เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 27 : บอสไคลน์ไร้สำนึก?

Chapter 27 : บอสไคลน์ไร้สำนึก?

Chapter 27 : บอสไคลน์ไร้สำนึก?


[พิมพ์เขียวกระถางปลูกพืชชั้นเยี่ยม : อุปกรณ์รูนสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ได้โดยการใส่ดินและเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการจะปลูกลงไป ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย พืชที่ถูกปลูกในกระถางนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว]

ไคลน์ทำการเรียนรู้พิมพ์เขียวและเปิดหน้าเมนูการสร้างขึ้นมาดูวัตถุดิบ

วัตถุดิบสำหรับสร้างกระถางปลูกพืชมีอยู่สี่ชนิด : เหล็ก , หิน , ทองแดงและรูนดิน

รูนดินจำเป็นต้องใช้เพียงแค่ก้อนเดียวเท่านั้น

ไคลน์ลังเลอยู่แปปนึงและยังไม่ได้เลือกสร้างออกมาทันที

ในตอนนี้เมล็ดพันธุ์ที่เขามีอยู่ในมือมีเมล็ดของหญ้าเรืองแสงกับหญ้าล่องเหมันต์

เมล็ดพันธุ์หญ้าเรืองแสงนี้เขาได้มาจากการเก็บเกี่ยวในช่วงแรกๆรวมไปถึงที่ได้มาจากแจ็คกับทอมด้วย

ยังไงก็ตามไม่ว่าจะเป็นหญ้าเรืองแสงหรือหญ้าล่องเหมันต์ก็สามารถหาซื้อได้อย่างง่ายดายในตลาดทั้งสองอย่าง

ถ้าเขาใช้รูนดินเพียงเพื่อปลูกพืชสองชนิดนี้ก็คงพูดได้แค่ว่าต้นทุนสูงกว่ากำไรแล้ว

เมล็ดพันธุ์ของต้นเถาวัลย์สีดำเองก็ไม่ต่างกันนัก อย่างน้อยที่สุดก็แค่สามารถให้ผลผลิตเป็นผลเถาวัลย์สีดำที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเท่านั้น

ยังไงก็ตามในตลาดยังไม่มีเมล็ดพันธุ์ของพืชชนิดนี้ออกมาวางขายเลย

ไคลน์คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น “เอาไว้ก่อนแล้วกัน ถ้าในอนาคตเจอเมล็ดของพวกต้นผลไม้ก็ค่อยว่ากัน หรืออย่างน้อยที่สุดถ้าเป็นพวกผักก็ยังพอยอมรับได้”

“เปิดหีบก่อนดีกว่า”

ไคลน์เดินไปตรงมุม

ภายใต้เปลวเพลิงที่รุกโหมหีบสมบัติทองแดงจึงถูกเผาจนกลายเป็นสีดำ แต่แน่นอนว่านี่หาใช่ปัญหาแต่อย่างใด

ระบบของเขาไร้ที่ติอยู่แล้ว

[แจ้งเตือนจากระบบ : หีบสมบัติทองแดง +1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : รูนลม +2]

[แจ้งเตือนจากระบบ : สบู่ +1]

‘โชคดีไม่เบาเลย!’

‘ได้รูนลมมาทีเดียวตั้งสองอันแน่ะ’

‘สบู่เองก็ไม่เลวเหมือนกัน สิ่งนี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตไปได้อีกขั้นเลย’

ไคลน์เก็บของทั้งหมดเข้าช่องเก็บของอย่างมีความสุข

ครั้งนี้เขาไม่ได้ทำการย่อยหีบสมบัติทองแดงแต่อย่างใดเพราะเขามีไอเทมขนาดเล็กๆอยู่หลายอย่างและสามารถเก็บเอาไว้ในหีบได้

ตัวเขาในตอนนี้ยังไงซะก็ไม่ขาดแคลนทองแดงอยู่แล้ว

หลังจากจัดการกับหีบสมบัติเสร็จเขาก็กลับมาขุดดินต่อ

แต่เดิมแล้วในสุสานแห่งนี้ก็มีพืชอยู่เหมือนกันแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะถูกเผาจนเหี้ยนไปแล้ว

กระทั่งไม้เองก็ไม่เหลือ พวกมันถูกเผาจนกลายเป็นถ่านไปหมด

[เหล็ก+2 , หิน+4 , ถ่าน+6]

ถือว่าได้วัตถุดิบสำหรับสร้างลูกดอกมาอีกชุด

สุสานแห่งถัดไปคือทางขวา

ไคลน์หยิบแผนที่ขนาดกลางออกมา

แผนที่ระบุไว้ว่ามีสัตว์อสูรแห่งสุสานที่อันตรายมากๆอยู่ในสุสานทางด้านขวา

ไคลน์มองไปที่คำใบ้สีทองที่ปรากฏออกมา

[ขอแสดงความยินดีด้วย! สุสานทางด้านขวามีหีบสมบัติเหล็กรอท่านอยู่และเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนสัตว์อสูรแห่งสุสานไร้สมองตนนั้นก็สำลักอาหารตายไปแล้ว...]

ไคลน์บื้อใบ้พูดไม่ออกไปชั่วขณะ

สำลักอาหารตาย?

เอาเถอะ

ดูเหมือนว่าจะไม่มีอันตรายรออยู่อีกต่อไป

เขาหยิบพลั่วออกมาและเริ่มขุดบริเวณกำแพงด้านขวา

ความเร็วในการขุดของเขารวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากผ่านไปซักพักไคลน์ก็มาถึงสุสานแห่งที่สิบแปดในที่สุด

สุสานแห่งนี้ไม่ได้มีลักษณะเป็นเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมแต่มีลักษณะคดเคี้ยวแทน

ไคลน์หยิบมีดมาเชเต้ออกมารอไว้

หลังจากวนดูอยู่ครึ่งรอบเขาก็พบกับศพร่างยักศพหนึ่งนอนตายอยู่บนพื้น

เป็นงูยักษ์นี่เอง!

ร่างกายของมันเป็นสีเขียวเมื่อมตลอดทั้งร่างพร้อมด้วยลวดลายแปลกตา

ขนาดของมันยาวราวๆห้าเมตรและลำตัวหนาราวกับแขนผู้ใหญ่

นอกจากนี้ในอากาศเองก็ส่งกลิ่นเหม็นเน่าส่งออกมาอบอวลไปทั่ว

ลำคอของมันโป่งพองและไม่รู้เลยว่ามันกลืนอะไรเข้าไป

[งูดอกหญ้า : ดุร้าย , ชื่นชอบอยู่ในสถานที่อับชื้นและมักจะเตร่อยู่ในถ้ำใต้ดินหลายๆแห่ง ชอบกินดินกินทรายและศพของมันจะเริ่มเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็วหลังจากที่ตาย]

[ความสามารถ : พันธนาการ]

[จุดอ่อน : ไม่ฉลาดนัก]

[ระดับความอันตราย : 24]

ไคลน์อ่านคู่มือและเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้

‘น่าจะสำลักดินสำลักทรายตาย’

“ไม่แปลกใจเลยที่บอกว่าโง่เนี่ย” ไคลน์กล่าว

เขาเดินไปดูบริเวณด้านหน้าและก้มลงไปมองที่ปากของมัน

“ใช่จริงๆด้วย”

ภายในปากของมันคือก้อนดินขนาดใหญ่ที่ทั้งใหญ่และแข็ง

ไคลน์ขยับร่างของงูดอกหญ้าออกมาจากนั้นก็ทำการย่อยศพมัน

ร่างของงูตัวนี้ถูกย่อยออกมาเป็นเนื้อ10ชิ้น เลือด400มิลลิลิตรและหนังอีก1แผ่น

เลือดกับเนื้อไม่ค่อยสดเท่าไหร่นัก

ตามที่คู่มือบอกเอาไว้คือหลังจากที่งูตัวนี้ตายศพของมันจะเน่าเปื่อยลงอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปชั่วโมงนึงทั้งเลือดและเนื้อของมันจึงเริ่มส่งกลิ่นคาวอ่อนๆออกมาแล้ว

