- หน้าแรก
- แฟนตาซีเหนือฟ้า : ข้าคือเซียนบัฟ
- บทที่ 55 ความมั่นใจ?
บทที่ 55 ความมั่นใจ?
บทที่ 55 ความมั่นใจ?
###
【ชื่อ: โลงศพกลืนเงา】
【ประเภท: สมบัติวิเศษ】
【ระดับ: ชั้นลึกลับ ขั้นสูง】
【คุณสมบัติ: มิติ, ดูดเลือด, กลืนเงา】
【วัสดุหลัก: ไม้ดูดเลือด】
【สถานะ: ลมปราณหยินรั่วไหล】
【หมายเหตุ: จำเป็นต้องมีสำหรับเดินทางและอยู่บ้าน】
ชั้นลึกลับ ขั้นสูง!!!
โอ้โห!
เจียงลี่ถึงกับตกใจ เดิมทีเขาคิดว่าแค่ได้สมบัติวิเศษระดับลึกลับขั้นต้นก็พอใจแล้ว
แต่สมกับเป็นมรดกของผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำจริง ๆ!
โลงศพที่ดูธรรมดาเหมือนจะขายได้แค่สองสามตำลึงเงินในโลกมนุษย์ กลับมีระดับถึงขั้นลึกลับชั้นสูง!
แม้ว่า "โลงศพกลืนเงา" นี้อาจจะมีสภาพไม่สมบูรณ์เพราะไร้เจ้าของมานาน ลมปราณหยินภายในเริ่มรั่วไหล แต่ระดับลึกลับชั้นสูงก็คือระดับลึกลับชั้นสูง เป็นของล้ำค่าที่ผู้ฝึกตนทั่วไปอาจไม่มีโอกาสได้สัมผัสไปชั่วชีวิต
กำไรเละเทะ! กำไรจริง ๆ!
เขาโบกมือเบา ๆ โลงศพก็ลอยขึ้นมาและย่อขนาดเองกลายเป็นกล่องเล็กเท่าฝ่ามือร่วงลงบนมือของเจียงลี่
ย่อได้ขยายได้ เปลี่ยนน้ำหนักได้ แถมยังมีมิติในตัวอีกด้วย
เจียงลี่ไม่รู้ว่าสมบัติวิเศษเก็บของอื่นมีขนาดเท่าใด แต่โลงศพกลืนเงานี้ ใหญ่จนน่าตกใจ
แม้มันไม่มีคุณสมบัติพิเศษอื่นใดเลย ใช้เป็นเพียงหีบเก็บของก็คุ้มค่าระดับลึกลับชั้นสูงแล้ว
เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างมีความสุข ก่อนจะเก็บโลงศพติดตัวไว้ในอกเสื้อ แล้วเดินกลับไปยังทิศที่เรือบินของหุบผาคัมภีร์รออยู่
เดี๋ยวนะ? ลืมอะไรไปหรือเปล่า?
คุณพระ! ลืมเก็บผีดิบขาว!
มัวแต่มั่นใจเรื่องสมบัติ เจียงลี่ดันลืมผู้ช่วยสำคัญอย่างผีดิบขาว(ผีดิบขาวเป็นระดับขั้นเผื่อใครลืม/ผีดิบดำคือผิวสีดำ)ที่เหน็ดเหนื่อยมาด้วยกัน
รีบย้อนกลับไป ปล่อยโลงศพออกมา แล้วเก็บผีดิบขาวเข้าไปก่อนจะเดินทางกลับอีกครั้ง
ผีดิบขาว: (╬ ̄皿 ̄)mmp
เมื่อเรือบินของสำนักมาถึงแล้ว บริเวณนั้นก็เงียบสงัดไปสักพัก ดูเหมือนว่าการต่อสู้จะยุติลงแล้ว
เมื่อเขาค่อย ๆ เข้าไปใกล้ ก็ไม่เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
แม่น้ำปาจูที่เคยขุ่นอยู่แล้ว ตอนนี้กลับดำมืดเสียยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่ค่อย ๆ สาดส่อง กลับมีไอเหม็นเน่าลอยขึ้นมาชวนอึดอัดใจ!
