เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 70 สมองบรรเจิดเกินไปแล้ว

ตอนที่ 70 สมองบรรเจิดเกินไปแล้ว

ตอนที่ 70 สมองบรรเจิดเกินไปแล้ว


หานเวินเวินหิ้วของที่เพิ่งซื้อกลับมาถึงหอพัก

พอเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นเสี่ยวเหอฉิงกำลังยืดเส้นอยู่บนระเบียง หางม้าของเธอทำให้ภาพลักษณ์ที่ดูหวานนุ่ม กลับดูแข็งแกร่งเอาจริงเอาจังขึ้นมาทันที

เธอยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดกำแพง สูงจนเกือบจะเลยหัว แล้วค่อย ๆ โน้มตัวลงกดขาอย่างใจเย็น

“เวินเวินกลับมาแล้วเหรอ? วันนี้ไปอัดคลิปมาอีกใช่ไหม?” พอเห็นเพื่อนสนิทกลับมา เสี่ยวเหอฉิงก็รีบส่งเสียงทัก

หานเวินเวินปิดประตูหอพักแล้วพยักหน้า “อืม วันนี้ก็ไปอยู่ที่ห้องเช่าเหมือนเดิม แล้วก็ซื้อข้าวเย็นกลับมาด้วยจ้ะ แล้วนี่วันนี้ทำไมเสี่ยวฉิงถึงมาซ้อมอยู่ในหอล่ะ?”

เสี่ยวเหอฉิงลดขาลง “ก็แค่ออกกำลังให้ร่างกายตื่นตัวน่ะ ฉันกำลังเตรียมตัวแข่งเทควันโดปีหน้า ตั้งแต่ขึ้นมัธยมต้นมาฉันรู้สึกว่าพัฒนาช้าลงเยอะเลย ปีนึงกว่าแล้วก็ยังไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าไหร่ รู้สึกว่าไม่ควรปล่อยให้ตัวเองชิลไปกว่านี้แล้ว”

เธอพูดจบก็เดินไปล้างมือ “ไม่งั้นตอนแข่งจริงจะลำบากเอา”

หานเวินเวินนั่งลงที่ขอบเตียง มองอีกฝ่ายด้วยสายตาแบบจิ้งจอก แล้วชวนให้นั่งลงข้างกัน

“หือ? ประโยคนี้น่าสนใจแฮะ ที่ว่าปล่อยตัวมาปีนึงน่ะ หมายความว่าเสี่ยวฉิงโดนอิทธิพลจากหลินเจิ้งหรานจนซ้อมเทควันโดไม่ขึ้นเลยเหรอ?”

เธอมองอีกฝ่ายด้วยสายตากรุ้มกริ่ม มือหนึ่งปิดปากหัวเราะเบา ๆ “ที่ผ่านมา เสาร์อาทิตย์ที่ไปซ้อมกันทุกสัปดาห์ นี่แอบไปเดทกันต่างหากล่ะสิ?”

เสี่ยวเหอฉิงหน้าแดงแจ๋ รีบแกะกล่องอาหารช่วยเพื่อน “พูดอะไรน่ะ! ซ้อมแน่นอนอยู่แล้ว...แค่...เอ้อ...”

เธอพูดพลางถอนหายใจอย่างละอาย “เวินเวิน เธอก็รู้ว่าฉันคิดอะไรทุกวันไม่ใช่เหรอ ตั้งแต่เจียงเสวี่ยลี่โผล่มา ฉันก็เสียสมาธิตลอดเลย มันเลยซ้อมไม่ค่อยดี”

หานเวินเวินถามกลับ “แล้วตอนนี้หมายความว่ายังไง? ไม่ต้องกลัวเธอคนนั้นแล้วงั้นสิ?”

เสี่ยวเหอฉิงยื่นตะเกียบให้ “พูดให้ถูกก็คือ ไม่กลัวแล้วน่ะ”

หานเวินเวินรับตะเกียบมา “งั้นวันนี้เธอสารภาพกับหลินเจิ้งหรานแล้วใช่ไหม? เขาตอบว่ายังไงล่ะ? เมื่อวานไม่ได้พูดออกไป วันนี้อย่าบอกนะว่ายังถอยอีก?”

“วันนี้ไม่ได้พูดหรอก...” เสี่ยวเหอฉิงเม้มปากแล้วพูดอย่างตรงไปตรงมา

“คือ...จะว่าไปก็เหมือนสารภาพไปแล้วแหละ ส่วนเขาตอบยังไงน่ะ...เวินเวินก็รู้นี่ว่าเขาไม่ชอบเด็กมัธยมต้น เพราะงั้นแน่นอนว่าเขาปฏิเสธอยู่แล้ว ไม่เห็นแปลกเลยใช่ไหมล่ะ?”

