เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 23: เสี่ยวเฟยจอมตระหนี่

Chapter 23: เสี่ยวเฟยจอมตระหนี่

Chapter 23: เสี่ยวเฟยจอมตระหนี่


เสี่ยวหลัวไม่ได้ลงมือจัดการพวกเขาหนักจนเกินไป ใช้เวลาพักเพียงสี่ถึงห้าวันก็หายดีแล้ว

จูเสี่ยวเฟยและเติ้งไค นั้นรู้สึกเทิดทูนเสี่ยวหลัวราวกับเขานั้นเป็นแม่น้ำเหลืองที่ทอดยาวไร้สิ้นสุด เมื่อมองไปที่เขาก็ราวกับสูญเสียจิตวิญญาณไป เขาไม่เพียงแต่หล่อเหลาเท่านั้นแต่เขายังสามารถเล่นเกมได้ดี และเขาก็ยังสามารถต่อสู้ได้ดีเช่นกัน เขาเป็นคนที่เก่งรอบด้าน

เป็นเรื่องดีที่ ชู หยุนเชียง นั้นได้จัดการกับประวัติของเสี่ยวหลัวมาเป็นอย่างดีก่อนที่เขาจะมาที่มหาลัยหัวเย่ มิฉะนั้นเสี่ยวหลัวคงไม่สามารถที่จะอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ได้

“พี่หลัวเป็นที่แน่ชัดว่าคนที่มาเพื่อสร้างปัญหา คือคนที่พวกเราเล่นเกมด้วยในก่อนหน้านี้ พวกเขานั้นอายุเท่าๆกันกับเรา พวกเขาทั้งสามคนคนคือ ถัง หยู่เจ๋อ,เฉินเจีย และ เซียปิน พวกเขานั้นพึ่งพา ซ่ง เจียหนาน ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกีฬามวยจีน ให้การสนับสนุนพวกเขาพวก และนั้นมันทำให้พวกเขาเดินกร่างไปได้ทั่วมหาลัย มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่พวกเขาแพ้เกมบาสเก็ตบอล หลังจากจบเกมพวกเขาก็พาคนไปรุมกระทืบทีมที่ชนะ จูเสี่ยวเฟยกล่าวอย่างโกรธเคือง

มีคนที่สนับสนุนพวกเขาอยู่เบื้องหลัง?

เสี่ยวหลัวขมวดคิ้วและถามว่า "ซ่ง เจียหนาน มีเส้นสายมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ?"

“เขารู้จักกับพวกระดับบิ๊กจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขาฝึกฝนในด้านของมวยจีนจนแข็งแกร่งราวกับวัว และเขาก็เป็นประธานชมรมมวยจีนของมหาลัยเรา เขาสามารถแยกอิฐได้ด้วยมือเปล่ามีทักษะที่น่ากลัวมาก.” จูเสี่ยวเฟย กล่าวออกมาอย่างช้าๆ

"และเขาก็ยังเป็นแฟนของอันหวน ที่อยู่ในชั้นเรียนของเราอีกด้วย!" เติ้งไคกล่าวเพิ่มเติม

เสี่ยวหลัวพยักหน้าแสดงว่าเขาเข้าใจแล้ว

เติ้งไคถอนหายใจออกมาด้วยความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก: "ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาจะตอบโต้พวกเรากลับเช่นเดียวกับที่พวกเราทำให้พวกเขาพ่ายแพ้ และจับพวกเราโยนออกไปไหม"

“นายจะกลัวอะไร? เรามีพี่หลัว ผู้ซึ่งเคยเป็นทหารมาก่อนและเคยได้รับการฝึกฝนมาแล้ว ถ้า ซ่ง เจียหนาน กล้าที่จะมาหาพวกเรามันก็ไม่แน่ว่าใครจะสอนใคร” จูเสี่ยวเฟย กล่าวออกมาอย่างกล้าหาญ

อย่างไรก็ตาม เติ้ง ไค ก็ยังคงกระวนกระวายใจและพูดด้วยความกลัวขณะที่ตัวสั่นว่า "ไม่ ฉันควรไปหา อันหวน แล้วขอให้เธอช่วยพูดให้พวกเรามันจะดีกว่า ฉันไม่ต้องการให้มันเป็นเรื่องใหญ่ ฉันมาที่หัวเยว่เพื่อมาศึกษา ถ้ามันไม่ได้ผลฉันก็จะไปบอกที่ปรึกษา "

หลังจากพูดเสร็จเติ้งไคก็เตรียมตัวที่จะไปหาไปอันหวน

เสี่ยวหลัวยื่นมือออกแล้ววางลงบนไหล่ของเขา: "เติ้งไค มหาวิทยาลัยนั้นเป็นสังคมขนาดเล็กที่มีผู้คนทุกประเภทปะปนกันอยู่ นายอย่าตกใจไปเมื่อต้องเจอกับความยากลำบาก นายต้องสงบสติอารมณ์เพื่อที่จะแก้ปัญหา "

“เติ้งไค นี่ไม่ใช่เมื่อตอนที่นายยังเป็นนักเรียนชั้นประถม ที่นายจะไปบอกครูและผู้ปกครองเมื่อใดก็ตามที่นายประสบปัญหา ตอนนี้นายอยู่ในวัยยี่สิบนายควรที่จะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและมั่นคงได้แล้ว?” จูเสี่ยวเฟยกล่าวตำหนิ

เติ้งไค มองไปที่เสี่ยวหลัวอย่างงุนงง: "แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี?"

"ไม่ต้องกังวลฉันเป็นคนที่เอาชนะชายทั้งหกคนด้วยตัวคนเดียว ถ้า ซ่ง เจียหนาน มันมาหาเรื่องมันก็ต้องมาหาฉันอยู่ดี ดังนั้นนายและเสี่ยวจู ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น" เสี่ยวหลัวตบไหล่เขาเพื่อปลอบ

"พี่หลัว ฉันไม่อยากได้ยินพี่พูดแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน ถัง หยู่เจ๋อ ก็คงไม่ได้มาหาพวกเรา มันเป็นเพราะฉัน พี่ไม่ต้องทนแบกรับมันคนเดียวก็ได้"

จูเสี่ยวเฟยกำหมัดและต่อยไปที่มือของเขาและสัญญาว่า "ถ้าพวกของ ซ่ง เจียหนาน กล้าที่จะมาฉันก็จะยืนหยัดและต่อสู้กับพวกเขา"

คำพูดนี้มันทำให้ เติ้งไค รู้สึกตื่นตระหนก จะต่อสู้กับประธานชมรมมวยจีน นี่บ้าไปแล้วเหรอ?

แต่เขาก็บังคับให้ตัวเองตะโกนออกมา: "ฉัน ... ฉัน ... ด้วยคน!"

เสี่ยวหลัวยกคิ้วขึ้นทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคนของเขาน่าสนใจมากทีเดียว บางทีการอยู่ที่นี่สามเดือนมันอาจจะไม่น่าเบื่อมากขนาดนั้น

******

ในตอนเย็นทั้งสามคนออกไปทานอาหารเย็นพวกเขาดื่มเบียร์ไปกว่าหนึ่งโหลและกลับมาที่หอพักทั้งเมาๆ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามค่อยๆใกล้ชิดกันมากขึ้น

เสี่ยวหลัวนอนอยู่บนเตียงและมองดู 10,000 แต้มที่อยู่ในระบบเสี่ยวหลัวไม่สามารถบอกได้ว่าเขาตื่นเต้นมากแค่ไหน เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเลยจะได้รับแต้มมาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ จริงๆแล้วเขามีรายได้มากขนาดนี้ก็เพราะจากการเล่นเกมในระหว่างวัน

เสี่ยวหลัวอยากรู้อยากเห็นและถามว่า "อะไรคือทักษะที่แพงที่สุดในระบบร้านค้าในตอนนี้?"

