆ

‘คองั้นหรอ? เขาจะพูดแบบนั้นไม่ได้นะ!’

ในห้วงความคิดเธอ เสียงของลอยด์ดังก้องซ้ำ ๆ เหมือนเอคโค่

***

.

.

จบบทที่ Chapter 3

คัดลอกลิงก์แล้ว