เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ระดับสังคม

บทที่ 17 ระดับสังคม

บทที่ 17 ระดับสังคม


บทที่ 17

เจ้าจิ้งจอกอสูรพลันหยุดการเคลื่อนไหว มันหันมามองเยี่ยนเฟิงด้วยสายตางุนงงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังคงเหยียบร่างอันธพาลคนนั้นเอาไว้ เยี่ยนเฟิงเอ่ยเรียบเฉยว่า “กลับมา”

เจ้าจิ้งจอกอสูรได้ยินก็สะบัดหางเบาๆ ก่อนจะกระโจนลงจากร่างอันธพาล เดินกลับมาหาเยี่ยนเฟิงอย่างเชื่องช้า

ส่วนอันธพาลคนนั้นก็ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา เหลือบมองจิ้งจอกอสูรข้างกายเยี่ยนเฟิง แล้วส่งสัญญาณตาให้เย่าเย่า เย่าเย่าเห็นเข้าก็ส่ายหน้าน้อยๆ เหล่าอันธพาลทั้งหลายจึงรีบพากันเผ่นหนีอย่างลนลาน

แม้พวกมันจะมีตั้งห้าคน แต่เจ้า “จิ้งจอกอสูรตัวเดียว” กลับสามารถเอาชีวิตหนึ่งในกลุ่มพวกมันได้ในพริบตา ใครมันจะกล้าเอาชีวิตไปเสี่ยง?

เย่าเย่าหัวเราะเบาๆ เอ่ยขึ้นว่า “หมาตัวนี้นี่มันเก่งจริงๆนะ! เก่งกว่านายของมันอีก”

ว่าแต่มันชื่อว่าอะไรเหรอ เยี่ยนเฟิงมองเธอแล้วตอบว่า จะรู้ไปทำไม?

ฉันอยากเรียกมันว่าต้าป่ายดีมั้ย เหมาะกับมันและฉันชอบชื่อนี้

เย่าเย่าพูดพลางยื่นมือไปจะลูบหัวจิ้งจอกอสูร แต่จู่ๆ มันกลับแยกเขี้ยวเห่าใส่เสียงดังลั่น เยี่ยนเฟิงมองเธอ สายตาลึกซึ้ง ได้หากเธอต้องการ “ต้าป่ายมันฉลาดกว่าที่ใครคิด บางคนคิดใช้เล่ห์กลกับคนอื่น ต้าป่ายมันดูออกหมด คนแบบนั้นน่ะ ต้าป่ายไม่อยากยุ่งหรอก”

เย่าเย่าฟังแล้วก็รู้ทันทีว่าแผนเล็กๆ ของเธอถูกจับได้ แต่เธอไม่ได้มีท่าทีอาย กลับยิ้มเฉย “ฉันก็แค่ล้อเล่นกับต้าป่ายนิดหน่อย อยากดูว่ามันมีฝีมือขนาดไหน ที่แท้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แต่บางคนสิ สู้หมายังไม่ได้…เฮ้อ!”

เยี่ยนเฟิงยักคิ้ว “เย่าเย่า เธอนี่…ว่างจัดจนไข่…เอ่อ…ว่างจัดจริงๆนะ”

เดิมเขาอยากจะพูดว่า “ว่างจัดจนไข่สั่น” แต่พอนึกขึ้นได้ว่านี่เป็นผู้หญิงก็รีบกลืนคำลงคอ แต่คำว่า “ไข่” นั่น เย่าเย่าก็ได้ยินเต็มสองหู ใบหน้าเธอปรากฏรอยขุ่นเคือง “นายพูดแบบนี้กับผู้หญิงก็ได้หรือ? ก็ฉันว่าง จะทำไม? ยังไงนายก็เป็นพนักงานกลุ่มหลงหู่ แค่ตามฉันมาก็พอ!”

จากนั้นทั้งสองก็เดินดูของตามร้านอีกสองสามร้าน จนราวหกโมงเย็น เย่าเย่าก็ขับรถพาเขาไปถึงถนนบนภูเขาช่วงนอกเมืองซี ที่นั่นมีรถหรูจอดเรียงรายอยู่แล้วหลายคัน ชายหญิงแต่งตัวดีรวมกลุ่มยืนคุยกันเป็นกลุ่มๆ

รถเย่าเย่าหยุดยังไม่ทันดับเครื่อง ก็มีผู้ชายสามสี่คนเดินเข้ามาล้อมรอบ “คุณหนูเย่าเย่า วันนี้มาซะค่ำเชียวนะ!”

เย่าเย่าเปิดประตูลงมา สีหน้ายังยิ้มเยาะ “มีเรื่องวุ่นๆนิดหน่อย แล้วเดิมพันวันนี้เท่าไหร่?”

ชายคนนึงตอบ “แสนเดียว พวกฉันก็เสียให้เธอไปเยอะแล้ว ขอเดิมพันน้อยหน่อยเถอะ ไม่งั้นเดือนนี้ไม่เหลือเงินใช้อีก”

เยี่ยนเฟิงฟังแล้วถึงกับตลึง เงินแสนนึงสำหรับพวกเขาก็แค่เศษเงินเสียไปไม่กี่ครั้งก็หมด เขาอดคิดไม่ได้…คนเราเกิดมาต่างกันจริงๆ…

แต่ยังไม่ทันไร ก็มีร่างหนึ่งเดินตรงเข้ามา หญิงสาวในชุดหนังสีแดงเพลิงรัดรูป ผมยาวสลวยแผ่ไปทั่วบ่า กลิ่นอายดิบเถื่อนร้อนแรงแผ่กระจาย จนดูโตกว่าอายุจริงไปหลายปี

เมื่อเทียบกับเย่าเย่าที่สดใสเหมือนเด็กผู้หญิง เธอคนนี้กลับเหมือนแม่เสือสาวร้อนแรง

หล่อนจ้องเย่าเย่า ก่อนจะเอ่ย “เย่าเย่า เธอ…”

ประโยคนั้นยังไม่ทันจบ เย่าเย่าก็เปิดประตูอีกบาน เยี่ยนเฟิงกับต้าป่ายก้าวลงมาด้วยท่าทางสงบนิ่ง

เพียงเห็นหน้าเยี่ยนเฟิง สีหน้าหญิงสาวก็เปลี่ยนทันควัน “ท่านอาจารย์…ท่านมาได้อย่างไร?”

สีหน้าเธอประหม่าแทบยืนไม่ติด วันนี้เธออุตส่าห์จ้างสไตลิสต์มาจัดเต็มชุดเซ็กซี่ร้อนแรง ตั้งใจจะข่มเย่าเย่าให้ได้ แต่นึกไม่ถึงเลยว่า พอเปลี่ยนลุคได้ไม่กี่ชั่วโมงก็มาเจอกับ “อาจารย์” ผู้แสนลึกลับที่เพิ่งพบเมื่อกลางวัน

ในใจเธอคิดมาตลอดว่า…คนอย่างเขา คงเป็นยอดจิตกรผู้หลงใหลในศิลปะเหนือสามัญ…

หากเขาชอบ ก็ชอบผู้หญิงที่มีอากัปกิริยางามสง่า แฝงด้วยกลิ่นอายโบราณ อ่อนโยนนุ่มนวล หาใช่ลุคยั่วยวนแบบนี้ไม่ เมื่อได้พบกันครั้งที่สอง ตัวเธอเองกลับแต่งตัวแบบนี้ เฉินผิงถิงรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนยิ่งกว่าเสื้อหนังที่สวมอยู่เสียอีก

และเมื่อเสียงเฉินผิงถิงดังขึ้น บรรดาคนที่อยู่รอบๆ ต่างพากันมองเยี่ยนเฟิงด้วยสายตาประหลาด

จะไม่ให้ประหลาดได้อย่างไร? เพราะลูกสาวท่านนายกเทศมนตรีกับลูกสาวท่านเลขาธิการพรรคเมืองซี ปกติก็ไม่ถูกกันอยู่แล้ว แต่วันนี้ผู้ชายที่คุณหนูเย่าเย่าพามาด้วย กลับถูกคุณหนูผิงถิงเรียกว่า “ท่านอาจารย์” แถมยังทำท่าเคารพขนาดนั้น ไม่ใช่ใครก็ได้ที่ทำให้เธอยอมสยบแบบนั้น

ทุกคนในวงสังคมเล็กๆ นี้ ต่างพากันเดาไปต่างๆ นานา ว่าเยี่ยนเฟิงเป็นใครมาจากไหนกันแน่ ต่างรีบจดจำหน้าตาเขาไว้อย่างแม่นยำ กลัวว่าสักวันจะเผลอไปล่วงเกินเข้าจริงๆ เพราะแค่โทสะของคุณหนูสองคนนี้ คนธรรมดาอย่างพวกเขาก็ไม่มีปัญญารับมือแล้ว

เยี่ยนเฟิงได้ยินเฉินผิงถิงเรียกอย่างนั้นก็ยิ้มบาง “เรียกฉันว่าเยี่ยนเฟิงก็พอแล้ว”

เขาไม่ได้รู้สึกไม่ชอบใจกับการแต่งตัวของเฉินผิงถิงเลย เพราะเขาไม่ใช่ยอดจิตกรที่บ้าศิลปะมาตั้งแต่เด็ก อันที่จริง รสนิยมของเขาก็ไม่ต่างจากผู้ชายทั่วไปนัก ลุคร้อนแรงแบบนี้ ย่อมดึงดูดสายตาได้มากกว่า เยี่ยนเฟิงเองก็ไม่อาจห้ามสายตาตัวเองไม่ให้มองเธอได้เรย

เฉินผิงถิงพอเห็นท่าทีแบบนั้นก็โล่งอกในใจ ท่านอาจารย์ไม่ได้รังเกียจที่ฉันแต่งตัวแบบนี้! เธอรีบกล่าว “เยี่ยนเฟิง นายก็จะมาซิ่งรถด้วยหรือ? ถนนเส้นนี้อันตรายมากนะ อย่าเข้าร่วมเลยดีกว่า”

เย่าเย่าที่อยู่ข้างๆกลับแค่นเสียง “เดี๋ยวเขาจะนั่งข้างฉัน ช่วยปรับสภาพจิตใจให้ฉัน”

เฉินผิงถิงหน้าเปลี่ยนสี “นั่นมันอันตรายแค่ไหน เธอกล้าให้ท่านอาจารย์ขึ้นรถด้วย?”

เย่าเย่าหันมาเชิดหน้าใส่ “เขายังไม่ปริปากอะไรเลย เธอจะเดือดร้อนทำไม? เยี่ยนเฟิง นายก็ทำงานให้กลุ่มหลงหู่แล้วนี่ ให้ฉันได้สะใจกับการแกล้งนายสักครั้ง จะได้หมดเรื่องไปซะ มิฉะนั้น…”

ท้ายประโยคเธอกัดฟันแน่น แววตาขู่เข็ญอย่างชัดเจน เยี่ยนเฟิงมองแวบเดียวก็รู้ หากเขาปฏิเสธ เรื่องคงไม่จบง่ายๆ

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “ก็ได้ ฉันตกลง”

คุณหนูอย่างเธอยังไม่กลัว แล้วฉันจะกลัวอะไร? ถ้ามีอันเป็นไป ก็เป็นกันทั้งคู่…ถึงจะไม่ชอบนิสัยเอาแต่ใจนัก แต่ถ้าจะตายพร้อมสาวสวยระดับนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนักหรอก

เย่าเย่ายิ้มอย่างผู้ชนะ เหลือบตามองเฉินผิงถิงด้วยสายตาเย้ยหยัน “ถ้างั้น…เรามาเริ่มกันได้แล้วมั้ง?”

แต่ยังไม่ทันที่เครื่องยนต์จะได้คำรามขึ้น เสียงหวีดแหลมของไซเรนก็ดังกระหึ่มขึ้นมา แสงไฟหน้ารถตำรวจหลายสิบคันสว่างจ้า จนถนนทั้งเส้นสว่างราวกับกลางวัน

รถตำรวจเรียงแถวล้อมรถหรูทั้งหมดไว้จนไม่เหลือทางหนี สักพักประตูรถตำรวจคันหน้าก็เปิดออกผู้กำกับ ฮวาเจี้ยนปิง ก้าวลงมาด้วยสีหน้าเข้มขรึม

แล้วเขาก็ไปเปิดประตูอีกฝั่ง รถคันนั้น คนที่ก้าวลงมาคือ เหยาคุน สายตาเขากวาดมองเหล่า “คุณชายคุณหนู” ทั้งหลายอย่างเย็นชา เพียงครู่เดียวก็เห็นลูกสาวตัวดี ยืนกอดอกไม่สะทกสะท้าน

เสียงเขากังวาน “ยึดรถไปทั้งหมด!”

ฮวาเจี้ยนปิงรับคำทันที “ยึดรถทั้งหมด!”

ทันใดนั้น ตำรวจหลายสิบนายกรูกันเข้ามา ถอยรถหรูพวกนั้นออกไปทั้ง เฟอร์รารี มายบัค เบนท์ลีย์ รถซุปเปอร์คาร์ราคาเป็นร้อยล้าน

ถ้าเป็นแค่ผู้กำกับพวกหนุ่มสาวตระกูลใหญ่เหล่านี้คงยังพอจะโต้เถียงได้บ้าง แต่ตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงนี้คือ “มือหนึ่งของเมืองซี”

ใครมันจะกล้าอ้าปากสักแอะ?

จบบทที่ บทที่ 17 ระดับสังคม

คัดลอกลิงก์แล้ว