เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 14: เปิดเผยเจตนาที่แท้จริง

Chapter 14: เปิดเผยเจตนาที่แท้จริง

Chapter 14: เปิดเผยเจตนาที่แท้จริง  


วันต่อมา

ผู้คนในมณฑลเสฉวนต่างก็ส่งเสียงอึกทึก มีแต่เงาของพวกเขาที่วิ่งอยู่ ไม่มีร่างคนเป็นๆอยู่บนถนนเลย

เจ้าหน้าที่ทุกคนในที่ว่าการต่างก็เตรียมพร้อมรอรับภัยพิบัติที่กำลังมาถึง

ตระกูลเจาและตระกูลจางนั้นมีความบาดหมางกันมาอย่างยาวนาน เมื่อไม่กี่วันก่อน ลูกชายของตระกูลจางเกือบถูกลอบสังหาร ซึ่งเป็นเหตุให้ความขัดแย้งของสองตระกูลนี้ปะทุขึ้นมา

เมื่อคืนก่อน การต่อสู้ที่รุนแรงมากมายได้เกิดขึ้นบนถนนระหว่างสองตระกูลนี้ และเลือดก็สาดกระเซ็นไปทั่วทุกที่

ใครจะไปกล้าออกมาเดินเล่นข้างนอกในช่วงเวลาแบบนี้หล่ะ?

ในอีกด้านนึง หมู่บ้านหินนั้นก็ไม่ได้สงบสุขเหมือนกัน

มีม้าตัวสูงแข็งแรงกลุ่มนึงมาอยู่ที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน และม้าทุกตัวก็มีคนคุ้มกันร่างกายกำยำจากตระกูลหวังขี่อยู่

คนพวกนี้มีมีดพร้าเหน็บเอาไว้ที่เอวด้วย และแผ่กลิ่นอายที่ดูดุร้ายออกมา พวกเขาไม่เหมือนกับพวกลูกกระจ๊อกที่ตระกูลหวังพามาเมื่อก่อนหน้านี้เลย

“หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านหญิงลำดับสองของเรามาถึงแล้ว ทำไมเจ้าถึงไม่ออกมาต้อนรับพวกเรา?”

ด้วยเสียงตะโกนเรียกที่เปี่ยมไปด้วยพลัง หัวหน้าหมู่บ้านก็เดินออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ

แม้ว่าจะใช้ชีวิตมาหลายปีแล้ว แต่เขาก็ยังอดกลัวการต่อสู้ตรงหน้าไม่ได้

ในอดีต อย่างมากที่สุดพ่อบ้านหวังก็จะพาคนคุ้มกันทั่วๆไปมาด้วยเป็นจำนวนมากในตอนที่พวกเขามาเก็บค่าเช่า

แล้วปีนี้พวกเขาพยายามจะทำอะไรกัน? สังหารหมู่หรอ?

“ยินดีต้อนรับครับ...ท่านหญิงลำดับสอง!” หัวหน้าหมู่บ้านโค้งคำนับในขณะที่กำหมัด ท่าทีของเขานั้นแสดงให้เห็นถึงความอ่อนน้อมอย่างถึงที่สุด”

ในตอนนั้นเองชาวบ้านทุกคนก็เดินออกมาจากบ้านของพวกเขา และเมื่อเห็นแขกผู้มาเยือนทั้งหลายนี้ พวกเขาก็กลัวจนพูดอะไรไม่ออก

หัวหน้าหมู่บ้านยังคงทำท่าคำนับเป็นเวลาหนึ่งนาทีเต็ม เมื่อเขาเหนื่อยจนกระทั่งสั่นไปทั้งตัวนั้นเอง ม้าสีขาวจึงค่อยๆเดินออกมาจากฝูงชนอย่างช้าๆ

บนหลังม้าสีขาว หวังซูฉินกำลังนั่งอยู่อย่างสบายพร้อมกับชุดเกราะสีแดงของเธอ สีหน้าของเธอนั้นเย็นชาเหมือนน้ำแข็งและสายตาของเธอก็เรียบเฉย

“พ่อบ้านหวังประสบอุบัติเหตุ ปีนี้ข้าจึงมาที่นี่เพื่อเก็บค่าเช่าด้วยตัวเอง ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่สร้างเรื่องยุ่งยากให้ข้านะ

“เมื่อก่อน ที่พ่อบ้านหวังปฏิบัติกับพวกเจ้าด้วยความใจดีและความสงสารก็เพราะมณฑลเสฉวนยังสงบสุขดีอยู่