"ติ้ง,ฟื้นคืนชีพ เป็นทักษะที่แพงที่สุดการใช้งานครั้งเดียวต้องการแต้ม 500,000 แต้ม!" ระบบตอบกลับ

เสี่ยวหลัวรู้สึกประหลาดใจ สิ่งนี้เกินกว่าความเชื่อทั้งหมดของเขา การฟื้นคืนชีพนั้นเป็นเรื่องใหญ่อย่างแท้จริง

"เป็นไปได้หรือไม่ว่า มันจะต้องมีเงื่อนไขอะไร ถึงจะใช้ได้ "

"ติ้ง, โรค, อายุ, การบาดเจ็บ, การบาดเจ็บภายใน, ฯลฯ ปัจจัยทั้งหมดที่นำไปสู่การเสียชีวิตของโฮสต์"

เสี่ยวหลัวตกตะลึงจริงๆตอนนี้: "อีกนัยหนึ่งก็หมายความว่าตราบใดที่ฉันมีแต้มมากพอฉันจะไม่ตายเลยงั้นเหรอ?"

"ติ้ง ก็ประมาณนั้น แต่ทุกครั้งที่โฮสต์ต่ออายุชีวิตแต้มที่ใช้ในครั้งต่อไปจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณนั่นคือโฮสต์จะต้องใช้แต้ม 500,000 แต้มในครั้งแรก 5 ล้านแต้ม เป็นครั้งที่สอง 50 ล้านแต้ม เป็นครั้งที่สามและครั้งต่อๆ ไปไม่มีที่สิ้นสุด! "

เสี่ยวหลัวตกตะลึงในทันทีเมื่อได้ยินสิ่งนี้และเขาคิดว่าห้าแสนแต้มนั้นไม่แพงอีกต่อไป การขึ้นราคาเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของเขาอย่างมาก

จะต้องไม่ลืมว่าเขาจะต้องรักชีวิตของเขาไม่ว่าจะมีหรือไม่มีระบบนี้ก็ตาม ชีวิตนั้นก็มีค่ามาก นอกจากนี้เขายังเคยเดินกลับออกมาจากประตูแห่งนรก ดังนั้นเขาเข้าใจถึงคุณค่าของชีวิตมากขึ้น (หมายถึงตอนเกิดอุบัติเหตุตอนแรก)

ในวันที่สองตอนเช้าตรู่ เสี่ยวหลัวก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงของเสี่ยวเฟยจู

"เติ้งไคกระดาษชำระอยู่ที่ไหน ก้นของฉันต้องการมันอย่างเร่งด่วน ข้าศึกกำลังจะบุกทะลวงด่านออกมาแล้ว"

"ในตู้เสื้อผ้า ไปหาเอาเอง"เติ้งไค ที่กำลังสลึมสลือตอบกลับ

จูเสี่ยวเฟยเปิดตู้เสื้อผ้าทันที เขาหยิบกระดาษชำระที่ซ่อนอยู่ในกองเสื้อผ้าออกมาแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ หลังจากปิดประตูเขาก็ไม่ลืมที่จะบ่นว่า: "ทำไมนายถึงต้องซ่อนพวกมันเอาไว้อย่างลึกลับขนาดนี้ด้วย มันก็แค่กระดาษชำระก้อนหนึ่ง"

เติ้งไคเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเองมานานแล้ว เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็กระโดดขึ้นจากเตียงทันทีและรีบไปที่ห้องน้ำเพื่อต่อว่า: "นายไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือไง หลังจากที่ใช้เวลาร่วมกันมานานกว่าหนึ่งปี นายไม่เคยจะซื้อกระดาษชำระด้วยตัวเองเลย นายใช้ของฉันทุกครั้ง ฉันรู้สึกสงสัยว่านายทำอะไรอย่างอื่นในห้องน้ำด้วยใช่ไหม "

"เอาล่ะหยุดบ่นได้แล้ว ฉันจะไปซื้อในวันนี้โอเค๊" เสี่ยวเฟยจูตอบกลับเสียงดังจากในห้องน้ำ

"นายก็พูดอย่างนี้ทุกที" เติ้งไค สูญเสียความหวังในตัวเขาไปอย่างสิ้นเชิงตั้งนานแล้ว

เสี่ยวหลัวรู้สึกขบขันและพูดติดตลกว่า "เขาไม่ได้ซื้อกระดาษชำระมานานกว่าหนึ่งปีแล้วงั้นเหรอ?"

