เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 22:พููููดคุยด้วยเหตุผล!

Chapter 22:พููููดคุยด้วยเหตุผล!

Chapter 22:พููููดคุยด้วยเหตุผล!


บนดาดฟ้าของอาคาร ก้อนเมฆบนบังแสงของดวงอาทิตย์สายลมพัดปลิวไสว

ตอนนี้ตัวของเสี่ยวหลัว ถูกล้อมรอบไปด้วยชายหนุ่มหกคนที่มีแท่งเหล็กถืออยู่ในมือ

"ฉันจะบอกพวกนาย พวกเราก็ล้วนแต่เป็นนักศึกษามหาลัยเดียวกัน พวกนายอย่าทำตัวเป็นพวกอันธพาลและนักเลงหัวไม้เลย สังคมที่เราอยู่ในตอนนี้ถูกปกครองโดยกฎหมาย การกระทำของพวกนายกำลังท้าทายกฎหมายอยู่ ดังนั้นฉันจึงมีสิทธิ์ที่จะห้ามไม่ให้พวกนายทำเช่นนั้น " เสี่ยวหลัว กล่าวแนะนำ

มันเป็นเพียงแค่เกมและเขาก็ไม่ต้องการที่จะสั่งสอนคนพวกนี้ด้วยกำลัง

"นายกำลังจะทำให้พวกฉันหัวเราะจนตายใช่ไหม นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาบอกเราเกี่ยวกับกฎหมายไอโง่!" ผู้ชายที่มีสิวหัวเราะเสียงดัง

เสียงหัวเราะของคนอื่นๆก็ดังตามขึ้นมา พวกเขามองเสี่ยวหลัวเหมือนพวกเขามองคนบ้าที่มีสติปัญญาต่ำ

เสี่ยวหลัวก้มศีรษะลงครุ่นคิดและพูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ "ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเลือกแล้ว"

ผู้ชายที่เป็นสิวะตะโกนเสียงดัง : "ไปอัดมัน เอาสมองควายๆ ออกจากหัวของมัน!"

ทั้งห้าคนกระโจนพุ่งเข้าใส่เสี่ยวหลัว

เมื่อเห็นพวกเขาวิ่งเข้ามา การแสดงออกบนใบหน้าของเสี่ยวหลัวก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อชายหนุ่มที่อยู่แถวหน้าเหวี่ยงแท่งเหล็กเข้ามาใส่เขา ร่างกายของเสี่ยวหลัวก็ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเพื่อหลีกเลี่ยงจากการโจมตี เขาหลีกเลี่ยงแท่งเหล็ก ที่ถูกเหวี่ยงมาอย่างใจเย็น เขาหลบการโจมตีได้ทุกครั้งด้วยการเคลื่อนไหวที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพ

ทั้งห้าคนตกอยู่ในความประหลาดใจ พวกเขาไม่คิดเลยว่าเสี่ยวหลัวจะคล่องแคล่วว่องไวเช่นนี้

หลังจากทำการป้องกันการโจมตีของพวกเขา เสี่ยวหลัวก็เริ่มตอบโต้กลับบ้าง ในสายตาของเขาการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้มันเชื่องช้าเป็นอย่างมาก จนเขาสามารถมองเห็นเส้นเลือดที่ปูดออกมาจากหลังมือและเส้นผมที่กำลังร่วงหล่น

มือของเขาว่องไวราวกับงูพิษ เสี่ยวหลัวโจมตีออกไปความเร็วที่รวดเร็วมาก ทันทีที่เขาจับข้อมือของชายสองคนได้ เขาก็ดึงมันอย่างแรง แรงแขนที่แข็งแกร่งของเขาทำให้ชายทั้งสองบินลอยออกไป

ชายทั้งสองรู้สึกราวกับพวกเขาถูกพุ่งชนด้วยรถบรรทุก พวกเขาลอยไถลไปกับพื้น เมื่อหยุดลงพวกเขานอนแบนราบอยู่กับพื้น ฟันหน้าของพวกหักและก็มีเลือดไหลออกมาจากปากของพวกเขา เสียงกรีดร้องดังหวยหวนอยู่บนดาดฟ้า

ชายคนหนึ่งยกแท่งเหล็กสูงเหนือหัวของเขาเเละกำลังจะทุบหัวของเสี่ยวหลัว แต่เขาก็รู้สึกว่าเขาไม่สามารถเหวี่ยงแท่งเหล็กลงมาได้ ดูเหมือนว่ากำลังติดอะไรบางอย่าง เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองเขาก็เห็นมือใหญ่ที่กำลังกำแท่งเหล็กราวกับคีม มือนั้นเป็นของเสี่ยวหลัว

ไม่ว่าชายคนนั้นจะพยายามออกแรงมากเพียงใดแท่งเหล็กก็ไม่แม้แต่จะขยับ

“ปล่อย….ปล่อยสิ!” ชายคนนั้น กรีดร้องออกมาด้วยความกลัว

เสี่ยวหลัวออกแรงเพียงเล็กน้อยก็ยึดเอาแท่งเหล็กมาครอบครองได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเขาก็ก้าวไปข้างหน้าและฟาดแท่งเหล็กลงบนไหล่ของเขาและกระแทกใส่หน้าอกอีกข้างอย่างรุนแรง

ปัง

ชายคนนั้นรู้สึกราวกับว่ามีวัวป่าตัวหนึ่งพุ่งเข้าชนเขาเข้าอย่างจัง อวัยวะภายในของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในขณะนี้ ร่างกายของเขาสูญเสียการควบคุมขณะที่ร่างถูกส่งลอยออกไป เขาล้มลงบนพื้นแข็งที่ห่างออกไปสามหรือสี่เมตร เขาส่งเสียงหอนที่น่าสังเวชออกมา

เมื่อเห็นว่าพักพวกทั้งสามคนของเขาพ่ายแพ้ลงในพริบตาเดียว ดวงตาของชายที่เป็นสิวก็เบิกกว้าง และอีกสองคนที่เหลือก็ยืนนิ่งแข็งเป็นหินและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าพวกเขาไม่รู้สึกกลัว พวกเขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าเสี่ยวหลัวจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้

เสี่ยวหลัวถอนหายใจออกมาและพูดออกมาอย่างสงบ“ฉันพยายามที่จะพูดคุยด้วยเหตุผลกับพวกนายแล้ว แต่พวกนายกลับใช้ความรุนแรงด้วยแท่งเหล็ก เพื่อทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัว และพยายามแสดงให้ฉันเห็นว่าพวกนายเป็นคนที่โหดเหี้ยมแค่ไหน ใครกันที่บอกวิธีนี้กับพวกนายว่ามันได้ผล? แต่พวกนายก็ทำให้ฉันรู้สึกสนุกขึ้นมานิดหน่อย!”

เสี่ยวหลัวยิ้มออกมาและพูดด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง

เสี่ยวหลัวคิดว่าเขาเป็นเทวดาตอนที่ยิ้มให้กับพวกเขา แต่ในสายตาของคนเหล่านี้นั้นเขาราวกับเป็นปีศาจร้ายที่กระหายเลือด ชายหนุ่มทั้งสามคนรู้สึกหวาดกลัวมาก หัวใจของพวกเขาเต้นระรัวที่หน้าผากมีเหงื่อออกไหลออกมาราวกับสายน้ำเนื่องจากความกลัว

"เฉินเจีย ไปอัดมัน ... อัดมัน!"

เสียงของชายชายที่มีสิวสั่นคลอนในขณะที่เขาหันไปสั่งชายหนุ่มหน้าตาดีที่ยืนอยู่ข้างเขา

เฉินเจีย ผลักคนอื่นที่อยู่ข้างเขาให้ออกไป: "เซียปิน แกไปสิ!"

