- หน้าแรก
- โจวเฉาสองภพ : แค่ปลุกพลังยังไม่พอ ข้าขอเป็นจอมยุทธ์!
- บทที่ 27 ถูกจับตัวไปอีกแล้ว
บทที่ 27 ถูกจับตัวไปอีกแล้ว
บทที่ 27 ถูกจับตัวไปอีกแล้ว
บทที่ 27 ถูกจับตัวไปอีกแล้ว
โจวเฉาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา
รอบข้างปรากฏแสงสลัว ดูจากเครื่องเรือนแล้วน่าจะเป็นห้องเก็บของ มีอาวุธที่ถูกทิ้งร้าง เสาดอกเหมย เสาไม้ ถุงทราย หรืออะไรทำนองนี้กองอยู่กระจัดกระจาย
"ทำไมฉันถึงถูกมัดอีกแล้วเนี่ย"
ทว่าครั้งนี้สิ่งที่มัดมือและเท้าของโจวเฉาไว้คือโซ่เหล็ก ค่อยดูดีกว่าครั้งที่แล้วหน่อย
เมื่อมองไปรอบๆ และเห็นเสื้อผ้าที่ตัวเองสวมอยู่ โจวเฉาก็นั่งตัวตรงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาดีใจจนเนื้อเต้น
"ฉัน.. ฉันกลับมาแล้ว! ฮ่าๆๆๆ!"
ทำไมถึงข้ามภพกลับมาอีกแล้วล่ะ
ตกลงแล้วมันคือกลไกอะไรกันแน่
"อืม.. ครั้งแรกก็หลังจากจุ่มหมึกแล้วนอนหลับไปตื่นหนึ่ง ก็ข้ามภพมา ครั้งที่สองก็เหมือนกัน……"
ลองคิดดูอีกที
กลับไปที่โลกแห่งพลังพิเศษเมื่อไหร่
คือตอนที่หมึกหมด!
"เข้าใจแล้ว! ถ้าพู่กันมีหมึก ฉันก็จะข้ามภพไปยังโลกแห่งวิทยายุทธ์ หมึกหมด ฉันก็จะกลับมาที่โลกแห่งพลังพิเศษ!"
การตรวจสอบสมมติฐานนี้ง่ายมาก ใช้หมึกให้หมดอีกครั้ง เท่านี้ก็จะรู้แล้ว!
"ถ้างั้นตอนนี้ ฉันขอทบทวนความทรงจำหน่อยแล้วกัน ฉันถูกมัดได้ยังไงอีกแล้วเนี่ย"
เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ที่นี่เหมือนกับโลกแห่งพลังพิเศษ
เมื่อจิตสำนึกของโจวเฉากลับมาที่โลกแห่งพลังพิเศษ เวลายังคงเดินต่อไป ดูเหมือนว่าจะมีจิตสำนึกของโจวเฉาอีกจิตสำนึกหนึ่งเป็นผู้ชี้นำร่างกายที่นี่
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ตัวเขากำลังเดินทางไปที่เมืองเฮยซาน
เดิมทีเขาอยากจะเข้าไปในเมืองเฮยซาน เพื่อหาคนสอบถามว่าวิทยายุทธ์ที่ถูกต้องคืออะไรกันแน่
แต่หลังจากสืบทอดสิ่งที่ได้จากการจำลองครั้งที่สอง เขาก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นแล้ว แต่ในสถานการณ์จำลองเขาถูกหลิวหยงหลอก โจวเฉาจึงวางแผนที่จะมาแก้แค้น
——นี่คือความเข้าใจที่โจวเฉามีต่อตัวเอง
ความแค้นในสถานการณ์จำลองไม่เพียงแต่จะต้องชำระในสถานการณ์จำลองเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงก็ต้องชำระด้วย!
เหมือนกับหมู่บ้านหงเฟิง
เช่นนี้แล้ว มันถึงจะทำให้ตัวเขาเองในสถานการณ์จำลองกล้าที่จะปล่อยมือไปอย่างกล้าหาญ ไม่มีภาระทางใจ แม้ว่าจะต้องอดทนอย่างยากลำบาก ก็จะสามารถอดทนอยู่ต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง
เพราะเขารู้ว่าความเสียเปรียบนี้จะไม่เสียเปล่า จะมีคนที่ต้องจัดการ และนั่นก็คือตัวเขาเองที่จะชำระแค้นแบบซึ่งหน้า ตาต่อตาฟันต่อฟัน!
แน่นอนว่า โจวเฉาก็รู้ว่าระดับรวบรวมพลังปราณขั้นห้าของตัวเอง การรับมือกับหลิวหยงที่ควบคุมโรงฝึกวิทยายุทธอยู่นั้นยังไม่เพียงพอ
เขาแค่เข้าไปอยู่ในเมืองก่อน รอให้จำลองอีกสักสองสามครั้ง ให้พลังแข็งแกร่งขึ้น แล้วค่อยไปฆ่าหลิวหยงทีหลัง
ดังนั้น เขาจึงเข้าเมืองตามแผนเดิม
แต่เขาไม่ได้เข้าเมืองพร้อมกับหลิวฉินและคนอื่นๆ เขายังไม่อยากเจอหน้ากับหลิวหยงในตอนนี้
โจวเฉาพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมือง
กลางดึก จู่ๆ ก็มีคนบุกเข้ามาในห้องของเขา ซึ่งปรากฏว่าเป็นหลิวหยงนั่นเอง!
เขาอยากจะต่อต้านอย่างสุดกำลัง แต่พบว่าตัวเองไม่รู้ตัวว่าถูกวางยาพิษไปตั้งแต่เมื่อไหร่
จากนั้น สองตาก็มืดมิด..
..แล้วก็มาลงเอยอยู่ที่นี่
"หลิวหยงรู้ว่าฉันมาแก้แค้นเลยลงมือก่อนงั้นหรอ ไม่ เป็นไปไม่ได้! เรื่องของฉันกับเขามันไม่ได้เกิดขึ้นเลยนี่นา แล้วดูเหมือนว่าเขาจะอยู่แค่ระดับรวบรวมพลังปราณ เขาจะเทพขนาดนั้นได้ยังไง"
โจวเฉามองไปรอบๆ
ทรัพย์สิน เคล็ดวิชา และอาวุธปราณบนตัวหายไปหมดแล้ว
"เป็นเพราะสืบทอดสิ่งของมากเกินไปในชาติที่สอง ไม่มีที่ให้ซ่อนของ เมื่อถูกหลิวหยงเห็น เขาก็เลยมาชิงทรัพย์สินของฉันไปงั้นสินะ"
หลิวหยงอาจจะไม่โลภในทรัพย์สินของโจวเฉา แต่ถ้าเป็นเคล็ดวิชาและอาวุธปราณที่โจวเฉามีก็เพียงพอที่จะทำให้เขาใจเต้น
เขาเปิดโรงฝึกวิทยายุทธ การมีเคล็ดวิชาเพิ่มอีกสองสามเล่มจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันหลักของโรงฝึกวิทยายุทธได้อย่างไม่ต้องสงสัย
สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้หลิวหยงเสี่ยงชีวิตน่าจะเป็นทวนแดงชุบไฟ อาวุธปราณคุณภาพเบิกเนตร
จากความทรงจำที่โจวเฉาได้รับจากการจำลอง จะเห็นได้ว่าอาวุธปราณแบ่งออกเป็น ห้าคุณภาพ ได้แก่ ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง เบิกเนตร ลายสวรรค์
พื้นผิวของอาวุธปราณเบิกเนตรจะเปล่งประกายพลังปราณออกมาตลอดเวลา ลักษณะเด่นชัดเกินไป ไม่แปลกใจเลยที่จะมีคนเห็นได้ง่ายๆ
"แต่หลิวหยงก็ชิงเอาสิ่งของของฉันไปหมดแล้ว ทำไมถึงไม่ฆ่าฉันทิ้งซะล่ะ
เขาเป็นเจ้าสำนักโรงฝึกวิทยายุทธในเมืองใหญ่ การฆ่าชิงทรัพย์สินแบบนี้ ต้องไม่แพร่งพรายออกไป ต้องทำให้สะอาดหมดจด
ถ้าเป็นฉันเอง ตอนนี้คงเผาจนแม้แต่กระดูกของอีกฝ่ายให้เป็นผุยผงไปแล้ว..
..หรือว่าไม่ใช่เพื่อฆ่าชิงทรัพย์กัน"
ช่างมันเถอะ
ปลดพันธนาการก่อนค่อยว่ากัน
"อืม……พลังปราณแท้และพลังปราณหมุนเวียนไม่ได้ ร่างกายก็อ่อนแรงเล็กน้อย"
ดูเหมือนว่าพิษยังไม่จางหายไปทั้งหมด
ไม่อย่างนั้น แค่โซ่เหล็กเส้นเดียวนี้ ด้วยระดับรวบรวมพลังปราณขั้นห้าของเขา การจะปลดมันออกนั้นควรเป็นเรื่องที่ง่ายนิดเดียว
โจวเฉาตัดสินใจจำลองก่อน
ปัญหาตรงหน้าเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เมื่อตัวเองแข็งแกร่งขึ้นในการจำลอง เขาจะฆ่าหลิวหยงให้ได้เลยคอยดู
ไม่ใช่แค่หลิวหยง ยังไงซะก็ต้องฆ่าหลิวหยงแล้วก็ต้องถอนรากถอนโคน ฆ่าคนทั้งตระกูลหลิว!
ทันใดนั้น โจวเฉาก็นึกถึงปัญหาการคูลดาวน์ของ "คัมภีร์หมื่นภพ"
"แย่แล้ว ลืมเรื่องนี้ไปเลย.. หลังจากการจำลองแต่ละครั้ง ต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งในการคลี่คลายเหตุและผล ครั้งที่แล้วหลังจากการจำลองจบ ฉันก็กลับโลกแล้ว ไม่มีเวลาไปคลี่คลายเหตุและผลเลย"
โจวเฉาเรียก "คัมภีร์หมื่นภพ" และพู่กันออกมา เขาต้องการดูว่าจะต้องรอนานแค่ไหนถึงจะจำลองได้อีกครั้ง
และในหน้าล่าสุด โจวเฉาก็เห็นข้อความแจ้งเตือนบางอย่าง
[เติมหมึกสำเร็จ คลี่คลายเหตุและผลทั้งหมดโดยอัตโนมัติ]
[หากต้องการจำลอง โปรดเปิดไปที่หน้าถัดไป]
ปรากฏว่าการเติมหมึกจะแถมการคูลดาวน์ให้ด้วย!
"อาอวิ้น เธอช่วยฉันไว้จริงๆ!"
ถึงแม้ว่าหลินอวิ้นและโจวเฉาจะไม่รู้ว่ากลไกการปรากฏตัวของหมึกบนหัวหลินอวิ้นคืออะไร
แต่เท่าที่เห็นในตอนนี้ มีแต่บนหัวของหลินอวิ้นเท่านั้นที่จะมีหมึก
ถึงแม้ว่าจะข้ามภพมาแล้ว
แต่โจวเฉาก็รู้ว่าตัวเองในโลกแห่งพลังพิเศษก็ยังคงดำเนินชีวิตต่อไป
หวังว่าสำนักบริหารจัดการผู้มีพลังพิเศษจะมาตามขั้นตอนโดยเร็วเช่นกัน เช่นนี้แล้วเขาก็จะมีสิทธิพิเศษ พาหลินอวิ้นออกจากเขตเหมืองด้วย
แต่เรื่องของอีกโลกหนึ่งยังไม่ต้องคิดถึง
เริ่มการจำลอง!
มือทั้งสองของโจวเฉาถูกมัดไว้ด้วยโซ่เหล็กเส้นใหญ่ ยากที่จะปลดออกได้ในคราวเดียว
เขาทำได้แค่ยื่นลิ้นออกมา พยายามเลีย "คัมภีร์หมื่นภพ" ไปที่หน้าถัดไป
"เห้อ! พลังพิเศษภาษาอะไรเนี่ย อ่อนเกินไปแล้ว!"
ในขณะที่โจวเฉากำลังพยายามยื่นลิ้นอยู่นั้น ประตูห้องเก็บของก็เปิดออก
เป็นหลิวหยง!
คนๆ นี้เดินมาแบบไม่มีเสียงเลย!
บ้าเอ้ย "คัมภีร์หมื่นภพ" ยังไม่ได้เก็บ ฉันถูกเปิดเผยแล้ว!
หลิวหยงหน้าตาเย็นชา แสงจันทร์นอกบ้านส่องมาจากด้านหลังของเขา ทำให้เขาดูน่าขนลุกมากยิ่งขึ้น
เขามองโจวเฉาที่กำลังยื่นคอออกมาแลบลิ้น ทำท่าทางประหลาด
"เจ้าทำอะไร"
โจวเฉาชะงัก
หืม..
เขาไม่เห็น "คัมภีร์หมื่นภพ" หรอ