น้ำเสียงเธอฟังดูมั่นอกมั่นใจแบบสุด ๆ ไม่มีเค้าโศกเศร้าเลยแม้แต่น้อย แถมยังย้อนถามกลับอีก

หานเวินเวินนั่งอึ้งอยู่นาน ริมฝีปากเผยอเบา ๆ

“หา?”

น้องจิ้งจอกมีอาการ ‘เอ๋อแดก’ อย่างรุนแรงในช่วงเวลาอันน้อยนิด

เสี่ยวเหอฉิงยังคงจับตะเกียบไว้แน่นแล้วอธิบายต่อ

“ก็หมายความว่า...หลินเจิ้งหรานเคยบอกพวกเราไปแล้วนี่นา เวินเวินก็รู้ใช่ไหมว่าเขาไม่ชอบเด็กมัธยมต้น เพราะยังเด็กเกินไปเขาไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะงั้นเขาไม่มีทางตอบตกลงหรอก! เด็กมัธยมต้นไปสารภาพรักเขา เขาจะรับได้ยังไงล่ะ?” เธอยิ้มแฉ่งอย่างภูมิใจ

แต่ปัญหาคือ รอยยิ้มของเธอดูแรงยิ่งกว่าตอนไม่ยิ้มอีก

ทำเอาหานเวินเวินสมองตื้อยิ่งกว่าเดิม

“เธอพูดอะไรของเธอเนี่ย...” เธอพึมพำเบา ๆ “ถ้าเธอรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่รับรัก แล้วจะลำบากวุ่นวายมาตั้งครึ่งเดือนเพื่อสารภาพรักไปทำไม?”

เสี่ยวเหอฉิงหน้าแดงแล้วตอบเสียงนุ่ม

“ก็เพราะว่าหลังจากขึ้น ม.ต้น แล้วเจียงเสวี่ยลี่ก็เข้ามาไง ฉันเลยกลัวว่าเขาจะโดนคนอื่นแย่งไป เลยอยากใกล้ชิดกับเขามากขึ้น ตอนนั้นกลยุทธ์ที่เวินเวินให้มาก็ใช้ไม่ค่อยได้ผล ฉันเลยต้องงัดไม้ตายมาใช้น่ะ”

เธอจ้องเพื่อนที่เหมือนกำลังอึ้งหนัก พูดต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ

“แต่ที่จริงแล้ว...ตอนนั้นฉันสติหลุดไปเลย! ลืมเรื่องสำคัญที่สุดไป! ตอนที่ไปบ้านหลินเจิ้งหรานวันนี้ ฉันถึงเพิ่งนึกขึ้นได้! ก็คือว่า...”

“เราเป็นแฟนกันตั้งนานแล้วต่างหากล่ะ! ไม่จำเป็นต้องไปสารภาพอะไรอีกเลย! หรือจะบอกว่า...การสารภาพรักไม่มีประโยชน์หรอก เพราะเราสองคนเป็นแฟนกันอยู่แล้วน่ะสิ!”

หานเวินเวิน: “…”

หานเวินเวิน: “ห้ะ?!”

ไม่มีใครรู้ว่าตอนนั้นในหัวของน้องจิ้งจอกกำลังคิดอะไรอยู่ หรืออาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้

เพราะคำที่เสี่ยวเหอฉิงพูดออกมา เธอเข้าใจทุกคำ แต่พอรวมกันเป็นประโยคแล้ว...กลับไม่เข้าใจอะไรเลย

เสี่ยวเหอฉิงพูดอย่างตื่นเต้น “ตั้งแต่ยังเล็กมาก ๆ เราสองคนก็ตกลงกันแล้ว! ตั้งแต่อนุบาลปีสุดท้ายก็พูดกันไว้แล้วว่าเราจะไม่แยกจากกันเด็ดขาด เขาไม่ลืม ฉันก็ไม่ลืม เพราะงั้น...เวินเวินเข้าใจใช่ไหม? ที่ผ่านมาฉันคิดผิดหมดเลย!”

เธอพูดเขิน ๆ ว่า “สิ่งที่ฉันควรทำไม่ใช่ไปหาคำตอบว่าเขาชอบใคร แต่ต้องทำให้เขาไม่เจ้าชู้ ไม่หวั่นไหวต่างหาก! ทำให้เขาชอบฉันมากกว่าคนอื่นก็พอ!”

บรรยากาศในห้องเงียบสนิท มีแค่เสียงนักเรียนด้านล่างที่เดินผ่านหอพักคุยกันเบา ๆ

หานเวินเวินกระพริบตาถี่ ๆ อยู่พักนึง จากนั้นก็หัวเราะก๊ากออกมา

หัวเราะจนปิดปากไม่อยู่

เสี่ยวเหอฉิงหน้าแดงเป็นลูกตำลึง “ขำอะไรน่ะเวินเวิน! ฉันพูดผิดตรงไหน?”

