- หน้าแรก
- โจวเฉาสองภพ : แค่ปลุกพลังยังไม่พอ ข้าขอเป็นจอมยุทธ์!
- บทที่ 15 ลู่ซูตายแล้ว
บทที่ 15 ลู่ซูตายแล้ว
บทที่ 15 ลู่ซูตายแล้ว
บทที่ 15 ลู่ซูตายแล้ว
[ลู่ซูไม่ได้ถูกเกณฑ์มา]
[เขาสมัครเป็นทหารด้วยความเต็มใจ]
[บ้านเกิดของเขาอยู่ในอำเภอหนิงอัน เขตเฮยเทียน แคว้นหนานเจ้า ที่นั่นเป็นพื้นที่ใจกลางของหนานเจ้าจึงมักจะไม่ค่อยมีการเกณฑ์ผู้ชายมาเป็นทหาร]
[ภรรยาของลู่ซูเป็นลูกสาวของเจ้าที่ดินท้องถิ่น มีทรัพย์สินมากมาย ทั้งสองรักกันมาก]
[เจ้าของที่ดินไม่เห็นด้วยที่ลูกสาวจะแต่งงานกับลู่ซูคนยากจนที่จนขนาดต้องอาศัยอยู่ในถ้ำดิน]
[ด้วยความโกรธ เขาจึงตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกกับลูกสาว]
[ลู่ซูสมัครเป็นทหารก็เพื่อสร้างชื่อเสียง หวังให้ภรรยาไม่ต้องทนทุกข์ยากไปกับเขา]
"พี่แกเล่นบทของซเวียเหรินกุ้ยเลยงั้นหรอเนี่ย (ขุนพลชื่อดังในสมัยราชวงศ์ถัง) ต่อมาเขาได้เป็นแม่ทัพสินะ แม้ว่าจะไม่ได้เก่งกาจถึงขนาดเป็นคนที่เคียงบ่าเคียงไหล่ท่านอ๋องหรือใครที่โด่งดัง แต่สำหรับคนที่มาจากการเป็นชาวบ้านธรรมดาแล้ว มันก็ถือว่าดีมากเกินไปแล้วล่ะ"
เมื่อคิดดูดีๆ ลู่ซูจะได้เป็นแม่ทัพในอีกเพียงแปดปีนับจากตอนนี้
แสดงว่าตำแหน่งแม่ทัพไม่ใช่จุดสูงสุดของลู่ซู
เมื่อพิจารณาจากความวุ่นวายจากสงครามในแผ่นดินนี้แล้ว โอกาสของลู่ซูในอนาคตยังมีอีกมาก
ยิ่งกว่านั้นรากกระดูกของลู่ซูยังดีเลิศอีกด้วย
นี่มันไข่ทองคำชัดๆ
"ต้องกอดไข่ใบใหญ่ใบนี้ไว้ให้ดีๆ แล้วสิ..."
[ปีที่หก จักรพรรดิซุ่นเทียนเสด็จนำทัพด้วยพระองค์เอง ขวัญกำลังใจของทั้งกองทัพจึงสูงขึ้น พากันรุกคืบอย่างเต็มกำลัง]
[จนถึงตอนนี้ แคว้นหนานเจ้าได้กัดกินดินแดนหนึ่งในสามของแคว้นแคว้นฉีไปแล้ว]
[เมืองที่ยึดครองไว้ในตอนแรก ตอนนี้ก็สามารถควบคุมอย่างแท้จริงแล้ว ดำเนินนโยบายและระบบท้องถิ่นของแคว้นหนานเจ้าได้อย่างไหลลื่น]
[ลู่ซูได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองร้อย เนื่องจากทะลวงไปยังขอบเขตรวบรวมปราณ เขามีระดับเดียวกับท่านแล้ว]
[ส่วนท่านยังอยู่ในช่วงที่แปดของขอบเขตหลอมรวมร่างกาย พรสวรรค์ของท่านแย่เกินไป]
[ณ เมืองซิ่งฮวา เมืองเล็กๆ ที่เพิ่งตีได้เมื่อเร็วๆ นี้]
[นายพลสั่งการบนแท่นสั่งการ]
["เมืองซิ่งฮวาต้องการกองทหารรักษาการณ์ และต้องรับผิดชอบงานราชการทั้งเมือง ตอนนี้ต้องการเลือกผู้ว่าราชการเมืองชั่วคราวจากพวกเจ้าคนหนึ่ง!"]
[นี่เป็นงานที่ดี]
[กองทัพที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง จะกลายเป็นเหมือนจักรพรรดิของพื้นที่นั้น อย่างน้อยก็ก่อนที่ราชสำนักจะเข้ามาควบคุมอย่างแท้จริง ช่วงเวลานั้นจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก]
[ตราบใดที่ไม่ได้สร้างความวุ่นวายใหญ่โตเกินไป]
[กองทัพที่ท่านอยู่ถูกเลือก แต่เจ้าหน้าที่ระดับผู้พันขึ้นไปยังต้องเข้าร่วมการสู้รบต่อไป พวกเขาจะไม่ถูกทิ้งไว้ที่นี่]
[ดังนั้นผู้ว่าราชการเมืองชั่วคราวจะต้องถูกเลือกจากพวกหัวหน้ากองร้อย]
[นายพลเลือกลู่ซูแม้ว่าในบรรดาหัวหน้ากองร้อยก็มีผู้ที่อยู่ในขอบเขตรวบรวมปราณไม่น้อย แต่เขามีรากกระดูกที่ดีที่สุด]
[ลู่ซูขอร้องให้ท่านเป็นผู้ว่าราชการเมืองชั่วคราว โดยเขาจะคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ ก็พอ]
[ท่านรู้ว่านี่เป็นเพราะการดูแลที่ท่านมีให้เขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ลู่ซูเป็นคนที่รู้คุณคน]
[แต่การต่อสู้เสี่ยงตายมาหลายปี ผ่านความเป็นความตายมาหลายครั้ง]
[ท่านและลู่ซูเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายกันมานานแล้ว]
[ท่านรู้เรื่องราวในครอบครัวของเขา และหวังว่าเขาจะประสบความสำเร็จได้โดยเร็ว และได้กลับบ้านอย่างสง่าผ่าเผย ให้ภรรยาที่บ้านใช้ชีวิตอย่างมีความสุข]
[พวกท่านสองคนผลัดกันเสนอตัวไปมา เสียงแตรเริ่มออกเดินทางดังขึ้นอีกครั้ง นายพลไม่มีเวลาฟังพวกท่านปฏิเสธ จึงโยนป้ายประจำตัวและตราประจำตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองชั่วคราวให้ แล้วให้พวกท่านสองคนตัดสินใจกันเอง]
[ท่านพูดว่า "น้องลู่ซูพวกเราไม่ต้องแบ่งแยกอะไรกันมากนัก ทำงานด้วยกันไปเลย ยังไงก็เป็นแค่ผู้ว่าราชการเมืองชั่วคราว ไม่กี่เดือนเราก็ต้องกลับไปแนวหน้าเพื่อสู้รบต่อไป"]
["ก็ดีขอรับ ตามคำท่านโจวแล้วกัน" ลู่ซูกล่าว]
"เจ้าคนนี้เป็นคนดีจริงๆ"
โจวเฉาค่อนข้างอยากจะผูกมิตรด้วยแล้ว
มีคุณสมบัติ มีความสามารถ รักภรรยา รักลูก ศีลธรรมดี นอกจากอาจจะดูถูกผู้หญิงไปบ้าง โจวเฉายังมองไม่เห็นข้อเสียอะไรเลย
คนแบบนี้หายากจริงๆ
[ปีที่เจ็ด กองทัพของท่านได้เป็นผู้ปกครองเมืองซิ่งฮวามาได้สามเดือน]
[แม้ว่าท่านจะเป็นผู้ว่าราชการเมืองชั่วคราว แต่โดยพื้นฐานแล้ว ท่านก็แค่ผู้จัดการที่มอบหมายงานต่างๆ แต่การบริหารจัดการพื้นที่ การบริหารกองทัพ ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของลู่ซู]
[เขาเป็นคนที่มีความสามารถจริงๆ]
[หลังจากทำความเข้าใจอย่างละเอียดแล้ว ท่านถึงได้รู้ว่า บ้านของลู่ซูยากจนเพราะครอบครัวตกต่ำลงไปตามเวลา ซึ่งจริงๆ แล้วรุ่นปู่ของเขาเคยเป็นนายพลมาก่อน]
[แม้ว่าบ้านจะจนขนาดไม่มีบ้านอยู่ แต่ก็มีหนังสือมากมาย]
[เขาอ่านตำราพิชัยสงครามมาตั้งแต่เด็ก มีความรู้ด้านดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์มากมาย]
[เพียงแต่ในด้านวิทยายุทธ์ ก่อนเป็นทหารเขาไม่มีคนนำทาง บรรพบุรุษก็ไม่ได้สืบทอดเคล็ดวิชาวิทยายุทธ์อะไรมาให้ แถมเขาก็มีบุคลิกที่ค่อนข้างทื่อ ไม่ได้พยายามแสวงหาอย่างกระตือรือร้น]
[ลู่ซูบริหารเมืองซิ่งฮวาได้ดีมาก ถ้าอันธพาลอย่างท่านกล้าที่จะครองเมือง เขาก็จะตัดหัวโดยตรง เขาอยู่ในระดับที่สูงที่สุดที่นี่ ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าที่จะไม่เชื่อฟัง]
[ดังนั้นท่านจึงไม่มีทางเลือก หากท่านต้องการที่จะผ่อนคลายท่านจึงต้องเลือกช่องทางแบบเสียเงิน]
[เช้าวันหนึ่งในอีกไม่กี่เดือนต่อมา ท่านเดินออกมาจากจวนผู้ว่าราชการเมือง ยืดเส้นยืดสาย เงยหน้าขึ้นมอง]
[บนท้องฟ้ามีชายที่สวมชุดเกราะสีทอง ถือทวนสายฟ้า เป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งมาก พลังหยางแทบจะล้นทะลักออกมา]
["เวรแล้ว! มันอีกแล้ว! ลู่ซูหนีเร็ว!!"]
[ท่านมีประสบการณ์จากชาติที่แล้ว ท่านจึงดึงลู่ซูหนีไปในทันที]
[เมือง ประชาชน ทรัพย์สิน เมื่อเทียบกับชีวิตจะมีอะไรให้ไปสนใจมากนัก!]
[เสียงคำสั่งทางทหารของนายพลสวมชุดเกราะทองคำดังมาจากบนฟ้า]
["บุกโจมตี!!"]
[ปรากฏกองทหารม้าหนักที่สวมชุดเกราะเหล็กสีดำ กลุ่มนั้นมีประมาณสามพันคน ถือทวนขนาดยาวสามเมตร ม้าที่แข็งแกร่งที่อยู่ใต้หว่างขาก็สวมชุดเกราะสีดำเช่นกัน]
[คนเหล่านี้ไม่ใช่ทหารธรรมดา พวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมด ท่านมองไม่ออกว่าพวกเขาอยู่ในขอบเขตอะไร แต่ไม่ใช่พวกทหารธรรมดาในขอบเขตหลอมรวมร่างกายแน่นอน]
[ทหารม้าเหล็กสีดำสามพันนายโบกทวนพุ่งโจมตี ม้าศึกเหยียบย่ำเมืองซิ่งฮวา ราษฎรร้องครวญระงม]
[ท่ามกลางฝุ่นที่ตลบอบอวล ทหารรักษาการณ์ถูกบดขยี้ในพริบตา]
[ท่านและลู่ซูขี่ม้าหนีออกจากเมืองซิ่งฮวาแต่ก็ยังถูกกองทหารม้าเหล็กสีดำไล่ตาม]
[เมื่อเห็นว่าข้างหน้าปรากฏทางแยกสามทาง ลู่ซูจึงโยนสัมภาระให้ท่าน]
["ท่านโจว รบกวนท่านดูแลภรรยาและลูกของข้า บุญคุณครั้งนี้ข้าจะตอบแทนในชาติหน้า!"]
[ลู่ซูประสานมือ ชี้จุดหนึ่ง พลังปราณพวยพุ่งเข้าไปในจุดชีพจรของท่าน มันทำให้ท่านพูดไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อไป]
[นี่คือพลังปราณ เป็นพลังที่มีเฉพาะในขอบเขตรวบรวมปราณ ท่านไม่สามารถต่อต้านได้เลย]
[ลู่ซูดึงดาบออกมา ฟาดไปที่ก้นม้าของท่าน ทำให้ม้าของท่านวิ่งไปในทางแยกทางหนึ่ง]
[ส่วนเขากลับดึงบังเหียนหยุดม้า ยืนเฝ้าทางแยกสามทาง หันหลังให้ท่าน หันหน้าเผชิญหน้ากับทหารที่ไล่ตามมา]
["พวกทหารฉู่! ข้าคือผู้ได้รับแต่งตั้งจากกองทัพหนานเจ้า! ข้าเป็นผู้ว่าราชการเมืองซิ่งฮวา! เอาหัวข้าไปแลกเกียรติของพวกเจ้าซะ!!"]
[ท่านถูกม้าลากไป ห่างออกไปเรื่อยๆ ท่านอยากจะกระโดดลงจากม้า แต่ร่างกายแข็งทื่อเกินไป]
[เมื่อพยายามหันกลับไปมองอย่างยากลำบาก ท่านก็เห็นว่าลู่ซูถูกศัตรูล้อมเอาไว้]
[ศัตรูดูเหมือนจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขายอมจำนน แต่ลู่ซูผู้ซื่อสัตย์และกล้าหาญต่อต้านอย่างดุเดือด จนในที่สุดก็สู้ไม่ได้ และถูกฟันตกจากหลังม้า]
["น้องลู่ซู..."]
[ในขณะนั้น ท่านไม่สามารถแยกแยะได้ว่านี่เป็นสถานการณ์จำลองหรือความเป็นจริง ในใจของท่านมีเพียงความโกรธและความเศร้าอย่างหาที่เปรียบมิได้]
[ท่านหมุนเวียนพลังลมปราณแท้จริงอย่างบ้าคลั่ง ต้องการที่จะทำลายการควบคุมของลู่ซูที่มีต่อท่าน]
[ท่านทำสำเร็จ และระดับของท่านก็ทะลวงไปยังช่วงที่เก้าของขอบเขตหลอมรวมร่างกายในขณะนั้น]
[น่าเสียดายที่เมื่อท่านกลับไปยังทางสามแยก.. ท่านก็เห็นเพียงร่างที่ไร้ศีรษะของลู่ซู]
[พวกเขาตัดหัวของลู่ซูไปเพื่อเอาความดีความชอบ]
[ท่านโอบกอดสัมภาระที่เขาให้ไว้ คุกเข่าลงข้างศพของเขา ในสัมภาระนั้นเป็นเงินเดือนที่เขาเก็บสะสมมาหลายปีและตุ๊กตาไม้นับไม่ถ้วน]