“แต่ตอนนี้มีความวุ่นวายเกิดขึ้นในมณฑลเสฉวน ตระกูลหวังของเราก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ดีเหมือนกัน ดังนั้นค่าเช่าในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 50%”

เมื่อหวังซูฉินพูดจบ ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นทางฝั่งของชาวบ้าน

มันไม่สำคัญหรอกว่าพ่อบ้านหวังใจดีและมีเมตตาจริงรึเปล่า

ประเด็นก็คือพวกเขาตกเป็นเหยื่อน้ำท่วมในปีนี้ และไม่มีพืชผลให้เก็บเกี่ยวเลยซักต้น เพื่อที่จะหาเงินมาให้พอค่าเช่า พวกเขาต้องยอมล้มละลายและเป็นหนี้หัวโตกันทุกคน

แต่ที่แย่ยิ่งกว่า ค่าเช่าปีนี้กลับเพิ่มขึ้นอีกห้าสิบเปอร์เซนต์ นี่เธอพยายามจะผลักดันพวกเขาไปเจอทางตันใช่ไหม?

หัวหน้าหมู่บ้านเองก็รู้สึกโกรธกับคำพูดของเธอ ด้วยมือที่สั่นเทา เขาก็หยิบเอาสัญญาออกมาจากกระเป๋า “ท่านหญิงลำดับสอง พวกเราทำเกษตรให้ตระกูลหวังและจำนวนค่าเช่าก็ถูกกำหนดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ท่านมาเพิ่มตามใจชอบได้ยังไงกันครับ?”

ก่อนที่หัวหน้าหมู่บ้านจะพูดจบ สัญญาก็ถูกตัดครึ่งและตามมาด้วยเสียงดาบ

หวังซูฉินชักดาบของเธอออกมาแล้วพูดอย่างเย็นชา “ข้าบอกแล้วไงว่าตอนนี้มณฑลเสฉวนกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย และกฏก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว ข้าไม่อยากย้ำเรื่องที่ข้าพูดไปแล้วหรอกนะ”

ชาวบ้านแลกเปลี่ยนสายตากันเมื่อได้ฟังเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาซีดเผือด

พวกเขาต้องมีสภาพคล่องทางการเงินถึงจะจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นมาได้ มันไม่มีทางที่พวกเขาจะเสกเงินออกมาจากอากาศได้หรอก

เหมือนกับว่าเธอคาดการเรื่องนี้เอาไว้แล้ว ในเวลานี้เองผู้คุ้มกันคนนึงที่อยู่ข้างหวังซูฉินก็พูดขึ้นมา

“ตระกูลหวังไม่ได้พยายามจะผลักดันพวกเจ้าไปเจอทางตัน ถ้าปฏิเสธที่จะจ่ายค่าเช่าก็ไม่เป็นปัญหา พวกเจ้าแค่ต้องเซ็นสัญญาทาสและกลายเป็นทาสให้กับตระกูลหวัง และจากนั้นเรื่องนี้ก็จะจบลงด้วยดี”

หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มไออย่างเต็มแรงเมื่อได้ฟังคำพูดพวกนี้

ผู้คนในหมู่บ้านหินเป็นชาวนากันหมด แต่ชาวนาก็ยังเป็นอิสระ ไม่ใช่ทาส

อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกเขาเซ็นสัญญาทาส พวกเขาก็คงจะกลายเป็นทาสของตระกูลหวัง ชีวิตและความตายของพวกเขาจะตกอยู่ในการควบคุมของตระกูลหวังทั้งหมด แล้วพวกเขาจะยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นได้ยังไงกัน?

“พวกเราจะไปทำนาให้ตระกูลเจากับตระกูลจาง!”

“หมู่บ้านหินเป็นสถานที่สำหรับคนที่เป็นอิสระมาโดยตลอด พวกเราจะกลายเป็นทาสไปทำไมหล่ะ?”

“ใช่แล้ว! ข้าไม่อยากให้ลูกของข้ากลายเป็นทาสก่อนที่จะเขาจะได้เกิดมาด้วยซ้ำ!”

ชาวบ้านหนุ่มที่ยังมีจิตใจเร่าร้อนตะโกนบ่น

คนคุ้มกันเยาะเย้ยในตอนที่ได้ยินพวกเขา สายตาของเขานั้นเย็นชาดุจน้ำแข็ง

“ตอนนี้ตระกูลจางกับตระกูลโจวกำลังทำสงครามกันอยู่ พวกเจ้าคิดว่าพวกเขาจะมีเวลามาสนใจชาวนาอย่างพวกเจ้ารึไง?

“ข้าจะบอกให้นะ ตอนนี้มณฑลเสฉวนกำลังตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างรุนแรง ถ้าพวกเจ้าบังเอิญไปเจออุบัติเหตุระหว่างทางที่ไปหาตระกูลอื่น ก็คงไม่มีใครมาดูแลพวกเจ้าหรอก!”

น้ำเสียงเตือนในคำพูดของเขานั้นชัดเจน ชาวบ้านที่บ่นเมื่อก่อนหน้านี้พากันเงียบหมด สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

หัวหน้าหมู่บ้านร้องไห้อย่างขมขื่น ด้วยเสียงตุ้บ เขาก็คุกเข่าลงกับพื้นแล้วอ้อนวอนหวังซูฉิน “ท่านหญิงลำดับสอง โปรดเมตตาพวกเราด้วย เด็กๆบางคนในหมู่บ้านของเรายังไม่ทันโตเลย ข้าไม่สามารถปล่อยให้พวกเขากลายเป็นทาสคนอื่นในวัยเท่านั้นได้หรอก!”

สายตาของหวังซูฉินเต็มไปด้วยความรังเกียจในขณะที่เธอฟังเขา

กลุ่มคนชั้นต่ำเอาแต่ทำตัวเอาแต่ใจ การกลายเป็นทาสของตระกูลหวังทำให้พวกเขาเสื่อมเสียอย่างงั้นหรอ? นี่มันอุกอาจยิ่งนัก!

ผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างๆเป็นคนช่างสังเกต เมื่อเห็นว่าท่านหญิงลำดับสองไม่พอใจ เขาก็ตะคอกออกมา “แค่พวกเราเสนองานให้พวกเจ้าก็ถือว่าใจดีมากพอแล้ว แต่นี่พวกเจ้าไม่อยากเป็นทาสอย่างนั้นหรอ? หัดดูตัวเองบ้างพวกชาวบ้าน ดูสภาพน่ารังเกียจของตัวเองซะสิ พวกเจ้าเกิดมาเพื่อเป็นทาส ท่านหญิงลำดับสองแค่พยายามให้พวกเจ้าได้ทำตามเป้าหมายนั้น แต่ตอนนี้พวกเจ้าเอาแต่ไม่พอใจเนี่ยนะ พวกเจ้ายังมีอะไรให้บ่นได้อีก”

หลังจากที่เขาพูดจบ คนคุ้มกันก็ชักมีดพร้าออกมาแล้วเอาไปตบเบาๆที่แก้มของหัวหน้าหมู่บ้าน ด้วยใบหน้ายั่วยุ

ในตอนนั้นเอง เฉินเฉินก็โผล่มาอย่างกระทันหันแล้วมายืนอยู่ตรงหน้าหัวหน้าหมู่บ้าน เขาดันมีดออกไปด้านข้างแล้วเงยหน้าจ้องมองคนคุ้มกัน

“เป็นความจริงรึเปล่าถ้าพวกเราจ่ายค่าเช่าส่วนที่เพิ่มมาห้าสิบเปอร์เซนต์ได้ พวกเราก็ไม่ต้องเซ็นสัญญาทาส?”

“จ่ายค่าเช่าหรือเซ็นสัญญาทาส เจ้าต้องตัดสินใจวันนี้”

คนคุ้มกันเอามีดวางบนไหล่ของเขา น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความดูถูก

ในความคิดของเขา แค่ค่าเช่าเดิมที่จ่ายในอดีตก็ลำบากแล้ว ไม่ต้องพูดถึงส่วนที่เพิ่มมาอีกห้าสิบเปอร์เซนต์เลย

พวกเขาตั้งใจจะบังคับให้ชาวนาพวกนี้กลายเป็นทาสในวันนี้

ตระกูลจางกับตระกูลเจากำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ทั้งสองตระกูลก็จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ตระกูลหวังสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อไต่เต้าขึ้นไปได้

พวกเขาอาจจะได้รับพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากด้วย

แล้วจะทำยังไงกับพื้นที่เพาะปลูกที่ได้มาใหม่หล่ะ? แน่นอนว่าก็ใช้แรงงานจากชาวนาพวกนี้ยังไงหล่ะ

เมื่อชาวบ้านพวกนี้กลายเป็นทาส ตระกูลหวังก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากพวกเขาได้ถึงขีดสุด ตราบใดที่พวกเขาไม่เหนื่อยตายไปซะก่อน

