- หน้าแรก
- โจวเฉาสองภพ : แค่ปลุกพลังยังไม่พอ ข้าขอเป็นจอมยุทธ์!
- บทที่ 26 หมึกปรากฏขึ้นอีกครั้ง
บทที่ 26 หมึกปรากฏขึ้นอีกครั้ง
บทที่ 26 หมึกปรากฏขึ้นอีกครั้ง
บทที่ 26 หมึกปรากฏขึ้นอีกครั้ง
"ทำไม……ไม่ได้ผลเลยล่ะ"
และทันใดนั้นโจวเฉาก็เข้าใจ
"ที่นี่ไม่มีพลังปราณแห่งสวรรค์และโลก!"
พลังปราณแท้คือพลังที่ร่างกายมนุษย์กลั่นรวมกันออกมา
แต่พลังปราณต้องใช้พลังปราณแห่งสวรรค์และโลกถึงจะสามารถฝึกฝนได้!
"โอ๊ยให้ตายสิ……"
การที่ไม่มีพลังปราณแห่งสวรรค์และโลก หมายความว่าพลังปราณของโจวเฉาจะยิ่งใช้ยิ่งน้อยลง
พูดถึงเรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้เรียนแม้แต่ทักษะปราณเดียว พลังปราณนอกจากจะปล่อยออกไปโดยตรง หรือใช้ป้องกันตัวเหมือนกับพลังปราณแท้ นอกจากนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก
ซึ่งนี่เป็นปัญหาเพียงเล็กน้อย แต่ปัญหาที่สำคัญจริงๆ คือถ้าไม่สามารถพัฒนาพลังปราณได้ ระดับพลังยุทธ์ก็ไม่สามารถสูงขึ้นได้!
พลังปราณแท้นั้นยังสามารถพัฒนาต่อไปได้ แต่ถ้าพลังปราณไม่พัฒนาเลย พลังปราณแท้ก็จะถึงขีดจำกัดอย่างรวดเร็ว
โจวเฉาเอามือทั้งสองข้างปิดหน้า รู้สึกหดหู่เล็กน้อย
"ถ้าสามารถกลับไปได้อีกครั้งก็คงดี……"
ถ้าต้องอยู่ในโลกนี้ตลอดไป เขาก็คงเป็นได้นักสู้ระดับรวบรวมปราณขั้นห้า ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้มีความสามารถ การมีพลังแค่นี้คงไม่พอ
ไม่รู้ทำไม ถึงแม้ว่าในโลกนี้ เขากำลังจะได้เป็นผู้มีพลังพิเศษที่เป็นคนเหนือคนแล้วก็ตาม
แต่โจวเฉากลับชอบฝานกู่มากกว่า
ดูเหมือนว่าความทรงจำที่สืบทอดมาจะส่งผลกระทบต่อเขาไม่มากก็น้อย
"คิดอะไรอยู่เนี่ย กลุ้มใจจนผมจับกันเป็นรังนกแล้วนะนั่น"
หลินอวิ้นมาแล้ว
เธอก็ยังคงเหมือนเดิม นำขนมปังข้าวโพดมาให้โจวเฉาสองสามก้อน
ที่จริงแล้วนี่คืออาหารเช้าของเธอ แต่เธอจะกินแค่ก้อนเดียว ที่เหลือก็จะให้โจวเฉา
ตอนกลางวันที่รู้ข่าววันสืบพันธุ์ ความสิ้นหวังปรากฏในแววตาของหลินอวิ้นอย่างเต็มเปี่ยม
แต่ตอนนี้ ดูเหมือนเธอจะร่าเริงสดใสเหมือนปกติ
โจวเฉากล่าวว่า "เกิดในยุคที่เฮงซวยแบบนี้จะไม่กลุ้มใจได้ยังไงล่ะ……ว่าแต่ เธอไม่ต้องกังวลเรื่องวันสืบพันธุ์แล้วนะ ฉันจัดการได้แล้ว"
"อะไรนะ นายจัดการแล้วหรอ.."
