- หน้าแรก
- ความเร้นลับคืนชีพ : สายโลหิตแห่งซากศพ
- บทที่ 84 - ข่าวสาร
บทที่ 84 - ข่าวสาร
บทที่ 84 - ข่าวสาร
ลมหายใจเย็นยะเยือกพวยพุ่งออกมาหนึ่งสายอย่างเงียบงัน
สีหน้าของคุณตาฉินแข็งทื่อไปทันที ความหวาดกลัวในดวงตาทวีขึ้นเป็นหลายเท่าภายในพริบตาเดียว
แต่เวลานี้เขาแม้แต่จะเอ่ยปากยังไม่สามารถทำได้ นอกจากหลี่หรานแล้ว แทบไม่มีใครสังเกตถึงอาการผิดปกติของเขาเลย
เพียงไม่นาน ลมหายใจดำสายที่สองก็ถูกพ่นออกมา ร่างเงาอันน่าสยดสยองพลันสลายหายไป แล้วปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าคุณตาฉิน
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความตระหนกเบิกกว้างสุดขีด หวาดผวาจนเกือบจะทำลายสติทั้งหมดให้พังทลาย
“ฟู่~!”
ม่านหมอกสีดำลอยพาดเหนือศีรษะ คุณตาฉินซึ่งแววตาเปี่ยมด้วยความสิ้นหวังพลันหม่นหมองลง ร่างเงาที่พันธนาการเขาไว้คลายมือออกอย่างเงียบงัน
จากนั้นความรู้สึกแข็งทื่อชวนขนหัวลุกก็ค่อยๆ แผ่ออกมาจากทั่วร่างของเขา
หลี่หรานขนลุกวาบทั่วทั้งศีรษะ ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสับสน จ้องมองเงาร่างน่าสะพรึงนั่นอย่างตาค้าง
มัน! มันคือผีร้ายชั้นสูงแน่นอน!!
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ จะต้องถูกมันฆ่าตายหมดแน่!
หลี่หรานดิ้นรนสุดแรงเกิด แต่ฝ่ามือเย็นเฉียบกลับบีบรัดเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ขณะนี้เขาก็กลายเป็นหนึ่งใน “นักโทษ” ไปแล้ว
อีกไม่นานก็จะถึงคิวของเขาที่ต้องตาย!
“หือ? คุณตาฉินถูกปล่อยแล้วเหรอ?” มีคนสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของคุณตาฉิน แต่จุดสนใจกลับอยู่ที่การที่ผีรับใช้นั้นจากไป
หรือว่าการร้องขอชีวิตได้ผลจริงๆ!?
แววตาของผู้คนพลันเป็นประกาย ความหวาดกลัวคล้ายลดลงไปมากทันตา
ดูเหมือนจะไม่ได้เผชิญกับภูตผีจริงๆ เสียแล้ว ร่างพวกนี้ถึงจะดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง แต่ลึกๆ ก็ยังมีความเมตตาอยู่บ้าง เป็นไปไม่ได้หรอกที่พวกมันจะเป็นผี!
แต่ทันใดนั้นเอง ร่างของคุณตาฉินกลับเริ่มขยับด้วยท่วงท่าแข็งทื่อ!
ดวงตาที่ไร้แววเต็มไปด้วยความตายกวาดมองทุกคนโดยรอบ เปี่ยมด้วยความผิดแปลกอย่างยิ่งไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไป ผิวหนังบนใบหน้าปรากฏรอยเน่าเปื่อยคล้ำหมองอย่างน่าขนลุก
ดูแล้วแทบไม่ต่างจากร่างเงาประหลาดพวกนั้นเลยแม้แต่นิด!
ทุกคนขนลุกซู่ทั่วร่าง หัวใจสั่นระรัวเหมือนจะหยุดเต้น ความพยายามจะอธิบายด้วยเหตุผลเมื่อครู่ กลับยิ่งตอกย้ำความจริงที่น่าสยองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
พวกเขาเผชิญกับผีเข้าแล้วจริงๆ!
