- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาในนิยายครอบครัวปลาเค็ม
- บทที่ 17 “คลื่นพลังไดนามิก! วัวเทพออนไลน์”
บทที่ 17 “คลื่นพลังไดนามิก! วัวเทพออนไลน์”
บทที่ 17 “คลื่นพลังไดนามิก! วัวเทพออนไลน์”
คุณลุงฟังแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงถามด้วยความสงสัย “บ้านหนูมีเงินถึงขนาดซื้อเกวียนวัวได้ แต่กลับถูกแพลตฟอร์มคัดกรองว่าใช้ชีวิตลำบากยากแค้นแสนสาหัสเนี่ยนะ? ไม่สิ คือลุงแค่อยากจะบอกว่าแพลตฟอร์มของเราเนี่ยปกติช่วยเหลือแต่ผู้ยากไร้นะ เฮ้อ หรือแบบพวกสภาพชีวิตความเป็นอยู่เลวร้ายอะไรทำนองนั้น”
ใบหน้าเล็กๆ ของเหยียนอวี้บูดบึ้ง “ขายที่ดินไปหมดแล้วเจ้าค่ะ เกิดภัยแล้ง เรากำลังเตรียมตัวหนี”
พอได้ยินเช่นนั้น คุณลุงก็ไม่ซักไซ้อะไรต่อ จะถามไปทำไมกัน? ในเมื่อขายที่ดินจนเกลี้ยงก็ถือว่าเข้าเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ยากไร้เหมือนกันนั่นแหละ
ไม่มีที่ดิน เกิดภัยพิบัติ ต้องพลัดถิ่นฐาน
“ลุงมีเรื่องหนึ่งที่คาดเดาไว้นะ จะถูกหรือไม่ก็ไม่รู้ หนูลองฟังแล้วตัดสินใจเองก็แล้วกัน”
“ลุงบอกไปแล้วใช่ไหมว่า คนก่อนหน้านี้ที่เชื่อมต่อกับลุงแล้วสั่งทำวัว ม้า แล้วก็ลาไบโอนิกส์ ที่เขาสั่งทำเยอะขนาดนั้นก็เพราะเขาไม่แน่ใจว่าสัตว์ตัวไหนที่เขาจะสามารถเอามาแลกเปลี่ยนกับลุงได้”
“หมอนั่นบอกว่าบ้านของเขายากจนข้นแค้น บ้านข้างๆ มีลาอยู่ตัวหนึ่ง เศรษฐีในหมู่บ้านมีวัวอยู่ตัวหนึ่ง แล้วก็ห่างจากหมู่บ้านของพวกเขาสี่ห้าลี้มีสถานีพักม้า ซึ่งที่นั่นต้องมีม้าอยู่แล้ว”
“เขาคงคิดว่าถ้าขโมยตัวไหนมาได้ก็เอาตัวนั้นแหละมาแลกเปลี่ยนกับลุง เพราะฉะนั้นหนูจะเห็นว่าลุงเตรียมของไว้พร้อมหมด แต่หลังจากครั้งนั้น หมอนั่นก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย...”
“แพลตฟอร์มของเราจะเปิดทุกๆ ครึ่งเดือน แถมยังมีเทศกาลชอปปิงต่างๆ ด้วย ตลาดเสรีที่ดูเหมือนจะสุ่มเจอกันนี้ จริงๆ แล้วมันก็มีรูปแบบของมันอยู่”
“อย่างคนที่มีพื้นเพสภาพแวดล้อมแตกต่างจากเดิมมากๆ อย่างลุง จะต้องมีผู้ใช้งานที่เชื่อมต่อด้วยอย่างน้อยหนึ่งคนที่มาจากพื้นเพคล้ายกับประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นยุคปัจจุบันหรือยุคโบราณก็ได้ เพื่อให้เราช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้สะดวก คนนึงช่วยลุงแก้ปัญหาเรื่องอาหาร ลุงก็ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันให้เขาได้”
“แต่หมอนั่นไม่ปรากฏตัวอีกเลย แล้วจากนั้นลุงก็ได้มาเชื่อมต่อกับหนูแทน คาดว่าคงจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น”
“ถ้าไม่ใช่ว่าเกิดปัญหากับตัวเองขึ้นมา จะเป็นไปได้ไหมว่า... เขาถูกแพลตฟอร์มเตะออกไป?”
“ก็ในเมื่อเขาคิดจะ...ทำเรื่องไม่ดีนี่นา”
เหยียนอวี้รู้สึกว่าการคาดเดาของคุณลุงมีเหตุผล จัดการกับการกระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ก็ไม่เห็นจะผิดตรงไหน
“ถ้าอย่างนั้นท่านลุงจะให้ข้าใช้วัวแลกกับวัวหรือเจ้าคะ?”
“ใช่ ถึงเทคโนโลยีไบโอนิกส์ในโลกของลุงจะไม่ได้มีเทคโนโลยีสูงส่งอะไรนัก แค่ประกอบๆ ขึ้นมาก็ได้แล้ว แต่ตามกฎการแลกเปลี่ยนของแพลตฟอร์ม มีเพียงเนื้อวัวอันล้ำค่าทัดเทียมกันเท่านั้นที่จะทำให้การแลกเปลี่ยนนี้สำเร็จได้”
“เนื้อวัวหรือเจ้าคะ?”
“หนูคิดว่าพอแลกวัวมาแล้วมันจะยังมีชีวิตอยู่เหรอ? แพลตฟอร์มไม่สามารถแลกเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตได้ ไม่อย่างนั้นลุงสู้แลกเปลี่ยนตัวเองไปหาโลกของหนู ไปหาข้าวกินเองไม่ดีกว่าหรือไง”
“ข้าต้องปรึกษากับท่านพ่อท่านแม่ก่อนเจ้าค่ะ” เหยียนอวี้กล่าว
คนที่อยู่อีกฝั่งของหน้าจอยิ่งอิจฉาเข้าไปใหญ่ ในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังปรึกษากัน เขาก็พูดไม่หยุด “ทะลุมิติมาทั้งครอบครัวเลยเหรอ? ก็จริงนะ ถ้าไม่ใช่พ่อแม่ตัวจริงจะวางใจให้อยู่ข้างๆ ได้ยังไงกัน เฮ้อ! โชคดีเกินไปแล้ว!”
“แม่หนู ลุงจะบอกอะไรให้นะ พวกหนูทั้งครอบครัวช่วยกันพยายามไม่นานก็รวยแล้ว พอเจริญแล้วไม่คิดจะหาคนรับใช้มาเพิ่มบ้างเหรอ? ลุงคนนี้มีหุ่นยนต์บริการในบ้านนะ แค่หุ้มด้วยผิวหนังสังเคราะห์ก็เสร็จในพริบตา ทำอาหาร ซักผ้า เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ ตัดเย็บเสื้อผ้าผ้าห่ม ผ่าฟืน ทำบัญชี...”
“มีแต่เรื่องที่หนูคิดไม่ถึงทั้งนั้น ไม่มีเรื่องที่มันทำไม่ได้เลย สนใจอยากลองระบบเรียนรู้อัจฉริยะของลุงไหมเล่า?”
“อยากได้แมวกับสุนัขสัตว์เลี้ยงไหม? ขนไม่ร่วง อ้อนเก่งเป็นพิเศษด้วยนะ...”
“กิ้งก่ากับแมงมุมก็ทำได้นะ...”
“จะสั่งทำรูปลักษณ์พิเศษก็ได้...”
หลังจากที่ทั้งสามคนในครอบครัวหารือกันอย่างรวดเร็ว เหยียนอวี้ก็เหลือบมองเวลาที่มุมซ้ายบนของหน้าจอ แล้วพูดด้วยความรวดเร็ว “ท่านลุง ฟังก์ชันภายในของลาไบโอนิกส์กับวัวไบโอนิกส์ของท่านคงจะคล้ายๆ กันใช่ไหมเจ้าคะ แต่ที่นี่ราคาของลากับวัวต่างกันมาก วัวหนึ่งตัวมีค่าเท่ากับลาหลายตัวเลย ถ้าแลกแบบนี้ข้าก็ขาดทุนแย่สิ สู้รอให้ข้าไปซื้อลามาก่อนในคราวหน้าแล้วค่อยมาแลกกับท่านดีกว่า”
คุณลุงร้อนใจขึ้นมาทันที ลาจะไปเทียบกับวัวได้อย่างไร แค่เนื้อก็ต่างกันลิบลับแล้ว!
“โอ๊ย แม่หนู จะดูแต่ราคาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องคำนึงถึงความเป็นจริงด้วย”
“สัตว์จักรกลของลุงย่อมต้องมีพละกำลังในการบรรทุกมากกว่าตัวต้นแบบอยู่แล้ว ถ้าเป็นลาไบโอนิกส์ แล้วเจ้าให้มันลากของหนักสักพันชั่งสิ รับรองว่าความแตกแน่”
“แต่วัวไม่เหมือนกัน ตัวต้นแบบก็มีพละกำลังในการบรรทุกมากกว่าพันชั่งอยู่แล้ว พารามิเตอร์ที่ลุงตั้งค่าให้วัวไบโอนิกส์ตัวนี้ก็ไม่ได้เกินจริงเลย”
“และจุดขายที่ใหญ่ที่สุดของมันก็คือการติดตั้งระบบจดจำอัจฉริยะ มันจะสแกนสภาพแวดล้อมโดยรอบโดยอัตโนมัติ เวลาที่มีคนนอกอยู่ มันก็จะทำตัวเหมือนวัวมีชีวิตปกติทุกประการ”
“แม่หนูเอ๊ย! นี่หนูจ่ายในราคาวัวหนึ่งตัว แต่ได้อัปเกรดฟรีเป็นวัวปัญญาประดิษฐ์เลยนะ! วัวเอไอน่ะ!!!”
“แต่วัวของข้าถ่ายมูลได้ วัวของท่านลุงทำได้หรือไม่เล่าเจ้าคะ?” เหยียนอวี้ต่อรองอย่างจริงจัง “ท่านพ่อของข้าบอกว่ามูลวัวนำไปทำปุ๋ยหมักก็ได้ ใช้เป็นเชื้อเพลิงก็ได้ ประโยชน์เยอะแยะไปหมด และนี่คือทรัพยากรหมุนเวียนระยะยาว ตราบใดที่วัวยังอยู่ ก็จะมีให้ใช้ตลอดไป”
คุณลุงที่อยู่อีกฝั่งทำหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
เขามองออกแล้วว่าแม่หนูฝั่งตรงข้ามต้องการจะต่อรองราคา แต่เหตุผลที่เธอหยิบยกขึ้นมานี่ มันจะทรงพลังเกินไปหน่อยไหม!
“เรื่องปุ๋ยหมักนั่นช่างมันเถอะ แต่เอาไปเป็นเชื้อเพลิงนี่ ไม่เหม็นแย่เหรอ?”
“เรื่องมูลนี่ลุงก็คิดไว้แล้วเหมือนกัน หนูได้ไปก็ตั้งค่าเองได้เลย จะให้ถ่ายหรือไม่ถ่ายก็ได้ตามใจชอบ แค่สั่งการด้วยเสียงว่า ‘ให้มูลวัวสุ่มถ่ายตามจุด’...ก็จะได้ฟางแห้งอัดแท่งรูปทรงต่างๆ”
“ไม่เพียงแต่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงได้นะ ยังเอาไปป้อนซ้ำได้ด้วย แต่ต้องแอบๆ ทำหน่อยนะ มันไม่มีกลิ่น เดี๋ยวความจะแตกเอาได้ง่ายๆ”
เหยียนอวี้นับถือเลย!
ช่างเป็นคนที่คิดรอบคอบอย่างน่าทึ่ง!
นางไม่ยืดเยื้ออีกต่อไป ยื่นเงื่อนไขตรงๆ “ท่านลุงช่วยหาอะไรมาเป็นส่วนต่างให้ข้าอีกหน่อยสิเจ้าคะ ข้าใกล้จะโดนท่านโน้มน้าวได้แล้ว อีกนิดเดียว!”
เพื่อเนื้อวัว คุณลุงจึงยอมอ่อนข้อต่อ “เอ้า! ลุงแถมล้อเกวียนเหล็กให้หนูอีกสองวงเลยแล้วกัน บอกไว้ก่อนนะว่ามันจะขึ้นสนิม ของที่ต้องโชว์อยู่ข้างนอกน่ะ ต้องทำให้เหมือนจริงที่สุด”
ถึงมีใครมาเห็นก็ไม่เป็นไร อย่างมากก็แค่หาว่าบ้านนางใช้เงินฟุ่มเฟือย
“ตกลงเจ้าค่ะ แลก!” จริงๆ แล้วเหยียนอวี้พอใจมากแล้ว แต่ถ้าได้ของแถมก็ย่อมดีกว่า
“ท่านลุง แล้วถ้าเกิดวัวบาดเจ็บล่ะเจ้าคะ? ถ้าหนังมันขาดแล้วเห็นโครงเหล็กข้างในจะทำอย่างไร?” เหยียนอวี้ยังต้องการบริการหลังการขายตลอดชีพด้วย เพราะอย่างไรเสียของสิ่งนี้ก็เป็นผลิตภัณฑ์ไฮเทค ไม่มีแม้แต่คู่มือการใช้งาน ในใจจึงรู้สึกไม่ค่อยมั่นคงเท่าไร
“แล้วก็ วัวตัวนี้ไม่แก่ไม่ตาย ถ้ามีคนช่างสังเกตเห็นเข้า ความก็แตกน่ะสิเจ้าคะ!”