"เรื่องนั้น……ขั้นตอนที่เฉพาะเจาะจงฉันก็ไม่รู้หรอก แต่ตอนนี้ฉันเป็นผู้มีพลังพิเศษแล้ว เธออยู่ใกล้ชิดกับฉัน ใครจะกล้าแตะต้องเธอล่ะ"
หลินอวิ้นยิ้มอย่างสดใส
"ก็จริง พวกเราอยู่แต่ในหมู่คนธรรมดา จนเกือบจะลืมไปแล้วว่าผู้มีพลังพิเศษคือเจ้านายของโลกใบนี้ พวกเขาแค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็มีพลังที่สามารถปกป้องคนที่อยู่ข้างกายได้แล้ว"
"ฉันโทรศัพท์ไปหาสำนักบริหารจัดการแล้ว อีกหน่อยพวกเขาจะส่งคนมาทบทวนฉัน ตอนนั้นสถานะของฉันก็จะเปลี่ยนเป็นผู้มีพลังพิเศษ ฉันจะพาเธอออกจากเขตเหมืองไปด้วยกัน"
เมื่อได้ยินโจวเฉาพูดเช่นนี้ หลินอวิ้นก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
"สามารถช่วยให้คนธรรมดาคนอื่นพ้นจากสถานะคนงานได้ แสดงว่าพลังพิเศษของนายต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ ว่าแต่.. พลังหนังสือเก่าๆ ของนายตกลงแล้วมันมีพลังพิเศษอะไรกันแน่"
พอถึงเวลาที่คนของสำนักบริหารจัดการผู้มีพลังพิเศษมา โจวเฉาก็ต้องอธิบายให้พวกเขาฟัง ว่า "คัมภีร์หมื่นภพ" ตกลงแล้วเป็นพลังพิเศษแบบไหนกันแน่
ในเมื่อหลินอวิ้นถาม โจวเฉาก็พูดตามคำพูดที่เขาเตรียมจะบอกกับสำนักบริหารจัดการในอนาคต
"เธอรู้จักวิทยายุทธ์ไหม"
"แบบในนิยายกำลังภายในน่ะหรอ"
"ใช่ "คัมภีร์หมื่นภพ" เหมือนกับผู้เชี่ยวชาญในยุทธภพ สามารถถ่ายทอดกำลังภายในและวิทยายุทธ์อย่างละเอียดต่างๆ ให้กับฉันได้
แต่ยังไงก็ตาม นี่ก็เป็นพลังพิเศษของฉัน ดังนั้นจึงสามารถถ่ายทอดให้ฉันได้คนเดียว"
โจวเฉานำพู่กันของ "คัมภีร์หมื่นภพ" ออกมา ซึ่งหลินอวิ้นก็เห็นว่าขนพู่กันกลับมาเป็นสีขาวแล้ว
"หมึกหมดแล้วเหรอ"
"อืม ไม่มีหมึกแล้ว 'ผู้เชี่ยวชาญในยุทธภพ' คนนี้ก็เหมือนกับคนที่กินข้าวไม่อิ่ม ไม่สามารถให้พลังกับฉันได้อีกต่อไปแล้ว"
"แล้วจะต้องเติมหมึกยังไงหรอ"
โจวเฉามองไปที่ศีรษะของหลินอวิ้น
"ครั้งที่แล้วบนหัวของเธอ จู่ๆ ก็มีแท่นฝนหมึกปรากฏขึ้นมา ฉันจุ่มไปทีหนึ่งก็มีหมึกแล้ว.. แต่ตอนนี้……"
หลินอวิ้นเงยหน้าขึ้นมอง
"ไม่มีใช่ไหม"
"ใช่ ไม่มี"
หลินอวิ้นตบไหล่โจวเฉา
"ไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวมันก็ต้องปรากฏขึ้นอีกแน่นอน"
….
ในเวลาว่างๆ โจวเฉาก็ได้สอนหลินอวิ้นทั้งศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าและท่วงท่าดาบ
ส่วนเคล็ดวิชาพลังปราณนั้นเขาไม่ได้สอน
ส่วนใหญ่เป็นเพราะกังวลว่าถ้าพลังปราณแท้ จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนตัวของหลินอวิ้น มันจะนำปัญหามาให้เธอ
เพราะยังไงซะเธอก็เป็นคนที่ถูกตัดสินแล้วว่าเป็นคนธรรมดา แต่ถ้าจู่ๆ เธอกลับมี "พลังพิเศษ" ขึ้นมา มันจะเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แบบนี้เธอจะถูกจับไปวิจัยหรือไม่ ก็ยังพูดไม่ได้
โจวเฉาคือปรมาจารย์ด้านอาวุธ สามารถใช้ศิลปะการต่อสู้ของอาวุธทุกชนิดได้ แถมยังถึงระดับแทรกซึมทั้งหมด
เขาเหมือนกับปรมาจารย์ด้านวิทยายุทธ์ คอยชี้แนะหลินอวิ้น ทำให้เธอเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
โจวเฉาหวังว่าหลินอวิ้นจะเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้บ้าง อย่างน้อยก็เพื่อเพิ่มความสามารถในการปกป้องตัวเอง
ในช่วงสัปดาห์นี้ โจวเฉาจะไปตรวจงานหรือไม่ก็นอนหลับในเขตเหมืองในช่วงตอนกลางวัน แล้วจากนั้นก็จะสอนหลินอวิ้นฝึกวิทยายุทธ์ในตอนกลางคืน
ตอนนี้มีโจวเฉาคุ้มครองอยู่ ชีวิตของหลินอวิ้นในเขตเหมืองก็สบายขึ้น
ปริมาณงานของเธอลดลงอย่างมาก มีกลุ่มคนงานที่มาประจบประแจงช่วยเธอทำงาน โดยมีหนิวเมิ่งซึ่งกระตือรือร้นมากที่สุด
การฝึกวิทยายุทธ์เปลืองแรง หลินอวิ้นจึงกินมากขึ้น
แต่เธอก็ยังสามารถกินอิ่มได้
ไม่ใช่เพราะหนิวเมิ่งที่ช่วยเธอแย่งอาหารคนอื่นมา แต่เป็นเพราะตอนนี้เพื่อนร่วมงานต่างก็เอาอาหารของตัวเองมาแบ่งให้กับโจวเฉาและหลินอวิ้นด้วยตัวเอง
หลังจากที่ผู้จัดการหลูปล่อยข่าวออกไป สถานะของหลินอวิ้นในเขตเหมืองก็สูงขึ้นราวกับน้ำขึ้น เธอกลายเป็นบุคคลที่อยู่ต่ำกว่าผู้มีพลังพิเศษทันที!
...
ค่ำคืนนี้ หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ โจวเฉาก็ยังคงสอนหลินอวิ้นฝึกวิทยายุทธ์บนภูเขาตามเคย
จู่ๆ โจวเฉาก็เหลือบไปเห็น.. เห็นว่าแท่นฝนหมึกปรากฏขึ้นบนศีรษะของหลินอวิ้นอีกครั้ง!
"เอ๊ะ ทำไมกัน"
หลินอวิ้นสังเกตเห็นความผิดปกติของโจวเฉา
"เป็นอะไรไปหรอ อ๊ะ! หรือว่า……"
"ใช่ มันปรากฏขึ้นอีกแล้ว"
"ดีจัง แบบนี้นายก็จะได้พลังจากมันได้อีกแล้วสินะ"
"อืม ก็ใช่แหละ…"
แต่ในโลกนี้ โจวเฉาคาดว่า "คัมภีร์หมื่นภพ" ก็ยังเขียนไม่ได้อยู่ดี มันต้องไปที่โลกแห่งวิทยายุทธ์โน่นก่อน
แต่จะกระตุ้นการข้ามภพได้อย่างไรกันล่ะ
โจวเฉาไม่มีเบาะแสในเรื่องนี้เลย
หลินอวิ้นฝึกดาบบนยอดเขาต่อไป โจวเฉานั่งอยู่ข้างๆ คอยมองดู ชี้ข้อผิดพลาดและแก้ไขให้เธอเป็นครั้งคราว
และแล้ว..
โจวเฉาที่พิงหินก้อนหนึ่งอยู่.. เขาก็ผลอยหลับไปโดยไม่รู้ตัว..
… zzZZ ...