ยังไงก็ตามเมื่อดูจากคำอธิบายของไอเทมก็ถือว่ายังกินได้อยู่ดี

เลือดของงูไม่มีอันตรายใดๆและไม่ส่งผลใดๆเช่นกัน

คำอธิบายบอกว่าเนื้อของมันรสชาติค่อนข้างเลวร้ายแต่ก็สามารถใช้บรรเทาความหิวได้ คุณค่าทางสารอาหารเองก็ต่ำมากเหมือนกัน

เพราะว่ามันไม่สดเท่าไหร่นักดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะปวดท้องได้หลังจากที่กินเข้าไป

‘โยนขายเอาไว้ในตลาดแบบไม่ต้องคิดเลย’

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียของเปล่าๆไคลน์จึงเปิดหน้าตลาดแลกเปลี่ยนขึ้นมาอีกครั้ง

และเขาก็ได้เห็นโรเจอร์มาวางของขายอีกครั้งหนึ่ง

ครั้งนี้สิ่งที่หมอนั่นวางขายคือรูนไฟและสิ่งที่เขาต้องการแลกเปลี่ยนก็คือเนื้อจำนวน1กิโล

เมื่อดูจากขนาดของเนื้องูดอกหญ้าแล้วน่าจะชิ้นละราวๆ300กรัมเห็นจะได้

“ในเมื่อมีความเสี่ยงเข้ามาร่วมด้วยถ้างั้นฉันจะให้นายเพิ่มอีกสองชิ้นแล้วกัน”

ไคลน์เลือกแลกเปลี่ยนโดยใช้เนื้องูดอกหญ้าห้าชิ้น

จากนั้นเขาก็ได้รับรูนไฟมาครอบครองสำเร็จ

ไคลน์กวาดตามองรายการสินค้าต่อและใช้เนื้อของแมงมุมสุนัขที่เหลือไปแลกได้พิมพ์เขียวถุงมือหนังทั่วไปกับผ้าห่มชั้นยอดมาอีกสองอย่าง

ส่วนที่เหลือ...

ยังไม่มีใครเอาเลือดสัตว์อสูรมาวางขายเลยมีแต่น้ำดื่มเท่านั้น

‘เอาเป็นว่าเอาไปวางขายไว้แล้วกัน’

ในตอนที่ไคลน์กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนั้นข้อความส่วนตัวก็เด้งขึ้นมา

ข้อความส่วนตัวมีแยกย่อยประเภทอยู่สามแบบขึ้นอยู่กับแต่ละรูปแบบ

แบบแรกคือข้อความส่วนตัวตามคีเวิร์ดที่ตั้งไว้

แบบที่สองคือข้อความส่วนตัวที่คนทั้งสองเคยคุยกันหรือเคยสนทนาโต้ตอบกันมาก่อน

แบบที่สามคือทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนสิ่งของเพื่อให้ง่ายต่อผู้ซื้อและผู้ขายในการติดต่อสื่อสารนั่นเอง

[โรเจอร์ 178.23 : บอสไคลน์ก่อนหน้านี้เนื้อแมงมุมย่างที่นายแลกเปลี่ยนมารสชาติโคตรจะเปรี้ยวเลยแถมยังระเบิดในปากอีก! แล้วตอนนี้ก็ยังมาแลกเนื้องูที่อาจจะทำให้ท้องเสียได้อีกเนี่ยนะ! นายเป็นพวกไร้สำนึกรึไง?]

ทำไมมาโทษฉันเล่า?

เจ้าหมอนี่เป็นคนตั้งข้อเสนอแลกเปลี่ยนเองไม่ใช่รึไง

และเนื้องูเองก็แค่ ‘มีโอกาส’ จะทำให้นายท้องเสียเท่านั้น บางทีนายอาจจะโชคดีก็ได้ไม่ใช่รึไง?

จบบทที่ Chapter 27 : บอสไคลน์ไร้สำนึก?

คัดลอกลิงก์แล้ว