คุณลุงยังไม่ทันได้ดีใจ ก็ต้องอธิบายต่ออย่างอดทน:
“ผิวหนังสังเคราะห์มีความสามารถในการป้องกันตัวเองในระดับหนึ่ง บาดแผลเล็กน้อยหนังจะไม่ขาด บาดแผลใหญ่จะมีรอยขีดข่วน ใต้ผิวหนังมีชั้นสร้างเลือดเทียม มันจะจำลองกระบวนการสมานแผลทั้งหมด”
“เมื่อได้รับความเสียหายจากแรงกระแทกภายนอกอย่างรุนแรง มันจะตัดสินใจเองว่าจำเป็นต้องปิดระบบหรือไม่ ถ้ามันปิดระบบไป หนูอย่าเพิ่งรีบเปิดเครื่อง รอให้เราเชื่อมต่อกันอีกครั้ง ลุงจะเปลี่ยนผิวหนังให้มันใหม่”
“พอวัวแก่แล้วก็จัดการเหมือนกัน เปลี่ยนผิวหนังใหม่ ก็กลายเป็นวัวตัวใหม่แล้ว”
เมื่อตกลงซื้อขายกันเรียบร้อยแล้ว เหยียนอวี้ก็ไม่รอช้า โดยมีพ่อกับแม่คอยบังให้ นางก็พยายามเข้าไปใกล้ๆ วัวในลานบ้าน
“เข้าไปใกล้อีกนิด ใช่ๆๆ ได้แล้ว”
หน้าจอของเหยียนอวี้ปรากฏตัวเลือกให้ยืนยันการแลกเปลี่ยน นางใช้นิ้วเล็กๆ ของนางกดลงไปอย่างเด็ดเดี่ยว
【ตกลง】
หน้าจอสว่างวาบขึ้นด้วยแสงนวลตา
วัวสีเหลืองที่อยู่ตรงหน้าพลันหายไปจากสายตา แล้วก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
ช่วงเวลาก่อนและหลังห่างกันไม่ถึงสองวินาที
หากนางไม่จ้องตาไม่กะพริบ ก็อาจจะพลาดชั่วขณะนั้นไปแล้ว
คุณพ่อเหยียนและหลี่เสว่เหมยก็มองอย่างตกตะลึง
นี่...แลกเปลี่ยนเสร็จแล้วหรือ?
วัวของบ้านเขา กลายเป็นวัวปัญญาประดิษฐ์ไปแล้ว?!
เหยียนอวี้ตั้งสติได้เร็วที่สุด นางส่งสัญญาณให้พ่อของนางนำล้อเหล็กขนาดใหญ่สองวงที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันเช่นกันไปซ่อนไว้
นางอ่านคำสั่งเปิดเครื่องที่คุณลุงแปะไว้บนหน้าจอเสียงเบาๆ “คลื่นพลังไดนามิก! วัวเทพออนไลน์”
ไม่มีเอฟเฟกต์แสงสี ไม่มีประกายไฟใดๆ มันก็แค่หันมามองอย่างเชื่องช้า
เหยียนอวี้กระซิบกับวัวเบาๆ “ข้าคือหงไหเอ๋อ”
วัวปัญญาประดิษฐ์มองนางสามวินาที แล้วก็พยักหน้า
หลี่เสว่เหมยพูดกับวัวว่า “ข้าคือองค์หญิงพัดเหล็ก”
วัวปัญญาประดิษฐ์ก็มองนางสามวินาที แล้วก็พยักหน้า
คุณพ่อเหยียนที่เพิ่งจะเอาฟางข้าวสาลีมากลบล้อเหล็กทั้งสองไว้ลวกๆ รีบวิ่งเข้ามา พูดกับวัวอย่างตื่นเต้นว่า “ข้าคือราชาปีศาจวัว”
วัวปัญญาประดิษฐ์จ้องมองเขาถึงห้าวินาทีเต็ม แล้วก็พยักหน้า
เหงื่อตกเลย!
นี่มันรหัสผ่านยืนยันความเป็นเจ้าของที่น่าอายอะไรกันเนี่ย
ยังไม่ทันจะได้สำรวจวัวตัวใหม่
ทั้งสามคนในครอบครัวก็รีบกลับเข้าห้องไป
เทศกาลชอปปิง 618 ยังคงดำเนินต่อไป