- หน้าแรก
- วิทย์ทะลุมิติเวท
- บทที่ 1595 : บทสรุปและประกาศอัปเดตสำหรับภาคนี้ (บทผู้เขียน) / บทที่ 1596 : โรงเตี๊ยมกลางน้ำแข็งและหิมะ
บทที่ 1595 : บทสรุปและประกาศอัปเดตสำหรับภาคนี้ (บทผู้เขียน) / บทที่ 1596 : โรงเตี๊ยมกลางน้ำแข็งและหิมะ
บทที่ 1595 : บทสรุปและประกาศอัปเดตสำหรับภาคนี้ (บทผู้เขียน) / บทที่ 1596 : โรงเตี๊ยมกลางน้ำแข็งและหิมะ
บทที่ 1595 :
บทสรุปและประกาศอัปเดตสำหรับภาคนี้ (บทผู้เขียน)
ชื่อของภาคนี้คือ ‘บทสนทนากับพระเจ้า’
ผมไม่รู้ว่ามีกี่คนที่เดาถูก ว่าพระเจ้าที่จะได้สนทนาด้วยนั้นไม่ใช่องค์จากสมาคมแห่งสัจธรรม แต่เป็นพระผู้สร้างที่แท้จริงแห่งสรวงสวรรค์ที่แท้จริงต่างหาก
มาถึงตอนนี้ ปูมหลังของเรื่องราวก็ถือได้ว่าเปิดเผยออกมาเป็นชั้นที่สองแล้ว (ชั้นแรกคือการสิ้นชีพของพระเจ้าแห่งสัจธรรม) และต่อไปก็คือชั้นที่สาม
ทุกคนลองเดากันดูได้ว่าชั้นที่สามจะเป็นอะไร
อย่างไรก็ตาม มันจะไม่ใช่พล็อตแบบ ‘ตัวเอกลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน’ อย่างแน่นอน
สุดท้ายนี้ เป็นเรื่องการแจ้งอัปเดตครับ
บอกตามตรงว่าหลังจากเขียนเรื่องราวมาถึงตรงนี้ ผมเองก็รู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ้าง ทางใจน่ะครับ แต่ว่าถ้าจะให้ตัดจบตอนนี้เลย ผมก็กลัวว่าจะโดนรุมกระทืบจนตาย อีกอย่าง ผมเองก็อยากจะมอบตอนจบที่หนังสือเล่มนี้สมควรจะได้รับ—มันเป็นสิ่งที่ผมคิดไว้ตั้งแต่เริ่มเขียนเรื่องนี้—ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ดี ผมก็ต้องมอบมันออกมา เพื่อให้เรื่องราวเรื่องหนึ่งสมบูรณ์
มีคำกล่าวว่า: ทำไมผู้คนถึงยืนกรานว่าทุกเรื่องราวต้องมีตอนจบ? ก็เพราะว่าหากไม่มีตอนจบ เรื่องราวก็ไม่ต่างอะไรจากชีวิตจริง
ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าเส้นทางชีวิตของตัวเองจะมุ่งไปทางไหน ผมคิดว่านักอ่านหลายๆ ท่านก็คงมีบางครั้งที่สับสนไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเช่นกัน
เรื่องนี้ผมคงช่วยอะไรตัวเองหรือพวกคุณไม่ได้ แต่ผมทำได้เพียงแบ่งปันเรื่องราวในหัวของผมให้พวกคุณฟัง
หากมันสามารถทำให้คุณมีความสุขชั่วขณะและได้ผ่อนคลายในช่วงเวลาสั้นๆ ในชีวิตอันเหนื่อยล้าของคุณ ก็ถือได้ว่าเป็นความหมายเล็กๆ น้อยๆ สำหรับตัวอักษรกว่าสามล้านคำและความทุ่มเทกว่าสองปีที่ผ่านมา
ชีวิตคนเรามันต้องมีความหมายอะไรสักอย่างสินะ? นี่คือสิ่งที่หลี่ฉากล่าวไว้ในเรื่อง และเป็นสิ่งที่ผมพูดเช่นกัน
ก็เท่านี้แหละครับ
ให้ผมได้พักสักสามหรือสองวัน (ขีดฆ่าคำว่าสอง)... เอางี้ ให้ผมพักสามวันก็แล้วกัน (รวมวันนี้ด้วย) แล้วหลังจากนั้น เรามาวิ่งเข้าสู่บทสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้กัน มาวิ่งเข้าสู่จุดจบของเรื่องราวนี้กันเถอะ
ราตรีสวัสดิ์ครับ นักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนผม
ขอให้คืนนี้ฝันดีนะครับ
บทที่ 1596 : โรงเตี๊ยมกลางน้ำแข็งและหิมะ
หนาว หนาวมาก หนาวสุดขีด
เมื่อร่างกายถูกหลอมรวมโดยตัวเลขเรืองแสง นี่คือความรู้สึกของหลี่ฉา และมันยังคงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้น
ราวกับถอดเสื้อผ้าแล้วไปอยู่ในทุ่งน้ำแข็งขั้วโลก ความหนาวเย็นที่ไม่สิ้นสุดยังคงถาโถมเข้าใส่ ทำให้เขารู้สึกว่าเลือด หรือแม้กระทั่งวิญญาณของเขากำลังจะแข็งตัว
ในตอนที่ใกล้จะทนไม่ไหว ภาพตรงหน้าก็สว่างวาบขึ้น จากนั้นทุกอย่างก็สว่างไสว และเขาก็ปรากฏตัวขึ้นในสภาพแวดล้อมที่แปลกตาอย่างสิ้นเชิง
ร่างกายที่ถูกหลอมรวมโดยตัวเลขเรืองแสงกลับคืนสู่สภาพเดิม เสื้อผ้าบนตัวก็เหมือนเดิมทุกประการ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือสภาพแวดล้อมโดยรอบ
เมื่อมองออกไป ที่นี่ไม่ใช่ยอดเขาเดิมอีกต่อไป แต่เป็นที่ราบ
ภายใต้ท้องฟ้ามืดมิด หิมะกำลังตกหนักบนที่ราบ ความหนาของหิมะเกือบจะสูงถึงใต้เข่า และความหนาวเย็นที่เพิ่งบรรเทาลงเล็กน้อยก็กลับมาห่อหุ้มร่างกายของหลี่ฉาอีกครั้ง
หลี่ฉาหรี่ตามองไปรอบๆ แม้จะฉลาดหลักแหลมเพียงใด แต่เขาก็ไม่สามารถตัดสินได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงเลือกที่จะดำเนินการอย่างระมัดระวัง
ชั่วครู่หนึ่ง เขาเห็นแสงริบหรี่อยู่ไกลๆ เขาครุ่นคิดอยู่สองสามวินาทีแล้วจึงเดินไปทางนั้น
"ซวบซาบ..."
...
รอยเท้าที่ทิ้งไว้บนหิมะถูกหิมะที่ตกลงมาใหม่กลบอย่างรวดเร็ว หลี่ฉาเดินไปถึงสถานที่ที่แสงปรากฏขึ้น
เท่าที่สายตามองเห็น มันคือโรงเตี๊ยมที่สร้างขึ้นข้างถนน ขนาดไม่ใหญ่โตนัก แต่กลับมีคลื่นพลังงานจางๆ แผ่ออกมาจากด้านใน
หลี่ฉายื่นมือออกไปและเคาะประตูโรงเตี๊ยมเป็นจังหวะ
"ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!"
"เอี๊ยด" ประตูเปิดออก และชายวัยกลางคนที่มีเคราสีแดงเพลิงก็ปรากฏตัวขึ้น เขาควรจะเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยม เขามองหลี่ฉาแวบหนึ่งแล้วถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า "ผ่านมาเหรอ?"
"อืม" หลี่ฉาพยักหน้า
"ถ้างั้นก็รีบเข้ามาสิ อากาศบ้าๆ นี่มันหนาวจนคนจะแข็งตายอยู่แล้ว" เจ้าของโรงเตี๊ยมพูดพลางถูมือแล้วปล่อยให้หลี่ฉาเข้ามา พร้อมทั้งชี้ไปที่เตาผิงกลางโรงเตี๊ยมอย่างใจดี "ไปนั่งตรงนั้นก่อนสิ ไปอุ่นตัวก่อนนะ"
หลี่ฉาพยักหน้าอีกครั้ง และนั่งลงข้างกองไฟตามคำพูดของเจ้าของโรงเตี๊ยม
เตาผิงข้างกายเขาลุกโชน มีสะเก็ดไฟลอยออกมาเป็นครั้งคราว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาก็ยังไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น อย่างมากที่สุดก็แค่บรรเทาความหนาวเย็นที่แทบจะแช่แข็งวิญญาณได้เล็กน้อยเท่านั้น
หลี่ฉาขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่นั่งอยู่ก็สำรวจไปทั่วโรงเตี๊ยม
มองดูแล้วนี่คือโรงเตี๊ยมที่ธรรมดามากแห่งหนึ่งจริงๆ มีเคาน์เตอร์บาร์เก่าคร่ำคร่า โต๊ะไม้โยกเยก เจ้าของโรงเตี๊ยมคนเมื่อครู่ และแขกที่นั่งกระจัดกระจายกันอยู่ ประกอบกันเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง
หากจะบอกว่ามีอะไรที่แตกต่างจากโรงแรมในโลกพ่อมดของระนาบทดสอบก่อนหน้านี้ ก็คงจะเป็นที่โต๊ะตัวใหญ่ที่สุดกลางโรงเตี๊ยม มีผู้คนมากมายมารวมตัวกันเล่นไพ่ชนิดพิเศษอยู่
ขนาดเท่าไพ่ธรรมดา คล้ายกับไพ่บนโลก แต่หนากว่า วัสดุก็พิเศษมากเช่นกัน มีการปั๊มทองบนพื้นผิวและพิมพ์ลวดลายอันงดงามเอาไว้ คลื่นพลังงานจางๆ แผ่ออกมาจากด้านในของการ์ดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาสัมผัสได้จากนอกโรงเตี๊ยมนั่นเอง
นี่มัน...
หลี่ฉาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะที่กำลังเล่นไพ่ และยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านนอก
ในตอนนี้มีคนเล่นไพ่อยู่สองคน คนหนึ่งเป็นชายอ้วน อีกคนก็เป็นชายอ้วนเช่นกัน
คนแรกแต่งตัวเป็นชาวนา คนที่สอง...ก็แต่งตัวเป็นชาวนาเช่นกัน
แต่คนแรกอายุน้อยกว่า ส่วนคนที่สองอายุมากกว่า ดูเหมือนจะเป็นพ่อลูกกัน
หลี่ฉาสังเกตอยู่ครู่หนึ่งและพบว่ากฎของไพ่ค่อนข้างพิเศษ และเนื้อหาบนไพ่ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ตัวอย่างเช่น บนการ์ด เขาเห็นลวดลายของพ่อมด ออร์ค เรือเหาะ เครื่องบินรบไอพ่น ปืนใหญ่อัตตาจร และระเบิดนิวเคลียร์
คนที่เล่นไพ่ไม่แปลกใจกับลวดลายเหล่านั้นเลย และถึงกับรู้ถึงการใช้งานของมันด้วย
ลูกชายหนุ่มลงการ์ด "เรือเหาะลอยฟ้า" อย่างกระตือรือร้น และผู้เป็นพ่อที่แก่กว่าก็หยิบการ์ด "เครื่องบินรบไอพ่น" ขึ้นมาทันที
"เรือเหาะของเจ้าช้าเกินไป และไม่มีความสามารถในการสู้รบนอกระยะสายตา ข้าสามารถกดดันเจ้าได้อย่างสมบูรณ์" ผู้เป็นพ่อสูงวัยให้ความเห็น "เรือเหาะเป็นการ์ดที่ดี แต่เจ้าเล่นมันเร็วไปหน่อย เจ้ากำลังจะค่อยๆ สูญเสียความได้เปรียบที่เพิ่งสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากไปนะ ลูกข้า"
"ท่านพ่อ ท่านพูดเร็วเกินไปแล้ว เรือเหาะที่ข้าลงไปเป็นเพียงตัวล่อ ท่าไม้ตายที่แท้จริงอยู่ตรงนี้ต่างหาก" ลูกชายหนุ่มพูดพลางโยนการ์ดที่มีภาพของพ่อมดชุดคลุมสีดำออกมา พร้อมกับร้องว่า "พ่อมดพลังจิต ควบคุมเครื่องบินรบของท่าน เท่านี้ข้าก็จะได้ครองน่านฟ้าอย่างสมบูรณ์"
"ยังไม่แน่หรอก อย่าลืมสิว่าข้ายังมีอาวุธสุดยอดอยู่"
"แปะ!"