"เขายังไม่ได้ซื้อจริงๆ"

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เติ้งไคก็เต็มไปด้วยข้อร้องเรียน พี่หลัวพี่ยังไม่รู้ใช่ไหมว่าเจ้าอ้วนจูของเรานั้นมันตระหนี่ขนาดไหน เขาไม่ต้องการใช้เงินหนึ่งหยวนหรือสิบหยวน พูดได้เลยว่าเขาไม่เพียงแต่ไม่ได้ซื้อกระดาษชำระก้อนหนึ่งเท่านั้น แต่มันก็ยังมียาสีฟันผงซักฟอก แป้ง, ไม้แขวนเสื้อ ... เขาก็ไม่ได้ซื้อสิ่งเหล่านี้เลยและเขาก็ใช้ของฉันทั้งหมดมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว! "

เสี่ยวหลัวพยักหน้าเห็นด้วย: "เขาขี้เหนียวไปหน่อย!"

“มันเป็นอะไรที่มากกว่าขี้เหนียวเล็กน้อย พี่หลัวพี่ดูรองเท้าแตะของเขาสิ” เติ้งไค ชี้ไปที่รองเท้าแตะของ เสี่ยวเฟยจู

เสี่ยวหลัวมองที่ด้านล่างที่วางรองเท้า มีรองเท้าแตะแปลกๆอยู่ เขามองไปที่มัน เขารู้แล้วว่าทำไมเติ้งไคถึงบอกให้เขามองไปที่รองเท้า เพราะรองเท้าแตะมันถูกทำขึ้นมาโดยการตัดขวดสไปรต์จากตรงกลางใช้ปากขวดกับเกลียวและถูกเย็บเข้าด้วยเข็ม

"เสี่ยวจูสร้างมันขึ้นมาเหรอ?"

"ใช่แล้ว ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใครไปได้อีก เขาคิดค้นรองเท้านี้ขึ้น เมื่อรองเท้าแตะของเขาขาดเพื่อประหยัดการซื้อรองเท้าแตะที่มีราคาสิบหยวน"เติ้งไคบ่นออกมา

"พรสวรรค์นี่มันพรสวรรค์ชัดๆ!"

เสี่ยหลัวรู้สึกยกย่องเสี่ยวเฟยจู

"เติ้งไค นายหยุดใส่ร้ายภาพพจน์ของฉันต่อหน้าพี่หลัวได้แล้ว ฉันเป็นศิลปินดังนั้นอย่ามาพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้า ถ้านายไม่เข้าใจ" จูเสี่ยวเฟยแง้มช่องประตูห้องน้ำออกมา แล้วพูดออกมาอย่างไม่พอใจ

ทันทีที่ประตูห้องน้ำถูกแง้มเปิดมันก็มีกลิ่นเหม็นลอยออกมาทันที กลิ่นนั้นไม่ได้น่ายกยอแต่อย่างใด

เสี่ยวหลัวขมวดคิ้วและบีบจมูกของเขาในทันที

เติ้งไคต่อว่า: "ฉันจะพูดในสิ่งที่ฉันต้องการจะพูด และนายอย่าเปิดประตูห้องน้ำ กลิ่นของมันในตอนนี้ราวกับหมูขึ้นอืดตายมาแล้วกว่าอาทิตย์!"

จบบทที่ Chapter 23: เสี่ยวเฟยจอมตระหนี่

คัดลอกลิงก์แล้ว