- หน้าแรก
- โจวเฉาสองภพ : แค่ปลุกพลังยังไม่พอ ข้าขอเป็นจอมยุทธ์!
- บทที่ 1 มนุษย์วิเศษ
บทที่ 1 มนุษย์วิเศษ
บทที่ 1 มนุษย์วิเศษ
บทที่ 1 มนุษย์วิเศษ
แคร๊ง!
แคร๊ง!
แคร๊ง!
โจวเฉาถือเสียมขุดแร่ขนาดใหญ่ สวมไฟฉายติดหัวที่ส่องสว่างริบหรี่ เขาเหวี่ยงเสียมขุดไปข้างหน้า.. เคร๊ง! เคร๊ง! ..ในเหมืองลึกสองร้อยเมตร
มืดมิด อับชื้น กลิ่นที่ชวนระคายจมูก เสียงที่ดังอย่างไม่ไพเราะ...
ทุกวินาทีในเหมืองคือความทรมาน
"เหนื่อยเกินไปแล้ว เมื่อไหร่ชีวิตแบบนี้มันจะจบสิ้นสักที..."
เมื่อสามเดือนก่อน เขายังเป็นนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ อยู่ในเมือง
เพียงเพราะความสามารถพิเศษของเขาไม่ "ตื่นขึ้น" เขาก็ถูกลดระดับจาก "พลเมือง" เป็น "คนธรรมดา" พร้อมกับคนอื่นๆ ที่ไม่ถูกปลุกพลังทั้งหมด
จากนั้นก็ถูกส่งมายังเขตอุตสาหกรรมทันที
"แอบอู้เหรออีกแล้วหรอห้ะ!"
ข้างหลังโจวเฉา ชายคนหนึ่งสวมชุดควบคุมงาน ปรากฏแส้หนังขึ้นในมือจากอากาศธาตุ จากนั้นก็ฟาดมันลงบนตัวโจวเฉาอย่างแรง
หลังจากฟาดเสร็จ แส้ก็หายวับไปทันทีอย่างน่าอัศจรรย์
"อ๊าก!!"
โจวเฉาร้องโอดโอยรีบเร่งมือให้เร็วขึ้น
บ้าเอ๊ย... ไอ้หัวหน้างานสารเลว รอก่อนเถอะ ฉันทนไม่ไหวเมื่อไหร่ จะแบกดินระเบิดไปสักลูก ตอนที่แกกำลังขี้อยู่ ฉันจะพุ่งเข้าไประเบิดตัวตายไปพร้อมกับแกเลย เอาให้ขี้กระจายไปเลย!
หัวหน้างานหัวเราะ
"ฮ่าๆ อย่าทำหน้าทุกข์ทรมาณกันนักสิ ร้องเพลงให้ฉันฟังหน่อย! เอาเพลงที่ฉันชอบที่สุด 'เส้นทางแห่งการนั่งสมาธิลืมตน'!"
คนงานเหมืองทำงานก็หนักมากพออยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องร้องเพลงเสียงดังพร้อมกันอีก
"เฮ้! กลางคืนไหว้เจ้าบนเขา~ ใครกันที่คล้องแขนพาดบ่า~ กล้าๆ กลัวๆ ก็ตามไป! ไม่ทำก็แล้วไป ถ้าทำต้องทำให้สุด! เฮ้~..."
ต้องบอกว่าการร้องเพลงในที่แบบนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดี อ้าปากทีไร ฝุ่นถ่านหินนั้นคละคลุ้งทำให้สำลักจนหลายคนไอไม่หยุด
หัวหน้างานมองดู ยิ่งมองก็ยิ่งมีความสุข
นี่คือความบันเทิงเพียงอย่างเดียวในงานที่น่าเบื่อหน่ายในทุกวันของเขา
พวกมันน่าสงสาร..หรอ ฝันไปเถอะ สงสารงั้นเรอะ
ใครใช้ให้สถานะของพวกมันเป็นแค่คนธรรมดากันล่ะ พวกเราเป็นมนุษย์วิเศษที่มีพลังพิเศษนะ!
เป็นเวรกรรมของพวกมันเองต่างหากล่ะที่ดันเกิดมาเป็นแบบนี้!
มนุษย์วิเศษคือชนชั้นปกครองที่แท้จริงในยุคนี้ คนธรรมดาคือแมลงที่น่าสงสารที่จะถูกกดขี่ไปตลอดชีวิต!
แต่ที่จริงแล้ว โจวเฉาก็เป็นผู้ถูกปลุกพลัง เขาตื่นขึ้นมาพร้อมพลังพิเศษในวันนั้น..
เขาสามารถเสกหนังสือโบราณที่เย็บสันด้วยด้ายซึ่งมีชื่อว่า "คัมภีร์หมื่นภพ" ออกมาได้
มันไม่มีตัวอักษร และยังมีพู่กันที่ไม่มีหมึกอีกด้วย
แล้วก็..
แล้วก็อะไรกันล่ะ.. หมดแล้ว ไม่มีอะไรอีกแล้ว!
ไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อะไร ความสามารถของเขาไม่เคยปรากฏมาก่อน และไม่มีใครสามารถแนะนำเขาในการพัฒนาได้
รัฐบาลมนุษย์วิเศษกำหนดให้มันเป็นพลังพิเศษประเภทที่ไม่ชัดเจน หรือมีพลังพิเศษที่อ่อนแอมาก เป็นพลังพิเศษปลอม ผู้ครอบครองก็เองก็จะถือว่าเป็น "มนุษย์วิเศษปลอม"
มนุษย์วิเศษปลอมจะถูกตรวจสอบเพื่อตำแหน่งมนุษย์วิเศษผ่านการทดสอบ ผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบก็จะถูกส่งไปเป็นคนธรรมดา—เท่ากับว่าคนเหล่านี้มีพลังพิเศษที่อ่อนแอเกินไป อ่อนแอเกินกว่าจะแยกจากคนธรรมดาได้ หรือเรียกง่ายๆ ว่าไม่มีประโยชน์
ดังนั้น โจวเฉาจึงถูกส่งมาที่เขตพัฒนาเหมืองถ่านหินที่สาม เมืองตงไห่ด้วยผลการทดสอบที่บอกว่าพลังของเขานั้นไร้ประโยชน์ เป็น "มนุษย์วิเศษปลอม" นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยังไม่มีใครรู้ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร แต่เขาก็เป็นคนที่ความสามารถพิเศษจริงๆ ซึ่งรัฐบาลกำหนดว่ามนุษย์วิเศษปลอมเช่นนี้สามารถยื่นขอทบทวนพลังพิเศษได้ทุกปี หากพลังพิเศษของตนแข็งแกร่งมากขึ้น พวกเขาจะสามารถกู้คืนสถานะมนุษย์วิเศษได้ทุกเมื่อตามเวลาที่กำหนด
แต่เท่าที่โจวเฉาทราบ คนที่สามารถกู้คืนสถานะได้สำเร็จนั้นมีน้อยมาก..
..กลางดึก..
บนภูเขาที่สูงที่สุดในเขตเหมือง โจวเฉานอนอยู่บนพื้นหญ้า
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากนอนบนเตียง แต่เตียงของเขาถูกชายร่างใหญ่ดำมืดคนหนึ่งยึดครองไปแล้ว
ชายร่างใหญ่บอกว่า ให้เขาเลือกว่าจะไปนอนบนภูเขาข้างนอก หรือไม่ก็ต้องอาบน้ำให้สะอาดแล้วนอนด้วยกัน
เขาไม่คิดเลยว่าไอ้ร่างใหญ่อย่างนั้นจะรักษาสุขอนามัยเข้าขั้นขึ้นสมองด้วย งั้นฉันก็... จะยอมลำบากใจหน่อยแล้วกัน
นอนข้างนอกก็ดีเหมือนกัน
อย่างน้อยก็ไม่มีเสียงกรนที่ดังระงมอยู่ทุกหนทุกแห่ง
นี่คือช่วงเวลาที่เขาได้พักผ่อนอย่างสบายหลังจากใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในแต่ละวัน
เขามองดูดวงดาว ราวกับได้หวนคืนสู่ช่วงเวลาดีๆ ในสมัยเรียน
"อาเฉา นอนข้างนอกอีกแล้วเหรอ"
หลินอวิ้นทักทาย
เธอเติบโตมาใน "สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าชีวิตใหม่" ที่เดียวกันกับโจวเฉา ดูแลซึ่งกันและกันมาตั้งแต่เด็ก สนิทกันเหมือนพี่น้อง
ในโลกนี้ คนที่เติบโตมาพร้อมกับการดูแลของพ่อแม่นั้นเรียกได้ว่าเป็นคนส่วนน้อย คนส่วนใหญ่เติบโตมาจาก "สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าชีวิตใหม่" ที่เป็นระบบขนาดใหญ่
คนเหล่านี้ไม่รู้ว่าพ่อแม่ของตัวเองเป็นใคร
เพราะพวกเขาส่วนใหญ่เกิดใน "วันแห่งการสืบพันธุ์" จำนวนพ่อหรือแม่อาจจะค่อนข้างเยอะ
หลินอวิ้นไว้ผมสั้นในช่วงเรียน ผิวขาว ตาโต จมูกโด่งเล็กน้อย เพื่อนร่วมชั้นหลายคนต่างบอกว่าเธอเป็นรักแรกของพวกเขา
และเธอก็เรียนเก่งมากเช่นกัน
แต่น่าเสียดาย ที่โลกนี้ยอมรับแค่ผู้มีพลังพิเศษเท่านั้น
"มาสิ กินซะ นายยังไม่อิ่มใช่ไหมล่ะ"
หลินอวิ้นหยิบขนมปังข้าวโพดสามก้อนออกมาจากเสื้อผ้าของเธอ
โจวเฉาไม่อิ่มจริงๆ นั่นแหละ
ไม่เพียงเพราะอาหารที่เขาได้รับมักจะอยู่ในสภาพที่ไม่น่ากินและไม่อิ่มท้อง แต่ยังเป็นเพราะชายร่างใหญ่คนนั้นและพวกคนเก่าแก่คนอื่นๆ มักจะแย่งอาหารจากพวกหน้าใหม่อย่างพวกเขาอยู่เสมอ
"อวิ้น เธออิ่มแล้วเหรอไง"
"งานของฉันเบา ก็เลยกินน้อยน่ะ"
..คนงานเหมืองสองคนที่ตัวมอมแมม หน้าตาดำมืด นั่งอยู่บนพื้นหญ้านุ่มๆ มองดูดวงดาว..
"เธอว่า ชีวิตของเราจะเป็นแบบนี้ไปตลอดหรอ จุดจบของพวกเรา มันจะเป็นแบบนี้ไปตลอดจริงๆ เหรอ แบบว่า จนกระทั่งวันหนึ่งก็ถูกพวกมนุษย์วิเศษกดขี่จนหมดแรง หรือถูกพวกมันเล่นงานจนตายไปเอง"
"จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ อย่างนายต้องหาวิธีใช้พลังพิเศษของตัวเองได้แน่นอน นายจะกลายเป็นมนุษย์วิเศษที่อยู่สูงเหนือกว่าคนอื่นได้แน่ๆ!"
แต่โจวเฉาพยายามมาสามเดือนแล้ว เขาไม่รู้จริงๆ ว่า "คัมภีร์หมื่นภพ" และพู่กันของเขานี้ นอกจากจะเสกออกมาและทำให้หายไปได้แล้ว มันจะยังมีประโยชน์อะไรอีก
และทันใดนั้นเอง!
โจวเฉาจ้องไปที่เหนือศีรษะของหลินอวิ้นพลางขยี้ตา
หลินอวิ้นเงยหน้าขึ้นมองและถามขึ้นว่า "เป็นอะไรไป มีอะไรอยู่บนหัวฉันเหรอ"
"เธอไม่เห็นเหรอ"
หลินอวิ้นส่ายหน้า
ในขณะนี้ เหนือศีรษะของหลินอวิ้น มีแท่นฝนหมึกสีดำลอยอยู่ แท่นฝนหมึกจะเคลื่อนที่ตามการเคลื่อนที่ของศีรษะของหลินอวิ้น ในแท่นฝนหมึกนั้นสามารถเห็นหมึกกำลังสั่นไหวอยู่
"หรือว่า..."
หนังสือที่ไม่มีตัวอักษร.. พู่กันที่ไม่มีหมึก..
และตอนนี้ บนศีรษะของหลินอวิ้น มันปรากฏแท่นฝนหมึกที่มีหมึกอยู่!
สิ่งนี้ทำให้เขาเข้าใจได้ทันที หรือว่าต้องใช้พู่กันของเขาจุ่มหมึกของเธอ เพื่อเขียนตัวอักษรบน "คัมภีร์หมื่นภพ" งั้นหรอ
โจวเฉาเคยลองใช้พู่กันของตัวเองจุ่มสีมาหลายสีหลายชนิด
แต่พู่กันนี้ไม่ว่าจะจุ่มอะไร มันก็ไม่สามารถดูดซับอะไรได้เลยแม้แต่น้อย
โจวเฉาขยับความคิด "คัมภีร์หมื่นภพ" และพู่กันก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาจับพู่กัน เอื้อมไปทางแท่นฝนหมึกที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของหลินอวิ้น
"มันดูดแล้ว!"
แท่นฝนหมึกไม่ได้เล็ก แต่หมึกด้านบนเพียงแค่ถูกจุ่มลงไปเบาๆ พู่กันก็ดูดซับมันมาจนหมดเกลี้ยง
โจวเฉามองดูพู่กัน จากนั้นก็พึมพำในใจ
สิ่งที่ดูดมานี้คือหมึกจริงๆ เหรอ
อย่าบอกนะว่ามันจะเป็นพลังงานบางอย่าง เช่นพวกพลังงานชีวิต หรือปราณ..
หลินอวิ้นเองก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของพู่กันได้กับตาเช่นกัน
"มีหมึกแล้วนี่! แล้ว.. เขียนได้แล้วใช่ไหม"
"ฉันจะลองดูนะ"
โจวเฉาสุ่มเปิดหน้าหนึ่งของคัมภีร์หมื่นภพขึ้นมาทันที จากนั้นก็ใช้พู่กันเขียนลงไป
ทว่า มันก็ไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้แม้แต่น้อย
"นี่.. เห้อ.."
"อย่าเพิ่งรีบร้อน ต้องมีอะไรบางอย่างที่เรายังไม่รู้แน่ๆ เช่น ลำดับการเขียน หน้าที่จะเขียน หรือแบบ... คาถาอะไรสักอย่าง"
ทั้งสองคนครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย
โจวเฉาถอนหายใจเบาๆ "หรือว่ามีตัวแปรบางอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ ตามปกติแล้ว เมื่อคนๆ หนึ่งมีพลังพิเศษ ก็ควรจะใช้มันได้อย่างเป็นธรรมชาติไม่ใช่หรอ"
"เอาน่า อย่าพึ่งท้อ อย่างน้อยก็มีความคืบหน้าไม่ใช่เหรอ"
งานในตอนกลางวันนั้นลำบากมาก แถมยังต้องใช้แรงอย่างหนัก ทั้งสองคนจึงง่วงมาก
แล้วก็ผลอยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
...
โจวเฉาสลึมสลือตื่นขึ้นมา
แสงโดยรอบสลัว แสงจันทร์สีเงินส่องเข้ามาจากหน้าต่างที่ผุพัง เป็นแสงสว่างเพียงอย่างเดียวในบ้านไม้ที่เต็มไปด้วยวัชพืชและเศษฟืน
"..เอ๊ะ!!"
"ฉันถูกลักพาตัวเหรอ"
โจวเฉาพบว่ามือและเท้าของเขาถูกมัดด้วยเชือก ทั้งตัวถูกยัดเข้าไปในกระสอบสกปรก มีเพียงศีรษะของเขาเท่านั้นที่โผล่ออกมา
ทันใดนั้น ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตัวเองก็ไหลทะลักเข้ามาในสมอง
โจวเฉาย่อยความทรงจำของคนๆ นี้ได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นเขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น
"นี่มัน.. อีกโลก.. ฮ่า.. ฮ่าๆๆ!!"
โลกไร้สาระที่พลังพิเศษอยู่เหนือสิ่งอื่นใดในชาติที่แล้วนั้นเขาทนมามากพอแล้ว!
โลกตรงหน้านี้ ต่อให้แย่แค่ไหนก็คงไม่แย่ไปกว่าโลกที่แล้วหรอกมั้ง!?
ใช่มั้ย!
อะไรดีๆ ต้องรอฉันอยู่ที่โลกนี้แน่นอน!!
แล้ว… นี่มันโลกแบบไหนกันล่ะ!?"