- หน้าแรก
- ระบบลอตเตอรี่ซุปเปอร์เหตุ
- บทที่ 5 แต้มบุญคูณสาม
บทที่ 5 แต้มบุญคูณสาม
บทที่ 5 แต้มบุญคูณสาม
บทที่ 5
เมื่อได้ยินเสียงของมังกรหยินหยาง เยี่ยนเฟิงก็ตอบกลับทันควัน
“ฉันต้องการหมุนวงล้อ!”
ทันใดนั้นเอง ร่างของมังกรหยินหยางก็แปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นมังกรหิมะอีกครั้ง วงล้อแสงลอยขึ้นตรงหน้าอย่างน่าอัศจรรยรูปร่างทุกอย่างเหมือนครั้งก่อนไม่มีผิด รายการของรางวัลมีอยู่หกอย่างเช่นเดิม: เทคโนโลยีแห่งอนาคต, ผลิตภัณฑ์อนาคต, ทักษะชีวิต, สัตว์เลี้ยงพิเศษ, แต้มบุญคูณสาม, และ ขอบคุณที่ร่วมสนุก
เยี่ยนเฟิงไม่รอช้า รีบกดปุ่มสีขาวตรงกลางวงล้อทันใดนั้น ดาบไขว้ ก็เริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว ความเร็วจากช้ากลายเป็นเร็ว แล้วกลับมาช้าลงอีกครั้ง ไม่มีทิศทาง ไม่มีแบบแผนมีเพียง "โชคชะตา" เท่านั้นที่เป็นตัวกำหนด
“คูณสามๆๆ! ขอให้เป็นแต้มบุญคูณสามทีเถอะ!” เยี่ยนเฟิงพนมมือภาวนาในใจ
เข็มดาบหมุนผ่าน ทักษะชีวิต ผ่าน สัตว์เลี้ยงพิเศษ และค่อยๆ ชะลอลงเรื่อยๆ…
ในที่สุด มันหยุดที่แต้มบุญคูณสาม!
แต่ถ้าช้าลงอีกเพียงเสี้ยววินาทีเดียว ก็จะหยุดตรง ขอบคุณที่ร่วมสนุก แล้ว! เยี่ยนเฟิงถึงกับดีใจจนแทบจะกระโดดกลางอากาศ
“แต้มบุญ: 304/504, แต้มบาป: 36.1/36.1”
แต้มบุญเพิ่มขึ้นถึง 300 แต้ม! เท่ากับว่าเขาสามารถหมุนวงล้อได้อีกสามครั้ง!!
“หมุนต่อเลย!” เยี่ยนเฟิงตะโกนลั่นอย่างไม่ลังเล
ครั้งที่สอง ดาบไขว้เริ่มหมุนอีกครั้ง แต่คราวนี้ เยี่ยนเฟิงรู้สึกใจเย็นลง เพราะมีโอกาศตั้งสามครั้ง สักครั้งนึงจะต้องได้ของดีแน่ๆ
ในที่สุดเข็มดาบก็หยุดที่ช่อง ทักษะชีวิต
จากนั้นรายชื่อทักษะต่างๆ ก็เริ่มสลับปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ทำอาหาร”… “คอมพิวเตอร์”… “ซ่อมรถ”… “ดนตรี”… “หมากรุก”…
และสุดท้าย…
“ทักษะวาดภาพ”
เสียงมังกรหิมะเอ่ยขึ้นอย่างน่าเกรงขาม
“ได้ทักษะชีวิต: วาดภาพ”
ทันใดนั้น ร่างของเยี่ยนเฟิงก็ถูกปกคลุมด้วยแสงสีทอง สายพลังบางอย่างแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขา ความรู้มากมายพรั่งพรูเข้าสู่สมอง ราวกับเขาใช้เวลาหลายสิบปีในการฝึกวาดภาพ
มือทั้งสองของเขารู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง…ไวขึ้น แม่นยำขึ้น และมั่นคงราวกับมือจิตรกรมืออาชีพ
เยี่ยนเฟิงยิ้มบางๆ พลางคิดในใจ
“อย่างน้อยถ้าไม่มีอะไรจะกิน ข้าก็ไปตั้งแผงวาดภาพข้างถนนเลี้ยงชีพได้แน่นอน!”
จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นเสียงดัง
“หมุนอีก!”
ครั้งนี้ เข็มดาบค่อยๆ หมุนไปหยุดที่ช่อง สัตว์เลี้ยงพิเศษ
รายชื่อสัตว์โผล่ขึ้นมาเป็นชุด ๆ
“เหยี่ยวสวรรค์” “จระเข้โบราณ” “ช้างกลืนฟ้า”
ชื่อแต่ละตัวฟังดูราวกับสัตว์เทพจากสมัยบรรพกาล!
เยี่ยนเฟิงเห็นแล้วก็ได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ
“เฮอะ! แกล้งฉันอีกแล้วแน่ ๆ พอท้ายที่สุดก็ให้แต่ของกากๆ...”
และจริงตามคาด วงล้อสุดท้ายหยุดอยู่ที่…
“จิ้งจอกอสูร”
จิ้งจอกตัวนี้มีรูปลักษณ์คล้ายสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล แต่ขนาดใหญ่เท่าลูกสิงโต! เยี่ยนเฟิงไม่เคยเห็นสุนัขพันธุ์อะไรแบบนี้มาก่อน และไม่รู้ว่าพละกำลังของมันจะมากน้อยเพียงใด
โชคดีที่มหาลัยอยู่นอกชานเมือง และไม่มีข้อห้ามเข้มงวดเรื่องการเลี้ยงสัตว์
“ยังพอเลี้ยงมันได้...” เยี่ยนเฟิงคิด
แต่พอหันไปมองกระเป๋าเงินอันว่างเปล่าของตัวเอง เยี่ยนเฟิงก็อดถอนหายใจไม่ได้
“ข้าวเองก็แทบจะไม่มีจะกินแล้ว… จะไปหาอาหารให้เจ้าตัวนี้จากที่ไหน?”
เขาหันไปมองเจ้าจิ้งจอกอสูร แล้วพูดเสียงเรียบ
“ถ้าดูแลเจ้าไม่ไหวจริงๆ... ข้าคงต้องขายเจ้าแล้วล่ะ...”
จิ้งจอกอสูร พอได้ยินเยี่ยนเฟิงพูดแบบนั้น มันก็เห่า “โฮ่ง โฮ่ง!” สองทีรวด แล้ววิ่งมางับขากางเกงของเขาทันที ราวกับกลัวว่าเจ้าของจะเอามันไปขายจริง ๆ เยี่ยนเฟิงเห็นท่าทางน่าสงสารของมัน ก็อดหัวเราะไม่ได้ เขายื่นมือไปลูบหัวมันเบา ๆ แล้วพูดปลอบใจ
“ก็ได้ๆ ไม่ขายก็ไม่ขาย!”
เยี่ยนเฟิงไม่ใช่คนใจแข็งอะไร แถมตอนนี้เขาอยู่หอคนเดียว เหงาแทบตาย มีเจ้าจิ้งจอกอสูรตัวโตแต่น่ารักมาอยู่เป็นเพื่อน ก็เหมือนโลกสดใสขึ้นทันตา ส่วนเรื่องค่ากินอยู่... เอาไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยไปนั่งขายภาพวาดข้างถนนก็ยังไม่สาย
ไม่นาน เสียงของมังกรหยินหยางก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ต้องการหมุนต่อหรือไม่?”
เยี่ยนเฟิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างหนักแน่น
“โอกาสสุดท้าย ข้าเก็บไว้ก่อนละกัน พาข้ากลับสู่โลกเดิมเถอะ”
สิ้นคำพูด ทุกอย่างรอบกายเขาก็เริ่มสั่นไหว ฉากหลังหมุนวนเลือนลาง และในไม่ช้า เยี่ยนเฟิงก็กลับมายังห้องพักของเขาอีกครั้ง
เจ้าจิ้งจอกอสูรยังคงนอนหมอบอยู่ข้างเท้า ราวกับไม่เคยหายไปไหน
เยี่ยนเฟิงรีบเหลือบตามองนาฬิกาบนหน้าจอคอมทันที และก็เป็นอย่างที่เขาคาดในโลกแห่งวงล้อ เวลาไหลผ่านเร็วกว่าความจริงมาก!
แม้ว่าเขาจะหมุนวงล้อถึงสามครั้ง ใช้เวลานานหลายนาที แต่เวลาจริงกลับเพิ่งผ่านไป
แค่...บ่ายสองโมงยี่สิบแปดนาที
ราวกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นแค่เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น!
ณ บริษัท หลงหู่กรุ๊ป
ภายในห้องทำงานหรูหราสงบเงียบ หญิงสาววัยกลางคนผู้เปี่ยมด้วยอำนาจนั่งฟังรายงานจากผู้จัดการฝ่ายบุคคลอย่างเคร่ง
ขรึม เธอไม่ใช่ใครอื่นหลี่ฮวาหลัว ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งเมืองซี
ส่วนที่เดินเล่นพล่านไปมาภายในห้องอย่างเบื่อหน่าย ก็คือบุตรสาวของเธอเองเย่าเย่า
และแน่นอนว่า ถ้าหลี่ฮวาหลัวเป็นเจ้าแม่แห่งวงการธุรกิจเมืองซี แล้วล่ะก็ สามีของเธอก็ไม่ธรรมดาเช่นกันเหยาคุน เลขาธิการพรรคของเมืองซี ผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งเมือง!
บุตรสาวของข้าราชการ + นักธุรกิจยักษ์ใหญ่ = เย่าเย่า สาวน้อยที่เติบโตมาแบบ "เอาแต่ใจระดับตัวแม่"
แม้ว่าเธอจะโดนพ่อต่อว่าจนแทบร้องไห้ เพราะเรื่องแข่งรถ จนหนีออกจากบ้าน
แต่สุดท้ายก็ถูกพ่อแม่ตามกลับมา พร้อมกับแม่ที่ปลอบโยนอย่างไม่ขาดปาก อารมณ์หงุดหงิดของเย่าเย่าก็หายเป็นปลิดทิ้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่พอคิดถึงชายหนุ่มที่กล้าจับแขนเธอและด่าว่า "ไม่มีเหตุผล"...
เปลวไฟแห่งความคับแค้นก็ลุกโชนขึ้นมาในดวงตาของเย่าเย่าอีกครั้ง!
ตลอดชีวิตเธอไม่เคยมีใครกล้าพูดแบบนั้นกับเธอ นอกจากพ่อ!
แน่นอน ถ้าเป็นพวกคุณหนูลูกเศรษฐีหรือลูกนักการเมืองทั่วไป เจอเหตุการณ์แบบนี้ก็คงสั่งลูกน้องไปเอาเรื่องแล้ว แต่เย่าเย่าไม่ใช่แบบนั้นเธอเชื่อว่าตนเองคือ “ตัวแม่” ผู้ยืนหยัดด้วยคุณธรรม!
...อย่างน้อยก็ในจินตนาการของเธอเอง
แต่ว่า! ครั้งหน้าเจอเขาอีก ต้องเอาคืนให้สาสมแน่นอน!
ในขณะที่เธอกำลังคิดแผนการในใจ สายตาก็เหลือบไปเห็นแฟ้มใบสมัครงานกองโตในมือของผู้จัดการฝ่ายบุคคล
สายตาเธอหยุดที่ภาพถ่ายในใบสมัครบนสุด แล้ว...
“นี่มัน!?”
ภาพนั้น ชัดเจนเหลือเกินใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะคิดอยาก "แก้แค้น" อยู่หมาดๆ!
เย่าเย่าดีใจจนตาเป็นประกาย
“ผู้จัดการจ้าว! ขอดูแฟ้มพวกนี้หน่อยสิ!”
จ้าวเกากลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ รีบยื่นแฟ้มให้แทบไม่ทัน
“เชิญเลยครับคุณหนู”
ใครกันจะกล้าขัดใจลูกสาวของ ท่านประธาน กับ ท่านเลขาธิการ
ขืนขัดใจ...หัวอาจไม่อยู่บนบ่าพรุ่งนี้ก็ได้
เย่าเย่ารับแฟ้มมาเปิดดู ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มร้ายอย่างมีเลศนัย
“ชื่อเยี่ยนเฟิง... มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีงั้นเหรอ? หึหึหึ… คราวนี้ล่ะ สนุกแน่!”
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะแบบนั้นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และอารมณ์ขบขัน
แบบคนที่กำลังจะได้แกล้งใครบางคนจ้าวเกา ถึงกับตัวสั่นวาบไปทั้งร่างโดยไม่รู้ตัว
สองปีก่อน ตอนที่เย่าเย่าเพิ่งเข้า ม.4 และเขาเองก็เพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล วันแรกของการเข้าทำงานในห้องทำงาน
ใหม่...เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะแบบเดียวกันนี้แหละ!
ตอนนั้นเขายังอ่อนประสบการณ์ ไม่ทันคิดอะไร แต่พอกลับเข้าห้องตัวเองเปิดลิ้นชักเท่านั้น...
งูห้าก้าว!
ใช่แล้ว...งูห้าก้าว!
(หมายเหตุ: งูห้าก้าวเป็นงูพิษร้ายแรงชนิดหนึ่งกัดแล้วเดินไม่ถึงห้าก้าวก็จะตายทันที)
เขาเกือบช็อกตายคาที่ ดีที่งูตัวนั้นถูกถอนเขี้ยวพิษไว้ก่อนแล้ว เลยแค่เกือบตายไม่ถึงกับตายจริง
ตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหัวเราะแบบนั้นของเย่าเย่า เขาก็อดรู้สึกหนาวเยือกในอกไม่ได้
และตอนนี้...
เมื่อเย่าเย่าหัวเราะแบบนั้นขณะจ้องมองใบสมัครของชายหนุ่มชื่อ "เยี่ยนเฟิง"
จ้าวเกาก็ได้แต่กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ แล้วภาวนาในใจ
“เยี่ยนเฟิง... ขอให้นายโชคดี ฉัยจะสวดถาวนาให้…”
ในตอนนั้นเอง หลี่ฮวาหลัวซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ก็หันมาถามลูกสาวอย่างสงสัย
"เป็นอะไรน่ะ? รู้จักคนในแฟ้มหรือ?"
น้ำเสียงของหลี่ฮวาหลัวแม้จะนุ่มนวล แต่ก็แฝงด้วยอำนาจของผู้เป็นประธานใหญ่ เย่าเย่าหันมามองแม่ตนเองอย่างมีเลศนัย มุมปากยังคงยิ้มอย่างลึกลับ...