ทันใดนั้น เงาร่างผีร้ายก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง ลมหายใจสีดำพ่นออกมาอย่างต่อเนื่อง ปลิดชีพเหยื่อทีละคน
เสียงกรีดร้องและคร่ำครวญดังกระหึ่มไม่ขาดสาย เกือบทุกคนต่างก็เสียสติ ดิ้นรนสุดกำลังอย่างคลุ้มคลั่ง
แต่ภายใต้การควบคุมของผีรับใช้ มือเย็นชืดยังคงบีบรัดแน่น ไม่มีใครสามารถขัดขืนได้ นอกจากยอมรับความตายที่กำลังจะมาถึงเท่านั้น
สถานที่แห่งนี้ แปรเปลี่ยนกลายเป็นคอกฆ่าอันแท้จริง!
…
นอกเขตผี บนดาดฟ้าของตึกสูงเสียดฟ้า
หลั้วหยางรู้สึกชาไปทั้งขาขวา ทั้งร่างเอนพิงผนัง ใบหน้าเริ่มซีดเผือดมากขึ้นทุกที
บัดซบ! ผ่านมาตั้งสิบแล้ว ทำไมฤทธิ์ของลมหายใจผียังไม่หมดอีก!?
หรือว่าซีกซ้ายของร่างกายฉัน มันจะไม่มีวันฟื้นอีกเลย!?
แม้จะไร้ความรู้สึก แต่ผิวพรรณกลับยังขาวผ่องเปล่งปลั่ง เลือดไหลเวียนได้ตามปกติ เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ไม่ปรากฏร่องรอยการเน่าเปื่อยหรือตายเลยแม้แต่น้อย
ในเมื่อไม่มีสัญญาณของการตาย แล้วเหตุใดมันจึงไม่ฟื้นคืน!?
ทันใดนั้นเอง ขณะที่เขากำลังจมอยู่กับความหดหู่ลึกสุดใจ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็พลันสว่างวาบในใจ ราวกับบางสิ่งถูกจุดขึ้น
เป็นความรู้สึกเชื่อมโยงบางอย่างที่คลุมเครือ แต่มันกลับผุดขึ้นมาจากส่วนลึกสุดในหัวใจโดยไร้ที่มา
ทว่าความรู้สึกนี้กลับวูบหายไปราวกับลมหายใจ ก่อนที่เขาจะสามารถจับต้องมันไว้ได้
แต่ในวินาทีถัดมาเขากลับพบว่า ซีกซ้ายของร่างกายฟื้นกลับมาแล้ว!
เขากำหมัดซ้ายแน่น เส้นเอ็นปูดโปนขึ้นมาทันที ความรู้สึกชาทั้งหมดเมื่อครู่ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย
สิบนาที! สรุปแล้วมันใช้เวลาสิบนาทีสินะ ความรู้สึกตอนที่หายชา กลับคล้ายกับตอนที่ชาเข้าไปอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
หลั้วหยางแววตาฉายแสงเล็กน้อย การได้สัมผัสกับประสบการณ์ตรงเช่นนี้ทำให้เขาพอจะเข้าใจพลังของผีร้ายได้คร่าวๆ แล้ว
ลมดำจากเขตผีแผ่กระจายไปทั่ว ถ้าหากเผลอไปสัมผัสเมื่อไร จะกลายเป็นเป้าหมายของผีร้ายในทันที
และเมื่อมันปรากฏตัว ก็จะเคลื่อนไหวราวกับสายลมแทบไร้ร่องรอย เมื่อถูกพ่นลมหายใจใส่ ก็จะทำให้ครึ่งหนึ่งของร่างกายชาเป็นอัมพาตจนไร้ความสามารถในการเคลื่อนไหวโดยสิ้นเชิง
และเมื่อผีร้ายปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเป้าหมาย หากมันพ่นลมหายใจใส่เหนือศีรษะเมื่อไร ก็จะพรากชีวิตไปในทันที
พูดให้ชัดคือ ตราบใดที่นอนราบลงกับพื้นทันทีที่พบเจอกับผี ก็อาจรอดพ้นจากการสังหารได้ เหมือนกับตอนที่ข้าถูกผีร้ายกลืนกิน เคลื่อนไหวไม่ได้ นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงโดยไร้เรี่ยวแรง
แม้ผีจะปรากฏตัวขึ้นเงียบๆ แต่มันไม่สามารถพ่นลมหายใจจากด้านหลังได้ จึงจำต้องถอยไปอย่างไร้หนทาง
เมื่อคิดถึงจุดนี้ หลั้วหยางก็หยิบโทรศัพท์ดาวเทียมขึ้นมา แล้วกดโทรหากวนเยว่ทันที!