พวกอสูรศพพวกนั้น จะว่าไปก็สมกับที่โดนขับไล่จากเหล่าผู้ฝึกตนจริง ๆ เหมือนอาวุธชีวภาพไม่มีผิด
ปลาทั้งแม่น้ำนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตายหมด และคงต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าห้าสิบปีถึงจะฟื้นฟูระบบนิเวศได้
ตามผิวน้ำยังมีแผ่นน้ำแข็งลอยอยู่เต็มไปหมด
มีผู้ฝึกตนจำนวนหนึ่งกำลังทุบแผ่นน้ำแข็ง แล้วเหวี่ยงตาข่ายพิเศษลงน้ำเพื่อเก็บอะไรบางอย่าง พวกเขาอาจกำลังตามหาศพผู้ฝึกตน หรือไม่ก็สมบัติวิเศษที่ไร้เจ้าของที่ตกน้ำลงมา คงไม่ใช่ตกปลาแน่นอน
"เจียงลี่ เจ้ากลับมาแล้วเหรอ บาดเจ็บหรือเปล่า?"
เมื่อเจียงลี่กลับมายังจุดตั้งค่ายของหุบผาคัมภีร์ เขาไม่พบผู้เฒ่าอ้งซานฉี แต่กลับเจออวี้ปั้นเซี่ยและลู่เฉียนเฉียนแทน
"ไม่เป็นไร แค่แผลเล็กน้อย พวกเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ไง?"
เขาเพิ่งพูดจบก็รู้ตัวทันทีว่านี่เป็นคำถามที่โง่สิ้นดี เรือบินของสำนักยังลอยอยู่บนนั้นชัด ๆ แน่นอนว่าพวกเขาก็ต้องอยู่ที่นี่สิ
"พวกเรามากับเรือบินของสำนัก ผู้เฒ่าอ้งซานฉีกับศิษย์ฝ่ายในบางคนขึ้นไปพักฟื้นบนเรือกันหมดแล้ว"
"ผู้อาวุโสต้วนบอกให้พวกเราลงมาเก็บกวาดสมรภูมิ ถ้ามีอะไรได้มาก็ถือเป็นของเราเอง"
บาดเจ็บ? เจียงลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เนื่องจากเขาอยู่ไกล แถมผีดิบขาวก็ดำน้ำอยู่ เขาเองก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในการต่อสู้ก่อนหน้า
"เก็บกวาดสมรภูมิ? เมื่อครู่ข้าเห็นมีคนอยู่ในแม่น้ำดำน้ำหาของ นั่นยังมีอะไรให้เก็บอีกเหรอ?"
เขาย่อมไม่อาจเปิดเผยว่าผีดิบขาวแอบอยู่ใต้น้ำได้ เพราะนั่นอาจสร้างปัญหาไม่จำเป็น จึงได้แกล้งถามออกไป
"จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรดีนักหรอก ผู้อาวุโสกับศิษย์ฝ่ายในมองว่าไม่คุ้มค่า แต่สำหรับศิษย์นอกอย่างเรา กับพวกเร่ร่อนอย่างพวกนั้น มันยังพอมีประโยชน์อยู่ อย่างเช่นพวกนี้ไง"
อวี้ปั้นเซี่ยพาเจียงลี่ไปยังมุมหนึ่ง ขณะที่ลู่เฉียนเฉียนกำลังควบแน่นลำธารน้ำด้วยลมปราณธาตุน้ำ ล้างคราบสิ่งสกปรกออกจากของบางอย่างบนพื้น
เจียงลี่มองเพียงครั้งเดียวก็เข้าใจทันที
สมบัติวิเศษของผู้ฝึกตนที่เสียชีวิต
ร่างของผู้ฝึกตนที่จมน้ำมักจะถูกลากหายไปด้วยรากไม้ใต้น้ำ จึงไม่มีโอกาสจะเก็บซากได้
ของที่พอจะเก็บกลับมาได้ ก็มีเพียงสมบัติวิเศษที่เสียหายแล้วเท่านั้น
“ของพวกนี้ คงใช้ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง”
น้ำในแม่น้ำปาจูถูกโลหิตของอสูรศพทำให้กลายเป็นสีดำมืด สมบัติวิเศษที่จมน้ำอยู่นานขนาดนี้ หากมิใช่ของที่มีคุณสมบัติธาตุหยินโดยกำเนิด ก็คงไม่มีทางใช้งานได้อีก
“ใช้งานไม่ได้นั่นแหละ แต่บางชิ้นยังสามารถนำวัสดุไปหลอมใหม่ได้ เจ้าเลือกดูสักชิ้นเถอะ เจียงลี่”
เจียงลี่เข้าใจทันทีว่ามีวิธีใช้เช่นนี้ด้วย แต่...หลังเพิ่งได้สมบัติวิเศษล้ำค่า ชักจะรู้สึกเฉย ๆ กับของเล็กน้อยแบบนี้...
จะบ้าเรอะ!
