- หน้าแรก
- โลกนี้...ไม่ใช่แค่เกมส์
- ตอนที่ 12: โหมด 'ฝึกบ้าเลือด'
ตอนที่ 12: โหมด 'ฝึกบ้าเลือด'
ตอนที่ 12: โหมด 'ฝึกบ้าเลือด'
ทั้งสามเริ่มออกเดินทางกลับ
หยางซวีลากซากแพะเขางอที่ใหญ่เท่าลูกวัวอยู่ข้างหน้า แม้เขาจะเป็นเด็กหนุ่มที่กำลังโตและพยายามประดิษฐ์เครื่องช่วยลากจากเถาวัลย์กับกิ่งไม้ ก็ยังลากด้วยความยากลำบาก
หยางซีช่วยอยู่ข้าง ๆ ร่างเล็กผอมบางของเธอไม่ได้มีแรงมากนัก ลากจนใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยเหงื่อ
ถึงอย่างนั้น ทั้งสองพี่น้องก็ดูตื่นเต้นมาก
เจ้าแพะเขางอตัวนี้ ถ้าลากกลับถึงหมู่บ้านได้ ก็เพียงพอให้พวกเขา...ไม่สิ ให้ทั้งสามคนกินอยู่ได้เป็นสิบวันครึ่งเดือน
นี่เป็นสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดที่หยางซวีเคยล่าได้
ในเมื่อยังเป็นเด็ก แถมโตมาในหมู่บ้าน ความคิดของพวกเขาก็ยังบริสุทธิ์ ไม่ได้คิดจะฆ่า 'ผู้ป่วย' อย่างเซียวจื้อเพื่อฮุบอาหารไว้คนเดียวแต่อย่างใด
ด้วยภาระของซากสัตว์ ความเร็วในการเดินทางกลับจึงช้าลงมาก
เซียวจื้อที่แบกกระดูกแหลมกับโล่ไม้อยู่หลัง ตอนแรกเดินก็ยังโซซัดโซเซ เดินไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดหอบเหนื่อย
แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ อาการเขาก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
เขาเริ่มไม่หอบ เดินก็มั่นคงมากขึ้น
เมื่อสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ หยางซวีหันมามองอย่างแปลกใจ “นายฟื้นเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?”
เซียวจื้อชะงัก
ฟื้นเร็วเหรอ? เขาไม่รู้สึกเลยนะ ก็แค่โดนกระแทกครั้งเดียว ผ่านมาตั้งครึ่งชั่วโมงถึงจะฟื้นตัวกลับมาได้ นี่เรียกว่าเร็วเหรอ? มันต้องเรียกว่าช้าแบบน่าตกใจถึงจะถูก
ถ้าโดนชนครั้งเดียวต้องนอนฟื้นหลายวันแบบที่หยางซวีว่า เกมนี้คงไม่เหมาะจะเล่นเท่าไร
นี่คือช่องว่างความคิดระหว่างผู้เล่นกับ NPC
สำหรับ NPC นี่คือโลกแห่งชีวิตจริง เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของพวกเขา
แต่กับผู้เล่น มันก็แค่เกม ต่อให้สมจริงแค่ไหน ก็แค่โลกเสมือน
ผ่านไปอีกประมาณหนึ่งเค่อ ตัวละครของเซียวจื้อก็ฟื้นเต็มที่
เซียวจื้อจึงควบคุมตัวละครให้เดินไปช่วยหยางซวีลากซากสัตว์ สลับให้หยางซีพักแทน
หยางซีเป็นเด็กที่รู้จักคิด เมื่อเซียวจื้อเข้ามาช่วย เธอก็หยิบกระดูกแหลมกับโล่ไม้จากเขามาแบกเอง เพื่อลดภาระให้
ความเร็วในการเดินทางกลับเพิ่มขึ้นทันตา
แม้จะอย่างนั้น ก็จนเกือบเที่ยง ทั้งสามคนถึงลากซากแพะกลับถึงหมู่บ้านเหอผิงได้
ทันใดนั้นก็มีชาวบ้านและผู้เล่นบางส่วนเดินเข้ามารุมดูด้วยความสนใจ บ้างก็อยากรู้ บ้างก็อิจฉา
“เจ้าหนูหยาง นี่มันตัวใหญ่จริง ๆ นะ น่าจะราว 200 ชั่ง (ประมาณ 100 กิโลกรัม) ได้มั้ง ล่าเองเหรอ?” ชาวบ้านคนหนึ่งถาม
“แน่นอนอยู่แล้ว” หยางซวีเชิดหน้า ตอบอย่างภาคภูมิใจ วัยนี้แหละที่ชอบโอ้อวดและแข่งขันมากที่สุด
“เจ้าหนูหยาง แพะใหญ่ขนาดนี้ เธอกับน้องกินยังไงก็ไม่หมด เสียไปจะเสียดายนะ” หญิงชราคนหนึ่งพูดขึ้น
“ฉันจะเอาไปทำเป็นเนื้อแห้งค่ะ” หยางซีตอบ
แม้เธอจะยังเด็ก แต่ก็ขยันและรู้จักทำงาน การตากเนื้อแห้งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอเลย
“เจ้าหนูหยาง บ้านป้าไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว แบบนี้ดีไหม ป้าแลกข้าว 5 ชั่งกับเนื้อแพะ 1 ชั่ง ได้ไหม?” ชาวบ้านคนหนึ่งเสนอ
“ฉันก็อยากแลกเหมือนกัน บ้านฉันก็ไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว” อีกคนพูดขึ้น
หยางซวีเริ่มมีสีหน้าลังเล เขาหันไปมองน้องสาว แล้วก็หันมามองเซียวจื้อ เหมือนอยากขอความเห็น
หยางซีพยักหน้าเบา ๆ บอกว่าไม่มีปัญหา
เซียวจื้อครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนควบคุมตัวละครให้พยักหน้า
สิ่งที่เขาต้องการคืออาหาร จะเป็นเนื้อหรือผักเขาไม่สนใจ ขอแค่กินอิ่มก็พอ
รสชาติ? เขาแค่เล่นผ่านหน้าจอ จะไปรู้รสอะไรได้ล่ะ?
ด้วยเหตุนี้ เจ้าแพะเขางอเพิ่งจะลากเข้าหมู่บ้าน เนื้อก็ถูกแลกเป็นข้าวไปแล้วกว่าครึ่ง
ด้วยของล่าครั้งนี้ ปัญหาเรื่องอาหารของเซียวจื้อในช่วงเวลานี้ก็หมดไป
ไม่ต้องไปพึ่งหม้อข้าวรวมที่แจกกลางดึกอีกต่อไป
ได้เวลาฝึกอย่างจริงจังสักที
หลังจากนั้น เซียวจื้อเข้าสู่โหมด 'ฝึกบ้าเลือด' ควบคุมตัวละครให้ฝึกฝนพละกำลัง โดยใช้นิ้วแตะหน้าจอทุกไม่กี่วินาที
แตะไปเรื่อย ๆ ครบชั่วโมงกว่า ค่าพละกำลังก็เพิ่มขึ้น 1 แต้ม บางทีก็ได้ค่าความทนทานเพิ่มด้วย
หิวก็กินเสบียง พกมาด้วย กระหายก็ดื่มน้ำบ่อ
กิจกรรมพวกนี้สำหรับผู้เล่นทั่วไปอาจน่าเบื่อจนนั่งไม่ติด แต่เซียวจื้อกลับไม่รู้สึกรำคาญอะไร
เพราะเป้าหมายที่เขาเล่นเกมนี้ ก็เพื่อฆ่าเวลา
ขอแค่เกมนี้ทำให้เขาลืมเธอได้ ไม่คิดถึงเธอ เขาก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
มือกดหน้าจอไปเรื่อย ๆ ส่วนสายตาเปิดคอมอีกเครื่อง เข้าไปดูฟอรั่มเฉพาะของเกม 'โลกแห่งสรรพชีวิต'
แน่นอน เหมือนที่เขาคาดไว้ ผู้เล่นในฟอรั่มบ่นกันเพียบ
เลเวลขึ้นยากยังพอว่า แต่เกมบ้าบออะไรมี 'ค่าหิวกระหาย' ด้วย!
จะไปกินผักในไร่นานอกหมู่บ้านก็ไม่ได้ โดน NPC ไล่ตะเพิด แถมขัดขืนมีหวังโดนซัดตาย
ออกไปหาอาหารในป่า ผลไม้ส่วนมากแม่งมีพิษ เจอสัตว์เล็กยังไม่ทันไล่ มันก็หายไปแล้ว เจอสัตว์ใหญ่ วิ่งหนีก็ยังหนีไม่ได้ ตายอย่างเดียว
นี่มันเกมที่ให้คนเล่นตรงไหนวะ? มันคือเกมที่เอาไว้แกล้งคนเล่นชัด ๆ!
ชีวิตแม่งลำบากพอแล้ว ยังต้องมาโดนเกมเหี้ย ๆ นี่เล่นอีก
เลิกแม่ง!
ความผิดหวังมากกว่าความหวัง หลายคนก็เลิกเล่นไป
เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีทั้งเวลาและความอดทนแบบเซียวจื้อ
แล้วสองวันก็ผ่านไปไว
ยังคงมีผู้เล่นหน้าใหม่เดินทางมาที่หมู่บ้านเหอผิง
และก็ยังมีผู้เล่นเก่านอนแผ่ไร้สติอยู่ข้างกองไฟที่มอดดับ หรือไม่ก็ตรงมุมใดมุมหนึ่งของหมู่บ้าน
เซียวจื้อสังเกตเห็นว่า ผู้เล่นกลุ่มแรก ๆ ที่นอนแผ่หมดสติ ตอนนี้ร่างหายไปหมดแล้ว
หายไปจริง ๆ ราวกับระเหยจากโลกนี้
เขาคาดว่า ตัวละครของผู้เล่นที่ 'นอนแผ่' อยู่พักหนึ่ง ค่าหิวกระหายจะสูงเกินไป บวกกับปัจจัยอื่น แล้วก็ตายไปในที่สุด
เมื่อตัวละครตาย ก็จะหายไปจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิง ราวกับถูก 'ลบตัวละคร'
หากจะกลับมาเล่น 'โลกแห่งสรรพชีวิต' อีกครั้ง ก็ต้องรอคูลดาวน์ 1 วัน แล้วเริ่มตัวละครใหม่ตั้งแต่ต้น