เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 ภารกิจเสร็จสิ้น

บทที่ 35 ภารกิจเสร็จสิ้น

บทที่ 35 ภารกิจเสร็จสิ้น


หลังจากออกจากปราสาทไอนส์ ทุกคนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ แกรี่เวลาโกรธกลับเลือกใช้ปืนแทนที่จะใช้เวทมนตร์ นั่นบ่งบอกว่าในฐานะพ่อมด ความสามารถของเขาก็อาจอยู่ในระดับกลาง ๆ เท่านั้น คงไม่อาจใช้เวทมนตร์ขั้นสูงอย่างการเคลื่อนย้ายมิติได้

แต่พอลองคิดกลับไปก็สมเหตุสมผลอยู่ เพราะนี่เป็นเพียงด่านระดับเริ่มต้น จะให้พ่อมดที่ทรงพลังเกินไปปรากฏตัวก็คงไม่เข้ากับสถานการณ์

เมื่อตระหนักเช่นนี้ หลิวซิงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา เว้นแต่ว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เขาก็สามารถถือว่าภารกิจในครั้งนี้เสร็จสิ้นโดยแทบไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ

ภายใต้การชี้ทางที่ชำนาญของหวังซืออี้ เฉินหลิงก็แทบไม่ต้องทดสอบทักษะขับรถ รถตู้แล่นไปอย่างราบรื่น ลมโชยพัดเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ทิ้งปราสาทไอนส์ และเมืองเล็กไว้เบื้องหลัง

การหลบหนีออกจากเมืองไอนส์ได้สำเร็จ ทำให้บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความร่าเริง ทุกคนเริ่มพูดคุยหยอกล้อกัน โดยเฉพาะเรื่องของอิซาเบลลา หวังฉีกับคนอื่น ๆ ต่างเต็มไปด้วยความอยากรู้และเอ็นดู เพราะเธอเป็นเด็กสาวที่น่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ

ก่อนหน้านี้ ภายในปราสาทไอนส์ มีเพียงหลิวซิงเท่านั้นที่ได้พูดคุยกับอิซาเบลลา ส่วนช่วงเวลาที่พวกเขารอประตูเปิด และต่างหวั่นเกรงว่าแกรี่อาจปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทุกคนต่างก็อยู่ในสภาพระวังภัยสูงสุด จึงไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอมากนัก

หวังซืออี้ที่กำลังอุ้มอิซาเบลลาอยู่ก็อดลูบศีรษะเธอไม่ได้ พลางถามขึ้นว่า

“คุณหนูอิซาเบลลา คุณอยากออกจากปราสาทไอนส์ไปกับพวกเราจริง ๆ เหรอ? แล้วคุณแกรี่จะไม่เป็นห่วงคุณหรอ?”

“ไม่หรอกค่ะ” อิซาเบลลาส่ายหน้าอย่างมั่นใจ “เขามัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องของตัวเองจนไม่มีเวลามาห่วงฉัน”

เรื่องในครอบครัว เป็นสิ่งที่คนนอกยากจะตัดสินหลิวซิงจึงเลือกที่จะเลี่ยงประเด็นที่ชวนอึดอัดเล็กน้อย แล้วถามคำถามของตัวเองแทน

“คุณหนูอิซาเบลลา คุณพอรู้ไหมว่าคุณแกรี่หายไปไหน? ตอนพวกเราเปิดประตูเสียงก็ดังขนาดนั้น เขาไม่น่าจะไม่ได้ยิน แต่ทำไมถึงไม่โผล่มาดูเลยล่ะ?”