ผู้เป็นพ่อสูงวัยโยนการ์ดที่มีลวดลาย "ระเบิดนิวเคลียร์" ลงไป และเห็นเมฆรูปเห็ดขนาดจิ๋วผุดขึ้นมาบนโต๊ะจริงๆ
ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆ อุทาน "อ๊ะ" ออกมาพร้อมกัน และลูกชายหนุ่มก็เม้มปาก
เจ้าของโรงเตี๊ยมที่อยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ตะโกนอย่างไม่พอใจว่า "เฮ้ ระวังหน่อย อย่าทำโต๊ะข้าพังล่ะ!"
แต่ไม่มีใครสนใจเขาเลย และเกมก็ดำเนินต่อไป
ไม่กี่นาทีต่อมา เกมก็จบลง ผู้เป็นพ่อสูงวัยใช้ชุดเกราะวันสิ้นโลกสังหารโทรลล์ชีวเคมีของลูกชายหนุ่มและคว้าชัยชนะไปได้
มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของผู้เป็นพ่อ จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น มองมาที่หลี่ฉาและเชิญชวนว่า "ดูเหมือนเจ้าจะเป็นคนหน้าใหม่นะ ยืนดูมาตั้งนานแล้ว อยากจะลองเล่นกับข้าสักเกมไหม?"
"ข้ารึ..." หลี่ฉาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้าและพูดว่า "ไม่เป็นไร ข้าขอดูเฉยๆ ดีกว่า"
"ถ้างั้นก็ได้" ผู้เป็นพ่อสูงวัยไม่ได้เซ้าซี้ และเริ่มเล่นไพ่กับชายชราจมูกแดงอีกคนหนึ่งที่อายุไล่เลี่ยกัน
เกมแล้วเกมเล่า เกมยังคงดำเนินต่อไป และผู้เล่นก็เปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร พวกเขาก็จะส่งคำเชิญอย่างจริงใจมาให้หลี่ฉาหลังจากจบแต่ละเกม
หลี่ฉาปฏิเสธทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น
ในความคิดของเขา สิ่งที่เขาพบเจอมาจนถึงตอนนี้นั้นแปลกประหลาดเกินไป และก่อนที่เขาจะรวบรวมข้อมูลได้เพียงพอ เขาก็ไม่ควรทำอะไรให้เรื่องมันยุ่งยากซับซ้อนขึ้น
ด้วยเหตุนี้ เกมจึงดำเนินต่อไปเป็นร้อย สองร้อย สามร้อยรอบ...
เมื่อเล่นไปจนถึงรอบที่ห้าร้อยสิบสอง หลี่ฉาก็สังเกตเห็นว่าพ่อลูกคู่ที่เริ่มเล่นไพ่กลับมานั่งที่โต๊ะและเริ่มเกมใหม่อีกครั้ง
...
"เรือเหาะลอยฟ้า!"
"เครื่องบินรบ"
"พ่อมดพลังจิต!"
"ระเบิดนิวเคลียร์"
"..."
...
"โทรลล์ชีวเคมี!"
"ชุดเกราะวันสิ้นโลก ฮ่าๆ ลูกข้า เจ้าแพ้แล้ว"
ลำดับการลงไพ่ที่เหมือนกันทุกประการ ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทุกประการ และแน่นอนว่ารวมถึงคำเชิญที่เหมือนกันทุกประการหลังจากเกมจบลง
"ดูเหมือนเจ้าจะเป็นคนหน้าใหม่นะ ยืนดูมาตั้งนานแล้ว อยากจะลองเล่นกับข้าสักเกมไหม?" ผู้เป็นพ่อสูงวัยมองมาที่หลี่ฉาและถาม
ในตอนนี้หลี่ฉาได้เดินออกจากโต๊ะไพ่และกลับมาที่เตาผิงแล้ว เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของเขาก็พลันสั่นไหว และทันใดนั้นเขาก็คาดเดาความจริงบางอย่างได้
ในวินาทีต่อมา เขายื่นมือเข้าไปในเตาผิงตรงๆ และเห็นว่ามือของเขาไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลยภายใต้เปลวไฟที่ลุกโชน
เป็นอย่างนี้นี่เอง...
หลี่ฉาเลิกคิ้วขึ้น มองไปที่ชายชราผู้เป็นพ่อแล้วตอบว่า "ได้สิ มาเล่นกันสักรอบ"