“ฮัลโหล เตรียมเปิดแฟ้มข้อมูลวิญญาณใหม่”
“รับทราบค่ะ ว่ามาเลย” กวนเยว่ตอบรับทันทีด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ชื่อรหัส : ผีลมหายใจ ระดับเหตุการณ์วิญญาณ : A รูปแบบการสังหารจะเริ่มต้นเมื่อสัมผัสลมดำภายในเขตผี จากนั้นผีร้ายจะปรากฏขึ้นเบื้องหลังเป้าหมาย พ่นลมหายใจสองครั้งแรกเพื่อทำให้ร่างกายเป้าหมายเป็นอัมพาต ก่อนจะโผล่ด้านหน้าแล้วพ่นลมหายใจที่สามใส่เหนือศีรษะเพื่อสังหารโดยสมบูรณ์”
“ทางพวกคุณสามารถจัดเจ้าหน้าที่ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชน เมื่อพบเจอกับผี ให้ใช้วิธีนอนราบเพื่อหลบเลี่ยง หรือจะให้นอนลงเสียตั้งแต่ตอนนี้ ห้ามขยับอีก”
“รับทราบครับ ผมจะส่งข้อมูลของคุณขึ้นไปให้เบื้องบนทันที”
หลั้วหยางวางสายอย่างสงบนิ่ง แล้วเตรียมตัวเข้าสู่เขตผีอีกครั้ง
คราวนี้ในเมื่อเข้าใจรูปแบบการโจมตีของผีร้ายแล้ว ก็ไม่มีทางปล่อยให้มันลอยนวลอีกต่อไป ต้องจับมันขังไว้ให้ได้!
…
ในสำนักงานใหญ่ กวนเยว่ รายงานข้อมูลที่หลั้วหยางให้ไว้ตรงๆ ต่อจ้าวเจี้ยนกั๋ว
แววตาของจ้าวเจี้ยนกั๋วสั่นไหวเล็กน้อย ความกดดันในสีหน้าคลายลงบ้าง “หลั้วหยางคนนี้ก็ไม่เลวเลยทีเดียว ดูเหมือนเขาจะจัดการได้ด้วยตัวคนเดียว ไม่ต้องให้ใครไปสนับสนุนอีกแล้ว”
“เช่นนั้น จะประกาศกระจายข่าวเลยหรือไม่ค่ะ?” กวนเยว่ถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
ในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้เหตุการณ์เหนือธรรมชาติจะแพร่ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทางศูนย์กลางก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยการฟื้นคืนชีพของผีให้ประชาชนรับรู้
หากมีการประกาศออกไป ก็เท่ากับยอมรับกลายๆ ว่า ผีร้ายได้ฟื้นคืนจริงแล้ว!
จ้าวเจี้ยนกั๋วลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ตอนนี้อย่าเพิ่งประกาศเลยดีกว่า เดี๋ยวฉันจะไปขอความเห็นจากเบื้องบนก่อน”
“เข้าใจแล้วค่ะ” กวนเยว่ รับคำสั้นๆ แล้วกลับไปทำงานของตนต่อ
…
ในเขตผีอันมืดมิด แสงจันทร์สีขาวนวลเจิดจ้าส่องฝ่าอากาศเย็นเฉียบเข้ามา ห่อหุ้มร่างของหลั้วหยางไว้แน่น แล้วพาเขาก้าวเข้าสู่โลกสลัวเบื้องหน้า
แรงที่ใช้เร่งพลังของกระดูกวิญญาณ ดูเหมือนจะมากเกินไปรึเปล่า!
หลั้วหยางก้มมองแขนขวาที่กลายเป็นกระดูกวิญญาณก่อนจะแตกกระจายกลายเป็นเถ้าของเขตผี รอบข้างกระดูกแต่ละข้อที่แข็งทื่อปรากฏเนื้อเยื่อฉีกขาด เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด
เพียงไม่กี่วินาที แขนขวาของเขาก็อาบโชกไปด้วยเลือดสด ราวกับธารน้ำสายหนึ่งที่ไหลเป็นสายไม่ขาดสาย
แย่แล้ว! ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ฉันใช้พลังของกระดูกวิญญาณบ่อยเกินไป แถมตอนนี้ยังมากระตุ้นซ้ำอีก ความรู้สึกเหมือนผีร้ายจะตื่นขึ้นมาเริ่มรุนแรงมากขึ้น
แววตาของหลั้วหยางฉายความเคร่งเครียดหนักหน่วง ขณะความเจ็บปวดจากกล้ามเนื้อฉีกขาดแผ่ซ่านทั่วกาย เส้นกระดูกทั่วร่างส่งเสียงครืดคราดออกมา เหมือนถูกเข็มนับพันเล่มแทงทะลุ ความเจ็บและคันปนเปกันดั่งถูกหมื่นมดรุมแทะกระดูก
แบบนี้ชัดเลย! คราวนี้ต้องจับให้ได้ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่มีโอกาสได้เรียกพลังของกระดูกวิญญาณอีกแล้วในเร็วๆ นี้!!
เมื่อคิดเช่นนั้น ร่างของหลั้วหยางก็เปล่งแสงนวลเย็นของแสงจันทร์ ล่องลอยแวววาวอยู่กลางความมืดมิดราวภูตผี
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ คือต้องรีบหาผีร้ายให้พบ แล้วปิดผนึกมันซะ!
ตลอดเส้นทางที่เคลื่อนไป จำนวนของผีรับใช้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ไม่พบเงาของผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อคิดว่าเวลาผ่านมาตั้งสี่ถึงห้าชั่วโมงแล้ว หลังเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้น และผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยออกจากบ้านตอนกลางคืนอยู่แล้ว การหายตัวไปเช่นนี้ก็นับว่าอยู่ในขอบเขตปกติ
ทันใดนั้น! เสียงจอแจแผ่วเบาก็แว่วมาจากที่ห่างออกไป!!
หลั้วหยางเหลือบมองไปทางต้นเสียง และมองเห็นเพียงเงาทะมึนของสี่แยกโล่งกว้าง มีผีรับใช้กลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากที่นั่นอย่างเงียบงัน
เสียงแผ่วเบานั้น ก็มาจากทิศที่พวกมันก้าวออกมานั่นเอง!
“ไปดูหน่อยดีกว่า” หลั้วหยางรู้สึกไม่สบายใจขึ้นเล็กน้อย รีบเข้าไปใกล้ทันที และทันทีที่พวกผีเห็นเขา ก็กรูกันเข้ามาพร้อมก้าวแข็งทื่อ
ดาบกระดูกวิญญาณฟาดลงอย่างไร้ความลังเล เฉือนร่างผีรับใช้จนกลายเป็นซากไร้หัว จากนั้นหลั้วหยางก็เลี้ยวเข้าสู่ถนนเป้าหมาย
ภาพที่ปรากฏตรงหน้า! ทำให้เขาถึงกับตะลึงงันไม่อาจหายใจ!!
(จบบท)