อย่างที่หลิวซิงว่า เสียงดังจากการเปิดประตูน่าจะดังไปถึงแกรี่แน่นอน เว้นเสียแต่เขาจะหูหนวก แต่เวลาผ่านมากว่าสิบกว่านาทีแล้ว กลับไร้วี่แวว ซึ่งช่างน่าประหลาดเกินไป

อิซาเบลลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบหลิวซิง

“คุณหลิวซิง ถ้าฉันไม่ได้คิดผิดล่ะก็ คุณพ่อน่าจะลงไปที่ห้องใต้ดินนั่นแหละค่ะ นอกจากห้องหนังสือกับห้องนอนแล้ว เขามักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องใต้ดิน ทำอะไรบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ บางครั้งฉันยังได้ยินเสียงคำรามแหลม ๆ ดังออกมาจากที่นั่น เสียงชวนขนลุกที่เหมือนจะเป็นทั้งมนุษย์และสัตว์ในเวลาเดียวกัน”

คิ้วของหลิวซิงยกสูงขึ้นทันที ก่อนจะถามต่อ

“คุณหนูอิซาเบลลา ห้องใต้ดินที่คุณพูดถึง… ใช่หลังประตูที่ล็อกไว้ตรงชั้นหนึ่งนั่นหรือเปล่า?”

“ใช่ค่ะ” อิซาเบลลาพยักหน้า “นั่นแหละคือทางเข้าห้องใต้ดิน มีแค่คุณพ่อเท่านั้นที่มีกุญแจ ซึ่งเขาเก็บไว้ในห้องนอนตลอด เขาห้ามไม่ให้ใครเข้าไปในห้องส่วนตัวนั้นเลย ฉันจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน มีกลุ่มนักเดินทางเหมือนพวกคุณเกิดความสงสัยแล้วพยายามจะเข้าไป

แต่พวกเขากลับไปกระตุ้นสัญญาณเตือนขึ้นมา ทำให้คุณแกรี่ขับไล่พวกเขาออกจากปราสาท ระหว่างทางที่กลับไปยังเมืองไอนส์ว่ากันว่าพวกเขาถูกฝูงหมาป่าโจมตี ทุกคนตายหมด ศพยังถูกกัดแทะจนสภาพไม่สมบูรณ์”

คำพูดของอิซาเบลลาทำให้ทุกคนหันมาสบตากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ภาพที่เธอเล่าคือชะตากรรมที่น่าสะพรึงกลัว และนั่นย่อมเป็นสิ่งที่รอพวกหลิวซิงอยู่ หากพวกเขาล้มเหลวในภารกิจครั้งนี้

แต่สิ่งที่หลิวซิงกังวลยิ่งกว่าก็คือ สิ่งใดกันแน่ที่ถูกซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินนั้น? ตามคำบอกเล่าของอิซาเบลลา ดูเหมือนจะมีอสูรในตำนานคอยเฝ้าอยู่ หากพวกเขาประสบความสำเร็จในการสืบค้นจริง ๆ ก็เท่ากับต้องเผชิญหน้ากับอสูรตนนั้นโดยตรง

ความคิดนี้ทำให้หลิวซิงรู้สึกโชคดีขึ้นมา เพราะดังสุภาษิตที่ว่า แม้แต่อสูรในตำนานที่อ่อนแอที่สุด ก็ยังมีคุณสมบัติที่เกินขีดสุดของมนุษย์ได้ ทั้งยังมีความสามารถต่อสู้เทียบเท่าแชมป์มวยหรือปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ สำหรับพวกเขาที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ไร้อาวุธและการเตรียมพร้อม การจะถูกมันฆ่าให้ตายก็ง่ายเหมือนบิดคอไก่

นี่เองคือตัวอย่างชัดเจนของสุภาษิตในเกมคธูลูยิ่งรู้มาก ความตายยิ่งใกล้เข้ามา โชคดีที่พวกเขาล้มเหลวในการตรวจสอบโดยรวม ไม่อย่างนั้นผลลัพธ์ที่ตามมาก็ยากจะจินตนาการได้ ดีที่สุดก็คงเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณ…

อย่างไรก็ตาม หลิวซิงก็ยังรู้สึกสงสัยอยู่ดี ต่อให้แกรี่อยู่ในห้องใต้ดินจริง ๆ แต่เขาก็น่าจะได้ยินเสียงเอะอะโกลาหลอยู่ดี แล้วทำไมถึงไม่ออกมาไล่ตามพวกเขาล่ะ?

ในขณะที่หลิวซิงกำลังครุ่นคิด ไป๋เหอเฉิงที่ถูกมัดอยู่บนหลังคารถก็เคาะกระจกรถขึ้นมา นี่คือสัญญาณที่เขากับหลิวซิงตกลงกันไว้ หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นบนหลังคา ไป๋เหอเฉิงก็จะเคาะหน้าต่างอย่างแรงเพื่อเตือน

หลิวซิงรีบเปิดกระจกรถ ไป๋เหอเฉิงก็โผล่หัวเข้ามาพูดทันที

“ตอนที่ได้ยินหวังฉีกดปุ่มเปิดประตูอัตโนมัติ ฉันคิดจะออกไปก่อนแล้วไปรอเจอนายที่หน้าประตู แต่เพราะสายตายังไม่ฟื้นดี เลยเดินสะเปะสะปะไปเจอห้องหนึ่งที่ล็อกอยู่แต่บานประตูแง้มไว้ ความอยากรู้อยากเห็น ฉันเลนชะโงกหน้ามองเข้าไป …ก็เห็นว่ามีทางลงห้องใต้ดินเปิดอยู่ ข้างในมีทั้งกลิ่นเหม็นเน่าและเสียงประหลาด ฉันเลยรีบปิดทางเข้าห้องใต้ดินนั้น แล้วก็ล็อกประตูกลับไป ก่อนจะลงมานั่งรอนายที่ห้องโถงใหญ่น่ะสิ”

คำอธิบายของไป๋เหอเฉิงทำให้ทุกอย่างกระจ่าง ที่แท้เหตุผลที่แกรี่ไม่ออกมาตามล่า ก็เพราะถูกไป๋เหอเฉิงกักขังไว้ในห้องใต้ดินโดยบังเอิญ!

อิซาเบลลาเคยบอกแล้วว่าแกรี่เป็นคนเดียวที่มีกุญแจ คราวนี้เมื่อเขาถูกขังอยู่ข้างใน การที่เฒ่าเวย์นจะเข้าไปช่วยก็คงแทบเป็นไปไม่ได้ ด้วยสภาพร่างกายอันโรยราของเขา ต่อให้รู้ว่าแกรี่อยู่ตรงนั้น การพังประตูก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ระหว่างนั้นเอง หลิวซิงกับพรรคพวกก็อาศัยจังหวะนี้หนีออกจากปราสาทไอนส์มาได้โดยไม่บาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

หลิวซิงอดยอมรับไม่ได้ว่า แม้ไป๋เหอเฉิงจะชอบเล่นพิเรนทร์ แต่ในจังหวะคับขัน เขากลับมีบทบาทชี้เป็นชี้ตาย หากจะต้องเลือกผู้เล่นทรงคุณค่าที่สุด สำหรับรอบนี้ คนคนนั้นก็คือไป๋เหอเฉิงอย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่าก่อนที่หลิวซิงจะได้เอ่ยปากชม KP004 ก็ประกาศขึ้นอย่างกะทันหัน

[ยินดีด้วยกับการทำภารกิจหลักสำเร็จ ในอีกห้าวินาที คุณทั้งหมดจะสูญเสียการควบคุมตัวละคร และเข้าสู่ลำดับฉากจบ หลังฉากจบสิ้นสุด คุณจะเข้าสู่การสรุปผลเกม และกลับสู่โลกแห่งความจริง]

ทันทีที่เสียง KP004 จบลง หลิวซิงก็รู้สึกถึงแรงเหวี่ยงมหาศาลดึงวิญญาณของเขาหลุดออกจากร่างอย่างไม่อาจต้านทาน ร่างวิญญาณพุ่งทะลุหลังคารถตู้ขึ้นไป แล้วลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ!

จบบทที่ บทที่ 35 ภารกิจเสร็จสิ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว