- หน้าแรก
- แค่เลือกให้ถูก ข้าก็เป็นเทพได้
- บทที่ 42: ข้า... เป็นโรคกลัวการเข้าสังคม! สู้เป็นทีมไม่ได้
บทที่ 42: ข้า... เป็นโรคกลัวการเข้าสังคม! สู้เป็นทีมไม่ได้
บทที่ 42: ข้า... เป็นโรคกลัวการเข้าสังคม! สู้เป็นทีมไม่ได้
เฉินซูกลับมาถึงบ้าน เพื่อเป็นการฉลองที่การสอบปลายภาคผ่านพ้นไปด้วยดี บิดาของเขาจึงได้เชิญครอบครัวของจางต้าลี่และพ่อแม่ของฟางซือมารับประทานอาหารเป็นพิเศษ
ความสัมพันธ์ของทั้งสามครอบครัวนั้นแน่นแฟ้นมาโดยตลอด น่าเสียดายที่ตอนนี้ฟางซืออยู่ไกลถึงสถาบันหัวเซี่ย จึงไม่สามารถกลับมายังเมืองหนานเจียงได้
“พริบตาเดียว ไม่นึกเลยว่าเจ้าหนูเฉินกับต้าลี่จะขึ้นชั้นมัธยมปลายปีสามกันแล้ว”
ฟางกั๋วเหว่ย บิดาของฟางซือกล่าว เขามีผิวสีคล้ำและรอยยิ้มที่ซื่อตรงประดับอยู่บนใบหน้า
จางเฟิงยิ้มพลางส่ายหน้า “ใช่แล้ว น่าเสียดายที่เจ้าสองคนนี้พรสวรรค์ไม่เท่าเสี่ยวฟาง”
จิตอสูรระดับ S ส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อผู้ใช้อสูร
“ข้าว่าไม่แน่เสมอไปหรอก เจ้าหนูเฉินกับต้าลี่ล้วนไม่ธรรมดา ต่อให้ไม่ได้เป็นผู้ใช้อสูรที่แข็งแกร่ง ก็สามารถประสบความสำเร็จในสายอาชีพอื่นได้เช่นกัน” ทว่าฟางกั๋วเหว่ยกลับมีสีหน้าจริงจังและแย้งขึ้นมา
บิดาเฉินผิงยิ้มพลางเอ่ยขึ้น “คนรุ่นหลังย่อมมีเส้นทางของพวกเขา พวกเราอย่าไปแทรกแซงให้มากเลย”
แม้ว่าฟางซือจะประสบความสำเร็จไปไกลแล้ว แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสามครอบครัวก็ไม่ได้เหินห่างไปแต่อย่างใด
“น่าเสียดายที่ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนฟางซือกลับมาไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าสามพี่น้องคงได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง”
“พี่ฟางซือกลับมาช่วงปิดเทอมฤดูร้อนไม่ได้หรือขอรับ”
เฉินซูขมวดคิ้ว ในแววตามีความผิดหวังฉายชัด
“ทีมผู้ใช้อสูรของพวกเขารับภารกิจในต่างมิติมาอย่างกะทันหัน เกรงว่าจะกลับมาไม่ได้แล้ว”
ฟางกั๋วเหว่ยอธิบาย โดยคิดว่าเฉินซูคงกำลังคิดถึงฟางซือ
เฉินซูถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ‘ฟางซือกลับมาไม่ได้ เช่นนั้นบัญชีรายชื่อศัตรูของข้าก็ทำไปเสียเปล่าน่ะสิ’
“ต้าลี่ เจ้าไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยรึ” เฉินซูเอาแขนกระทุ้งจางต้าลี่
“อย่าเพิ่งสิ ข้ากำลังไต่แรงก์อยู่” จางต้าลี่ตอบด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ตั้งอกตั้งใจเล่นโทรศัพท์มือถือ
เฉินซูเหลือบมองผ่านๆ ก็ถึงกับสะดุ้งโหยง เกือบจะฉี่ราดอยู่ตรงนั้น
“เจ้าตายไปสิบครั้งแล้วยังฆ่าใครไม่ได้เลยสักตัว (0-10-0) ทำไมไม่ไปช่วยทีมสู้เล่า มัวทำอะไรอยู่วะ”
นี่เพิ่งเริ่มเกมไปไม่กี่นาที เจ้าก็ตายไปสิบครั้งแล้ว ถ้าไม่ใช่ว่ากำลังตายอยู่ ก็คงกำลังวิ่งไปตายนั่นแหละ
“ข้าเป็นโรคกลัวการเข้าสังคม สู้เป็นทีมไม่ได้” จางต้าลี่อธิบาย
เฉินซู: “???”
