- หน้าแรก
- ย้อนเวลาสู่ปี 2010 : เริ่มต้นจากศูนย์ สู่ยุคทองของบิตคอยน์
- ตอนที่ 1: สามโศกนาฏกรรมของชายวัยกลางคน
ตอนที่ 1: สามโศกนาฏกรรมของชายวัยกลางคน
ตอนที่ 1: สามโศกนาฏกรรมของชายวัยกลางคน
"ตอนที่แกสองคนตัดสินใจจะแต่งงานกัน พ่อกับแม่ก็คัดค้านหัวชนฝา! เสี่ยวจิงเอ๊ย ถ้าตอนนั้นแกเชื่อคำแม่บ้าง จะไม่มีทางมาถึงจุดนี้ได้เลย!"
"แม่คะ ตอนนี้ชีวิตลูกก็ไม่ได้แย่อะไรนี่นา"
"ไม่ได้แย่? มันดีตรงไหนกัน! พวกแกเพิ่งซื้อบ้านเมื่อปีที่แล้วเอง พอมาปีนี้อู๋ซือเต้าก็โดนเลิกจ้าง หางานใหม่ก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องไปขับมอเตอร์ไซค์ส่งอาหารทุกวัน ลูกก็เพิ่งจะขวบเดียว หนี้ผ่อนบ้านก็เป็นแสน ๆ หยวน แล้วชีวิตหลังจากนี้พวกแกจะอยู่กันยังไง!"
"การส่งอาหารมันแย่ตรงไหนคะ? เขาไม่ได้ไปลักขโมยใครซักหน่อย มันคืออาชีพสุจริตนะ! แถมอู๋ซือเต้าเองก็ไม่เคยปล่อยให้ลูกเมียอดอยาก นี่มันก็คือชีวิตของคนธรรมดาส่วนใหญ่ไม่ใช่เหรอ? หนูเชื่อว่าเขาจะไม่มีทางส่งอาหารไปตลอดชีวิตแน่! เขาเป็นคนมีความสามารถนะ แค่โชคไม่ดีไปหน่อยเอง..."
อู๋ซือเต้าที่ยืนอยู่หน้าประตู ได้ยินเสียงโต้เถียงระหว่างแม่ยายกับภรรยาเสิ่นเสี่ยวจิง อยู่ข้างใน เขาจึงค่อย ๆ เก็บกุญแจเงียบ ๆ แล้วย่องลงบันไดไป
สามโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของชายวัยกลางคน — ซื้อบ้าน ตกงาน และเล่นหุ้น
และอู๋ซือเต้าก็ได้ลิ้มรสความขมขื่นนั้นครบถ้วน...
ในปี 2021 เขาตัดสินใจเข้าตลาดหุ้นตอนที่ดัชนีพุ่งถึง 3700 จุด ทันทีที่เขาเข้าซื้อ ตลาดหุ้นกลับดิ่งเหวราวกับว่าตลาดทุนแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อดักเขาโดยเฉพาะ เขาลงทุนไป หนึ่งแสนหยวน แต่สุดท้ายต้องปิดบัญชีด้วยเงินเหลือเพียง ห้าหมื่นหยวน
ในปี 2022 เห็นว่าราคาบ้านเริ่มลดลงกว่าปีก่อน ๆ อู๋ซือเต้ากัดฟัน ยืมเงิน และซื้อบ้านหลังหนึ่งในเมืองจินและหลังจากที่เขาซื้อ ราคาบ้านก็เริ่มตกลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงปี 2025 เงินดาวน์ก้อนแรกที่ลงไปนั้น แทบจะหายไปหมดแล้ว ถ้าขายตอนนี้ก็ไม่พอใช้หนี้ธนาคารด้วยซ้ำ!
ซ้ำร้ายกว่านั้น ในปี 2024 เจ้านายของเขาดันหอบข้าวของหนีหายไปในคืนเดียว แถมยังติดหนี้ค่าแรงเขาและพนักงานคนอื่น ๆ อีกตั้ง สามเดือน!
ถ้าไม่ได้เพราะบริษัทของเสิ่นเสี่ยวจิงยังจ่ายเงินเดือนอยู่ บ้านหลังนี้คงถูกธนาคารยึดไปประมูลขาย และทั้งคู่คงต้องไปใช้ชีวิตอยู่ข้างถนน
ในยุคนี้ โปรแกรมเมอร์วัยสามสิบกว่า ที่จบปริญญาตรีธรรมดา ๆ มีให้เกลื่อนกลาด อู๋ซือเต้าเดินชนกำแพงทุกครั้งที่ไปสมัครงาน จนในที่สุด เขาก็หมดหนทางและต้องเข้าร่วมกองทัพนักรบส่งอาหาร
ทำงานหนักแทบตายเป็นเดือน เขาก็ได้เงินมาแค่ สี่พันกว่าหยวน
แค่พอจ่ายค่าผ่อนบ้านให้พวกนายทุนไปวัน ๆ
อู๋ซือเต้าเริ่มรู้สึกสิ้นหวัง เขารู้สึกเหมือนชีวิตครึ่งหลังของเขาถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด
เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเร่ร่อนไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากเสิ่นเสี่ยวจิง
"ยังไม่เลิกงานอีกเหรอคะ? ฉันทำอาหารเย็นไว้แล้วนะ เมื่อไหร่จะกลับมา?"
"ใกล้แล้วล่ะ ขอไปส่งอาหารเที่ยวสุดท้ายนี่ก่อนนะ"
"อืม... งั้นขับรถดี ๆ นะคะ อย่าเร็วเกินไป เอ่อ... วันนี้แม่ฉันมาที่บ้านด้วยนะ แม่ชอบบ่นจุกจิก ถ้าเขาพูดอะไรที่ไม่เข้าหู คุณก็แค่ทำเป็นไม่ได้ยินไปก็แล้วกันนะ" น้ำเสียงของเสิ่นเสี่ยวจิงแผ่วเบาในประโยคสุดท้าย
"ได้ครับ ผมเข้าใจ"
หัวใจของอู๋ซือเต้าบีบรัดด้วยความรู้สึกผิด
บางครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า ในฐานะชายวัยสามสิบกว่าที่ยังไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย ความสำเร็จเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้ของเขา ก็คือการได้แต่งงานกับภรรยาที่ดีอย่างเสิ่นเสี่ยวจิง!
ระหว่างทางกลับบ้าน เมื่อผ่านร้านขายลอตเตอรี่ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าผลการออกรางวัลซวงเซ่อฉิว(หวยสองสี)ได้ประกาศแล้ว
"2, 3, 17, 18, 22, 33 ส่วนเลขสีน้ำเงินคือ 16! ให้ตายสิ! ขาดไปแค่ตัวเดียว... มณฑลกวางตุ้งถูกรางวัลตั้ง 108 ใบ! รางวัลเดี่ยว 5.23 ล้านหยวน! มีคนกวาดรางวัลแจ็กพอตอีกแล้ว ห้าร้อยกว่าล้านหยวน!"
ใช่... ขาดไปแค่ตัวเดียวจริง ๆ ตัวเลขที่เขาซื้อคือ 1, 2, 16, 17, 21, 32 ส่วนเลขสีน้ำเงินคือ 15!
แต่ละตัวเลขพลาดไปจากเลขที่ถูกรางวัลแค่ตัวเดียวเท่านั้น!
"ห้าร้อยล้าน! ทำไมโชคแบบนี้ไม่เคยตกมาถึงฉันบ้างเลยวะ?"
การใช้เงินวันละสองหยวน เพื่อซื้อสซวงเซ่อฉิวกลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและความหวังเดียวของอู๋ซือเต้า— ถึงแม้ว่าทุกครั้งที่ประกาศผล มันก็พามาซึ่งความผิดหวังก็ตาม
แต่ถ้าไม่ใช่การถูกลอตเตอรี่แล้ว จะมีอะไรอีกบ้างที่สามารถช่วยให้เขารวยได้อย่างรวดเร็วในยุคนี้?
คิดมาถึงตรงนี้อู๋ซือเต้าก็รู้สึกปวดหัวตุบ ๆ ขึ้นมาทันที
อาจเป็นเพราะการโหมเขียนโค้ดจนดึกดื่นมาหลายปี หรืออาจเป็นเพราะความเครียดทางจิตใจ แต่ช่วงนี้เขาเริ่มมีอาการปวดหัวเป็นระยะ
เมื่อขี่รถกลับมาถึงหน้าประตูบ้านพัก อาการปวดหัวของอู๋ซือเต้าก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เขารู้สึกเหมือนขมับกำลังเต้นระรัว
เขาพยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดไว้ และในขณะที่เขากำลังเปิดประตูหน้าบ้าน จู่ ๆ ก็มีเสียง "ผัวะ!" ดังขึ้นในสมอง ราวกับว่ามีเส้นลวดเส้นหนึ่งขาดออก
เขามองเห็นเสิ่นเสี่ยวจิงกำลังยืนอุ้มลูกอยู่ในห้องนั่งเล่น มองมาที่เขาด้วยสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด
วินาทีต่อมา...
สายตาของอู๋ซือเต้าก็มืดดับวูบ และเขาล้มลงไปกองกับพื้น เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าจิตสำนึกของเขากำลังหลุดลอยออกจากร่างอย่างรวดเร็ว เขามองเห็นเสิ่นเสี่ยวจิงรีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมลูกน้อย เขย่าร่างของเขาอย่างแรง น้ำตาไหลอาบแก้ม
"ฉันตายแล้วเหรอเนี่ย? ฉันไม่อยากตายนะ! ฉันยังมีเมีย มีลูก มีพ่อแม่... ฉันจะตายไม่ได้!"
เขากรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา จิตสำนึกของเขาเฝ้าดูตัวเองลอยห่างออกไปจากภรรยาและลูกมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาไม่ได้กลัวความตาย แต่เขากลัวที่จะตายโดยที่ยังไม่ประสบความสำเร็จอะไร ทิ้งภาระอันหนักอึ้งไว้ให้ภรรยา ลูก และพ่อแม่!
ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เสียงแผ่วเบาและไพเราะก็ค่อย ๆ ดังมาถึงเขา
เป็นเสียงดนตรี!
"ฉันจะตายไม่ได้..."
ความมุ่งมั่นในใจทำให้อู๋ซือเต้าปล่อยเสียงคำรามออกมา เขาลืมตาขึ้นทันที และสภาพแวดล้อมที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาตรงหน้าก็ทำให้เขานิ่งค้างไปในทันที
"นี่... นี่มันบ้านเก่าของฉันไม่ใช่เหรอ?"
เขามองไปรอบ ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ
บนโต๊ะทำงานมีหนังสือวางกระจัดกระจาย พร้อมด้วยคอมพิวเตอร์ โคมไฟตั้งโต๊ะ และโทรศัพท์ที่กำลังสั่นพร้อมเล่นเพลงอยู่
ห้องนี้คือห้องนอนของอู๋ซือเต้าซึ่งเขาเคยอาศัยอยู่มานานกว่ายี่สิบปี เขาจึงคุ้นเคยกับมันดี
แต่เขาจำได้อย่างชัดเจนว่าบ้านเก่าหลังนี้ถูกทุบทิ้งไปตั้งแต่ปี 2016 แล้ว!
เสียงเพลงจากโทรศัพท์หยุดลง
เขาดึงสติกลับมาได้อู๋ซือเต้าคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา มันคือ โนเกีย N95 รุ่นเก่า ซึ่งเป็นเครื่องก็อปปี้ที่เขาเคยใช้จนถึงช่วงเรียนปีสาม
เวลาบนหน้าจอโทรศัพท์แสดงอย่างชัดเจนว่า: วันที่ 10 มิถุนายน 2010!
อู๋ซือเต้ารู้สึกมึนงงเล็กน้อย เขาผลักประตูออกด้วยเท้าเปล่าและเดินไปรอบ ๆ บ้าน เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นคุ้นตา มันคือที่ที่เขาและพ่อแม่อยู่มานานหลายสิบปีจริง ๆ
สุดท้าย สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่โต๊ะอาหาร
มีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งและธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนวางอยู่
ในโน้ตเขียนไว้ว่า: "ลูกรัก สอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จแล้วนะ นี่คือเงินร้อยหยวนสำหรับค่าอาหารกลางวันและค่าขนม เอาไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ๆ ได้เลย แต่จำไว้ว่าให้กลับมากินข้าวเย็นด้วยนะ"
ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ ร่างกายของอู๋ซือเต้าสั่นสะท้าน โน้ตในมือร่วงหล่นลงพื้น
ปีนั้น... หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ พ่อกับแม่ตั้งใจทิ้งเงินร้อยหยวนนี้ไว้ให้เขาโดยเฉพาะในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้เขาได้ออกไปผ่อนคลาย!