ในส่วนของคนแก่ คนอ่อนแอ คนป่วย และคนพิการนั้น พวกเขาก็ควรจะลงไปทำนาด้วย

แทนที่จะป่วยตายอยู่ที่บ้าน ให้พวกเขาตายในพื้นที่เพาะปลูกน่าจะดีกว่า เพราะนั่นจะเป็นการเพิ่มคุณค่าของพวกเขาให้ถึงจุดสูงสุด

เมื่อได้ฟังคำพูดของเขา เฉินเฉินก็จ้องคนคุ้มกันตาเขม็งแล้วเริ่มหัวเราะออกมาดังลั่น เขาชี้แจง “หมู่บ้านหินมีกันทั้งหมดห้าสิบครัวเรือน ในทางทฤษฎีแล้ว ก็คือจ่ายหลังละ 1,200 ตำลึง ซึ่งยอดรวมก็เท่ากับ 60,000 ตำลึง

“ตอนนี้เจ้าขึ้นค่าเช่าอีก 50% มันก็จะเป็น 90,000 ตำลึง

“ข้าจะจ่ายส่วนที่เพิ่มขึ้นมา 30,000 ตำลึงเอง ซึ่งก็เท่ากับ 30 ตำลึงเงิน”

ในตอนที่พูดจบ เฉินเฉินก็ควักเอาเงิน 30 ตำลึงเงินออกมาจากกระเป๋าของเขาแล้ววางบนแผ่นหินที่ทางเข้าหมู่บ้าน

ก็อย่างที่ว่ากัน “เงินที่หยิบขึ้นมานั้นไม่ได้เป็นของเขา” ดังนั้นเฉินเฉินจึงไม่ได้รู้สึกเสียดายเลย

นอกจากนั้น เขายังได้รับการดูแลที่ดีตลอดระยะเวลาหลายปีที่เขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหิน มันเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องจ่ายเงินเล็กน้อยนี้เพื่อชาวบ้าน

และที่สำคัญที่สุด เขารู้ว่าต่อให้จ่ายเงินไปแล้ว วันนี้ก็น่าจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นอยู่ดี ด้วยคนที่ตระกูลหวังพามา พวกเขาไม่น่าจะยอมปล่อยไปง่ายๆแค่เพราะได้รับเงิน 30 ตำลึงเงินหรอก

เขาต้องฉวยโอกาสนี้สร้างชื่อเสียงที่แท้จริงในหมู่บ้านหิน ด้วยวิธีนี้ ในตอนที่เขาออกไปฝึกตนในอนาคต พ่อแม่ของเขาก็จะมีกลุ่มคนที่ซื่อสัตย์คอยดูแลพวกเขา

ในขณะที่มองประกายสีเงินนี้ คนคุ้มกันทั้งหมดและชาวบ้านก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

สามสิบตำลึงเงินฟังดูไม่ใช่เงินจำนวนมากอะไร แต่มันก็ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากมายสำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านหิน พวกเขาอาจจะไม่สามารถสะสมได้ขนาดนี้ต่อให้พวกเขาเอาจากหลายบ้านมารวมกันก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เฉินเฉินแสดงมันออกมาโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตาด้วยซ้ำ นี่มันทำให้พวกเขาสงสัยว่าพวกเขากำลังฝันอยู่รึเปล่า

“เฉิน! นับจากวันนี้ไป เจ้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านนะ!”

หัวหน้าหมู่บ้านที่ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น ได้ยกตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านให้เฉินเฉินในทันที

เฉินเฉินถึงกับพูดไม่ออก นี่เขาดูเหมือนคนที่อยากได้ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านหรอ?

สีหน้าของหัวหน้าคนคุ้มกันไม่สู้ดีเอามากๆในขณะที่เขามองภาพตรงหน้า

ตระกูลหวังอยากได้เงินประมาณ 30 ตำลึงนี้จริงๆหรอ? เจตนาที่แท้จริงของพวกเขาก็คือการเกณฑ์ชาวบ้านของหมู่บ้านหินทุกคนไปเป็นทาส และต้องการใช้ประโยชน์จากพวกเขาไปรุ่นสู่รุ่น

ในตอนนั้น คุณค่าของพวกเขาคงมากกว่าเงิน 30 ตำลึงไปไกลโขแล้ว

ด้วยความคิดเช่นนี้ คนคุ้มกันจึงหันไปมองหวังซูฉิน

หวังซูฉินไม่ได้พูดอะไร แล้วจ้องมองเฉินเฉินที่ยืนอยู่ตรงหน้าแผ่นหินอย่างเย็นชา

เธอค่อยๆชักดาบยาวในมือของเธอออกมา

จบบทที่ Chapter 14: เปิดเผยเจตนาที่แท้จริง

คัดลอกลิงก์แล้ว