- หน้าแรก
- โลกนี้...ไม่ใช่แค่เกมส์
- ตอนที่ 04: เคล็ดวิชากำลังวัวเก้าตัว
ตอนที่ 04: เคล็ดวิชากำลังวัวเก้าตัว
ตอนที่ 04: เคล็ดวิชากำลังวัวเก้าตัว
วันแรกที่เหยียบเข้าหมู่บ้านสันติภาพ เซียวจือใช้เวลาไปกับการสำรวจและทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม เขาเดินทั่วหมู่บ้าน พูดคุยกับชาวบ้านทุกคนที่พบ และไม่เว้นแม้แต่ผู้เล่นคนอื่นที่เข้ามาพร้อมกัน
‘โลกแห่งสรรพชีวิต’ ไม่เหมือนเกมออนไลน์อื่นเท่าไรนัก
ในเกมทั่วไป NPC มักจะพูดจาไม่กี่คำ แต่ก็ยังปล่อยเควสต์เล็ก ๆ อย่างส่งจดหมาย เก็บสมุนไพร หรือหาสัตว์เลี้ยงหลงทาง ซึ่งนอกจากจะได้ค่าประสบการณ์แล้ว บางครั้งยังมีเงินหรืออุปกรณ์ติดปลายนวม
แต่ที่หมู่บ้านสันติภาพนี้ NPC กลับเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ๆ ไม่มีเควสต์ ไม่มีรางวัล ต่อให้ผู้เล่นทำตามคำขอเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดูเหมือนเควสต์ ก็ตอบแทนเพียงคำว่า "ขอบคุณ" เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เซียวจือก็ยังได้ผลลัพธ์บางอย่างจากการสนทนากับอวี๋ชุนเจิ้ง เขาได้รับเสื้อผ้าเก่า ๆ สีเทาและรองเท้าฟางขาด ๆ คู่หนึ่ง ซึ่งอวี๋ชุนเจิ้งบอกว่าเป็นของลูกชายที่ย้ายไปอยู่ในเมืองพร้อมภรรยาเมื่อไม่กี่ปีก่อน
เสื้อผ้าแม้จะเก่า แต่สะอาดเรียบร้อย พอใส่เข้าตัวก็รู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มที่เติบโตในสังคมเมือง ย่อมรู้สึกไม่สบายใจหากต้องวิ่งเปลือยอยู่ในเกม การมีเสื้อผ้าสวมใส่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้นทันที
เซียวจือกลายเป็นผู้เล่นคนแรกในหมู่บ้านสันติภาพที่ได้ใส่เสื้อผ้า ทำเอาผู้เล่นคนอื่นมองด้วยสายตาอิจฉา แต่ไม่ว่าใครจะพยายามพูดหว่านล้อมอวี๋ชุนเจิ้งเพียงใด กลับไม่มีใครได้รับของแบบเขาอีกเลย
มีผู้เล่นหัวร้อนคนหนึ่งถึงขั้นคิดจะใช้กำลังปล้น แต่สุดท้ายก็ถูกหน่วยลาดตระเวนของหมู่บ้านมาทุบหัวจนแตก ตายคาที่ ศพถูกลากออกจากหมู่บ้าน ทิ้งรอยเลือดยาวเหยียดชวนสยอง แม้จะมองผ่านหน้าจอก็ยังรู้สึกขนลุก
เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เล่นที่เหลือไม่มีใครกล้าก่อเรื่องอีก
จากนั้นก็มีผู้เล่นใหม่ทยอยเข้าสู่หมู่บ้านสันติภาพ ซึ่งดูแล้วก็คือหมู่บ้านเริ่มต้นของเกมนี้
ช่วงบ่ายวันแรก เซียวจือรวมกลุ่มกับผู้เล่นอีกหลายคนไปหา หวังจี๋ หัวหน้าหน่วยลาดตระเวน เพื่อเรียนรู้วิธีฝึกฝนเป็นนักสู้ พวกเขาอยากรู้ว่าจะเปลี่ยนจากคนธรรมดาเป็นนักรบได้อย่างไร
หวังจี๋ไปขอคำอนุญาตจากอวี๋ชุนเจิ้ง แล้วกลับมาบอกว่า
"ข้ามีเคล็ดวิชาหลังกำเนิดสำหรับเปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นนักรบ เรียกว่า 'เคล็ดวิชากำลังวัวเก้าตัว' แต่พลังของพวกเจ้ายังไม่ถึงขั้น ไม่เหมาะจะฝึกเคล็ดนี้"
ข้อความระบบไหลผ่านหน้าจออย่างลื่นไหล
[เคล็ดวิชากำลังวัวเก้าตัว] เป็นวิชาหลังกำเนิดสายพลัง ต้องมีคุณสมบัติคือ ค่าพลังโจมตี (STR) ถึง 100 ขึ้นไป
ข้อความต่อมา
[คุณสมบัติหลักอย่างพลัง กายภาพ ความคล่องตัว สามารถเพิ่มได้ผ่านการฝึกพื้นฐาน ซึ่งวิธีฝึกมีดังนี้...]
เป็นครั้งที่สองที่ระบบแสดงข้อความนับตั้งแต่เกมเริ่ม
เซียวจือรีบเปิดหน้าต่างสถานะของตัวละคร พบว่าค่าพลังโจมตีของเขามีเพียง 68 ยังห่างจากเกณฑ์อยู่พอสมควร
‘ดูท่าคงต้องพึ่งวิธีฝึกที่ระบบแนะนำเพื่อเพิ่มค่าพลังแล้วล่ะ’ เขาคิดในใจ
‘โลกแห่งสรรพชีวิต’ สมจริงมาก ตัวละครในเกมไม่เพียงแค่เหนื่อยหรือบาดเจ็บ แต่ยังรู้สึกหิวและกระหายน้ำ
เมื่อจบวัน ระบบก็แจ้งเตือนอีกครั้ง
[คุณรู้สึกกระหายน้ำ ควรดื่มน้ำ]
[คุณรู้สึกหิว ควรกินอาหาร]
[ระดับความหิวและกระหายน้ำเริ่มต้น หากปล่อยไว้ สถานะจะย่ำแย่ และอาจตายได้]
ขอบจอของเซียวจือเริ่มแสดงขอบเทาเบาบาง ‘ทั้งหิวทั้งกระหายน้ำ แล้วเราจะหาอะไรกินที่ไหนกันล่ะ’
ตอนนี้ตัวละครของเขาไม่มีเงิน ไม่มีเส้นสาย ไม่มีอะไรเลย
โชคดีที่ชาวบ้านอย่างอวี๋ชุนเจิ้งเห็นใจพวกผู้เล่นที่ดูเหมือนผู้ลี้ภัย จึงตั้งหม้อใหญ่ต้มอาหารเลี้ยงทุกคน
ผู้เล่นแต่ละคนได้รับข้าวต้มร้อน ๆ หนึ่งถ้วย หน้าตาคล้ายโจ๊กหมอง ๆ มองผ่านจอก็ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร เซียวจือซูมภาพขึ้นสิบกว่ารอบก็ยังแยกไม่ออก
แต่ไม่เป็นไร ขอแค่กินอิ่มก็พอ เขาไม่ใช่คนเรื่องมาก พูดให้ถูกคือตัวละครในเกมไม่ใช่คนเรื่องมาก เพราะถึงจะเสิร์ฟโต๊ะจีนหรู ๆ ให้เขาในเกม เขาก็ชิมรสไม่ได้อยู่ดี
ตัวละครของเขาน่าจะหิวจัด ถึงได้กินอย่างเอร็ดอร่อยจนมีเสียงดัง “แจะ ๆ” ออกมา
อาหารมีให้แค่ถ้วยเดียว แต่น้ำมีไม่อั้น หลังจากซัดโจ๊กจนหมด เขาก็ยกทัพพีกินน้ำต่อจนหมดหลายถ้วย
คืนนั้นผู้เล่นทั้งหมดต้องนอนรวมกันที่ลานกลางหมู่บ้าน อวี๋ชุนเจิ้งจุดกองไฟขนาดใหญ่ให้ความอบอุ่น ทำให้ทุกคนสามารถนอนหลับได้โดยไม่หนาวสั่น
ใต้แสงจันทร์สาดส่อง เซียวจือนั่งนับจำนวนผู้เล่นในหมู่บ้าน ปรากฏว่ามีทั้งหมด 17 คน รวมเขาด้วย
ในจำนวนนั้น มีผู้หญิงเพียงคนเดียว
และก็เป็นอย่างที่เขาคิด ผู้หญิงได้รับการดูแลดีกว่าผู้ชาย เสื้อผ้าของเธอดูดีกว่า มีทั้งกางเกงขายาวและเสื้อแขนสั้นสีเทา
แต่น่าเสียดาย ผู้เล่นหญิงคนนี้หน้าตาธรรมดา หุ่นก็ไม่เด่น ผู้เล่นชายรวมถึงเซียวจือเอง แค่มองครู่เดียวก็เบือนสายตาไป
รอบกองไฟ มีบางคน ‘นอนหลับ’ บางคนก็จับกลุ่มพูดคุยกัน
เซียวจือร่วมวงสนทนาด้วย เขาเป็นคนอัธยาศัยดี คุยเก่ง ไม่ว่าใคร เพศไหน อายุเท่าไหร่ ก็มักพูดคุยได้ลื่นไหล ไม่ทำให้ใครรู้สึกอึดอัด
คนเดียวที่เขารู้สึกคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง เห็นจะเป็นแฟนเก่า
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
คำถามนี้ เขายังหาคำตอบไม่ได้เลย...