บทที่ 28
บทที่ 28
บทที่ 28
“นางคือ...?”
องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินกลับไม่สนใจคำลาของชิวอัน แต่กลับชี้ไปที่กัวเสวี่ยแทน
“นางคือ ว่าที่พระชายาซื่อจื่อ”
ชิวอันจับมือกัวเสวี่ยแล้วยกขึ้น
“ไม่คิดว่าไม่เจอกันสามปี ซื่อจื่อก็ใกล้จะแต่งงานเสียแล้ว”
องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินยิ้มมองชิวอัน
“ไม่รู้ว่าเป็นคุณหนูจากตระกูลไหนกันนะที่มีรูปโฉมงดงามถึงเพียงนี้ ถึงกับเป็นที่โปรดปรานของซื่อจื่อ ยอมทุ่มเงินหลายล้านตำลึงเพื่อซื้อยาคงโฉม”
“ฮาๆ! ฝ่าบาท ขอเพียงข้าชอบก็คุ้มค่าแล้ว”
ชิวอันพูดจบก็โค้งคำนับให้องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวิน
“ฝ่าบาท เมื่อครู่ข้าเสียมารยาทเกินไป ข้าไม่ตั้งใจจะแย่งชิงยาคงโฉมกับพระองค์ ที่จริงแล้วหลังจากที่วรยุทธ์ของข้าถูกทำลาย สายตาก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก ตอนที่เสนอราคาก็ไม่รู้ว่าเป็นฝ่าบาท มิฉะนั้นแล้วก็คงไม่คิดจะแย่งกับพระองค์หรอก”
“และหลังจากที่ข้ารู้ว่าคนที่ประมูลแข่งกับข้าเมื่อครู่คือฝ่าบาท ก็เตรียมจะนำยาคงโฉมมามอบให้พระองค์ แต่ไม่คิดว่าตอนที่เพิ่งจะส่งมา ยังไม่ทันที่ข้าจะเอ่ยปาก ภรรยาของข้าก็กินเข้าไปเสียแล้ว”
ชิวอันพูดจบก็ทำความเคารพองค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินอีกครั้ง
“เมื่อครู่เป็นความผิดของข้าเอง หวังว่าฝ่าบาทจะทรงให้อภัย”
องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินมองชิวอันด้วยรอยยิ้มที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ฮ่าๆ! ซื่อจื่อมีความผิดอันใดกัน ในลานประมูลย่อมเป็นผู้ที่ให้ราคาสูงสุดคือผู้ชนะ เป็นเพราะข้ามีกำลังทรัพย์ไม่สู้จวนอ๋องเจิ้นเปียนของเจ้า เจ้าจะมีความผิดอันใดกัน!”
“องค์ชายใหญ่ทรงพูดเล่นแล้ว พระองค์ทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ จวนอ๋องเจิ้นเปียนของข้าไหนเลยจะกล้าเทียบเพียงแต่ว่าพระองค์ต้องทรงพิจารณาเรื่องต่างๆ มากมาย ส่วนข้าตอนนี้ ก็เป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ จึงไม่กลัวคนอื่นจะครหาว่าผลาญเงินเล่น”
ชิวอันพูดจบก็ทำความเคารพองค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินอีกครั้ง
“ฝ่าบาท นับตั้งแต่ที่วรยุทธ์ของข้าถูกทำลาย ร่างกายก็ค่อนข้างอ่อนแอ ไม่เหมาะที่จะออกจากจวน ตอนนี้ออกมานานแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว หากฝ่าบาทไม่มีธุระอะไรแล้ว ข้าขอทูลลา”
องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินไม่พูดอะไร เพียงแต่จ้องมองชิวอันอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าองค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินไม่เอ่ยปากเป็นเวลานาน ชิวอันจึงเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาของคนทั้งสองพลันประสานกัน บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงทันใดนั้น หูขององค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินก็ขยับเล็กน้อย จากนั้นก็หัวเราะเสียงดังขึ้นมา
“ฮ่าๆ! ในเมื่อซื่อจื่อไม่เหมาะที่จะออกจากจวน ก็ควรจะออกจากจวนให้น้อยลงหน่อยจะดีกว่า หากออกมาแล้วเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมาก็จะไม่ดี”
“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงสั่งสอน ข้าจะระวังตัวให้มากขึ้น จะไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น”
“อืม! ในเมื่อซื่อจื่อไม่สบาย ก็รีบกลับไปเถิด”
องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินพูดจบก็โบกมือ ชางหลางที่อยู่ข้างๆ ก็ถอยหลังไปหลายก้าวทันที เปิดทางตรงทางลงบันได
“ข้าขอทูลลา”
ชิวอันทำความเคารพองค์ชายใหญ่ จากนั้นก็จูงมือกัวเสวี่ยเดินลงไปชั้นล่าง ชิวเจี้ยนกับเย่จิ้งเดินตามอยู่ข้างหลังติดๆขณะที่เย่จิ้งเดินผ่านไป องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินก็เหลือบมองหลายครั้ง หลังจากที่ชิวอันและคนอื่นๆ จากไปแล้ว องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินก็กลับเข้าไปในห้องส่วนตัวอีกครั้ง
“ฝ่าบาท เมื่อครู่เหตุใดจึงปล่อยเขาไปง่ายๆ เช่นนี้? ตอนนี้เขาเป็นเพียงคนไร้ประโยชน์แล้ว”
ชางหลางมององค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินด้วยความสงสัย องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินไม่สนใจชางหลาง แต่กลับมองไปที่หลิงอู่ที่อยู่ข้างๆ
“ผู้เฒ่าหลิงที่ท่านพูดเมื่อครู่เป็นเรื่องจริงหรือ?”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ข้าผู้เฒ่าสัมผัสถึงภัยคุกคามเล็กน้อยจากชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างหลังชิวอัน ข้าผู้เฒ่าเป็นจักรพรรดิยุทธ์ขั้นกลาง เขาสามารถทำให้ข้าผู้เฒ่ารู้สึกถึงภัยคุกคาม อย่างน้อยก็ต้องเป็นจักรพรรดิยุทธ์ขั้นกลางหรือสูงกว่านั้น”
ผู้พิทักษ์หลิงอู่ของจวนองค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินพยักหน้า
ในตอนนี้ ชางหลางจึงเข้าใจว่าเหตุใดเมื่อครู่องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินถึงปล่อยให้ชิวอันจากไปอย่างง่ายดายเช่นนั้น
“ข้าก็พอรู้มาว่าหลังจากที่ชิวอันถูกลอบสังหาร อ๋องเจิ้นเปียนก็ส่งผู้ติดตามระดับจักรพรรดิของเขากลับมาประจำการที่จวนอ๋องเจิ้นเปียน คาดว่าชายวัยกลางคนเมื่อครู่คงจะเป็นผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิยุทธ์คนนั้น”
หลังจากที่องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินฟังจบก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เดาฐานะของเย่จิ้งออกทันที
“น่าชังนัก เดิมทีข้ายังคิดจะบีบบังคับให้ชิวอันยอมมอบยาคงโฉมออกมา เพื่อนำไปมอบให้เสด็จแม่เป็นของขวัญวันเกิด ไม่คิดว่าเขาออกมาข้างนอกจะมียอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ตามมาด้วย ดูท่าข้าคงต้องคิดแผนการใหม่เสียแล้ว”
หากข้างกายของชิวอันไม่มียอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ค่อยคุ้มครองอยู่ องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินก็ตั้งใจจะใช้อำนาจกดดันเพื่อซื้อยาคงโฉมต่อจากเขา ขอเพียงไม่ทำร้ายชิวอัน อย่างมากก็แค่ถูกจักรพรรดิเทียนเฉียนตำหนิเล็กน้อยเท่านั้น
“ฝ่าบาท หากพูดถึงของล้ำค่าแล้ว สมาคมการค้าสี่ทะเลมีมากที่สุด ตอนนี้พวกเราก็อยู่ที่สมาคมการค้าสี่ทะเล มิสู้ไปหาเถ้าแก่ของสมาคมการค้าสี่ทะเล ถามดูว่ามีของที่เหมาะสมดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ในขณะนั้น ชางหลางที่อยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้นมา องค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้า
“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็คงต้องทำเช่นนั้น เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก็จะถึงวันเกิดของเสด็จแม่แล้ว การหาของในเวลาอันสั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย”
“เจ้าไปบอกเถ้าแก่ของสมาคมการค้าสี่ทะเลว่ามาพบข้าเสีย”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
ชางหลางโค้งตัวรับคำแล้วก็ถอยออกไป ส่วนองค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินก็หันกลับไปดูการประมูลข้างล่างต่อ
ห้องส่วนตัวหมายเลขสาม
“น่าสนใจ ไม่คิดว่าคนที่แย่งชิงยาคงโฉมกับองค์ชายใหญ่จะเป็นซื่อจื่ออ๋องเจิ้นเปียน ชิวอัน”
องค์หญิงใหญ่ซีเหยาเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ฝ่าบาท ซื่อจื่ออ๋องเจิ้นเปียนไม่ใช่ว่ากลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปแล้วหรือเพคะ? แล้วเหตุใดองค์ชายใหญ่ถึงปล่อยเขาไปง่ายๆ เช่นนั้น?”
ซวงหัวมององค์หญิงใหญ่ซีเหยาด้วยความสงสัย
“เราเดาว่าเขาคงอยากจะนำยาคงโฉมไปมอบให้ฮองเฮาเพื่อเป็นของขวัญวันเกิด แล้วเจ้าคิดว่าองค์ชายใหญ่ไม่อยากจะชิงยาคงโฉมกลับคืนมาหรือ?”
“เขาไม่กล้าและเขาก็ไม่มีความสามารถขนาดนั้น”
“เมื่อครู่เฝิงหมัวมัวบอกว่าข้างหลังชิวอันมียอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นกลางอย่างน้อยหนึ่งคนอยู่ และจักรพรรดิยุทธ์ขั้นกลางหลิงอู่ที่อยู่ข้างกายองค์ชายใหญ่ก็ไม่มั่นใจว่าจะรับมือกับเขา”
“องค์ชายใหญ่ก็ไม่ใช่คนโง่ หากเรื่องบานปลายไป ก็อาจจะผลักดันให้อ๋องเจิ้นเปียนไปเข้าข้างองค์ชายรองกัวจิ่งหยวน เขาจึงเลือกไม่ลงมือ”
องค์หญิงใหญ่ซีเหยาเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิเทียนเฉียนเป็นอย่างมาก พระองค์ยังจัดหาหมัวมัวระดับจักรพรรดิยุทธ์ในวังมาคุ้มครองนางคนหนึ่ง และที่นางไม่คิดจะแย่งชิงก็ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวองค์ชายใหญ่กัวจิ่งเหวินเพียงแต่ให้เกียรติฮองเฮาเท่านั้น
“บ่าวเข้าใจแล้วเพคะ”
ซวงหัวโค้งตัวตอบ องค์หญิงใหญ่ซีเหยามองดูการประมูลข้างล่าง ทันใดนั้นก็หันไปมองซวงหัว
“เจ้าหนุ่มที่อยู่ข้างหลังชิวอันผู้นั้น เจ้าพอจะจำได้หรือไม่ว่าเคยเห็นที่ไหน?”
“เจ้าหนุ่มคนนั้นหรือเพคะ?”
ซวงหัวนึกถึงหน้าตาของชิวเจี้ยน คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยังนึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
“ฝ่าบาท บ่าวไม่รู้เพคะ”
เมื่อเห็นว่าซวงหัวนึกไม่ออก องค์หญิงใหญ่ซีเหยาก็เตือนขึ้นมา
“เมื่อครึ่งเดือนก่อน พวกเราไปที่สมาคมการค้าต้าเซี่ยเพื่อหาเถ้าแก่โจวเต๋อ ก็บังเอิญมีคนเดินออกมาจากห้องของเขา...”
เมื่อองค์หญิงใหญ่ซีเหยาพูดถึงตรงนี้ ซวงหัวก็นึกออกทันที
“ฝ่าบาท บ่าวคิดออกแล้วเพคะ ก็คือเขาที่เดินออกมาจากห้องพร้อมกับโจวเต๋อ และโจวเต๋อก็ดูเหมือนจะเคารพเขามากด้วย ความเคารพนั้นไม่เหมือนกับที่เขามีต่อพระองค์ คล้ายกับความเคารพที่บ่าวมีต่อพระองค์มากกว่า”
“ซวงหัว เจ้าคิดว่าชิวเจี้ยนมีความสามารถขนาดนั้นหรือไม่?”
องค์หญิงใหญ่ซีเหยาเผยยิ้มเล็กน้อย ซวงหัวก็ตกใจไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เข้าใจทันที
“ฝ่าบาท ความหมายของพระองค์คือ ที่เถ้าแก่โจวเต๋อเคารพชิวเจี้ยนขนาดนั้นก็เพราะซื่อจื่ออ๋องเจิ้นเปียน และซื่อจื่ออ๋องเจิ้นเปียนก็อยู่เบื้องหลังของสมาคมการค้าต้าเซี่ยหรือเพคะ?”
“ซื่อจื่ออ๋องเจิ้นเปียนอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่อยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด”
องค์หญิงใหญ่ซีเหยาส่ายหน้า
“สมาคมการค้าต้าเซี่ยก่อตั้งขึ้นเมื่อสามปีก่อน และเมื่อสามปีก่อนชิวอันก็ถูกทำลายวรยุทธ์ ว่ากันว่าเขาเก็บตัวอยู่ในจวนอ๋องเจิ้นเปียนไม่เคยออกจากจวนเลยสักครั้ง ช่วงเวลานี้ช่างบังเอิญเกินไปหน่อยหรือไม่”
“เพียงลำพังชิวอันเป็นการยากที่จะมีอำนาจมากพอที่จะสร้างสมาคมการค้าที่ใหญ่โตขนาดนี้ เบื้องหลังของเขาจะต้องมีคนอื่นอีกเป็นแน่”
“ฝ่าบาท แล้วคนผู้นั้นคือใครกันเพคะ?”
ซวงหัวมององค์หญิงใหญ่ซีเหยาอย่างสงสัย