เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 15: เจ้ามีสิทธิรึไง?

Chapter 15: เจ้ามีสิทธิรึไง?

Chapter 15: เจ้ามีสิทธิรึไง?


“เจ้าคือ ‘คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า’ จากครอบครัวเฉินคนนั้นสินะ?”

หวังซูฉินใช้ดาบชี้ไปที่เฉินเฉิน น้ำเสียงของเธอเย็นยะเยือก

เฉินเฉินไม่สนใจดาบอันคมกริบนี้ แล้วชี้แจงอย่างใจเย็น “ข้าเกิดมาพร้อมกับภูมิหลังที่ชัดเจน แล้วข้าไปเป็น ‘คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า’ ได้ยังไงกัน?”

“ถ้าท่านหญิงลำดับสองของเราบอกว่าเจ้าเป็น ‘คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า’ เจ้าก็คือคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า! เจ้ากล้าเถียงได้ยังไง!”

คนคุ้มกันที่อยู่ถัดจากซูฉินชักมีดพร้าออกมาในทันที แล้วพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง

คนคุ้มกันคนอื่นๆเมื่อเห็นดังนี้ก็ชักมีดพร้าออกมาในทันที และบรรยากาศก็รุนแรงขึ้น

ชาวบ้านรู้สึกว่านี่มันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ หัวหน้าหมู่บ้านลุกขึ้นมาจากพื้น และเข้ามายืนขวางหน้าเฉินเฉิน พร้อมกับพูดออกมาอย่างขมขื่น “ท่านหญิงลำดับสอง ในเมื่อหมู่บ้านหินสามารถจ่ายค่าเช่าที่ดินได้แล้ว การทำแบบนี้มันจะไปมีความหมายอะไรครับ?”

หวังซูฉินเย้ยหยันกับคำพูดของเขา แล้วพูดขึ้นมาในทันที “เจ้าคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจากครอบครัวเฉินต้องขโมยทรัพย์สมบัติมาจากบ้านหวังแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาจะหาเงินสามสิบตำลึงเงินมาได้ยังไง?

“และแน่นอนว่านี่ก็คือเหตุผลที่สองที่ข้ามาเยี่ยมที่นี่ด้วย”

สีหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านแข็งทื่อในทันทีเมื่อได้ฟังเช่นนี้ เขาเห็นเฉินเฉินมาตั้งแต่เล็กและรู้นิสัยของเขาดี เขาจะไปสามารถขโมยอะไรจากคนอื่นได้ยังไงกัน?

“ท่านหญิงลำดับสอง นิสัยของเจ้าเฉินนั้นทุกคนในหมู่บ้านหินรู้ดี เด็กอย่างเขาขโมยอะไรไม่ได้หรอก ข้าขอเอาชีวิตเป็นประกันเลย!”

ชาวบ้านคนอื่นๆเองก็เริ่มเคลื่อนไหวตามกันมาในเวลาไม่นาน

“ใช่แล้ว อย่างเจ้าเฉินเนี่ยนะจะไปขโมยของคนอื่น? ระวังคำพูดด้วย!”

“เขาไม่ใช่ขโมยหรอกต่อให้ข้าเป็นก็ตาม! เด็กคนนี้เป็นที่รู้กันดีว่ามีนิสัยดีมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว”

ชาวบ้านจากหมู่บ้านหินนั้นเป็นพวกบ้านนอก จากการที่เฉินเฉินเต็มใจแก้ปัญหาเรื่องค่าเช่าที่ดินด้วยเงินสามสิบตำลึงเงินของเขา ตอนนี้พวกเขาจะมองข้ามเขาที่ถูกดาบของท่านหญิงหวังจ่ออยู่ได้ยังไงกัน?

สีหน้าของหวังซูฉินหม่นหมองในตอนที่เธอเห็นภาพนี้

เธอแค่อยากกำจัดตระกูลเฉิน การสังหารหมู่ทั้งหมู่บ้านนั้นจะทำให้ไม่มีทาสเหลือให้ตระกูลหวังและขัดกับผลประโยชน์สูงสุดของพวกเขา

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เธอก็เปลี่ยนแนวทางใหม่

“นี่เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตระกูลหวังกับเฉิน ถ้ามีใครจัดการเจ้านี่ให้ข้าได้ ค่าเช่าในปีนี้จะได้รับการยกเว้น”

เธอไม่เชื่อหรอกว่ากลุ่มคนชั้นต่ำพวกนี้จะอดทนได้เมื่อเอาเงินมาล่อ เธอตั้งใจจะทำให้เจ้านี่ได้รู้ว่าโลกนี้มันโหดร้ายแค่ไหน!

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านช่วงเวลาอันเงียบสงัดมาพักนึงแล้ว ก็ยังไม่มีใครเคลื่อนไหวเลย

ซึ่งนี่ทำให้หวังซูฉินรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

“ข้าให้สามปีเลยก็ได้!”

หัวหน้าหมู่บ้านส่ายหัวแล้วมองหวังซูฉินด้วยความสงสาร

“ท่านหญิงลำดับสอง นี่มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินหรอกครับ เจ้าเฉินไม่ได้ทำความผิดอย่างการลักขโมย พวกเราจะไม่ยอมเสียสติไปเพราะเงินหรอก ไม่อย่างนั้นพวกเราจะเป็นคนดีได้อย่างไร?”

ลมหายใจของหวังซูฉินขาดช่วงไปเมื่อได้ฟังคำพูดเช่นนี้ คำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านนั้นได้ทิ่มแทงเธอเหมือนกับเข็ม

หลังจากนั้นซักพัก เธอก็เงยหน้ามองฟ้าแล้วหัวเราะออกมาอย่างกระทันหัน

“ฮ่าฮ่าฮ่า! พวกเจ้าทุกคนนี่มันชั้นต่ำจริงๆ! สติหรอ? ทำไมเจ้าถึงคิดว่าเจ้ามีสิทธิพูดเรื่องนั้นกับข้า?”

เมื่อเทียบกับหวังซูฉิน  เฉินเฉินดูปลื้มใจมากๆ

หลังจากก้าวมาข้างหน้าได้สองก้าวโดยที่ไม่พูดอะไร เขาก็มองไปที่หวังซูฉิน

เขาพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ตอนนั้น ท่านพ่อของข้าเคยช่วยพ่อของเจ้า หวังหู่เอาไว้ ซึ่งเขาก็ได้ตอบแทนด้วยการขโมยความสำเร็จทางการทหารของท่านพ่อของข้าจนได้เป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้

“ตั้งแต่ตอนนั้นมาตระกูลหวังไม่เคยชดเชยอะไรให้เลยแม้แต่นิดเดียว และตอนนี้เจ้าก็ยังคิดจะตอบแทนความเมตตานั้นด้วยความเกลียดชังอีกหรอ?

“ข้าขอถามเจ้านะ มันคือท่านพ่อของข้าไม่ใช่หรอ ที่ตระกูลของเจ้ารุ่งเรืองได้ในทุกวันนี้? ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของข้า เจ้าจะไปหาดอกไม้ดีๆ ม้าที่มีพละกำลังวังชา และกลุ่มคนคุ้มกันจากที่ไหนกัน?

“ตอนนี้เจ้ากำลังจ่อดาบมาที่ข้าอยู่ใช่ไหม? ข้าขอถามบ้างนะ เจ้ามีสิทธิรึไง?”

คำกล่าวของเขานั้นทำให้ทั้งหมู่บ้านเงียบสงัด

สีหน้าของหวังซูฉินเริ่มเปลี่ยนสี ด้วยเหตุผลบางประการ การมองเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเธอนั้นทำให้หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความกังวล

เด็กหนุ่มที่มีพื้นเพมาจากคนชั้นต่ำสามารถกล่าวคำพูดที่ทรงพลังและไม่สามารถโต้เถียงได้แบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน?

“เจ้าเศษขยะ!”

ไม่นานนัก หวังซูฉินก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ แต่ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าที่แดงขึ้นหรือลมหายใจที่ถี่ขึ้นนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย

หลังจากนั้น ม้าของหวังซูฉินก็ถอยหลังกลับไปเล็กน้อย พอเว้นระยะห่างมาได้ระดับนึงแล้ว สีหน้าของเธอก็ดูชั่วร้ายขึ้นไปอีก เธอชี้ดาบไปที่เฉินเฉิน แล้วออกคำสั่ง “ฆ่าเจ้านั่นซะ! ใครก็ตามที่ขัดขวางจะถูกฆ่าด้วย! ไม่ว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไงตระกูลหวังจะรับผิดชอบเอง!”

เมื่อได้ฟังเช่นนี้ คนคุ้มกันก็แสดงความกระหายเลือดออกมาทางสีหน้า

ในเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว มันก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บซ่อนอีกต่อไป

กุบกับ กุบกับ กุบกับ...

ม้าหลายสิบตัวถอยหลังไปเพื่อเข้าตำแหน่งบุกอย่างเหมาะสม

หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกกังวลมากในตอนที่เขาเห็นภาพนี้

ชาวบ้านจะไปต่อสู้กับการบุกของพลม้าหลายสิบคนได้ยังไง?

“หัวหน้าหมู่บ้าน ถอยไปข้างหลังเถอะครับ” เฉินเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม

“แต่ว่า....”

“ไม่มีแต่ครับ พวกมันลงทุนทำถึงขนาดนี้ก็เพื่อฆ่าข้า” เฉินเฉินปลอบเขา ใบหน้าของเขาไม่มีความกังวลแสดงอยู่เลย

“ลูกเฉิน!

เสียงเรียกด้วยความเป็นห่วงดังมาจากฝูงชน มันคือเสียงเรียกจากแม่ของเฉินเฉิน ฉินโหลว

ในขณะเดียวกันนั้นเอง เฉินชานยืนอยู่ข้างเฉินเฉินโดยที่ไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

ถึงเฉินเฉินจะยืนกรานว่าเขาได้ผ่านการฝึกจากเซียนมาแล้ว แต่ในฐานะพ่อ เฉินชานก็ไม่อาจยอมปล่อยให้เขาเผชิญหน้ากับศัตรูมากมายขนาดนี้ได้

ถึงยังไงเขาก็ยังไม่ได้เห็นพลังของเฉินเฉินกับตาตัวเองเลย

“ตระกูลหวังไม่ให้ความสำคัญกับชีวิต! พวกเขากล้าสั่งทำร้ายเด็กดีๆอย่างเจ้าเฉินได้ยังไง! ช่างน่าสมเพชจริงๆ!”

“เจ้าเฉินไม่ต้องกลัวนะ! ข้าลุงเฉียนยังไม่พร้อมเห็นเจ้าตายหรอก!”

ชาวบ้านคนนึงได้เข้ามายืนข้างเฉินเฉินด้วยความเดือดดาล

“เจ้าเฉิน ข้าจะคอยช่วยคุ้มกันให้เอง!”

ด้วยการที่มีคนนำ ชาวบ้านที่ร่างกายกำยำทุกคนก็มายืนอยู่ข้างเฉินเฉิน ด้วยเคียวและจอบของพวกเขา พวกเขาดูเหมือนตัวตลกเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับม้าดีๆและมีดพร้าคมๆของฝ่ายตรงข้าม

อย่างไรก็ตามมันทำให้เฉินเฉินรู้สึกซึ้งใจจริงๆ

สำหรับหมู่บ้านจนๆอย่างหมู่บ้านหิน ชาวบ้านนั้นได้รวมเป็นปึกแผ่นอย่างภาคภูมิใจ ต่อให้เผชิญหน้ากับศัตรูที่ดูเหมือนจะจัดการไม่ได้ พวกเขาก็ยังคงเลือกที่จะยืนอยู่ข้างเขาโดยไม่ปริปากบ่นอะไร

“ขอบคุณนะทุกคน” เฉินเฉินมองหน้าพวกเขาในขณะที่พูดอย่างเยือกเย็น

จากที่ไกลๆ สีหน้าของหวังซูฉินนั้นบูดบึ้งในตอนที่เห็นภาพนี้ เธอตะโกนด่า “ไอ้พวกชั้นต่ำ! คิดจริงๆหรอว่าข้าจะไม่กล้าฆ่าพวกเจ้า? น่าขำชะมัด!

“ฆ่าพวกมันให้หมด! วันนี้พวกเราจะทำการล้างบางหมู่บ้านหิน! ขอดูหน่อยเถอะว่าจะมีใครในมณฑลเสฉวนที่สามารถแตะต้องตระกูลหวังได้!”

คนคุ้มกันทั้งหมดเลียริมฝีปากของพวกเขาในตอนที่ได้ฟังเช่นนี้ พวกเขากำลังมองชาวบ้านเหมือนกับแกะที่พร้อมถูกเชือดแล้ว

จากนั้น หัวหน้าคนคุ้มกันก็ยกมีดพร้าของเขาขึ้น เพื่อส่งสัญญาณเตรียมบุก!

“ตามข้ามา! ถ้าใครมันกล้าขวางฆ่าให้หมด!”

ด้วยคำประกาศนี้เอง ม้านับสิบก็เร่งความเร็วขึ้นพร้อมกัน และสร้างม่านฝุ่นที่กำลังถาโถมเข้าใส่ชาวบ้านเหมือนพายุ

เมื่อเทียบกันนั้น ชาวบ้านก็เหมือนกับวัชพืชที่อยู่ท่ามกลางพายุใหญ่ บอบบางเหมือนอย่างที่เห็น

ข้างหลังชาวบ้าน มีคนแก่ เด็ก และชาวบ้านผู้หญิงที่เริ่มร้องไห้ออกมาแล้ว เอ้อหยาซ่อนศรีษะของเธอเอาไว้ใต้ศรีษะของแม่ของเธอ

ม้านับสิบกำลังพุ่งเข้าใส่ชาวบ้านเพื่อเบิกโรงการสังหารหมู่

ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มในกลุ่มก็ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว

เสื้อธรรมดาที่เขาสวมอยู่นั้นเคลื่อนไหวทั้งๆที่ไม่ได้มีลมพัดเลย

การเคลื่อนไหวง่ายๆนี้ดูเหมือนจะมาพร้อมกับความน่าเกรงขามที่ไม่อาจเทียบเคียงได้!

ฮี้!

ม้านับสิบหวาดกลัวมาก และส่งเสียงร้องดังลั่นออกมาพร้อมกัน เหมือนกับว่าที่พวกมันเผชิญอยู่นั้นไม่ใช่กลุ่มชาวบ้าน แต่เป็นปากทางสู่นรกมากกว่า!

ม้าที่อยู่ข้างหน้าสุดสะดุดแล้วล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับคนคุ้มกัน ตัวอื่นๆที่วิ่งตามหลังมันเองก็ล้มตามกันไปในทันที

ดูเหมือนว่าการบุกที่ดูต้านทานไม่ได้นี้จะสลายไปตั้งแต่ที่ยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ!

สุดท้ายแล้วก็ไม่มีคนหรือม้าตัวไหนที่เข้าใกล้รัศมีสามเมตรรอบตัวเด็กหนุ่มได้เลย

จบบทที่ Chapter 15: เจ้ามีสิทธิรึไง?

คัดลอกลิงก์แล้ว