เจียงลี่แอบเสียดายอยู่ในใจ—ให้ตายสิ! รู้งี้น่าจะให้ผีดิบขาวงมใต้น้ำให้นานกว่านี้!
เพราะไม่อยากขัดน้ำใจอวี้ปั้นเซี่ยและคนอื่น เจียงลี่จึงเลือกสมบัติวิเศษรูปเบ็ดที่เสียหายหนักชิ้นหนึ่งเก็บไว้
“เจียงลี่ เรื่องภารกิจคราวนี้ต้องขอบคุณเจ้ามากจริง ๆ หากไม่ใช่เจ้าแจ้งข่าวสำนักไว้ทัน พวกเราทั้งหมดคงตายหมดแล้ว”
“ครั้งนี้เจ้าออกแรงมากที่สุด เมื่อถึงเวลาสำนักแจกจ่ายรางวัล เจ้าต้องได้ส่วนแบ่งมากที่สุดแน่นอน”
อวี้ปั้นเซี่ยกล่าวพร้อมหยุดนิ่งไปครู่ ก่อนเอ่ยถึงภารกิจครั้งก่อน สีหน้าของคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ก็พากันหม่นหมอง
ท้ายที่สุด สองสหายต้องสละชีวิต ห้าคนที่เหลือบาดเจ็บกันถ้วนหน้า แถมร่างกายยังพันผ้าพันแผลจนดูน่าเวทนากว่าเจียงลี่เสียอีก
แต่ถึงอย่างนั้น อวี้ปั้นเซี่ยก็ยังพูดถึงคำสัญญาที่ให้ไว้ ว่าจะแบ่งของที่ได้จากภารกิจครั้งนี้ให้เจียงลี่ส่วนหนึ่งด้วย
เจียงลี่รู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง เพราะได้ผู้เฒ่าอ้งซานฉีคอยหนุนหลัง สำนักเองก็จะให้รางวัลแก่เขามากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว
“พวกเราล้วนเป็นสหาย จะกล่าวเช่นนั้นไปไย”
“ข้าก็ได้ยินเรื่องของพวกเขาแล้ว ข้ารู้สึกเสียใจ หากข้ามาเร็วกว่านี้ บางทีพวกเขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้”
เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง เจียงลี่กับสองผู้เสียชีวิตนั้นไม่สนิทนัก แต่กับทั้งห้าคนที่เหลือดูเหมือนจะคุ้นเคยกันดี คำพูดของเขา อาจไม่ใช่คำปลอบใจที่ดีที่สุด แต่ก็อาจช่วยบรรเทาได้บ้าง
“ก็บอกแล้วว่าเป็นสหาย อย่าคิดมากเลย หากจะโทษ ก็โทษพวกจอมโลภเร่ร่อนพวกนั้นเถอะ”
“ไม่พูดเรื่องนั้นแล้วดีกว่า คราวนี้สำนักให้รางวัลมากมายพอจะให้พวกเราฝึกฝนได้นานทีเดียว ช่วงนี้คงไม่ต้องออกภารกิจอีกสักพัก”
“ข้าตัดสินใจแล้ว ปีนี้จะเข้าร่วมการประลองศิษย์นอก!”
คำพูดของอวี้ปั้นเซี่ยทำให้เจียงลี่ถึงกับประหลาดใจ
แม้จะเป็นศิษย์นอก แต่ในนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนเก่ง ผู้มีรากวิญญาณระดับสูงระดับปลายขั้นฝึกปราณก็มีอยู่มาก
พวกเขามีลมปราณลึกซึ้ง วิชาแข็งแกร่ง ประสบการณ์มากมาย ไหนเลยมือใหม่ปีแรกอย่างอวี้ปั้นเซี่ยจะสู้ไหว
เจียงลี่เองยังว่าเสี่ยง แล้วเขานี่มั่นใจจากไหนนัก?
“เจ้าจริงจังหรือ?”
เจียงลี่ถามอย่างประหลาดใจ
“แค่เข้าร่วมเอง จะตื่นเต้นไปไย ต่อให้ไม่ชนะ ก็ยังได้ประสบการณ์เอาไว้ใช้แข่งคราวหน้าไงล่ะ”
อ๋อ อย่างนี้นี่เอง เจียงลี่นึกว่าเขาไปได้โชควาสนาใหญ่โตมาจากอาณาจักรอินหนานเสียอีก
“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ร่วมด้วยคนละกัน”
เจียงลี่บิดตัวเบา ๆ เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบราวกับประกาศศึก การประลองศิษย์นอกอันน้อยนิด...แค่รอให้เขาไปเก็บแต้มก็พอ!