- หน้าแรก
- โจวเฉาสองภพ : แค่ปลุกพลังยังไม่พอ ข้าขอเป็นจอมยุทธ์!
- บทที่ 12 ช่วงเวลาแห่งปัญญา
บทที่ 12 ช่วงเวลาแห่งปัญญา
บทที่ 12 ช่วงเวลาแห่งปัญญา
บทที่ 12 ช่วงเวลาแห่งปัญญา
ในขณะนี้ โจวเฉามองเห็นคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของเคล็ดวิชามังกรหยางมากกว่าหลิวหยงในสถานการณ์จำลองเสียอีก
ไม่ถูกจำกัดด้วยอายุ แม้จะแก่แล้วก็ยังรักษาสภาพร่างกายให้ถึงขีดสุดได้งั้นหรอ
มันจะมีประโยชน์มากเกินไปแล้ว!
โจวเฉาสามารถจินตนาการได้ว่าตัวเองจะอยู่ในสถานการณ์จำลองได้ไปตลอดชีวิต ค่อยๆ พัฒนาขอบเขตอย่างเงียบๆ
จากนั้นเมื่อแก่ตัวลงก็ระเบิดพลังออกมา คว้าสิ่งที่ควรคว้า เอาสิ่งที่ควรเอา กอบโกยของดีๆ มามากมาย แล้วก็จบการจำลองลง ส่งต่อสิ่งต่างๆ ให้กับตัวเองในโลกแห่งความเป็นจริง
"สุดยอด..."
[ท่านตระหนักได้ว่าตัวเองเข้าใจผิดในคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของเคล็ดวิชา ภายใต้การแนะนำของหลิวหยง ท่านจึงเริ่มหมุนเวียนเคล็ดวิชาใหม่อีกครั้ง]
[แน่นอน ภายใต้การนำทางของเคล็ดวิชา พลังลมปราณแท้จริงก็จะเปลี่ยนเป็นพลังชีวิต หลังจากนั้นท่านรู้สึกเหมือนร่างกายเต็มไปด้วยพลัง แม้ว่าตามจริงท่านจะยังหนุ่ม แต่ก็รู้สึกเหมือนหนุ่มขึ้นไปอีก!]
[ท่านกล่าวขอบคุณหลิวหยง]
[หลิวหยงกลับดูประหม่าเล็กน้อย มือทั้งสองถูไปมา เหมือนมีอะไรในใจที่พูดไม่ออก]
["ท่านเจ้าสำนักหลิว มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถิด"]
["ปีนี้ข้าก็อายุใกล้ห้าสิบแล้ว แม้ว่าสำหรับผู้ฝึกยุทธ์จะถือว่าเป็นวัยฉกรรจ์ แต่กาลเวลาก็ไม่ปราณีใคร ไม่นานข้าก็จะต้องเผชิญกับปัญหาความชรา..."]
[ท่านเข้าใจแล้ว หลิวหยงสนใจเคล็ดวิชามังกรหยาง เขาอยากเรียนรู้มัน]
[มันเป็นแค่เคล็ดวิชาที่เก็บมาจากพวกโจร แถมยังอยู่ในสถานการณ์จำลอง ท่านจึงไม่ได้ใส่ใจที่จะมอบให้เขา]
[แต่ด้วยความฉลาดของท่าน ท่านจะไม่ให้เปล่า]
["เปิดราคามาเถอะ"]
[ท่าทีของท่านเป็นการพนันว่าอีกฝ่ายมีคุณธรรม]
[เพราะเขาอยู่ในขอบเขตที่สูงกว่าท่านมาก หากเขาฆ่าท่านตรงนี้ เคล็ดวิชามังกรหยางก็จะเป็นของเขาอยู่ดี]
[แม้จะต้องซ่อนตัวอย่างสุดกำลัง แต่อาจต้องเสี่ยงเพื่อความร่ำรวยบ้างเป็นครั้งคราว]
["ทองคำหนึ่งพันตำลึง! นี่มันครึ่งชีวิตของข้าเลยนะ..."]
["ท่านเจ้าสำนักหลิว ช่างต่ำต้อยเสียจริง"]
[ล้อเล่นน่า ชาติที่แล้วท่านเป็นโจร เงินทองก็สืบทอดมาหมดแล้ว ท่านไม่ขาดเงินหรอก]
[หลิวหยงคิดอยู่ครู่หนึ่ง]
["ไม่ทราบว่าท่านมีรากกระดูกเป็นอย่างไร"]
["ต่ำต้อยมาก"]
["แน่นอน ข้าอ่านคนมานับไม่ถ้วน แม้ไม่ได้ทดสอบ ก็สามารถมองออกว่ารากกระดูกของท่านไม่ได้สูง..."]
[หลิวหยงบอกท่านว่า การฝึกวิทยายุทธ์ดูเหมือนจะฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งก็ทำให้แข็งแกร่งได้ แต่จริงๆ แล้วต้องใช้พรสวรรค์เป็นอย่างแรก ใช้ทรัพยากรเป็นอย่างที่สอง]
[ในขอบเขตหลอมรวมร่างกายอาจมองไม่เห็นความต่าง แต่พอทะลวงขึ้นไปก็จะเห็นลักษณะเด่นนี้ได้อย่างรวดเร็ว]
[เปรียบเหมือนขอบเขตรวบรวมปราณที่อยู่เหนือขอบเขตหลอมรวมร่างกาย ด้วยประสบการณ์หลายปีของหลิวหยง ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีรากกระดูกต่ำต้อยจะสามารถทะลวงไปยังขอบเขตรวบรวมปราณได้เพียงหนึ่งในร้อยคนเท่านั้น แม้จะทะลวงได้ ก็แทบจะลงโลงไปครึ่งตัวแล้ว]
[แต่หากมียาเปิดวิญญาณสักเม็ด และได้กินหลังจากฝึกฝนในช่วงที่เก้าของขอบเขตหลอมรวมร่างกายจนสมบูรณ์แล้ว มันก็จะสามารถเพิ่มโอกาสในการทะลวงได้อย่างมาก]
[เส้นทางแห่งวิทยายุทธ์ ทรัพยากรที่ต้องการไม่ได้มีแค่ยาเปิดวิญญาณเพียงเม็ดเดียว]
[คำแนะนำของคนรุ่นก่อนก็สำคัญเช่นกัน มันสามารถลดเส้นทางที่คดเคี้ยวไปได้มาก]
[หลิวหยงสัญญากับท่านว่า หลังจากนี้ท่านสามารถฝึกฝนวิทยายุทธ์ในสำนักจิ้งอู่ถังได้ ทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการฝึกฝนก่อนขอบเขตกลั่นวิญญาณ เขาจะเป็นผู้จัดหาให้]
[เมื่อท่านมีปัญหาในการฝึกฝนบ่มเพาะ เขาก็จะตอบทุกคำถาม]
[ท่านเจ้าสำนักผู้นี้ไม่ได้ฆ่าท่านและชิงสมบัติของท่านในตอนที่ท่านยื่นข้อเสนอ ท่านจึงคิดว่าคุณธรรมของเขาค่อนข้างดีพอสมควร]
[หากเป็นท่านเอง ท่านคงไม่พูดจาไร้สาระสักคำและลงมือสังหารไปแล้ว]
[คำสัญญานี้ถือว่ามีความจริงใจ]
[นอกเหนือจากทรัพยากร ท่านรู้ว่าตัวท่านเองมีความรู้น้อยมากเกี่ยวกับวิทยายุทธ์ ต้องการคนที่มากประสบการณ์นำทางเป็นอย่างมาก]
[ท่านเข้ามาในเมืองเฮยซานก็เพื่อหาคนมาปรึกษาเรื่องวิทยายุทธ์ตั้งแต่แรกแล้ว]
[ท่านตกลงกับเขา ให้เขาศึกษาเคล็ดวิชามังกรหยางได้ แต่หากเขานำไปเผยแพร่ต่อ ท่านจะต้องเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม]
[วันที่แปด ท่านอยู่ในสำนักจิ้งอู่ถังฝึกฝนวิทยายุทธ์ไปพร้อมกับลูกศิษย์ของสำนัก]
[วันที่เก้า การฝึกฝนวิทยายุทธ์ค่อนข้างน่าเบื่อ ตอนกลางคืนจึงไปคลายเครียดที่หอนางโลม พวกมืออาชีพก็คือมืออาชีพ ประสบการณ์ดีกว่าพวกเสี่ยวชิงหรือเสี่ยวหงเยอะเลย]
[วันที่สิบ การฝึกฝนวิทยายุทธ์น่าเบื่อเกินไป ตอนกลางคืนจึงไปคลายเครียดที่หอนางโลม]
[วันที่สิบเอ็ด การฝึกฝนวิทยายุทธ์น่าเบื่อเกินไป การเป็นโจรยังสนุกกว่าอีก ตอนกลางคืนท่านจึงไปคลายเครียดที่หอนางโลม]
[วันที่สิบสอง ไปหอนางโลม...]
"เห้ย นี่คือเลิกฝึกวิทยายุทธ์แล้วนี่นา! อะไรคือความสนใจแค่สองสามนาทีเนี่ย! นี่มันเกินไปแล้ว! ไอ้แมงดาเอ้ย! เอาเงินทั้งหมดไปเที่ยวซ่องหมดแล้วเหรอไง! ไม่ซื้อยามาบำรุงตัวเองเล่า กินแล้วเร่งการฝึกฝนหน่อยไม่ได้รึไง!"
โจวเฉาที่กำลังดูคัมภีร์หมื่นภพจากภายนอกรู้สึกรังเกียจพฤติกรรมของตัวเองเป็นอย่างมาก
จริงๆ แล้วนี่เป็นเพราะสภาพจิตใจที่แตกต่างกัน
โจวเฉาในการจำลอง สนใจแค่ความสุขสำราญ ตราบใดที่ยังรักษาเป้าหมายหลักในการพัฒนาวิทยายุทธ์เอาไว้ได้ มันก็เพียงพอแล้ว แต่โจวเฉาในโลกแห่งความเป็นจริงต้องพิจารณาอะไรมากกว่านั้น
[วันที่สิบห้า ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านบังเอิญเห็นหลิวหยงบ่อยๆ พบว่าเขามักจะขมวดคิ้ว]
[ท่านมีความประทับใจที่ดีต่อหลิวหยง ปกติเวลาสอบถามปัญหาในการฝึกฝน เขาจะตอบทุกคำถามอย่างไม่ปิดบัง]
[ดังนั้นท่านจึงไปสอบถามด้วยความเป็นห่วง]
["ท่านเจ้าสำนักหลิว ช่วงนี้มีเรื่องกลุ้มใจอะไรหรือ"]
["โอ้...ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เป็นแค่เรื่องไร้สาระ ไม่ได้ขัดขวางการฝึกฝนของเจ้าหรอกใช่ไหม"]
["ขัดขวางอะไรข้าเล่า ไม่ลองเล่าให้ฟังดูหน่อยล่ะ ไม่แน่ข้าอาจจะช่วยท่านได้นะ"]
[หลิวหยงบอกว่า ตอนนี้ท่านฝึกฝนอยู่ในสำนัก ทุกวันได้กินยาบำรุงเลือดหนึ่งเม็ด ยาพลังลมปราณแท้จริงหนึ่งเม็ด แถมยังมีเจ้าสำนักคอยสอนด้วยตนเอง แต่ท่านกลับไม่ได้จ่ายเงินสักแดงเดียว]
[สิ่งนี้ทำให้ลูกศิษย์หลายคนไม่พอใจ]
[นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร]
[แต่สิ่งสำคัญคือสำนักศิลปะป้องกันตัวใหญ่ๆ อีกสองแห่งในเมือง ใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง กระจายข่าวลือไปทั่ว บอกว่าสิ่งที่หลิวหยงทำนั้นไม่ยุติธรรมต่อคนที่จ่ายเงินจำนวนมากมาเรียนวิทยายุทธ์]
[สิ่งนี้นำไปสู่การที่ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีลูกศิษย์บางส่วนย้ายไปสำนักศิลปะป้องกันตัวอีกสองแห่งแทน ซึ่งถือเป็นความสูญเสียสำหรับสำนักจิ้งอู่ถังเป็นอย่างยิ่ง]
["เรื่องเคล็ดวิชามังกรหยาง นั้นห้ามบอกใคร มิฉะนั้นคนแก่ๆ จำนวนมากจะมาแย่งชิงกัน ตอนนั้นจะก่อให้เกิดปัญหา หากเจ้าเป็นญาติของข้าเหมือนหลิวฉิน ข้าก็มีเหตุผลที่จะปิดปากพวกที่พูดจาเหลวไหลได้"]
["หากข้าเป็นญาติของท่าน ปัญหาก็จะคลี่คลายใช่ไหม"]
[เมื่อเห็นว่าท่านมีเจตนาที่จะช่วยเหลือ หลิวหยงจึงพูดออกมา]
["จริงๆ แล้วข้าถูกชะตากับเจ้าตั้งแต่แรก ไม่ทราบว่าเจ้าเต็มใจที่จะเป็นบุตรบุญธรรมของข้าหรือไม่.. ข้าแค่พูดออกไปแบบนั้น ภายใต้คูหาเราก็เรียกกันแบบมิตรสหายเช่มเดิมก็พอ"]
[พวกโจรทำการสิ่งใดก็เน้นการกระทำ ท่านไม่รีรอหรือพูดจาไร้สาระ ท่านคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันที ประสานมือขึ้นทันควัน]
["โจวเฉาเร่ร่อนมาครึ่งชีวิต เพียงเพราะไม่พบเจอที่พึ่งพิงอันจริงใจ หากท่านไม่รังเกียจ โจวเฉายินดีคารวะท่านเป็นพ่อบุญธรรม!"]
["ดี ดี ดี!"]
[หลิวหยงบอกว่า ในตระกูลหลิวของพวกเขา แม้แต่บุตรบุญธรรมก็ต้องขึ้นทะเบียนในทะเบียนตระกูล]
[มิฉะนั้นหากสำนักศิลปะป้องกันตัวอีกสองแห่งตั้งข้อสงสัย อยากตรวจสอบทะเบียนตระกูล การแสดงนี้ก็จะไม่สมจริง]
[แค่เขียนชื่อในทะเบียนตระกูลและประทับลายนิ้วมือเท่านนั้น ท่านจะช่วยคนก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด]
[หลังจากให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นแล้ว ผู้คนมักจะรู้สึกมีความสุขและพึงพอใจ]
[ดังนั้น ในตอนกลางคืน ท่านจึงไปหอนางโลมอย่างมีความสุขมากกว่าที่เคย]
[บนเตียงนุ่มๆ ท่านคร่ำครวญไม่หยุด]
["กาลเวลาผ่านไปรวดเร็ว ข้าควรจะหวงแหนเวลาตั้งใจฝึกฝนนะ การใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในทุกคืนเช่นนี้ จะไม่ทำให้เสียเวลาไปเปล่าๆ หรอกหรอ?"]
[ท่านช่างยิ่งใหญ่ ท่านช่างสูงส่ง ท่านช่างมีปัญญาในช่วงเวลาแห่งปัญญาเสียจริง]
[เดือนที่สอง ด้วยการมีครูดีคอยแนะนำ ทรัพยากร ยาต่างๆ และการมีเพื่อนร่วมรุ่นมากมายคอยส่งเสริม แม้ว่ารากกระดูกของท่านจะต่ำต้อยมาก แต่ก็รู้สึกถึงการพัฒนาในการฝึกฝน]
[เดือนที่สาม คลื่นลมในเมืองปั่นป่วน กองทัพใหญ่ของแคว้นหนานเจ้าบุกโจมตี แคว้นฉู่ออกคำสั่งให้ประชาชนทั้งเมือง ทุกบ้าน ต้องใช้วิธีการ "สามคนเลือกหนึ่งคน"]
[ท่านถูกทหารพาตัวไป พวกเขาบอกท่านว่า ท่านจะต้องไปรับราชการทหาร]