ทั้งสามครอบครัวพูดคุยเรื่องราวในอดีตกันอย่างสนุกสนานและอบอุ่น หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
…
“ท่านลุงโจว ที่ร้านมีผลแกนเหล็กไหมขอรับ”
เช้าตรู่วันถัดมา เฉินซูก็มาถึงร้านของครอบครัวโจวเสี่ยวหมิง
เขาเพิ่งจะปลดล็อกน้ำยาป้องกันได้ จึงอยากจะลองปรุงมันขึ้นมา
“ในคลังมีอยู่สองลูก เดี๋ยวลุงไปเอามาให้” บิดาของโจวเสี่ยวหมิงเดินออกมาพร้อมกับผลไม้สีดำสองผลในมือ “ส่วนผลขยายร่างตอนนี้ของหมดชั่วคราว”
วัตถุดิบหลักที่ร้านของโจวเสี่ยวหมิงขายนั้น จริงๆ แล้วล้วนมาจากดาวหลานซิง เพียงแต่บางครั้งคราวจะได้รับวัตถุดิบจากต่างมิติมาจากผู้ใช้อสูรอิสระ
กองกำลังผู้ใช้อสูรส่วนใหญ่ล้วนมีช่องทางการจำหน่ายเป็นของตัวเอง เช่น ร่วมมือกับตระกูลใหญ่หรือบริษัทใหญ่
และมีผู้ใช้อสูรจำนวนไม่น้อยที่เลือกขายให้กับทางการ แม้ราคาจะไม่ดีเท่าบริษัทอื่น แต่ก็มีสวัสดิการและเงินอุดหนุนอื่นๆ ทดแทน
“ขอบคุณท่านลุงโจวมากขอรับ”
เฉินซูพยักหน้าและเก็บผลแกนเหล็กทั้งสองผลไป “ถ้ามีดอกไม้พลังมหาศาล ผลแกนเหล็ก หรือผลขยายร่าง ช่วยเก็บไว้ให้ข้าด้วยนะขอรับ ข้ายินดีซื้อในราคาสูง”
หลังจากซื้อผลแกนเหล็กสองผลแล้ว เฉินซูก็มุ่งหน้าไปยังบริษัท 666 โอสถอย่างไม่รอช้า
“อาจารย์เฉิน ท่านมาแล้วหรือขอรับ” ผู้ช่วยเสี่ยวเหมาเอ่ยถาม ขณะเดียวกันก็ถอนหายใจในใจ
คิดดูสิว่าเขาเป็นถึงบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยผู้ใช้อสูร แต่กลับต้องมาเป็นผู้ช่วยให้นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
ตอนนี้เสี่ยวเหมากำลังวางแผนจะเขียนหนังสือเล่มหนึ่งแล้ว ชื่อเรื่องก็คือ 《วันคืนที่ข้ามีชีวิตอยู่ไปวันๆ บนโลกมนุษย์》
“อืม” เฉินซูพยักหน้า
ตอนนี้ปิดเทอมฤดูร้อนได้เริ่มขึ้นแล้ว เขาวางแผนไว้ล่วงหน้าเรียบร้อย
ช่วงเช้าปรุงน้ำยาที่บริษัทโอสถ ช่วงบ่ายไปขายน้ำยาส่วนเกินที่ตลาดมืด ส่วนตอนกลางคืนก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยเพื่อกระตุ้นตัวเลือกระบบ
สิบวันผ่านไปในพริบตา
เฉินซูทำเงินได้เกือบล้านเหรียญหัวเซี่ยจากการปรุงยา ประสิทธิภาพในการทำเงินเช่นนี้มากพอที่จะทำให้คนนับไม่ถ้วนต้องละอายใจ
แม้จะหาเงินได้มาก แต่เฉินซูก็ใช้จ่ายสูงมากเช่นกัน
เนื่องจากไม่สามารถหาซื้อวัตถุดิบได้ เขาจึงทำได้เพียงเลือกซื้อน้ำยาสำเร็จรูปจากร้านค้าทั่วไป
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ซื้อน้ำยาป้องกันหรือน้ำยาเปลี่ยนขนาดกาย เพราะอย่างไรเสียเขาก็สามารถปรุงเองได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลารอวัตถุดิบ
เฉินซูนำเงินล้านเหรียญหัวเซี่ยทั้งหมดไปซื้อน้ำยาเซลล์พื้นฐาน เพื่อเพิ่มพลังชีวิตและความเร็วในการฟื้นฟูของสไลม์สีทอง
แม้จะทำให้จิตอสูรแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย แต่เงินเหรียญหัวเซี่ยของเขาก็ถูกใช้จนหมดเกลี้ยงเช่นกัน
เดิมทีเฉินซูคิดว่าปิดเทอมฤดูร้อนของเขาจะหมดไปกับการซื้อขายน้ำยา
แต่เช้าตรู่วันถัดมา โจวเฉิง ท่านลุงของสวี่เสี่ยวอวี่ ก็เดินเข้ามาพร้อมกับดอกไม้พลังมหาศาลสามดอก และแจ้งข่าวร้ายให้เขาทราบ
“เจ้าหนูเฉิน นี่คือดอกไม้พลังมหาศาลสามดอกสุดท้ายที่เหลืออยู่ในบริษัท”
โจวเฉิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ
เฉินซูพูดขึ้นทันที “ไม่จริงน่า จะเจ๊งเร็วขนาดนี้เลยเหรอขอรับ”
มุมปากของโจวเฉิงกระตุก “เจ้าช่างเป็นคนพูดตรงจริงๆ”
อย่างน้อยก็เป็นพนักงานของบริษัท ช่วยหวังดีกับบริษัทหน่อยไม่ได้หรือไร
โจวเฉิงถอนหายใจแล้วพูดว่า “สัญญาดอกไม้พลังมหาศาลที่บริษัทเซ็นไว้หมดอายุแล้ว ตอนนี้ถ้าจะจัดซื้ออีกครั้งคงต้องใช้เวลาสักพัก”
“ไม่ได้ต่อสัญญาหรือขอรับ” เฉินซูถามอย่างสงสัย
ตามหลักแล้ว บริษัทใหญ่ขนาดนี้ไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้
หากน้ำยาพลังมหาศาลขาดตลาด ย่อมส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างแน่นอน
“มีกลุ่มอำนาจใหม่ไปเซ็นสัญญากับบริษัทวัตถุดิบแห่งนั้น ตอนนี้เลยโดนชิงตัดหน้าไปแล้ว”
ในแววตาของโจวเฉิงมีความโกรธแฝงอยู่ สำหรับบริษัทโอสถแล้ว การถูกตัดวัตถุดิบก็เหมือนกับการถูกดึงฟืนใต้เตาไฟ
“ก็ได้ขอรับ แล้วผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีน้ำยาป้องกันหรือน้ำยาเปลี่ยนขนาดกายไหม”
เฉินซูไม่เข้าใจเรื่องธุรกิจเหล่านี้ เขาแค่อยากรู้ว่าตนเองจะยังสามารถทำเงินจากน้ำยาได้อีกหรือไม่
หากบริษัท 666 โอสถไม่สามารถจัดหาดอกไม้พลังมหาศาลให้ได้ แผนการทำเงินของเขาก็คงต้องพังลง
เขาเป็นเพียงนักเรียนคนหนึ่ง ไม่มีเส้นสาย ไม่มีใบรับรองของนักปรุงยา เป็นการยากที่จะหาซื้อวัตถุดิบจากต่างมิติได้อย่างสม่ำเสมอ
โจวเฉิงกล่าวอย่างลำบากใจ “น้ำยาสองตัวนี้เป็นน้ำยาหลักของบริษัท ตอนนี้อาจจะยังไม่ขาดคน...”
ในเมื่อเป็นน้ำยาหลัก นักปรุงยาที่รับผิดชอบย่อมมีค่าตอบแทนและสวัสดิการสูงมาก จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้พนักงานชั่วคราวช่วงปิดเทอมอย่างเจ้าเข้ามาแทรกแซง นอกจากจะต้องจ่ายเงินเดือนเพิ่มแล้ว ยังจะทำให้นักปรุงยาคนอื่นไม่พอใจอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเฉินซูก็เป็นเพียงนักเรียนมัธยมปลาย
“ข้าจะรีบหาบริษัทวัตถุดิบแห่งใหม่เพื่อร่วมมือโดยเร็วที่สุด” โจวเฉิงปลอบใจพลางตบไหล่เขา “เงินเดือนของเจ้าจะไม่หยุดจ่ายแน่นอน”
เฉินซูส่ายหน้า ประเด็นสำคัญของข้าคือน้ำยาต่างหาก ไม่ใช่เงินเดือนสักหน่อย
คนเราถ้าไม่มีลาภลอยก็ไม่รวย ม้าถ้าไม่ได้กินหญ้ายามค่ำคืนก็ไม่อ้วน เงินเดือนเพียงน้อยนิดไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเฉินซูได้อีกต่อไปแล้ว
โจวเฉิงพูดตามตรง “ช่วงนี้กองกำลังผู้ใช้อสูรของบริษัทจะเดินทางไปยังต่างมิติด้วยตนเอง น่าจะเก็บเกี่ยวอะไรกลับมาได้บ้าง”
ทันทีที่เขาพูดจบ ตัวเลือกก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเฉินซูอีกครั้ง
【ตัวเลือกที่หนึ่ง: สมัครติดตามกองกำลังผู้ใช้อสูรของบริษัทเพื่อไปผจญภัยในต่างมิติ รางวัลเมื่อสำเร็จ: ตำราทักษะเฉพาะของจิตอสูร】
【ตัวเลือกที่สอง: เอ่ยปากพูดว่า “เช่นนั้นก็รีบไปสิขอรับ มัวชักช้าอยู่ไย” รางวัลเมื่อสำเร็จ: พลังอสูรปริมาณปานกลาง】