เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6: เศษเดนแห่งสำนักเหอฮวน

บทที่ 6: เศษเดนแห่งสำนักเหอฮวน

บทที่ 6: เศษเดนแห่งสำนักเหอฮวน


[ข่าวกรองวันนี้ 1: ผู้ฝึกยุทธ์ที่ปลุกกายพิเศษได้ตั้งแต่ในขอบเขตกายเนื้อ หากทำลายขีดจำกัดสุดยอดของกายเนื้อได้ จะสามารถยกระดับคุณภาพของกายพิเศษได้ ระดับของกายพิเศษแบ่งออกเป็น: กายวิญญาณ, กายศักดิ์สิทธิ์, กายเทพ]

“ทำลายขีดจำกัดสุดยอดของกายเนื้อ จะช่วยยกระดับคุณภาพของกายพิเศษได้งั้นรึ”

“กายวิญญาณอัคคีของข้าหากยกระดับขึ้นไปอีก ก็คือกายศักดิ์สิทธิ์”

“แล้วกายเทพเล่า จะได้มาอย่างไรกันนะ”

“เพียงแค่กายวิญญาณก็ทรงพลังถึงเพียงนี้แล้ว กายเทพจะน่าสะพรึงกลัวถึงขั้นไหนกัน”

หยางหมิงมิอาจจินตนาการได้

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาเพิ่งจะปลุกกายวิญญาณขึ้นมาได้เท่านั้น การคิดถึงเรื่องกายเทพนับว่ายังไกลเกินตัวไปหน่อย

เขาดึงความคิดกลับมา แล้วมองไปยังข่าวกรองข้อที่สอง

[ข่าวกรองวันนี้ 2: เศษเดนแห่งสำนักเหอฮวน ‘หูเม่ยเอ๋อร์’ กำลังเคลื่อนไหวก่อเหตุอยู่แถบ ‘ผิงโจว’ มันล่อลวงชายฉกรรจ์เพื่อดูดกลืนพลังหยางหลอมโลหิต หวังทะลวงสู่ขอบเขตทะเลปราณ ฝ่ายในได้ประกาศภารกิจล่าค่าหัวเมื่อสามวันก่อน ผู้ที่ทำภารกิจสำเร็จจะได้รับความชื่นชอบจากผู้อาวุโสฝ่ายใน ‘เนี่ยเหยียน’]

[พิกัดตำแหน่งของหูเม่ยเอ๋อร์ (คลิกเพื่อดู)]

“เศษเดนสำนักเหอฮวนก่อเรื่องงั้นรึ”

หยางหมิงพอจะทราบเรื่องราวของสำนักเหอฮวนอยู่บ้าง

หนึ่งร้อยเมืองรวมกันเป็นหนึ่งโจว

สำนักเหอฮวนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในร้อยเมืองของผิงโจว

สำนักเหอฮวนฝึกฝนวิถีแห่งหยินหยาง

เดิมทีเจตนารมณ์ของสำนักคือให้ศิษย์จับคู่เป็นคู่บำเพ็ญ ฝึกฝนวิชาผสานพลังเพื่อส่งเสริมกันและกัน

นับเป็นวิถีการบำเพ็ญเพียรสายตรง

นานวันเข้า ก็มีศิษย์บางคนหันไปเดินในเส้นทางอธรรม ด้วยการดูดกลืนพลังหยินเพื่อเสริมหยาง หรือดูดกลืนพลังหยางเพื่อเสริมหยิน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การบำเพ็ญเพียรสายมารนั้นรวดเร็วกว่าสายตรงมากนัก

โดยเฉพาะศิษย์หญิงที่ฝึกฝนวิชาเสน่ห์ยั่วยวน ไม่มีบุรุษใดจะต้านทานได้

ศิษย์หญิงของสำนักเหอฮวนอาศัยความได้เปรียบโดยกำเนิดนี้ ดูดกลืนพลังอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ระดับพลังก้าวหน้าไปพันลี้ในวันเดียว

ท้ายที่สุด พวกนางก็ไม่พอใจกับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปอีกต่อไป และเริ่มหมายตาศิษย์ของสำนักใหญ่

ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี สำนักนาม ‘เสวียนหยาง’ ทั้งสำนัก ตั้งแต่ศิษย์ธรรมดาไปจนถึงเจ้าสำนัก ล้วนถูกสำนักเหอฮวนดูดกลืนพลังจนสิ้นชีพ

เมื่อสำนักเป่ยโต่วทราบข่าว ก็ได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเข้ากวาดล้างสำนักเหอฮวนอย่างรวดเร็ว

วิชาเสน่ห์ยั่วยวนของสำนักเหอฮวนนั้นไร้เทียมทาน ว่ากันว่ามีศิษย์สำนักเป่ยโต่วจำนวนไม่น้อยที่ต้องจบชีวิตในศึกครั้งนั้น

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน และเคยสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแดนเหนือ!

หยางหมิงย่อมเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง

คิดดูแล้ว ผู้อาวุโสฝ่ายในนาม ‘เนี่ยเหยียน’ ผู้นี้ คงมีญาติพี่น้องหรือแม้แต่ตัวเขาเองเคยเสียทีให้แก่สำนักเหอฮวนเป็นแน่

ดังนั้น การทำภารกิจนี้ให้สำเร็จจึงสามารถซื้อใจเขาได้

เพียงทำภารกิจเดียวก็สามารถเพิ่มระดับความชื่นชอบของผู้อาวุโสฝ่ายในได้

สำหรับศิษย์ฝ่ายในทั่วไปแล้ว นี่นับเป็นข่าวกรองที่มีค่าอย่างยิ่ง

แน่นอนว่า การจะตามหาเศษเดนของสำนักเหอฮวนที่หลบหนีก่อเหตุไปทั่วนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ทว่า หยางหมิงเพิ่งจะได้รับของวิเศษแห่งฟ้าดินอย่างเพลิงอสูรบัวทองคำ ทั้งยังปลุกกายวิญญาณอัคคีขึ้นมาได้ เขาจึงไม่ได้สนใจภารกิจนี้มากนัก

เขาจึงมองไปยังข่าวกรองข้อที่สาม:

[ข่าวกรองวันนี้ 3: ระหว่างเดินทางกลับตระกูล วันนี้เวลาอู่ (เที่ยงวัน) หยางซวี่จะเดินทางผ่านผิงโจว และถูกหูเม่ยเอ๋อร์หมายตา]

[หยางซวี่เพียงแค่มองปราดเดียว ก็ถูกหูเม่ยเอ๋อร์ยั่วยวนจนหลงใหลได้สำเร็จ และจะสิ้นชีพเพราะถูกดูดกลืนแก่นพลังจนหมดสิ้นในเวลายุ่ว (17:00-19:00 น.) ของวันพรุ่งนี้!]

[ข้อมูลพิกัดของหยางซวี่ (คลิกเพื่อดู)]

“เอ่อ... พี่ใหญ่ของข้าจะไปเจอหูเม่ยเอ๋อร์ได้อย่างไรกัน”

เมื่อเห็นข้อมูลข่าวกรองข้อที่สาม หยางหมิงก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป

“ดูท่าว่าภารกิจนี้ข้าคงไม่รับไม่ได้เสียแล้ว”

“พี่ใหญ่ของข้าเป็นคนซื่อสัตย์เที่ยงตรง ทั้งยังมีสมาธิมั่นคง กลับถูกหูเม่ยเอ๋อร์ยั่วยวนจนตกหลุมพรางได้เพียงแค่มองปราดเดียว”

“ดูเหมือนว่าวิชาเสน่ห์ยั่วยวนของหูเม่ยเอ๋อร์ผู้นี้จะสูงส่งอย่างยิ่ง!”

“ข้าต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสียก่อน! อย่าให้ถึงเวลาแล้วต้องมาเสียทีนาง”

“เวลายุ่วของวันพรุ่งนี้ ยังพอมีเวลา!”

ว่าแล้ว หยางหมิงก็รีบรุดไปยังหน้าค่ายกลเคลื่อนย้าย

เนื่องจากเป็นเวลาเช้า ศิษย์ที่เดินทางมายังเทือกเขาอัคคีปฐพีจึงมีจำนวนมาก แต่ผู้ที่เดินทางกลับนั้นมีเพียงน้อยนิด

หยางหมิงต้องรอนานถึงสองชั่วยามเต็ม ค่ายกลเคลื่อนย้ายจึงจะเปิดใช้งาน

เรื่องนี้ทำให้หยางหมิงที่คอยจับตาดูข้อมูลพิกัดอยู่ตลอดเวลาเริ่มรู้สึกร้อนใจขึ้นมาบ้าง

บัดนี้เป็นเวลาอู่แล้ว

พิกัดของพี่ใหญ่และหูเม่ยเอ๋อร์ได้ซ้อนทับกันแล้ว

แต่เมื่อนึกถึงคำใบ้ในข่าวกรองว่าพี่ใหญ่จะสามารถยื้อไว้ได้จนถึงเวลายุ่วของวันพรุ่งนี้

หยางหมิงจึงลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

เมื่อกลับมาถึงยอดเขาเหยากวง หยางหมิงก็มุ่งตรงไปยังหอการภายในทันที

ศิษย์ฝ่ายนอกไม่ว่าจะเลื่อนขั้นเป็นศิษย์ฝ่ายในหรือถูกส่งตัวออกจากสำนัก ล้วนต้องผ่านหอการภายในทั้งสิ้น

สำนักเป่ยโต่วอยู่ห่างจากผิงโจวเกินกว่าหมื่นลี้ ทั้งยังไม่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ไปถึงได้โดยตรง

หยางหมิงจำเป็นต้องเช่ายืมสัตว์อสูรวิญญาณบินได้จากในสำนักเพื่อใช้เป็นพาหนะ

ในฐานะศิษย์ฝ่ายนอก สัตว์อสูรวิญญาณบินได้ที่สามารถเช่าได้ล้วนเป็นเพียงสัตว์อสูรธรรมดา กว่าเขาจะบินไปถึง พี่ใหญ่คงกลายเป็นศพแห้งไปแล้ว

มีเพียงการเลื่อนขั้นเป็นศิษย์ฝ่ายในเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์เช่ายืมสัตว์อสูรวิญญาณที่บินได้เร็วกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น หากรับภารกิจสังหารเศษเดนแห่งสำนักเหอฮวน ก็จะสามารถใช้ภารกิจเป็นหลักประกันเพื่อเช่ายืมสัตว์อสูรวิญญาณบินได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ดังนั้น หยางหมิงจึงต้องเลื่อนขั้นเป็นศิษย์ฝ่ายในเสียก่อน จึงจะสามารถเดินทางไปถึงผิงโจวได้ในเวลาอันสั้นที่สุด

“หยางหมิง เมื่อวานเจ้าเพิ่งออกไปทำภารกิจมิใช่รึ? เหตุใดจึงกลับมาเร็วนักเล่า?”

หยางหมิงเพิ่งจะก้าวออกจากค่ายกลเคลื่อนย้ายได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกเรียกไว้ด้วยเสียงที่คุ้นเคย

เขาหันกลับไป ก็เห็นหลี่เจี๋ยกำลังต่อแถวอยู่หน้าค่ายกลเคลื่อนย้ายข้างๆ เพื่อรอเดินทางออกจากสำนัก

“อ้อ ศิษย์พี่หลี่นี่เอง ท่านกำลังจะออกไปทำภารกิจหรือขอรับ”

หยางหมิงเอ่ยทักทายทันที

“ใช่แล้ว ข้ารับงานที่เหล่าศิษย์น้องไหว้วานมาสองสามงาน กำลังจะไปเทือกเขาไร้สิ้นสุดนี่แหละ!”

หลี่เจี๋ยพูดจบก็เอ่ยต่อ:

“แล้วเจ้าเป็นอะไรไป? ทำไมถึงได้มอมแมมเช่นนี้? ภารกิจล้มเหลวรึ? ไม่ได้บาดเจ็บใช่หรือไม่?”

ช่วงนี้เขาเชี่ยวชาญด้านการรับงานไหว้วาน ช่วยคนอื่นทำภารกิจจนได้หินวิญญาณมาไม่น้อย

ครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เขารับภารกิจจากผู้ว่าจ้างสามคนเพื่อไปยังเทือกเขาไร้สิ้นสุด เป็นภารกิจง่ายๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงลิ่ว

ทำให้เขาอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเห็นหยางหมิงเนื้อตัวสกปรกมอมแมม ผมเผ้ายุ่งเหยิง แม้แต่ชายเสื้อยังมีรอยไหม้ เขาก็แอบยินดีในใจ

เขารู้ดีว่า ลูกค้ารายใหม่กำลังจะมาให้เชือดถึงที่แล้ว

“ข้าจะบอกอะไรให้ การทำภารกิจน่ะมันมีเคล็ดลับของมันอยู่ ภารกิจไหนรับได้ ภารกิจไหนรับไม่ได้ ข้ารู้แจ้งเห็นจริงหมด”

“บอกตามตรงนะ มีเวลาแค่ครึ่งปี คนอ่อนหัดที่ไม่เคยทำภารกิจอย่างเจ้า เอาแต่บ่มเพาะพลังไปวันๆ ไม่มีทางหาค่าคุณูปการได้มากพอหรอก”

“เจ้ามาขอให้ข้าช่วยสิ ข้ารับรองว่าจะทำให้เจ้าหาค่าคุณูปการได้มากที่สุดในเวลาอันสั้นที่สุด ว่าอย่างไรเล่า?”

หยางหมิงก้มลงมองตัวเอง ถึงได้สังเกตเห็นว่าก่อนหน้านี้ที่เพลิงอสูรบัวทองคำช่วยขัดเกลาร่างกาย ทั้งยังปลุกกายวิญญาณอัคคีขึ้นมา ได้ขับของเสียจำนวนมากออกจากร่างกายของเขา

สภาพของเขาในตอนนี้มอมแมมอย่างยิ่ง แทบไม่ต่างอะไรจากขอทาน

“ไม่ล่ะขอรับ ตอนนี้ข้ายังไม่ต้องการค่าคุณูปการ”

หยางหมิงตอบไปส่งๆ แล้วตั้งใจจะกลับไปชำระล้างร่างกายที่ที่พักก่อน

“ไม่จริงน่า เจ้าคงไม่ได้คิดว่าตัวเองจะทะลวงสู่ขอบเขตทะเลปราณได้ภายในครึ่งปีหรอกนะ?”

“ขอบอกไว้เลยว่า เจ้ากำลังฝันกลางวันอยู่!”

“ถ้าช้ากว่านี้ก็ไม่มี... ถุย! อะไรของมันวะ บ่มเพาะพลังจนโง่ไปแล้วรึไง รอให้เจ้ามาหาข้าเถอะ ดูสิว่าข้าผู้นี้จะไม่ขูดรีดเจ้าให้ตาย!”

เขายังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นหยางหมิงเดินจากไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามอง

หลี่เจี๋ยถึงกับถ่มน้ำลายออกมาคำหนึ่ง อารมณ์ดีมาทั้งวันพลันมลายหายไปสิ้น

พร้อมกันนั้นก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวในใจว่า เมื่อถึงคราวที่หยางหมิงมาขอให้เขาช่วยทำภารกิจเมื่อใด เขาจะขูดรีดให้ถึงที่สุด

...

เมื่อเห็นหลี่เจี๋ย หยางหมิงก็นึกถึงคำใบ้ในข่าวกรองของเมื่อวานขึ้นมาได้

ว่าพรุ่งนี้เขาจะได้รับวาสนาเป็นหญ้าสุริยันสุดขั้วอายุกว่าสามร้อยปีหนึ่งต้น

หากรอให้เขาทำภารกิจสังหารเศษเดนสำนักเหอฮวนอย่างหูเม่ยเอ๋อร์สำเร็จแล้วค่อยกลับมา ทุกอย่างก็คงสายเกินไปแล้ว

“อย่างไรเสียพี่ใหญ่ก็ยังทนได้ถึงเวลายุ่วของวันพรุ่งนี้ ข้าไปเอาหญ้าสุริยันสุดขั้วก่อน แล้วค่อยรีบไปช่วยพี่ใหญ่ก็ยังไม่สาย”

“ก็แค่สูญเสียแก่นพลังไปบ้าง โอสถสุริยันสุดขั้วเม็ดเดียวก็ชดเชยกลับมาได้แล้ว”

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หยางหมิงก็กลับไปชำระล้างร่างกายจนสะอาด แล้วมุ่งตรงไปยังหอการภายใน

จบบทที่ บทที่ 6: เศษเดนแห่งสำนักเหอฮวน

คัดลอกลิงก์แล้ว