ชายหนุ่มที่ชื่อเซียปิน ที่ถูกผลักออกมาสัญชาตญาณของเขาบอกว่าให้ถอยกลับไป แต่เขาก็ต้องกัดฟันและวิ่งเข้าไปหาเสี่ยวหลัว

เสี่ยวหลัวไม่รอช้า เขาเหวี่ยงแท่งเหล็กที่อยู่ในมือฟาดเข้าใส่ต้นคอของคนที่วิ่งเข้ามาอย่างแรง

"ปัง ~"

ชายคนนั้นรู้สึกราวกับคอของเขาถูกตัดขาดแยกออกจากกัน เขาถอยกลับไปได้ไม่กี่ก้าวแล้วก็ล้มลงไปกองกับพื้น

ป่าเถื่อนแม่นยำและไร้ความปราณีไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

ในดวงตาของเสี่ยวหลัวนั้นมีแต่ความเยือกเย็น

"อึก ~" เสียงกลืนน้ำลาย

ชายหนุ่มที่มีสิวและเฉินเจีย อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงอย่างแรง เหงื่อเย็นของพวกเขาไหลดั่งสายน้ำ พวกเขามองไปที่เสี่ยวหลัวอย่างหวาดกลัว

ในเวลานี้พวกเขารู้สึกหวาดกลัว "จริงๆ" อีกฝ่ายเป็นเพียงมนุษย์ และพวกเขาทั้งหกคนก็มีความสามารถในด้านกีฬาเป็นพิเศษ แต่เสี่ยวหลัวก็ทำราวกับพวกเขาราวกับว่าพวกเขาไม่มีความสามารถอะไรเลย

เสี่ยวหลัวก้าวเดินไปข้างหน้าพวกเขา

ชายทั้งสองคนกลัวจนไม่สามารถที่จะถือแท่งเหล็กเอาไว้ในมือของพวกเขาได้อีกต่อไป และมันก็ถูกปล่อยให้ตกลงพื้นด้วยเสียงอันดังก้อง

“ทำไม ตอนนี้พวกนายกลัวงั้นเหรอ?”

เสี่ยวหลัวเดินเข้าใกล้พวกเขาทีละก้าวด้วยรอยยิ้มที่เย้ยหยันอยู่บนใบหน้าของเขา

“อย่า…อย่าเข้ามา การทุบตีคนด้วยแท่งเหล็กมันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย นายไม่กลัวตำรวจจะจับกุมนายหรือไง?” ชายที่เป็นสิวพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน

เสี่ยวหลัวดวงตาของเขาหดแคบลงและพูดเยาะเย้ย“ตอนนี้นายกำลังบอกฉันว่ามันผิดกฎหมายงั้นเหรอ แล้วก่อนหน้านี้พวกนายทำอะไร หากพวกนายพูดคุยด้วยเหตุผลกับฉัน ฉันก็จะพูดด้วยเหตุผลกับพวกนาย หากพวกนายต้องการที่จะเล่นบทเหี้ยม ฉันก็จะเล่นบทเหี้ยมกับพวกนายด้วยเช่นกัน เช่นนั้นพวกเราถึงได้มาถึงในจุดๆนี้”

เมื่อได้ยินอย่างนี้ชายทั้งสองก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ พวกเขามีความสามารถในด้านกีฬาและพวกเขาก็เชื่อว่าพวกเขาสามารถเดินไปที่ใดก็ได้ในมหาวิทยาลัยนี้ตราบเท่าที่พวกเขาต้องการ แต่พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมาเตะเจอตอที่แข็งแบบนี้ ตอแข็งนี่คืออะไร? เห็นได้ชัดว่ามันเป็นตอที่เป็นอันตรายอย่างมาก!

"เราต้องขอโทษคุณด้วย ... คุณไม่จำเป็นที่จะต้องทำแบบนี้!" เฉินเจีย ร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว

"ขอโทษ?"

เสี่ยวหลัวส่ายหัวเเละพูดออกมาอย่างเย็นชา "สายเกินไปแล้ว!"

หลังจากสิ้นสุดคำพูดแท่งเหล็กที่อยู่ในมือของเขาก็เข้าไปทักทายชายทั้งสองโดยปราศจากความเมตตา พวกเขากรีดร้องออกมาราวกับหมูถูกเชือด

อีกด้านหนึ่งในหอพักจูเสี่ยวเฟยและเติ้งไค ก็กำลังทำการต่อสู้กับทางด้านจิตใจที่อ่อนแอของพวกเขาในที่สุดพวกเขาก็เอาชนะความกลัวของพวกเขาได้

“เรื่องทั้งหมดในครั้งนี้เกิดขึ้นจากฉัน ฉันไม่สามารถให้พี่หลัวมาออกหน้ารับแทนได้ ดังนั้นฉันจะขึ้นไปต่อสู้ด้วยทุกสิ่งที่ฉันมี” จูเสี่ยวเฟย ขบฟันของเขาและตะโกนออกมาด้วยความโกรธ เขายกเก้าอี้และรีบไปวิ่งไปที่ดาดฟ้า

“พี่หลัว ผมมาแล้ว!”

เติ้งไคมีความกล้าหาญน้อยกว่า ดังนั้นเขาจึงตบหน้าตัวเองสองสามครั้งต่อหน้ากระจกบานใหญ่และจินตนาการว่าเขากำลังถูกคนอื่นตบ ด้วยความโกรธนี้เขาจึงเพิ่มความกล้าหาญขึ้น และเขาก็ยังหยิบไม้ถูพื้นที่อยู่ในห้องน้ำขึ้นมาและวิ่งตะโกนไปตลอดทาง

ทั้งคู่ต่างก็ตะลึงเมื่อพวกเขาขึ้นไปถึงบนดาดฟ้า

เสี่ยวหลัวยืนอยู่ตรงกลางเสมือนต้นสนที่หยั่งรากลึก ตรงหน้าของเขา มีคนหกคนที่มาที่นี่เพื่อสร้างความเดือดร้อน แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังนอนอยู่บนพื้นและร่ำไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างทุกข์ทรมาน แท่งเหล็กกระจัดกระจายไปทั่วทั้งพื้นที่

ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

มันคงไม่ใช่ผลงานชิ้นเอกของพี่หลัว ใช่ไหม?

จูเสี่ยวเฟยและเติ้งไค แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“ทำไมพวกนายถึงมาที่นี่” เสี่ยวหลัวโยนแท่งเหล็กที่อยู่ในมือทิ้งลงบนพื้นแล้วเดินไปหาพวกเขา

เสี่ยวเฟยจู ยกเก้าอี้ในมือของเขาขึ้นโดยไม่รู้ตัว: "เพื่อมาช่วยพี่!"

เติ้งไคพยักหน้าเห็นด้วยราวกับไก่กำลังจิกข้าวกินบนพื้น

“นั่นไม่จำเป็นหลอก ฉันพูดด้วยเหตุผลกับพวกเขาและพวกเขาทั้งหมดก็ปฏิบัติตามกฎหมาย!”

เสี่ยวหลัวหันกลับมาและมองไปที่คนทั้งหกคน ใบหน้าของเสี่ยวหลัวแสดงออกมาอย่างสดใสร่าเริง มันด้วยมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่ในสายตาของชายทั้งหกนั้นมันไม่แตกต่างไปจากรอยยิ้มของซาตาน พวกเขาลดระดับศีรษะของพวกเขาลงทันทีหลังจากที่สบตากับเสี่ยวหลัว พวกเขาไม่กล้ามองตาเสี่ยวหลัวเลยแม้แต่น้อย

พวกเขาจะไม่มีวันลืมความกลัวที่เกิดจากผู้ชายคนนี้เลยเด็ดขาด!

จูเสี่ยวเฟยและเติ้งไค จะเชื่อได้อย่างไรว่าเสี่ยวหลัวจะพูดกับพวกเขาด้วย“เหตุผล” การพูดคุยกันด้วยเหตุผล มันจะส่งผลทำให้ร่างกายของเขาพวกปริแตกได้อย่างไร

“หนึ่งต่อหก? โอ้พระเจ้า. พี่หลัว พี่คือยิบมันที่กลับชาติมาเกิดใช่ไหม?” จูเสี่ยวเฟยพึมพำกับตัวเองด้วยความตกใจ

จบบทที่ Chapter 22:พููููดคุยด้วยเหตุผล!

คัดลอกลิงก์แล้ว