หานเวินเวินถึงกับทนไม่ไหว โบกมือไปมา

“ไม่ ๆ ๆ ฉันเข้าใจเสี่ยวฉิงแล้ว! ต้องบอกว่าเสี่ยวฉิงเข้าใจถูกแล้วจริง ๆ เพราะครั้งแรกที่เราอยู่ทางใต้แล้วเธอบอกฉันว่ามีเด็กผู้หญิงคนอื่นอยู่ข้าง ๆ เขา เราก็เริ่มกังวลกันใช่ไหมล่ะว่าเขาอาจจะไปชอบคนอื่น?”

หานเวินเวินพยายามเรียบเรียงแนวคิดของเสี่ยวเหอฉิง แล้วก็เริ่มเข้าใจทีละนิด จึงพูดต่ออย่างตั้งใจ

“ที่ว่า ‘อาจจะไปชอบคนอื่น’ หมายความว่าตอนนี้เขาชอบเธออยู่แล้ว เพราะงั้นตอนนั้นเราถึงกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่น นั่นก็แปลว่า...พวกเธอสองคนเป็นแฟนกันมาตั้งนานแล้วจริง ๆ!”

เสี่ยวเหอฉิงพยักหน้าเขิน ๆ “อื้ม ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

จู่ ๆ สัญญาณสมองของสองสาวก็เชื่อมกันได้ขึ้นมาอย่างลึกลับ

เสี่ยวเหอฉิงพูดต่ออย่างฮึกเหิม

“งั้นจากวันนี้ไปฉันจะเปลี่ยนเป้าหมาย! ไม่ต้องไปสนใจว่าเจียงเสวี่ยลี่ทำอะไรอีกแล้ว! สิ่งที่ฉันต้องทำก็คือทำให้ตัวเองเก่งขึ้น! ทำให้เขารู้ว่าฉันไม่ใช่เด็กอีกต่อไป! จะได้ใกล้ชิดกับเขามากขึ้น แล้วก็ทำอะไรที่แฟนกันควรทำ!”

“ไม่ได้เห็นเสี่ยวฉิงมีไฟขนาดนี้มานานแล้วแฮะ” หานเวินเวินหยิบโค้กกระป๋องออกมาสองกระป๋องจากกล่องอาหาร แล้วยื่นให้เสี่ยวเหอฉิงหนึ่งกระป๋อง “งั้นเพื่อฉลองที่พวกเธอเป็นแฟนกันมานานแล้ว...ชนแก้ว!”

เสี่ยวเหอฉิงเปิดกระป๋อง แล้วยกชนกับเพื่อน “ชน!”

ทั้งคู่ยกดื่มอึกใหญ่

เสี่ยวเหอฉิงพูดต่อ “ว่าแต่เวินเวิน วันนี้ฉันไปบ้านหลินเจิ้งหราน เขาบอกว่าถ้าฉันได้แชมป์เทควันโดระดับเมืองในปีหน้า เขาจะให้ฉันขอพรอะไรก็ได้หนึ่งข้อ เธอว่าฉันควรขออะไรดี?”

หานเวินเวินทำตาโต “หืมมม ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบนี้แล้วก็ไม่ต้องอ้อมค้อมอีกต่อไป...” เธอโบกมือเรียกเสี่ยวเหอฉิงให้โน้มตัวมาใกล้ แล้วกระซิบอะไรบางอย่างข้างหู

เสี่ยวเหอฉิงหน้าแดงจนจะระเบิด “หา?! ถ้าขอพรแบบนั้นฉันจะไม่เขินตายเหรอ...แต่ฟังแล้วก็น่าสนแฮะ”

ในค่ำคืนที่มีบทสนทนาน่ารักแบบนี้ วันอันวุ่นวายก็จบลงอย่างเป็นทางการ

หนึ่งสัปดาห์ถัดมา ทั้งเสี่ยวเหอฉิงและเจียงเสวี่ยลี่ต่างก็ลุยเต็มที่กับเป้าหมายของตัวเอง มุ่งมั่นฝึกฝน เตรียมตัวรับมือชีวิตมัธยมปลายที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ช่วงสอบปลายภาคในสัปดาห์ถัดมา หลินเจิ้งหรานก็เจียดเวลามาช่วยติวให้หานเวินเวิน ผลก็คือ...คะแนนของเธอพุ่งขึ้นมาอยู่ระดับกลางค่อนไปทางบนในทันที

อีกหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป โรงเรียนประกาศวันปิดเทอมฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ เทศกาลปีใหม่ใกล้มาถึงแล้ว

จบตอน

--------------------------------------------------

ฝากนิยายเรื่องอื่นด้วยนะครับ

1.สำนักนี้เพี้ยนรัก ข้าคนเดียวที่ฝึกฝน

2.ฉินซีฮ่องเต้ได้ยินเสียงในใจข้า

3.แปลงผักของฉันเชื่อมต่อกับโลกฝึกตนจิ๋ว

4.แกล้งฝึกเซียนในโรงเรียนอนุบาล

จบบทที่ ตอนที่ 70 สมองบรรเจิดเกินไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว