- หน้าแรก
- ระบบลอตเตอรี่ซุปเปอร์เหตุ
- บทที่ 4 แต้มบุญครบ
บทที่ 4 แต้มบุญครบ
บทที่ 4 แต้มบุญครบ
บทที่ 4
ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา เยี่ยนเฟิงสะสมแต้มบุญไปได้ถึงเจ็ดสิบสี่แต้ม ส่วนแต้มบาปก็ขึ้นมาถึงสามสิบสามจุดหนึ่ง จากการทำความดีเล็กๆ น้อยๆ เช่น เก็บขยะตามถนน พาคนแก่ข้ามถนน ฯลฯ และวันนี้ เยี่ยนเฟิงเดินทางมาสัมภาษณ์งานที่บริษัทหลงหู่ กรุ๊ปในเมืองซี ตำแหน่งที่สมัครคือ "ฝ่ายขายออนไลน์"
แม้งานนี้จะไม่ตรงกับสายที่เรียนมาโดยตรง แต่ในยุคนี้ คนจบมหาลัยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำงานตรงสายกันอยู่แล้ว อีกอย่าง บริษัทหลงหู่ กรุ๊ป นั้นผลิตและจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับการดูแลส่วนบุคคล เช่น แปลงสีฟันไฟฟ้า เครื่องเป่าผม ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทดาวรุ่งในเมืองซี เลยทีเดียว
เยี่ยนเฟิงคิดในใจว่า เครื่องโกนหนวดที่ตนได้มาจากระบบสุ่มโชคชะตานั้นอาจจะมีประโยชน์ในที่แห่งนี้ จึงเหมือนมีอะไรดลใจให้เขาเดินทางมาที่นี่ แต่ทันทีที่เขาเดินมาถึงหน้าบริษัท กลับเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง สีหน้าเหม่อลอย ดวงตาแดงช้ำจากน้ำตา กำลังจะเดินข้ามถนน
ไม่ไกลจากนั้น มีรถตำรวจคันหนึ่งแล่นมาด้วยความเร็ว และหญิงสาวคนนั้นก็ดูจะไม่ได้สังเกตเลย เยี่ยนเฟิงรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาคิดอะไรแบบนั้น เพราะอีกแค่วินาทีเดียว ก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้
เยี่ยนเฟิงรีบวิ่งพุ่งเข้าไปคว้าแขนหญิงสาวไว้ได้ทันก่อนที่รถจะมาถึง
ใบหน้าที่มีหยาดน้ำตาปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา เป็นใบหน้าที่งดงามราวกับดอกไม้ท่ามกลางฝน เยี่ยนเฟิงถึงกับตะลึงงัน ไม่ใช่แค่เพราะความสวย แต่เพราะเสียงของมังกรหยินหยางในหัวก็ดังขึ้นมาว่า
"ช่วยเหลือหญิงสาวที่กำลังจะหลงผิดจากอันตราย ได้รับแต้มบุญสามสิบ แต้มบาปสาม"
สามสิบแต้มเลยทีเดียว! เมื่อรวมกับแต้มบุญที่สะสมมา ก็เพียงพอให้เขาหมุนวงล้อโชคชะตาได้อีกครั้ง!
ครั้งนี้เขาต้องได้ของดีแน่ ของที่ใช้ได้จริง! ถ้าได้ไอเทม คูณสามแต้มบุญ ล่ะก็ เขาจะสามารถหมุนได้อีกตั้งสามรอบเลยทีเดียว!
คิดแล้วดวงตาเยี่ยนเฟิงก็เป็นประกาย แทบจะน้ำลายไหลออกมา แต่ในสายตาของหญิงสาวตรงหน้า ภาพที่เห็นกลับกลายเป็นชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่อยู่ๆ ก็มาจับแขนเธอ แล้วยังทำหน้าทะเล้นใส่อีก เหมือนคนโรคจิตไม่มีผิด
เธอที่กำลังเสียใจก็ถึงกับระเบิดอารมณ์ เหวี่ยงฝ่ามือตบหน้าเยี่ยนเฟิงทันที!
เยี่ยนเฟิงที่ยังเคลิบเคลิ้มอยู่กับฝันถึงแต้มคูณสามนั้น ถึงกับโดนตบเข้าให้เต็มแรง เขาเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าคนที่เขาเพิ่งช่วยไว้จะตอบแทนเขาแบบนี้!
ทันทีที่เธอตบ รถตำรวจคันนั้นก็วิ่งเฉียดผ่านด้านหลังเธอไปอย่างหวุดหวิด ถ้าไม่ได้เยี่ยนเฟิงคว้าไว้ เธออาจจะถูกรถชนไปแล้วจริงๆ
เยี่ยนเฟิงยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนขึ้นว่า
“เฮ้! เธอเป็นอะไรของเธอเนี่ย!? ฉันเพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้นะ!”
แม้ว่าหญิงสาวจะสวยสะดุดตาขนาดไหน แต่ผู้ชายที่โดนตบหน้าเข้าไปเต็มๆ แบบนี้ ก็อดจะโมโหไม่ได้ แล้วเมื่อหญิงสาวได้ยินคำพูดของเขา ก็เหมือนจะนึกถึงรถคันเมื่อครู่ แล้วค่อยๆ คิดว่าเธออาจเข้าใจผิดไปจริงๆ
แต่เมื่อย้อนนึกถึงสีหน้าทะเล้นของเยี่ยนเฟิงเมื่อครู่นั้น เธอก็เดือดขึ้นมาอีกระลอก
เธอสะบัดแขนออกจากมือของเขา แล้วตวาดขึ้นว่า
“แล้วไงล่ะ? ถึงจะช่วยไว้ก็เถอะ นายมาจับแขนฉัน แล้วทำหน้ายังกับโรคจิตแบบนั้น ใครดูก็รู้ว่านายคิดอะไรอยู่!”
เยี่ยนเฟิงขมวดคิ้ว ตอบกลับทันควัน
“ไร้เหตุผล! เธอรู้เหรอว่าฉันคิดอะไรอยู่? งั้นลองพูดมาสิ!”
ที่จริงตอนนั้นในหัวเขาคิดถึงแค่แต้มบุญเท่านั้น ไม่มีแม้แต่นิดเดียวที่คิดเรื่องหญิงสาวตรงหน้า แต่ในสายตาคนทั่วไป ท่าทีของเขามันก็ดูน่าสงสัยจริงๆ
หญิงสาวก็จ้องเขาด้วยสายตาดูถูก ก่อนจะกล่าวคำที่ทำเอาเยี่ยนเฟิงสะอึก
“สารเลว!”
ทันทีที่หญิงสาวพูดจบก็สะบัดหน้าเดินจากไป ทิ้งไว้แต่เยี่ยนเฟิงที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก บรรดาผู้คนที่เดินผ่านไปมา ไม่ว่าจะชายหญิงเด็กผู้ใหญ่ ต่างก็พากันมองเขาอย่างรังเกียจ กระซิบกระซาบชี้ไม้ชี้มือใส่เขาเป็นแถว เยี่ยนเฟิงอยากจะอธิบาย แต่ก็พูดไม่ออก ได้แต่นึกในใจว่า “ช่างมันเถอะ อย่างน้อยฉันก็ได้แต้มบุญมาตั้งสามสิบ”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็พยายามกลั้นความอับอายไว้ แล้วเดินหน้าไปยังบริษัทหลงหู่เพื่อสัมภาษณ์งานตามแผน แต่พอเดินมาถึงหน้าบริษัทเท่านั้น สองรปภ.ที่ยืนอยู่หน้าประตูมองเขาแวบหนึ่ง แล้วก็พูดเสียงดังลั่นว่า
“บริษัทเราไม่ต้อนรับคนเลวแบบแก!”
เยี่ยนเฟิงถึงกับของขึ้น ตวาดสวนทันที
“คนเลวบ้านพ่อแกสิ!”
พูดจบเขาก็กำหมัดแน่น เตรียมจะลุยกับสองรปภ.นั่น แต่แล้วสองคนนั้นก็พร้อมใจกันถกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นกล้ามแขนขนาดเท่าขาเยี่ยนเฟิง แถมยังมีรอยสักรูปมังกรพาดเสือเต็มแขน ดูแล้วน่าเกรงขามยิ่ง
เยี่ยนเฟิงมองแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายเฮือกหนึ่ง เปรียบเทียบกำลังในใจสักครู่ ก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าว พลางแค่นเสียง
“ฉันไม่ลดตัวไปทะเลาะกับขยะอย่างพวกแกหรอก!”
ว่าแล้วก็ชูนิ้วกลางใส่ ก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีแทบไม่ทัน เพราะเห็นว่ารปภ.ทั้งสองเริ่มขยับเหมือนจะเข้ามาเอาเรื่องจริงๆ
ด้านหญิงสาวที่ยังยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าก็ยังไม่หายหงุดหงิดนัก แต่เพราะอารมณ์ฉุนเฉียวนี้เอง กลับช่วยกลบความเศร้าที่มีอยู่ก่อนหน้าได้ไม่น้อย
ในขณะนั้นเอง รถยนต์คันหนึ่งก็ค่อยๆ แล่นมาจอดข้างหน้าเธอ ตัวรถดูเหมือนธรรมดาทั่วไป แต่พอเห็นเลขทะเบียนที่มีแต่เลขศูนย์เรียงยาว ใครเห็นก็รู้ทันทีว่า คนในรถไม่ธรรมดาแน่นอน
ประตูรถเปิดออก ชายวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึมก้าวลงมาจากรถ พร้อมกับหญิงสาววัยประมาณสามสิบกว่าๆ ความสวยของเธอเย้ายวนดั่งลูกท้อสุกฉ่ำ ชวนให้ใจเต้นแรง
ชายกลางคนขมวดคิ้วแน่น พูดเสียงเข้ม
“เย่าเย่า! ลูกนี่มันเหลวไหลขึ้นทุกวันนะ แค่พ่อว่าไม่กี่คำก็หนีออกจากบ้าน?”
เย่าเย่าเมื่อได้ยินถึงกับเม้มปากแน่น น้ำตาคลอเหมือนจะไหลอีกครั้ง
หญิงสาววัยกลางคนรีบขมวดคิ้วใส่ชายคนนั้น ก่อนจะกล่าวเสียงแข็ง
“พี่เหยา! หยุดพูดเถอะ เย่าเย่าของเรารู้ว่าผิดแล้ว ใช่ไหมลูกรัก?”
ชายที่ชื่อว่าพี่เหยาถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เธอก็รู้แต่จะเข้าข้างลูก! ลูกสาวเราไปคบกับพวกลูกชายของลุงเฉินกับลุงเจ้า ไปแข่งรถกับพวกนั้น แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ!?”
หญิงสาววัยกลางคนรีบพูดเสียงนุ่ม
“พอเถอะๆ เย่าเย่ารู้ตัวแล้วจริงๆ นะ ถ้าพี่เหยายังพูดอีก ฉันจะไม่คุยด้วยเลย!”
ว่าแล้วก็คว้ามือของเย่าเย่าขึ้นรถไปด้วยกัน ทิ้งให้พี่เหยายืนบ่นอยู่คนเดียว
“แม่ที่ตามใจลูกเกินไป ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำร้ายลูกหรอก…”
ขณะเดียวกัน เยี่ยนเฟิงที่เพิ่งหนีตายจากรปภ.หน้าบริษัท ก็เดินคอตกกลับมาที่มหาลัย สีหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิดกับโชคชะตา
“นี่มันซวยบัดซบอะไรขนาดนี้! แค่จะไปสัมภาษณ์ ยังไม่ทันได้เข้าไปก็โดนไล่ซะแล้ว”
เมื่อนึกย้อนกลับไป ตอนเริ่มหางานใหม่ๆ ยังพอได้เข้าไปรอบสองอยู่บ้าง แต่ช่วงหลังมานี้ แค่รอบแรกก็ไม่ผ่านแล้ว พอมาวันนี้ ถึงกับโดนรปภ.กันไว้ตั้งแต่หน้าประตู!
แต่เขาก็ไม่ค่อยคาดหวังอะไรมากอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใส่ใจนัก สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกพอใจจริงๆ ก็คือ ภายในครึ่งเดือน เขาเก็บแต้มบุญได้ครบพอที่จะหมุนวงล้อโชคชะตาได้อีกครั้ง!
“ขอให้โชคดีเถอะ! ขอแค่ได้ของดีสักอย่างก็พอ แม้จะไม่ได้คูณสามก็ตาม!”
คิดพลาง เยี่ยนเฟิงก็ทิ้งตัวลงบนเตียง จากนั้นก็กล่าวในใจเบาๆ
“มังกรหยินหยาง ฉันจะหมุนวงล้อแล้วนะ”
“มังกรหยินหยาง” คือชื่อที่เยี่ยนเฟิงตั้งให้กับเจ้ามังกรตัวนั้น เพราะมันมีสีขาวดำคล้ายสัญลักษณ์หยินหยาง และเจ้านั่นก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เลยกลายเป็นชื่อถาวรไปโดยปริยาย
ทันทีที่ความคิดเกิดขึ้น ทุกอย่างรอบตัวก็เริ่มเลือนลางและห่างไกลออกไป… จากนั้น ดาบไขว้ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ลอยอยู่เหนือหัวของเยี่ยนเฟิงอย่างช้าๆ
พร้อมกับนั้น ข้อมูลแต้มบุญและแต้มบาปก็ปรากฏตรงหน้าเขา:
แต้มบุญ: 104/204
แต้มบาป: 36.1/36.1
มังกรหยินหยางกล่าวด้วยเสียงทุ้มหนักแน่นว่า
"สามารถหมุนวงล้อโชคชะตาได้หนึ่งครั้ง... นายท่านต้องการหมุนหรือไม่?"
เสียงนั้นดังก้องอยู่ในจิตของเยี่ยนเฟิง คล้ายดั่งเทพเจ้ากำลังชี้ชะตา บรรยากาศโดยรอบเงียบงัน ลมหายใจของเขาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาเริ่มทอประกายความหวัง
"ได้เลย!" เยี่ยนเฟิงขบฟันแน่น “คราวนี้ล่ะ จะต้องได้ของดีแน่!”