เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 ถูกขับออกจากกลุ่มแล้ว

บทที่ 57 ถูกขับออกจากกลุ่มแล้ว

บทที่ 57 ถูกขับออกจากกลุ่มแล้ว


ทายาทไร้รูปลักษณ์ คือบริวารรับใช้ของ ซาโธกัว อยู่ในฝั่งเดียวกับ มหาต้นตออย่างคธูลู จึงถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ตัวอ่อนแห่งซาโธกัว

ลักษณะเด่นที่สุดของทายาทไร้รูปลักษณ์ คือ ภูมิคุ้มกันต่อการโจมตีทางกายภาพ มันแทบไม่ต่างจากอสูรเมือกชนิดหนึ่งที่ไม่อาจถูกทำร้ายด้วยดาบ หอก หรือกระบองใด ๆ ได้เลย

หลิวซิงที่ยืนมองทายาทไร้รูปลักษณ์อยู่ ถึงกับเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าทำไม KP เฉา ถึงพูดว่ากลุ่มของพวกเขาไม่มีทางโค่นบอสด้วยการต่อสู้ได้ เพราะบอสก็คือเจ้าทายาทไร้รูปลักษณ์ผู้เป็นอมตะนั่นเอง!

แม้ว่าสายฝนเช็งเม้งในกระเป๋าของหลิวซิงจะสามารถทำร้ายมันได้ แต่ผลลัพธ์ก็แทบไม่ต่างจากหยดน้ำในมหาสมุทร เพราะในฐานะบริวารของมหาต้นตอ พลังของมันเหนือกว่าพวก กูล หรือ ดีพวัน อย่างเทียบกันไม่ติด ค่าพลังชีวิต ของมันอยู่ในช่วงประมาณ 13 ถึง 22 แต้ม ซึ่ง KP จะเป็นคนกำหนดไว้ล่วงหน้าโดยทอยลูกเต๋า หรือใช้ค่ามาตรฐานก็ได้

ดังนั้น กลยุทธ์เดียวที่หลิวซิงคิดออกคือ

ถอยหนีเท่านั้นคือแผนที่ดีที่สุด

แต่ KP เฉาย่อมไม่ปล่อยให้หลิวซิงกับทีน่าหนีไปง่าย ๆ โดยเฉพาะหลังจากทั้งคู่เห็นกับตาว่า แม่ของหนานเสี่ยวเหนียว กลายร่างเป็นทายาทไร้รูปลักษณ์

[ฮ่า ๆ หลิวซิง ทีน่า ในเมื่อพวกเจ้าเห็นกับตาว่าแม่ของหนานเสี่ยวเหนียวกลายเป็นทายาทไร้รูปลักษณ์ งั้นก็จงทำการ ทดสอบสติ เสีย ถ้าผ่าน จะเสียสติ 3 แต้ม ถ้าไม่ผ่าน จะเสีย 3 + 1d6 แต้ม!]

KP เฉาหัวเราะในลำคอ “เริ่มได้เลย ข้าว่าน่าจะมีสักคนที่ต้องสติแตกแน่ ๆ”

หลิวซิง: 76/76, ผ่าน

ทีน่า: 38/71, ผ่าน

[ดวงดีนี่ หลิวซิง... พวกเจ้าทั้งคู่เสียสติไป 3 แต้ม และได้ความรู้ตำนานคธูลูเพิ่ม 3 แต้ม]

KP เฉาพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจเล็กน้อย

ทันทีที่ KP เฉาพูดจบ หลิวซิงก็รู้สึกถึงความกลัวอย่างอธิบายไม่ถูกที่พุ่งเข้ามาในใจ หัวใจเต้นแรงไม่หยุด

แต่ความรู้สึกแบบนี้ถือว่าปกติแล้ว ใครได้เห็นภาพน่าสยดสยองขนาดนั้นแล้วยังไม่บ้า ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว

หลิวซิงอดบ่นกับตัวเองไม่ได้ว่า เพียงแค่สิบกว่านาทีที่ผ่านมา เขาเสียสติไปแล้วถึง 5 แต้ม เกมเลื่อนขั้นนี่มันโหดจริง ๆ

เขาคิดว่า... คงถึงเวลาต้องดื่มชาเขียวบรรพบุรุษแล้วล่ะ เพราะหากค่าความสติที่สูญไปในช่วงเวลาสั้น ๆ มากเกินไป ผู้เล่นจะเข้าสู่สภาวะ วิกลจริตชั่วคราว และหากถึงขั้นนั้น KP เฉาคงไม่ยอมให้เขาดื่มชาเพื่อฟื้นสติแน่

ดังนั้น เพื่อป้องกันไว้ก่อน หลิวซิงรีบหยิบขวดชาเขียวจากกระเป๋า เปิดฝา แล้วกระดกดื่มทันที

หลังจากดื่มไปเพียงอึกเดียว เขารู้สึกว่าจิตใจปลอดโปร่งขึ้นอย่างมาก ความหวาดกลัวที่เกาะแน่นอยู่ในหัวใจค่อย ๆ จางหายไป และจังหวะหัวใจก็กลับมาเป็นปกติ

[โอ้ หลิวซิง ไม่คิดเลยว่าจะมีของดีแบบนี้อยู่กับตัว ดวงดีจริง ๆ นะ งั้นทอยแบบลับสิ]

KP เฉากล่าวอย่างสนใจ

การฟื้นสติ: 1d6 = 6!

หลิวซิงรู้สึกโชคดีสุด ๆ เกมเลื่อนขั้นครั้งนี้เขาทอยผ่านเกือบทุกครั้งในจังหวะสำคัญ แถมตอนนี้ยังฟื้นสติได้ 6 แต้มเต็ม  เท่ากับจำนวนที่เขาเพิ่งเสียไปทั้งหมดพอดี!

[เอ่อ... หลิวซิง เจ้าดวงดีจริง ๆ งั้นค่าสติของเจ้าก็กลับไปเต็ม 80 แต้ม อีกครั้ง]

KP เฉาพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่นเล็กน้อย [เอาล่ะ หลิวซิง ทีน่า ดำเนินบทของพวกเธอต่อไป]

ยังไม่ทันที่ KP เฉาจะพูดจบดี

ทายาทไร้รูปลักษณ์ ก็เริ่ม… ขยับตัวอย่างเชื่องช้า เข้ามาทางหลิวซิงกับทีน่า!

แท้จริงแล้ว ทายาทไร้รูปลักษณ์ กำลังคืบคลานเข้ามาหาหลิวซิงกับทีน่าช้าเสียยิ่งกว่าช้า จนเรียกได้ว่าเป็นการ “คลาน” มากกว่าจะ “เคลื่อนที่”

หลิวซิงเลิกคิ้วขึ้น ค่าความว่องไว โดยเฉลี่ยของทายาทไร้รูปลักษณ์ควรจะอยู่ที่ประมาณ 95 แต้ม ซึ่งเทียบได้กับความเร็ววิ่งระดับนักวิ่งโอลิมปิกอย่าง ยูเซน โบลต์ แต่เจ้าตัวตรงหน้ากลับดูเหมือนจะมีความว่องไวไม่ถึง 5 แต้ม เสียด้วยซ้ำ…

[เอ่อ... อธิบายให้ฟังก็แล้วกันนะ] KP เฉาพูดอย่างกระอักกระอ่วน

[ตามฉากที่กำหนดไว้ ทายาทไร้รูปลักษณ์ตัวนี้ถูก ‘โลกกระจก’ กดพลังไว้ ดังนั้นค่าความว่องไวของมันจะถูกปรับให้เท่ากับผู้เล่นที่มีความว่องไวต่ำที่สุดในโลกนี้]

หลิวซิงหัวเราะในลำคอ ผู้เล่นที่มีความว่องไวต่ำที่สุดในโลกกระจกไม่ต้องสงสัยเลยว่า คือ หลี่หมิง ที่ตอนนี้ถูกเถียนเต้าทำให้สลบเหมือดไปแล้ว

ดังนั้นต่อให้ค่าความว่องไวของหลี่หมิงไม่เหลือศูนย์ ก็คงมีแค่ราว ๆ 5 แต้ม ถึงว่าทำไมเจ้าทายาทไร้รูปลักษณ์ถึงได้ขยับตัวเชื่องช้าแบบนั้น…

นับว่าเป็น ความอัปยศของสิ่งมีชีวิตในตำนาน เลยทีเดียว

ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของหลิวซิง

น่าอายขนาดนี้ ออกจากกลุ่มไปเถอะ.jpg

ผู้แปล: เป็นภาพมีมตลก ๆ

เพราะหลิวซิงกับทีน่ายังคงรักษาระยะห่างไว้ราวสิบเมตร ทั้งคู่จึงไม่รู้สึกถูกคุกคามเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับรู้สึกขบขันกับท่าทางเชื่องช้านั่นเสียอีก

แต่เนื่องจากยังต้องดำเนินบทบาทต่อไป หลิวซิงจึงแสร้งทำหน้าตื่นตระหนกแล้วตะโกนกับทีน่า

“ทีน่า เราต้องหนีแล้ว!”

ทีน่าพยักหน้าเห็นด้วย แม้ทายาทไร้รูปลักษณ์จะเคลื่อนไหวช้า แต่ด้วยขนาดมหึมาและหนวดที่ยาว บางเส้นอาจยืดยาวถึง สองเมตร ก็ยังเป็นภัยคุกคามที่ไม่ควรมองข้าม

ถ้าหลิวซิงจำไม่ผิด ทายาทไร้รูปลักษณ์ชอบใช้หนวดจับเหยื่อ และทักษะการจับของมันมีค่าสูงถึง 90 แต้ม

หากใครเข้าไปในระยะโจมตี ย่อมมีโอกาสสูงมากที่จะถูกพันธนาการไว้ และเมื่อถูกจับได้แล้ว การหนีออกมาก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องต่อสู้ด้วย พละกำลัง  ซึ่งค่ามาตรฐานของทายาทไร้รูปลักษณ์นั้นเกิน 100 แต้ม สูงเกินกว่าขีดจำกัดของมนุษย์

ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะบริวารลำดับล่างของ มหาต้นตอซาโธกัว มันอาจมี พลังโจมตีระยะไกลแบบเวทมนตร์ บางอย่างอีกด้วย ซึ่งทำให้หลิวซิงกับทีน่าต้องระวังตัว

ดังนั้น ทั้งคู่จึงตัดสินใจ ถอยกลับไปยังวัดก่อน เพื่อวางแผนใหม่

เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับทัน หลิวซิงกับทีน่าจึงเลือกวิ่งเหยาะ ๆ กลับไปทางวัด

ส่วนเจ้าทายาทไร้รูปลักษณ์ แม้ดูเหมือนจะพยายาม “ไล่ล่า” สุดความสามารถ

แต่ระยะห่างระหว่างมันกับทั้งคู่กลับยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อหลิวซิงกับทีน่ากลับไปถึงวัดเรียบร้อยดี

ทายาทไร้รูปลักษณ์... เพิ่งจะคลานมาถึง “กึ่งกลางระหว่างสองย่านการค้า” เท่านั้นเอง

จบบทที่ บทที่ 57 ถูกขับออกจากกลุ่มแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว