เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 68 - หนีอีกครั้ง

บทที่ 68 - หนีอีกครั้ง

บทที่ 68 - หนีอีกครั้ง 


ความรู้สึกไม่มั่นคงอันรุนแรงแผ่ซ่านปั่นป่วนอยู่ในอก

ไอเย็นชวนสยองแผ่กระจายออกจากสองมือซีดเหลือง ราวกับคลื่นน้ำแข็งซัดกระหน่ำ ทำให้ร่างของหลั้วหยางแข็งค้างไปในทันที ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย

ทันใดนั้นเอง เท้าทั้งสองของเขาก็เริ่มจมลึกลงไปในพื้น ถูกจ้าวอี้กระชากดึงลงอย่างแรง

สีหน้าของหลั้วหยางแข็งทื่อ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แม้แต่น้อย ทำได้เพียงลืมตาเบิกโพลง มองร่างกายของตนจมหายลงไปอย่างช้าๆ

ในชั่วเสี้ยวขณะ พื้นที่ซึ่งเดิมทีไม่หนามากกลับกลายเป็นเหมือนเหวลึกไร้ก้น ร่างกายที่จมหายไปแล้วไม่อาจรับรู้ความรู้สึกใดๆ ได้อีก ถูกดูดกลืนจมหายราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

ปลายคาง ปลายจมูก ดวงตา เส้นผมสีเทาขาว ล้วนจมหายลงไปในพื้นจนหมดสิ้น

จ้าวอี้กระชากร่างที่แข็งทื่อไร้การตอบสนองของเขาไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง “ฮึ! ไอ้เราก็นึกว่าแกจะเก่งกาจขนาดไหน สุดท้ายแค่ถูกฉันลากเอาไว้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วไม่ใช่เร้อะ!” 

ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงของเจิงเซิ่งก็ดังสะท้อนไปทั่วทั้งเขตพลังผี

“จ้าวอี้! แกแม่งมีสติหน่อย! รีบพาพวกเราหนีเดี๋ยวนี้เลย!” 

จ้าวอี้ปล่อยร่างที่จมหายลงในพื้นไปโดยไม่ลังเล แล้วผุดขึ้นมายืนอยู่บนพื้นอีกครั้ง

ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แววตาเย่อหยิ่งพร่างพรูไปด้วยความโอหัง “หนีบ้านแกสิ! ฉันจัดการกับไอ้ผู้รับผิดชอบจอมปลอมเรียบร้อยแล้วโว้ย!” 

พูดไม่ทันจบสายตาก็เหลือบไปเห็นเข้ากับ…

หลั้วหยางกำลังนั่งยิ้มอยู่บนเก้าอี้ทองคำอย่างสง่างาม ร่างกายไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน!!

ส่วนพรรคพวกของเขาคนหนึ่ง กลับลอยห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ ถูกกระดูกวิญญาณแหลมแหวกเสียบทะลุร่างเหมือนกับเสี่ยวหยางในตอนก่อนหน้า ไม่มีการเคลื่อนไหวอีกเลย

เป็นไปได้ยังไง!? เมื่อกี้เขาถูกฉันลากลงไปในดิน กำลังจะขาดอากาศหายใจตายอยู่แล้วไม่ใช่รึไง!?

เจิงเซิ่งเห็นสีหน้าตื่นตะลึงงุนงงของเขาก็รีบวิ่งเข้ามาพลางตะโกนลั่น “ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้ว ใช้หัวคิดบ้าง! เขตผีสามารถหลอกประสาทสัมผัสได้! ที่แกลากไปน่ะมันคือลี่ฝู!” 

หา?! ลี่ฝูงั้นเหรอ!?

สีหน้าจ้าวอี้พลันแข็งทื่อในพริบตา ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ขัดขืนเลยสักนิด ‘พี่ลี่ฝู ขอโทษด้วยนะ!’ 

“อย่ามัวลังเลอีกแล้ว! รีบพาพวกเราหนีเร็วเข้า!” เจิงเซิ่งเร่งเร้าไม่หยุด เพราะเขารู้ดีว่าเขตพลังผีแบบนี้ไม่มีทางสู้ได้ หากไม่รีบถอย พวกเขาทั้งหมดจะต้องถูกกระดูกวิญญาณนี้บดขยี้แน่นอน!

จ้าวอี้กำหมัดแน่น ในใจเต็มไปด้วยความคับแค้นและไม่ยอมรับ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเพียงไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา กลุ่มจวี้อี้ถังของพวกเขาจะพ่ายแพ้อย่างหมดรูปเช่นนี้!

เขาจ้องหลั้วหยางด้วยสายตากราดเกรี้ยว แล้วประกาศเสียงกร้าว “แกน่ะ! กลุ่มจวี้อี้ถังของพวกฉันจะจดจำไว้!” 

คำพูดจบลง เขาก็พุ่งจมหายลงใต้พื้นดินอย่างว่องไว ใช้มือคว้าเอาขาทั้งสองของเจิงเซิ่งแล้วลากลงไปด้วยทันที

จากนั้นก็ใช้แขนซ้ายจับเจิงเซิ่ง แขนขวาจับลี่ฝู ดำดิ่งลงไปในพื้นดินอย่างปลาว่ายในน้ำ ลอยล่องหลบหนีออกจากเขตพลังผีอย่างง่ายดาย

หลั้วหยางเงียบงันมองภาพนั้น ไม่ได้ขัดขวางอะไร แสดงออกชัดเจนว่าเขาอนุญาตให้หลบหนีไปได้

ตั้งแต่ต้นเขาก็ไม่เคยคิดว่าจะสามารถควบคุมทุกคนจากกลุ่มจวี้อี้ถังได้อยู่แล้ว

อาศัยเขตผีเขาสามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้โดยไม่ลำบากนัก แต่ถ้าจะกักขังทุกคนไว้จริงๆ ด้วยกระดูกวิญญาณที่เหลือเพียงเก้าเส้น มันก็ไม่พอเสียด้วยซ้ำว่าจะเอาไปแบ่งใช้กับใคร

ถ้าใช้เพียงหนึ่งหรือสองเส้นกับแต่ละคน ก็คงจะถูกทำลายได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ซึ่งไม่ต่างอะไรกับฝันกลางวันเลย

‘กลุ่มจวี้อี้ถัง’ ดูไปก็แค่กลุ่มวัยรุ่นหัวร้อนที่กลายเป็นผู้ควบคุมวิญญาณโดยบังเอิญ แล้วตั้งตัวเป็นองค์กรขึ้นมาแบบงูๆ ปลาๆ เท่านั้น

ในกลุ่มนั้น คนเดียวที่ดูจริงจังเป็นผู้ใหญ่ก็คือชายใส่แว่นคนนั้น

แต่ถึงอย่างนั้น หลั้วหยางก็เคยคิดจะลงมือกับเขาเป็นอันดับแรก เพราะอีกฝ่ายระมัดระวังเป็นอย่างมาก แถมยังไวต่อกลิ่นอายของอันตรายอย่างยิ่ง ถึงกับผลักเพื่อนร่วมกลุ่มไปเผชิญกับกระดูกวิญญาณแทนตัวเอง

ดูจากท่าทีแล้ว เขาน่าจะเป็นตัวอันตรายที่สุดในกลุ่ม น่าเสียดายที่เขตพลังผีของหลั้วหยางยังมีขอบเขตเล็กเกินไป ไม่อาจครอบคลุมทั่วทั้งเมืองได้

ไม่อย่างนั้น เขาคงจะลากตัวหมอนั่นออกมาจัดการให้รู้แล้วรู้รอดไป!

แต่ถ้าหมอนั่นยังรู้จักประมาณตน รีบหนีออกจากเมืองจงซีไปให้พ้น เรื่องก็จะจบลงเท่านั้น

แต่ถ้ายังกล้าคิดเล่นอะไรแผลงๆ อีกล่ะก็…ครั้งหน้า เขาจะไม่มีโอกาสหลบหนีได้อีกต่อไปแน่นอน!

แน่นอนว่าไม่ว่าจะยังไง หลั้วหยางก็จะต้องออกหมายจับพวกนั้นให้ได้แน่!

หลั้วหยางสลัดความคิดทั้งหมดออกจากหัว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรหา “หัวหน้าหลิน” เขากล่าวเสียงเย็น “ช่วยจัดการส่งของทองทั้งหมดมาให้ผมที่นี่ด่วนที่สุด”  

เวลานี้ผู้ควบคุมวิญญาณทั้งสองที่ถูกกระดูกวิญญาณตรึงร่างไว้ เริ่มมีทีท่าว่าจะสามารถขยับได้อีกครั้ง

ทันใดนั้น เขตพลังผีก็สลายหายไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ควบคุมวิญญาณสองคนที่มีกระดูกเสียบคาอยู่ตามร่างก็ร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น

ชั่วอึดใจ พวกเขาทั้งคู่ก็ขยับตัวพร้อมกัน คนหนึ่งอยู่ข้างหน้า อีกคนอยู่ข้างหลัง

หลั้วหยางหรี่ตาลงเล็กน้อย ขณะนี้กระดูกวิญญาณทั้งสิบเส้นบนแขนเขากำลังเข้าสู่ช่วงพักฟื้น หากจะพูดให้ถูกต้อง เวลานี้เขาก็ไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาทั่วไป

ในจังหวะที่เขากำลังลังเลว่าจะใช้แว่นเลนส์เดี่ยว หรือจะยอมเสี่ยงกับการปลุกพลังของกระดูกวิญญาณขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งสองคนตรงหน้าก็ลุกพรวดขึ้นมาอย่างฉับพลัน แล้วทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น เริ่มโขกศีรษะใส่พื้นไม่หยุด

“ขอร้องท่านเถอะ! ได้โปรดเมตตาไว้ชีวิตพวกเราด้วย!” 

“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! พวกเราก็แค่ลูกกระจ๊อกของกลุ่มจวี้อี้ถังแค่นั้นเอง! แผนทั้งหมดที่เล่นงานท่านผู้รับผิดชอบเป็นของเจิงเซิ่งกับหัวหน้าพวกเราทั้งนั้น! เราเองก็อยากคัดค้านอยู่หรอก แต่เสียงของเรามันเบานัก ไม่มีสิทธิ์จะตัดสินอะไรได้เลย!” 

“ถูกต้อง! ตอนรู้ว่าท่านผู้รับผิดชอบจะมาน่ะ พวกเรายังดีใจแทบบ้าเลยด้วยซ้ำ!” 

ดูท่าว่าจะโดนฉันข่มขวัญเสียจนกลัวไปแล้วสินะ ก็ไม่แปลกหรอก เพราะพวกเขาไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริงของฉันเลย

แค่ฉากเมื่อครู่ที่ฉันใช้พลังกดพวกเขาไว้ จนจ้าวอี้ต้องหนีกระเจิง ก็เพียงพอจะทำให้ขวัญหนีแล้ว

หลั้วหยางยิ้มนิ่ง “พวกนายยังคุกเข่าพูดกับฉันได้ นั่นก็นับว่าเมตตาเพียงพอแล้วกระมัง?” 

แม้หลั้วหยางจะพูดพร้อมรอยยิ้ม ทว่าความหนาวเย็นกลับแผ่ซ่านเข้าไปถึงกระดูกทั้งสองคนทันที พอนึกถึงสภาพที่ถูกกดทับจนขยับไม่ได้เมื่อครู่ ก็ยิ่งยอมโขกหัวกับพื้นอย่างแรงไม่หยุด

“ท่านผู้รับผิดชอบเมตตาไว้ชีวิตพวกเราแล้วจริงๆ” 

“ใช่! ใช่! ขอบพระคุณในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้!” 

“ท่านคงอยากรู้เรื่องของกลุ่มจวี้อี้ถังใช่ไหมครับ กระผมยินดีเล่าทุกอย่าง ไม่มีปิดบังแม้แต่นิด!” 

หลั้วหยางมองดูทั้งสองที่รู้จักเลือกวางตัวดีนัก ก็เอ่ยขึ้นเบาๆ “ก็ไม่ได้อยากรู้นักหรอก แค่บังเอิญเจอแมลงตัวหนึ่งขวางทาง เลยเผลอเหยียบเข้าให้ แล้วก็เหลียวกลับไปดูนิดหน่อยเท่านั้นเอง” 

“ใช่ครับ! ใช่! องค์กรกระจอกงอกง่อยอย่างจวี้อี้ถัง มีโอกาสถูกท่านเหยียบตายได้ก็นับเป็นบุญวาสนาแล้ว!” 

“เริ่มเล่ามาเลยเถอะ” หลั้วหยางเอนตัวพิงมือ เอ่ยเสียงเนิบอย่างว่าง่าย

สองคนนั้นสบตากันแวบหนึ่ง แล้วรีบเล่าทุกอย่างที่ตนรู้โดยไม่อ้อมค้อม

หลั้วหยางฟังเงียบๆ ทีละคำ จนค่อยๆ เข้าใจภาพรวมของกลุ่มจวี้อี้ถังอย่างกระจ่างชัด

กลุ่มนี้เพิ่งจะก่อตั้งขึ้นได้เพียงสองเดือน โดยจ้าวอี้เป็นผู้ริเริ่มจากการรวมตัวกันของคนธรรมดาไม่กี่คน เขาใช้พละกำลังสร้างอิทธิพล กึ่งปกครองกึ่งคุ้มครองเมืองด้วยแนวคิดอันเพี้ยนแต่แน่วแน่

ภายใต้ชื่ออันโอ่อ่าว่า “จวี้อี้ถัง” พวกเขาเริ่มมีสมาชิกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนที่กลายเป็นผู้ควบคุมวิญญาณได้อย่างฟลุ๊ค ต่างก็เข้าร่วมทีละคน และเมื่อเจิงเซิ่งก้าวเข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกผัน

ด้วยไหวพริบและการบริหารของเจิงเซิ่ง กลุ่มจวี้อี้ถังเริ่มฟันรายได้ก้อนโต แถมยังยึดครองอาคารทงเทียนเอาไว้เป็นฐานของตัวเอง

บรรดานักธุรกิจและตระกูลใหญ่ในเมืองจงซี ต่างก็พากันเอาอกเอาใจพวกเขาอย่างเหลือล้น ยิ่งกว่ากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียอีก

อย่างไรก็ตาม วิสัยทัศน์ของจ้าวอี้ยังไม่เปลี่ยน เขาเชื่อมั่นว่าต้องคอยปกป้องเมืองจงซีให้ได้ เจิงเซิ่งก็สนับสนุนแนวคิดนี้เช่นกัน ไม่มีใครกล้าขัดขวาง

แต่หลังจากเหตุการณ์ประหลาดจากเขตผีเมื่อไม่นานมานี้ สมาชิกธรรมดาทั้งหมดของกลุ่มกลับตายเกลี้ยง เหลือรอดเพียงห้าคนสุดท้ายที่ยังมีพลังควบคุมวิญญาณเท่านั้น

และการมาถึงของผู้รับผิดชอบอย่างหลั้วหยางในครั้งนี้ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดมาก่อน สร้างความตื่นตระหนกและวิตกกังวลไม่น้อย จนกระทั่งเจิงเซิ่งเสนอความคิดให้ทดสอบหลั้วหยางดูเสียหน่อย ว่าคู่ควรกับตำแหน่งนี้หรือไม่

ด้วยความมั่นใจเกินร้อย จ้าวอี้ไม่มีท่าทีจะคัดค้านอะไร แถมยังอาสาลงมือเองเพื่อวัดฝีมือของหลั้วหยางด้วยซ้ำ แต่ไม่คาดเลยว่าการประลองนี้จะกลายเป็นหายนะในทันที!

เขาเหยียบกับระเบิดที่ชื่อหลั้วหยางเข้าเต็มเปา แล้วโดนกวาดเรียบทั้งกลุ่มในพริบตา!!

ดวงตาของหลั้วหยางสะท้อนแสงเย็นวูบหนึ่ง ฟังดูแล้ว กลุ่มจวี้อี้ถังอาจไม่ได้ก่อกรรมทำเข็ญร้ายแรงอะไร

แต่แค่การกล้าจับมือเล่นงานเขาในฐานะผู้แทนจากส่วนกลาง ก็ถือว่าสมควรตายได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!

ไม่มีเหตุผลอื่นเลย เพราะเขาคือ “เจ้าหน้าที่จากทางการ องค์กรควบคุมวิญญาณนานาชาติ เขตเอเชีย” 

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 68 - หนีอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว