- หน้าแรก
- โลกนี้...ไม่ใช่แค่เกมส์
- ตอนที่ 176 : การต่อสู้ระหว่างสัตว์อสูร
ตอนที่ 176 : การต่อสู้ระหว่างสัตว์อสูร
ตอนที่ 176 : การต่อสู้ระหว่างสัตว์อสูร
หลังเสียงคำรามของสัตว์อสูรสงบลง ร่างขนาดมหึยาวเกินสองจั้งของสัตว์ร้ายก็ปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคนอย่างกะทันหัน มันก้าวพรวดออกมาจากแนวพุ่มไม้หนาทึบ ผิวหนังเป็นเกล็ดแข็งสีหม่น มีขนหยาบสีดำแซมตามแนวสันหลังตลอดลำตัว ทำให้ดูน่ากลัวราวกับสัตว์ในตำนาน
สัตว์อสูรตนนั้นมีลำตัวคล้ายหมาป่า หางหนายาวแกว่งช้าๆ อย่างสงบ แต่หัวกลับคล้ายเสือ มีเขี้ยวแหลมเรียงเป็นระเบียบในปากที่แสยะยิ้มตลอดเวลา นัยน์ตาสีแดงวาววับจ้องมองศัตรูตรงหน้าอย่างไม่ลดละ ร่างกายแม้จะใหญ่โตแต่กลับไม่ดูเทอะทะแม้แต่น้อย เคลื่อนไหวว่องไวราวสายลมที่พัดแรงพาเอาใบไม้ปลิวไหวราวพายุ เสียงฝีเท้ากระแทกกับพื้นดินดังสนั่น ก่อนที่มันจะคำรามอีกครั้งและพุ่งเข้าใส่เจ้างูอสูรด้วยความดุร้าย
งูอสูรเงยหัวสูง ลิ้นสองแฉกแลบเลียไม่หยุด ปล่อยเสียงฟ่อแหลมออกมาต่อเนื่อง
“นั่นก็เป็นสัตว์อสูรอีกตัว!” หลี่ผิงเฟิงเอ่ยเสียงต่ำ
ไม่ต้องให้ใครบอก เซียวจือก็เห็นชัดเจนว่าสัตว์รูปร่างคล้ายหมาป่าแต่หัวเสือที่พุ่งเข้ามานั้น ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา มันมีแสงแดงจางๆ คล้ายหมอกบางล้อมรอบทั่วร่าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของสัตว์อสูรที่ได้รับพลังพิเศษจากธรรมชาติหรือโลกวิญญาณ
“สัตว์อสูรตัวนี้มาได้จังหวะพอดี เอาไว้ดูเชิงเจ้างูอสูรนั่นหน่อย” เซียวจือกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยการคำนวณอย่างเยือกเย็น
ในชั่วพริบตา สัตว์อสูรตนนั้นก็เข้ามาใกล้งูอสูรจนระยะห่างไม่ถึงสิบจั้ง แรงกดดันจากการปะทะกันของสองสัตว์อสูรทำให้บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด อากาศหนักอึ้งจนผู้ชมอย่างพวกเซียวจือยังต้องกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น เงาร่างบางอย่างพุ่งวาบออกมาจากลำตัวที่ขดอยู่ของงูอสูร มันพุ่งตรงไปยังสัตว์อสูรอีกตัวด้วยความเร็วสูง เซียวจือรีบรวมรวมพลังปราณที่ดวงตาเพื่อมองให้ชัดและพบว่า สิ่งที่พุ่งออกไปนั้นคือเหล่างูเล็กที่มีลวดลายขาวดำเหมือนกันหลายตัว
ถึงจะเรียกว่างูเล็ก แต่ก็เป็นแค่ในแง่เปรียบเทียบกับงูอสูรตัวหลักเท่านั้น ในความจริงงูพวกนี้มีลำตัวยาวเกินหนึ่งจั้ง หนาเท่าชามก๋วยเตี๋ยว ทุกตัวดูแข็งแรงและดุร้ายอย่างเห็นได้ชัด ถ้าอยู่ในโลกจริงคงนับว่าเป็นงูขนาดใหญ่ระดับอันตรายแน่นอน
เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนรวมถึงเซียวจือล้วนมีสีหน้าแปลกใจ ไม่คาดคิดว่าภายในลำตัวของงูอสูรที่เห็นว่าขดอยู่เงียบๆ จะซ่อนพวกเดียวกันไว้อีกหลายตัวโดยไม่มีใครรู้มาก่อน มันไม่ใช่งูตัวเดียว แต่เป็นรังแห่งอสูร
พวกเขาคิดมาตลอดว่า มีงูอสูรเฝ้าต้นผลร้อยหลอมแค่ตัวเดียว คาดไม่ถึงว่าในลำตัวที่ขดอยู่ของมันจะซ่อนงูชนิดเดียวกันไว้อีกหลายตัว
นี่ไม่ใช่งูตัวเดียว แต่เป็นทั้งรัง
หลังจากงูเล็กพุ่งใส่สัตว์อสูรแล้ว งูอสูรก็พุ่งตัวตามออกไปพร้อมเสียงร้องฟ่อกึกก้อง
สองสัตว์อสูรต่อสู้กันอย่างดุเดือด ดินและใบไม้ปลิวว่อน เสียงคำรามดังก้องไปทั่ว
ไม่ไกลจากจุดที่ต่อสู้นั้นก็คือต้นผลร้อยหลอมที่ติดผลอยู่
เซียวจือและพวกต่างจับจ้องการต่อสู้ของสองสัตว์อสูรด้วยความสนใจ
พวกเขาไม่เคยเห็นสัตว์อสูรสู้กันมาก่อน จังหวะนี้จึงถือเป็นโอกาสชมให้เต็มตา
แต่จู่ๆ ต้วนอี้ก็พูดขึ้นอย่างไม่คาดฝันว่า “ต้นผลร้อยหลอมอยู่ใกล้ตรงนั้น ถ้าโดนลูกหลงขึ้นมาจะทำยังไงดี?”
เซียวจือขมวดคิ้วทันที นั่นก็เป็นประเด็นที่น่ากังวล
แล้วก็ราวกับคำพูดของต้วนอี้กลายเป็นความจริง สัตว์อสูรทั้งสองพลันพุ่งกระแทกลงพื้นพร้อมเสียงตูมใหญ่ ใบไม้และดินกระเด็นว่อน
ดินที่ปลิวมานั้นมีแรงรุนแรงไม่แพ้กระสุนปืน บางส่วนพุ่งใส่ต้นผลร้อยหลอมโดยตรง
หัวใจของเซียวจือเพิ่งจะวาบขึ้นมาก็สงบลงทันที
ต้นผลร้อยหลอมถึงจะตัวเล็กแต่ก็ไม่เปราะบางอย่างที่คิด ลำต้นแค่สั่นไหวเบาๆ เท่านั้น ต่างจากต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่จั้งที่เปลือกไม้โดนดินกระแทกจนพรุน
การต่อสู้ของสองสัตว์อสูรจบลงภายในเวลาไม่ถึงสองนาที
ผลคือ สัตว์อสูรที่มีร่างคล้ายหมาป่าโดนกัดจนเลือดโชก ครึ่งตัวกลายเป็นสีเขียว หนีไปอย่างทุลักทุเล
งูอสูรถึงแม้จะบาดเจ็บไม่น้อย เลือดไหลนองพื้น และงูเล็กตายไปสองตัว แต่ก็ยังชูหัวสูง ส่งเสียงขู่กึกก้องอย่างผู้ชนะ
เมื่อเห็นภาพนี้ หยางซวี่พูดเสียงแหบพร่าว่า “หากข้าลงมือ ใช้เวลาไม่เกินสิบลมหายใจ ข้าก็ฆ่างูอสูรตัวนี้ได้แน่”
หยางซวี่แสดงความมั่นใจเต็มที่ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด
เขาเป็นคนที่สามารถเรียกภัยสวรรค์ออกมาได้ด้วยการระเบิดพลังอย่างสุดกำลัง
ในระดับต่ำกว่าดินแดนแห่งเต๋า คงแทบไม่มีใครหรือสัตว์อสูรใดที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
ไม่ต้องพูดถึงหยางซวี่ เซียวจือเองก็เชื่อว่า ถ้าเขาใช้พลังทั้งหมดที่มี ก็น่าจะฆ่างูอสูรตัวนี้ได้เหมือนกัน
หลังจากการต่อสู้จบลงไม่นาน เซียวจือก็สังเกตเห็นเงาคนลับๆ ล่อๆ ปรากฏขึ้นใกล้บริเวณนั้น
น่าจะถูกเสียงอึกทึกจากการต่อสู้ของสัตว์อสูรทั้งสองดึงดูดให้เข้ามา
แค่เสียงคำรามแรกของสัตว์อสูรคล้ายหมาป่า ก็ดังไกลได้เป็นสิบลี้แล้ว
แต่ก็ไม่แน่ชัดว่าคนที่เข้ามาเหล่านี้ เป็นคนพื้นเมืองของโลกแห่งสรรพชีวิต หรือว่าเป็นผู้เล่นกันแน่
อาจจะทั้งสองประเภท แต่เซียวจือคิดว่าผู้เล่นน่าจะมีจำนวนมากกว่า
เพราะบริเวณนี้ถือเป็นพื้นที่รกร้าง ห่างจากหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดยังเกินสามสิบลี้ นักสู้ของหมู่บ้านคงไม่สามารถมาถึงได้ทันขนาดนี้
ผู้เล่นไม่เหมือนกัน ทุกวันนี้มีผู้เล่นจำนวนมากที่ออกผจญภัยในป่า
อีกครู่ใหญ่ หลี่ผิงเฟิงก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเกร็งๆ ว่า “ในฟอรั่มเฉพาะของเกม ตอนนี้มีโพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว ทั้งงูอสูร ต้นผลร้อยหลอม ไปจนถึงเวลานับถอยหลังของผลก็โผล่หมดเลย”
จากสีหน้าเขา ดูก็รู้ว่าในขณะนั้นจิตของเขาได้กลับสู่โลกแห่งความจริงแล้ว
“ไวขนาดนั้นเชียว” ต้วนอี้ตกใจ
“เครือข่ายทั่วโลก มีหรือจะไม่ไว” เซี่ยเค่อกล่าว
“ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่สามชั่วโมงก่อนผลร้อยหลอมจะสุก พวกนายคิดว่าจะมีผู้เล่นเก่งๆ แถวมานี้หรือเปล่า?” ต้วนอี้ถามขึ้น
“ผู้เล่นเก่งๆ?” หลี่ผิงเฟิงแค่นเสียง “แค่เมืองเล็กๆ อย่างอำเภอฉีซาน จะมีผู้เล่นขั้นหลังกำเนิดสักกี่คนกัน? จะเก่งเท่าพวกเราหรือ? จะเก่งเท่าพี่จือของพวกเราได้เหรอ?”
เวลาผ่านไป ผู้เล่นที่บรรลุถึงขั้นหลังกำเนิดมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งผู้เล่นที่เก็บครบหนึ่งแสนเหรียญจนสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นกำเนิดฟ้าก็มีจำนวนไม่น้อย
แต่นั่นคือมองในระดับประเทศ ระดับแด่ชางกั๋วและเซี่ยกั๋วโดยรวม
ถ้ามองในระดับอำเภอแค่แห่งเดียว ผู้เล่นที่ถึงขั้นหลังกำเนิดยังน้อยมาก ส่วนผู้ที่ทะลวงถึงกำเนิดฟ้ายิ่งหายากสุดๆ
อำเภอหนึ่งมีผู้เล่นขั้นหลังกำเนิดสักสิบกว่าคน ผู้เล่นขั้นกำเนิดฟ้าสักไม่กี่คนก็ถือว่าเยอะแล้ว
เซียวจือครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “อีกสิบนาที ตอนที่เวลาใกล้ถึงช่วงสิบสุดท้ายก่อนผลร้อยหลอมจะสุก เราค่อยลงมือ พวกนายคิดว่าไง?”
“ฉันไม่ติดอะไร” หลี่ผิงเฟิงส่ายหัว
“ฉันก็ไม่ว่าอะไร” ต้วนอี้ยิ้ม
“ไม่มีปัญหา” เซี่ยเค่อตอบ
ส่วนหยางซวี่ก็นั่งขัดสมาธิหลับตานิ่ง ไม่ได้แสดงความเห็นอะไรเลย
เวลาค่อยๆ ผ่านไป
มีสัตว์ร้ายสติไม่สมประกอบตัวหนึ่งโดนงูอสูรกัดตาย ร่างเขียวสดนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น
สัตว์ร้ายอีกสองตัวยังไม่ยอมไปไหน แม้จะโดนงูอสูรข่มขู่จนต้องล่าถอย ก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ
หลังจากนั้น ก็ไม่มีสัตว์อสูรใหม่ปรากฏขึ้นอีก
ใกล้เที่ยงวัน เสียงต่อสู้เบาๆ ดังมาจากที่ห่างจากกลุ่มของเซียวจือไปหลายร้อยเมตร
เซี่ยเค่อซึ่งเป็นสายว่องไวแอบไปสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลับมารายงานว่า “มีทีมผู้เล่นกลุ่มหนึ่งกำลังล่าสัตว์ร้าย ฆ่าตัวที่วนเวียนอยู่แถบนี้ไปแล้วหนึ่งตัว”