- หน้าแรก
- ลูกเต๋าในห้วงมืด : เสียงเพรียกแห่งคธูลู
- บทที่ 55 เวลาจำกัด
บทที่ 55 เวลาจำกัด
บทที่ 55 เวลาจำกัด
เมื่อเนื้อเรื่องเดินทางมาถึงช่วงกลาง ก็ถึงเวลาที่บอสซึ่งมีชื่อว่า “เสือ” จะปรากฏตัวในที่สุด
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายเร่งด่วนของหลิวซิงกับเถียนเต้ายังคงเป็นการไปยังสวนพีชด้านหลังวัด เพื่อเก็บผลพีชไว้ใช้เป็นของถวาย
“ไปเก็บพีชกันก่อนเถอะ แล้วค่อยกลับไปที่วัดเพื่อเจอกับทีน่ากับคนอื่น ๆ แล้ววางแผนกันอีกที” หลิวซิงพูดพลางตบไหล่เถียนเต้าเป็นสัญญาณให้ตามมา
เถียนเต้าพยักหน้า แต่ในแววตายังคงมีความสงสัย “แต่ถ้าเงานั่นเป็นแม่ของหนานเสี่ยวเหนี่ยวจริง ๆ ความเร็วของเธอไม่น่าเชื่อเลยนะ แค่พริบตาเดียวก็วิ่งได้เป็นสิบเมตร ผมเลยสงสัยว่าแม่ของหนานเสี่ยวเหนี่ยวอาจจะ...”
แม้เขาจะพูดไม่จบ แต่หลิวซิงก็เข้าใจทันที เขาส่ายหัวช้า ๆ แล้วตอบ “ผมก็คิดเหมือนกัน มีความเป็นไปได้สูงว่าแม่ของหนานเสี่ยวเหนี่ยวอาจจะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว ต่อจากนี้เราต้องระวังให้มาก เพราะถ้าเป็นอย่างที่นายว่า ความเร็วระดับนั้น…เราหนีไม่ทันแน่ ถ้าเธอตามมาทันก็คงจบกันพอดี”
เถียนเต้าพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินนำไปยังสวนพีช
ในสวนมีต้นพีชเพียงเจ็ดต้น พวกเขาใช้เวลาไม่นานก็เจอผลพีช แต่ก็เป็นไปตามที่หลิวซิงคาดไว้ พวกเขาพบพีชเพียงแค่สองลูกเท่านั้น
“ว่าแล้ว ของถวายในโลกกระจกนี้มันมีน้อยเกินไปจริง ๆ ระวังอย่าให้หล่นหรือช้ำล่ะ” หลิวซิงพูดพลางประคองลูกพีชในมืออย่างระมัดระวัง เขารู้จักนิสัยของ KP เฉาดี พอเจอของสำคัญแบบนี้ มักมีโอกาสสูงมากที่อีกฝ่ายจะสั่งให้ทำการทดสอบโชค ระหว่างทางกลับ ถ้าโชคไม่ดี ทอยไม่ผ่านล่ะก็ พีชอาจจะตกแตกกลางทางก็ได้
เถียนเต้าก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะในฐานะ “นักขับรุ่นเก๋า” ของ เกมสวมบทบาทคธูลู พวกเขารู้ดีว่า KP เฉาเป็นผู้คุมเกมประเภท “จอมป่วนสายปั่น” ยิ่งต้องระวังให้มาก อย่าเปิดช่องให้เขาเล่นงานเด็ดขาด
ดังนั้นหลิวซิงกับเถียนเต้าจึงพากันเดินกลับอย่างระมัดระวังราวกับถือระเบิดในมือ กระทั่งกลับถึงวัดโดยไม่เกิดเหตุใด ๆ ท่ามกลางสายตาโล่งอกแต่ปนเหนื่อยใจของทีน่ากับอากิระ ทั้งคู่ก็นำลูกพีชไปวางบนแท่นบูชาได้สำเร็จ
ทันทีที่พีชสัมผัสแท่นบูชา เสียงของ KP เฉาก็ดังขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ
[ฮ่า ๆ เนื่องจากผู้เล่นได้วางของถวายชิ้นแรกลงบนแท่นบูชา กลไกของแท่นจึงเริ่มทำงานแล้ว บัดนี้แท่นบูชาได้เริ่มพิธีบูชายัญอย่างเป็นทางการ ภายในสี่สิบนาทีต่อจากนี้ หากผู้เล่นสามารถวางของถวายครบทั้งสามอย่างได้ พวกเจ้าจะสามารถทำพิธีเสร็จสิ้นและกลับสู่โลกจริงได้ แต่ถ้าไม่สำเร็จภายในสี่สิบนาที...ก็จะถูกขังอยู่ในโลกกระจกนี้ตลอดไป!]
KP เฉาหยุดพูดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ [แน่นอน หากอยากลองทางลัด ก็สามารถเลือกต่อสู้กับสิ่งประหลาดในโลกกระจกนี้เพื่อเคลียร์เกมได้ แต่จากที่ข้าเห็นช่องเก็บของ ของพวกเจ้าตอนนี้…ดูแล้วโอกาสจะชนะมันแทบไม่มีเลยนะ ฮ่า ๆ]
ทุกคนมองหน้ากันด้วยสีหน้างุนงง ไม่รู้จะเริ่มทำอย่างไรต่อดี
จนกระทั่งหลิวซิงเดิออกมากล่าวขึ้นว่า “เคพีได้เวลาเข้าสู่ห้องส่วนตัวแล้ว”
KP เฉาหัวเราะเบา ๆ [อ๋อ ช่วงห้องส่วนตัวงั้นสิ ได้เลย แต่ขอเตือนว่าตอนนี้เวลาของพวกเจ้ามีจำกัดนะ]
“ทุกคน ตอนนี้เรามีเวลาแค่สี่สิบนาที ต้องรีบแล้ว ถ้าไม่มีใครคัดค้าน ผมขอสรุปสถานการณ์แล้วเสนอแผนก่อน จากนั้นค่อยลงมติ เห็นด้วยไหม?” หลิวซิงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
อากิระและอีกสองคนพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร เห็นได้ชัดว่าเห็นด้วยกับเขา
“ดีมาก” หลิวซิงพูดต่อ “เริ่มแรก เหตุผลที่เถียนเต้าออกไปเก็บพีชคนเดียวก็เพราะเป็นเหตุการณ์บังคับของเนื้อเรื่อง เขาเห็นเงาคนวิ่งเร็วมากมุ่งหน้าไปยังเขตการค้าด้านซ้าย น่าจะเป็นทางไปซุ้มองุ่น ซึ่งผมคิดว่าเงานั้นน่าจะเป็นแม่ของหนานเสี่ยวเหนี่ยว แต่มีความเป็นไปได้ถึงแปดในสิบว่าเธอไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว และอาจกลายเป็นสิ่งประหลาดไปแล้ว”
“เพราะงั้น ผมเสนอให้เราแบ่งทีม ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่าการพบกันของหนานเสี่ยวเหนี่ยวกับแม่เธอจะเป็นยังไง แต่ดูยังไงก็คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ดังนั้นต้องมีคนหนึ่งอยู่ที่วัด เพื่อเฝ้าหนานเสี่ยวเหนี่ยวกับหลี่หมิง”
“ต่อไปคือของถวายอีกสองอย่าง องุ่นอยู่ที่ซุ้มองุ่น ส่วนหน่อไม้อยู่ในป่าไผ่กลางเขา ผมแนะนำให้ส่งคนหนึ่งไปที่ป่าไผ่ เพราะจากรูปแบบของฉากแล้ว อันตรายน่าจะอยู่ที่ซุ้มองุ่นมากกว่า ป่าไผ่น่าจะปลอดภัยกว่า ไปคนเดียวคงไม่เป็นปัญหา”
“ส่วนอีกสองคนจะต้องไปยังซุ้มองุ่น เพื่อหาองุ่นและเผชิญหน้ากับแม่ของหนานเสี่ยวเหนี่ยว หรือจะพูดให้ตรงกว่านั้นก็คือ เผชิญหน้ากับสิ่งประหลาดตัวนั้น โอกาสที่จะเก็บทั้งองุ่นและหน่อไม้ครบในรอบเดียวมีน้อย ดังนั้นหากเกิดมีการต่อสู้หรือติดขัด ต้องรีบถอนตัวกลับมาที่นี่ทันที” หลิวซิงสรุปแผนอย่างรวบรัด
เถียนเต้าพยักหน้า “ผมเห็นด้วยกับแผนของหลิวซิง ผมจะอยู่เฝ้าวัดเอง ที่นี่ไม่มีเชือกจะมัดหลี่หมิง ถ้าเขาฟื้นขึ้นมา ผมจะจัดการได้ทันที อีกอย่างถ้ามีเหตุไม่คาดฝัน ผมจะได้พาหนานเสี่ยวเหนี่ยวกับหลี่หมิงออกจากที่นี่ได้ด้วย”
“งั้นฉันจะไปที่ป่าไผ่เอง” อากิระอาสาทันที “เพราะดูเหมือนฉันจะมี ทักษะสืบสวนสูงที่สุดในกลุ่มแล้ว และสถานที่อย่างป่าไผ่ก็คงต้องใช้ทักษะนี้แน่ ๆ”
ส่วนทีน่าก็ยิ้มบางแล้วหันมาทางหลิวซิง “งั้นดูเหมือนรอบนี้เราจะทำงานคู่กันนะ ฝากตัวด้วยนะ หลิวซิง”
หลิวซิงหัวเราะตอบ “ยินดีครับ งั้นอย่าเสียเวลาเลย ไปกันเถอะ”
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เสียงของ KP เฉาก็ดังขึ้นอีกครั้ง [ในเมื่อพวกเจ้าตัดสินใจได้แล้ว ก็ถึงเวลาทำการทดสอบแรงต้านแล้วล่ะ!]