เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เพื่อนแท้

บทที่ 13 เพื่อนแท้

บทที่ 13 เพื่อนแท้


บทที่ 13

ย้อนกลับไปตอนปีสอง  ซูฮั่นเคยแย่งแฟนคนอื่นจนเจ้าของตัวจริงตามมาถึงหอพัก แต่พวกเพื่อนซี้อย่างหลิวเหวินกับหวังเยวี่ยกลับเงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ส่วนพวกเยี่ยนเฟิงอีกห้าคนนั้นก็แทบจะปรบมือเชียร์ด้วยซ้ำ ไม่มีใครคิดจะช่วยหรือห้ามอะไรทั้งนั้น!

แล้วตอนนี้หลิวเหวินยังมาทำปากดี แอบหวังว่าเยี่ยนเฟิงจะได้เข้าบริษัทกระจอก ไม่มีสวัสดิการ โดนหลอกโดนโกง เยี่ยนเฟิงเลยพูดเย็นชาใส่กลับไปว่า

“ถึงจะไม่ใช่บริษัทใหญ่โตอะไร แต่ก็ใหญ่กว่าที่นายทำอยู่แน่นอน”

คำพูดของเยี่ยนเฟิงไม่เกินจริงเลยกลุ่มหลงหู่ที่เขาเข้าทำงานด้วยคือบริษัทที่มาแรง

ของเมืองซี ผลิตภัณฑ์ขายทั่วประเทศ ตอนนี้ยังมีแผนจะส่งออกอีกด้วย การเติบโตก็พุ่งทะลุกราฟ จะมีกี่บริษัทกันที่เทียบได้ในเมืองนี้?

ถ้าคำพูดนี้มาจากเพื่อนที่หวังดี เยี่ยนเฟิงคงไม่ตอบแบบนี้หรอก แต่นี่หลิวเหวินเล่นพูดจาแขวะเสียจนหมดอารมณ์ หนำซ้ำยังมีอดีตไม่ดีต่อกันอีก เยี่ยนเฟิงเลยสวนกลับไปแบบไม่เกรงใจ

ฝั่งหลิวเหวินได้ฟังถึงกับหน้าเสีย ส่วนหวังเยวี่ยรีบออกตัวแทนเพื่อน

“เยี่ยนเฟิง นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย? หลิวเหวินก็แค่เป็นห่วง นายพูดแรงไปหน่อยมั้ย?”

ซูฮั่นก็ตามน้ำเสริมอีกคน

“ใช่ๆ อย่างน้อยก็เห็นว่าเคยเรียนด้วยกัน หลิวเหวินเขาไม่ถือโทษโกรธอะไรนายหรอก แต่พอเข้าสังคมแล้วอย่าไปพูดแบบนี้กับใครล่ะ รีบขอโทษหลิวเหวินซะ!”

หลิวเหวินได้จังหวะก็ก้าวขึ้นมาข้างหน้า ข่มขู่เสียงเย็น

“เยี่ยนเฟิง ขอโทษซะ ไม่งั้นล่ะก็...”

ยังไม่ทันจะพูดดีอยู่ๆ ประตูก็เปิดผางออก พร้อมเสียงตะโกนลั่น

“ไปตายซะ ไอ้เวรเอ๊ย!!”

พูดไม่พูดเปล่า กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ก็พุ่งเข้ามากระแทกกลางอกหลิวเหวินเต็มๆ จนเซถอยไปหนึ่งก้าว แล้วร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็โผล่พรวดเข้ามายืนข้างเยี่ยนเฟิง ก่อนจะเหวี่ยงฝ่ามือซัดไปที่หน้าหลิวเหวินอย่างจัง  จนเจ้าตัวมึนตึ้บทำหน้าเหวอ!

ชายร่างยักษ์คนนั้นไม่รอช้า คว้าปลายเนกไทหลิวเหวินกระชากสุดแรง ก่อนจะเหวี่ยงอีกฝ่ายกระแทกพื้นเสียงดัง

พูดเสียงเย็นเยียบว่า

“หลิวเหวิน แกกล้าดียังไงให้เพื่อนฉันขอโทษแก?”

เมื่อเห็นหน้าชัดเจนว่าเป็น “หงเถี่ย” หลิวเหวินถึงกับหน้าซีดเป็นกระดาษ ขณะที่ ซูฮั่นกับหวังเยวี่ยก็ถอยกรูดราวกับโดนผีหลอก!

หงเถี่ยเป็นหัวหน้าของหอนี้ สูงถึง 180 เซน หนัก 170 ปอนด์ รูปร่างกำยำบึกบึน ประเภทที่ต่อยทีเดียวล้มได้เจ็ดคนสบายๆ พวกหลิวเหวินที่เอาแต่ปากดีแบบนี้น่ะ โดนหงเถี่ยเล่นคนเดียวก็พอแล้วล่ะ

แต่ก่อนสมัยเรียน หงเถี่ยไม่เคยลงไม้ลงมือกับพวกนี้ เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องจนเรียนไม่จบ แต่ตอนนี้อะไรๆก็เรียบร้อยหมดแล้วใบปริญญาก็ได้แล้ว เขาจะกลัวอะไรอีก?

วันนี้พอกลับมาหอก็เห็นพวกเวรนี่กำลังเบ่งอยู่ แถมยังกล้าสั่งให้เยี่ยนเฟิงขอโทษอีก หงเถี่ยเลยไม่พูดพล่ามทำเพลง ลุยก่อนคิดทีหลัง! ที่ทำแบบนี้ก็ไม่ใช่แค่เพราะเยี่ยนเฟิง แต่เพราะอดีตที่อดกลั้นมานานด้วย!

ซูฮั่นเห็นท่าไม่ดี รีบพูดเสียงสั่น

“หงเถี่ย นาย… อย่าใจร้อนนะ...”

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากประตู

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”

แล้วจ้าวหลง โจวเหยียน และหลิวอวี้ซี ซึ่งเป็นรูมเมตคนสุดท้ายก็เดินกลับมาพร้อมกัน

แม้เรียนจบแล้ว แต่งานวิทยานิพนธ์ก็ต้องส่งตามเวลา พวกเพื่อนในห้องนี้เลยนัดกันมาจัดการเรื่องค้างคาในวันนี้ พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นหลิวเหวินนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น!

ทุกคนมองหน้าหงเถี่ย แล้วหลิวอวี้ซีก็ถามขึ้นเสียงจริงจัง

“หงเถี่ย เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะคราวนี้?”

หงเถี่ยได้ยินก็พูดเสียงเย็นเยียบว่า

“ไอ้หลิวเหวินนี่มันตัวดีเลย กลับมาเจอพอดี ดันยืนสั่งให้เยี่ยนเฟิงขอโทษ? ถ้าไม่ซัดมันซะตอนนี้ จะซัดใคร!”

หลิวอวี้ซี สูงแค่ 170 หนักแค่ 50 โล พูดง่าย ๆ คือเตี้ยแถมบาง แต่เรื่องนิสัยไม่ต้องพูดถึงกล้าดุเดือดยิ่งกว่าคนตัวโต ๆ ซะอีก พอได้ยินที่หงเถี่ยพูด ป๊าบ! เขาก็ซัดปลายเท้าเข้าหน้าหลิวเหวินทันที แถมแรงจัดซะด้วย ฟันปลอมกระเด็นออกมาหนึ่งซี่!

เจ็บเข้าอย่างนี้ หลิวเหวินก็ไม่ทนเฉยอีกแล้ว ลุกพรวดขึ้นมาทำท่าจะ

พุ่งใส่หลิวอวี้ซีราวกับหมาบ้า!

แต่จะให้เยี่ยนเฟิงยืนดูเฉย ๆ ได้ยังไง? เพื่อนที่เข้ามาช่วยเขาทั้งสองคนจะให้เขานิ่งเฉยมีหรือ! เขาก็เลยสาวหมัดใส่ หลิวเหวินทันที ส่วนซูฮั่นกับหวังเยวี่ยก็รีบเข้ามา “ห้าม” แต่ห้ามแบบมีลำเอียงเห็น ๆ

“อย่าใจร้อนนะ เยี่ยนเฟิง!” ทั้งสองจับแขนของเยี่ยนเฟิงไว้เหมือนจะกันไม่ให้สู้คืน

พอหงเถี่ยเห็นว่ามันจะเล่นไม่แฟร์ก็ตวาดลั่น

“พวกแกคิดจะลากันแบบเจ็บตัวใช่มั้ย?! งั้นจัดให้!!”

ว่าแล้วเขาก็จับหัว ซูฮั่นกระชากแล้วฟาดใส่กำแพงโป๊ก! เสียงดังสะใจ ส่วนหลิวอวี้ซีก็เตะเข้าท้องหลิวเหวินอีกดอก เยี่ยนเฟิงเองก็ปล่อยหมัดใส่หวังเยวี่ยไปหนึ่งหมัดเต็ม ๆ แล้วจ้าวหลงกับโจวเหยียนที่เพิ่งมาถึงก็ไม่ปล่อยโอกาสนี้ผ่านไป ตะลุมบอนใส่สามเกรียนอย่างเมามัน!

สี่ปีที่เรียนด้วยกัน สามคนนี้ทำตัวน่าหมั่นไส้ไม่หยุดวันนี้มีโอกาสแล้ว ทุกคนในห้องนี้ก็ไม่เก็บอารมณ์อีกต่อไป ทั้งฝ่ามือ ทั้งหมัด ทั้งเท้า ใส่ลงไปแบบไม่ยั้ง!

ถึงจะลงไม้ลงมือหนักหน่วง แต่ทั้งห้าคนก็รู้จักควบคุม ไม่ได้ซัดใส่จุดสำคัญอะไรให้เป็นเรื่องใหญ่ บอกเลยว่า... ซัดแบบ “สั่งสอน” พอกรุบกริบ

สิบกว่านาทีผ่านไป  ซูฮั่น หลิวเหวิน และหวังเยวี่ย ก็นอนกองรวมกันเป็นผักต้มบนพื้น ใบหน้าบวมปูดเขียวช้ำไปหมด แต่ไม่มีใครถึงขั้นเข้าโรงบาล

หลังจากอัดจนสาแก่ใจแล้ว ทั้งห้องก็พากันหายใจโล่งอก เสียงหัวเราะสะใจดังลั่น ส่วนไอ้สามตัวพอรู้ว่าพายุลูกนี้สงบลงก็รีบคลานลุกขึ้นด้วยสีหน้าหวาดผวา

ซูฮั่นมองหน้าทุกคนด้วยสายตาอาฆาตแล้วพูดอย่างเกรี้ยวกราด

“พวกแกจะต้องเจอดีแน่!!”

หงเถี่ยไม่พูดมากชี้หน้าแล้วตะโกนกลับ

“ออกไปให้พ้น! ถ้ากล้าก้าวมาเหยียบห้องนี้อีกล่ะก็... อย่าหวังว่าจะได้เดินกลับออกไป!”

พร้อมทำท่าจะพุ่งเข้าไปซ้ำอีก สามคนนั้นถึงกับหน้าซีด รีบวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกจากห้องราวกับโดนผีหลอก!

ภายในห้องก็มีแต่เสียงหัวเราะดังกระหึ่มสะใจล้วน ๆ!

หลังจากนั้น หงเถี่ยก็หันมาทางเยี่ยนเฟิงแล้วพูดอย่างจริงใจ

“เยี่ยนเฟิง งานบริษัทฉันตอนนี้กำลังเปิดรับคนอยู่นะ นายสนใจลองมาดูก็ได้ เจ้านายฉันน่ะฉันคุยด้วยได้ง่าย”

คำพูดนี้แหละที่เรียกว่า “เพื่อนแท้” ไม่ต้องพูดเยอะ คอยยื่นมือมาช่วยแบบจริงจัง เงียบ ๆ แต่อบอุ่นใจ

ไม่เหมือนไอ้พวกสามเกรียนที่เอาแต่ปากดี และไม่มีน้ำใจสักนิด ถ้าวันนี้เยี่ยนเฟิงยังไม่มีงานทำคงโดนเหยียบซ้ำเละเป็นโจ๊กไปแล้ว

เยี่ยนเฟิงได้ยินก็พูดด้วยความซาบซึ้ง

“ขอบใจนะหงเถี่ย แต่ฉันได้งานแล้วล่ะ”

หงเถี่ยถามต่อด้วยความเป็นห่วง

“บริษัทดีไหม? เงินเดือนใช้ได้ไหม? ถ้าที่แคบไปหน่อย ฉันก็ไม่อยากให้นายไปทนอยู่ในที่แบบนั้นหรอกนะ”

หลิวอวี้ซีก็เสริม

“ถึงพวกเราจะไม่ได้เก่งอะไรมาก แต่ถ้าจะหางานมั่นคง ๆ สักที่ เงินเดือนสัก 3,000+ พวกเราช่วยได้อยู่นะ”

เยี่ยนเฟิงยิ้มแล้วตอบ

“ฉันอยู่ที่กลุ่มหลงหู่ ทำงานเป็นเซลล์ออนไลน์ เงินเดือน 4,500”

หงเถี่ยได้ยินก็พูดเสียงหนักแน่นว่า

“กลุ่มหลงหู่เหรอ? นั่นถือว่าเป็นบริษัทใหญ่เลยนะ เฟิงจื่อ แฟนฉันเองก็เป็นเซลล์ออนไลน์ที่นั่น!”

เยี่ยนเฟิงได้ยินก็หัวเราะเบา ๆ ตอบกลับไป

“จริงเหรอ? งั้นดีมากเลยครับ!”

หงเถี่ยยิ่งพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“เงินเดือนที่กลุ่มหลงหู่ก็ดีอยู่แล้วนะ ฟังจากแฟนฉันมา เดือนนึงได้สามพันบวกกับโบนัสและค่าคอมมิชชั่น รวมแล้วเดือนหนึ่งก็เกือบสี่พัน ถือว่าโอเคมากเลยล่ะ!”

จบบทที่ บทที่ 13 เพื่อนแท้

คัดลอกลิงก์แล้ว