- หน้าแรก
- โลกนี้...ไม่ใช่แค่เกมส์
- ตอนที่ 243 : ความคิดต่อต้าน
ตอนที่ 243 : ความคิดต่อต้าน
ตอนที่ 243 : ความคิดต่อต้าน
เซียวจือรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “ตอนนี้นายเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามยศเจียงจวินแล้วเหรอ?”
หลี่ผิงเฟิงตอบ “ใช่สิ ทำไม นายอัปเป็นยศเจียงจวินด้ แล้วพวกเราจะอัปบ้างไม่ได้หรือไง ถึงเราจะไม่เก่งเท่านาย แต่กำเนิดฟ้าระดับเก้าไม่ใช่เล่น ๆ แล้วนะ สำหรับผู้เล่นในโลกเรานี่ถือว่าอยู่แนวหน้าระดับหัวแถวแล้ว”
เซียวจือพยักหน้า “ก็จริง”
ในหน่วยงานสรรพชีวิต ผู้เล่นที่อยู่ระดับกำเนิดฟ้าระดับเก้ามีน้อยมาก และยังไม่มีใครแตะระดับสูงสุดของกำเนิดฟ้าได้เลย
หลี่ผิงเฟิงรู้เนื้อหาข่าวสารนั้นแล้ว เซียวจือก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไป
ทั้งสองพูดคุยกันต่อทางวีแชต
คุยไปคุยมา เซียวจือก็อดรู้สึกไม่ได้ “มนุษย์นี่นะ...ถึงโลกจะเคยล่มสลายมาแล้ว ก็ยังมีบางคนที่ไม่รู้จักปิดปาก ทั้งที่มันเกี่ยวกับความอยู่รอดของทั้งโลกแท้ ๆ แต่พอถูกสอบปากคำ ก็ยังเผลอหลุดปากจนได้”
หลี่ผิงเฟิงถอนหายใจ “ก็จริง จำได้ไหมมีคำพูดว่า ‘ไม่มีผนังไหนกันลมได้สนิท’ เรื่องแบบนี้สุดท้ายเราก็ต้องรู้เข้าจนได้ แค่ว่าเร็วหรือช้า เพราะในโลกคู่ขนานนั่นมันไม่ใช่ความลับด้วยซ้ำ อาจจะประกาศกันโต้ง ๆ ไปแล้วด้วยซ้ำ
ต่อให้เป็นทั้งโลกหรือทั้งประเทศ ไม่มีทางที่ทุกคนจะยืนหยัดเหมือนกันหมด ตายก็ไม่ยอมพูด ความลับแบบนี้พอจับผู้เล่นศัตรูได้มากพอ เราก็ต้องได้ข้อมูลเข้าสักวัน นักสอบสวนมืออาชีพ พวกนักจิตวิทยาในหน่วยงานเราก็ไม่ใช่ธรรมดา ๆ หรอก นายว่าไหม?”
เซียวจือพยักหน้า “ใช่”
เขาเองก็เคยสงสัย แต่พอคิดดูดี ๆ ก็เข้าใจ
อย่าเอาความรู้น้อย ๆ ของตัวเองไปตั้งคำถามกับมืออาชีพ
วิธีของนักสอบสวน เขาจะไปเข้าใจได้ยังไง? คนพวกนั้นมืออาชีพจริง เขาไม่ควรไปสงสัยให้เปลืองสมอง
คุยไปคุยมา หลี่ผิงเฟิงก็ถามขึ้นมาอีก “เซียวจือ นายคิดว่า ระบบเกมโลกแห่งสรรพชีวิตนี่มันคืออะไรกันแน่? มันเล่นทั้งโลกเรา ทั้งโลกของผู้เล่นศัตรูเหมือนของเล่นในมือมันเลย เป้าหมายของมันคืออะไร? แล้วเราสามารถต่อต้านมันได้ไหม?”
เซียวจือได้ยินแล้วก็หัวเราะเจื่อน ๆ “ถามอะไรเนี่ย ฉันจะรู้ได้ไง”
หลี่ผิงเฟิงว่า “นายเคยเป็นนักเขียนนิยายนี่ ความคิดนายต้องพลิกแพลงกว่าพวกฉันแน่นอน อย่าบอกนะว่านายไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้”
เซียวจือหัวเราะแห้ง ๆ “เคยคิด...แต่พอคิดแล้วมันน่ากลัว เลยเลิกคิดดีกว่า กลัวเปลืองพลังสมองเปล่า ๆ”
หลี่ผิงเฟิง “ยังไง?”
เซียวจือว่า “ระบบเกมโลกนี้มันลึกลับเกินไป แข็งแกร่งเกินไป ไม่ต้องพูดถึงโลกเราเลย โลกของศัตรูที่ล้ำหน้าเราหลายสิบปียังทำอะไรไม่ได้ ถูกกวาดล้างแบบไม่ทันตั้งตัว เราจะไปทำอะไรได้? สิ่งที่เราทำได้คือเดินตามกติกาของมัน เผื่อจะมีทางรอดอยู่บ้าง”
หลี่ผิงเฟิง “งั้นนายไม่เคยคิดจะต่อต้านเลยเหรอ?”
เซียวจือเงียบไปสักพักก่อนจะถอนหายใจ “ต่อต้าน? นายอ่านนิยายแฟนตาซีเยอะไปแล้วมั้ง? สมมติมีคนจับมดสองตัวมาแข่งวิ่ง ใครแพ้โดนเหยียบ นายเป็นมด นายจะเลือกวิ่งสุดแรงหรือกระโดดกัดเจ้าของเกม?”
หลี่ผิงเฟิงได้ยินแบบนั้นก็เงียบไป “เข้าใจละ ไม่พูดละนะ แค่นี้ก่อน”
เสียงตัดสายดังขึ้นจากแอปวีแชต
เซียวจือขมวดคิ้วเล็กน้อย เงียบไปนาน
ต่อต้าน? เขาจะไม่เคยคิดเลยหรือ?
แม้แต่ในหมู่คนของรัฐบาลเอง ก็คงมีคนคิดแบบนี้อยู่ไม่น้อย
แต่...อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ มันไม่มีทางต่อต้านได้เลย ทุกคนทำได้แค่เล่นตามกติกา
ไม่งั้นก็แพ้ และเมื่อแพ้ เมืองหลวงศัตรูไม่ถูกทำลาย โลกก็จะถูกลบเลือน
นั่นแหละความจริง
ความจริงอันโหดร้าย
มนุษย์...จงอยู่กับความจริงเถิด
เซียวจือเคยคิดจะต่อต้าน แต่ในสถานการณ์แบบนี้ แม้แต่ทั้งโลกก็ดูหมดทางสู้ เขาจึงฝังความคิดนี้ไว้ลึก ๆ ในใจ
ไม่มีทางพูดมันออกมาแน่นอน
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เซียวจือก็เข้าสู่โลกแห่งสรรพชีวิต ฝึกฝน ‘มังกรครามในจินตภาพ’ ต่อ
หนึ่งวันผ่านไป ช่วงบ่าย
หลี่ผิงเฟิงโทรมาอีกครั้ง
“ห่างจากเมืองหลินอู่ออกไปทางตะวันตก 90 ลี้ ที่หมู่บ้านปาอวิ๋น มีผู้เล่นศัตรูสังหารชาวบ้าน มีผู้เล่นศัตรูระดับกำเนิดฟ้าอยู่หนึ่งคน ความสามารถยังไม่แน่ชัด ผู้เล่นในหมู่บ้านอ่อนแอมาก ประเมินระดับพลังเขาไม่ออก” หลี่ผิงเฟิงรายงานด้วยน้ำเสียงปกติ
“โอเค ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” เซียวจือตอบ
“รีบหน่อย อย่าให้มันหนีไปได้ ผู้เล่นศัตรูพวกนี้ไวจะตาย”
บนแผนที่ละเอียดของเมืองหลินอู่มีสัญลักษณ์ของหมู่บ้านปาอวิ๋นอยู่ด้วย
เซียวจือควบม้าออกจากเมืองทันที
อาชามังกรที่เขาขี่นั้นเร็วมาก ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก็ไปถึงหมู่บ้านปาอวิ๋น
รั้วรอบหมู่บ้านพังยับเยิน ภายในวุ่นวายสิ้นดี
ชาวบ้านตายไปแล้วนับสิบ ศพกระจายเกลื่อน
ผู้เล่นในหมู่บ้านน่าจะโดนฆ่าเรียบ ดูจากศพแล้วเซียวจือแยกไม่ออกว่าใครเป็นผู้เล่น ใครเป็นชาวบ้าน
เพราะศพของผู้เล่นในโลกแห่งสรรพชีวิตจะไม่หายไปทันที จะยังคงอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
เซียวจือกระโดดขึ้นบนหอคอยเฝ้ายามในหมู่บ้าน ใช้ ‘เนตรสวรรค์’ มองไปรอบ ๆ
ไม่มีอะไรเลย
“บัดซบ!” เซียวจือสบถเบา ๆ แม้ไม่เต็มใจ แต่ก็ได้แต่กลับเมืองหลินอู่ แล้วฝึก ‘มังกรครามในจินตภาพ’ ต่อ
ตลอดสองวันหลังจากนั้น หลี่ผิงเฟิงส่งเบาะแสผู้เล่นศัตรูมาให้เขาราวสิบครั้ง
แต่ทุกครั้งที่เซียวจือไปถึง ผู้เล่นศัตรูคนนั้นก็หายตัวไปหมดแล้ว
พวกผู้เล่นศัตรูพวกนี้เริ่มระวังตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่เพียงแข็งแกร่ง แต่ยังระมัดระวังมาก พอรู้สึกว่ามีอันตรายก็หายตัวเข้าป่าทันที
เว้นแต่จะปะทะกันตรงหน้า ไม่อย่างนั้น โอกาสฆ่าพวกเขาก็แทบเป็นศูนย์
ภายใต้สงครามกองโจรแบบนี้ ผู้เล่นในหมู่บ้านเริ่มล้มตายมากขึ้นทุกที
จนกระทั่งครั้งสุดท้าย หลี่ผิงเฟิงส่งข้อความว่า มีผู้เล่นศัตรูปรากฏตัวบริเวณเส้นทางม้า ห่างจากเมืองไป 30 ลี้ กำลังลอบโจมตีนักสู้ที่เดินทางผ่าน
30 ลี้...
หลังจากต้องมือเปล่ากลับมานับสิบครั้ง เซียวจือกัดฟันแน่น ไม่ขี่ม้าอีกแล้ว ใช้พลังลมปราณภายใน ร่าย ‘โลหิตเดือด’ พุ่งออกไปด้วยความเร็วทะลุเสียง
____
ขอเปลี่ยน ดวงตาสวรรค์ เป็น เนตรสวรรค์ นะครับ