- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ การถือกำเนิดผู้พิทักษ์
- บทที่41 การเตียมการขั้นสุดท้าย
บทที่41 การเตียมการขั้นสุดท้าย
บทที่41 การเตียมการขั้นสุดท้าย
บทที่41 การเตียมการขั้นสุดท้าย
เมื่อธุรกิจส่วนตัวของฉันดำเนินไปอย่างราบรื่น ก็ถึงเวลาที่ฉันจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปัญหาที่จะมาถึงในโรงเรียนฮอกวอตส์
ปริมาณพลังเวทมนตร์ของฉันเหนือกว่าของศาสตราจารย์มักกอนนากัลป์และสเนปเสียอีก เพราะแก่นพลังเวทคู่ของฉัน รวมไปถึงความเร็วในการร่ายและการตอบสนองเวลาสู้ด้วยจากสัญชาตญาณสัตว์วิเศษในร่าง รวมแล้วพลังในร่างฉันมีเกือบสองเท่าของพวกเขาในทั้งสามด้านเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม หากสู้กันจริงฉันก็ทำได้แค่เสมอกับพวกเขา เพราะพวกเขาชดเชยด้วยประสบการณ์อันมากล้นในสงครามครั้งก่อน หากอยากมีพลังเวทและการตอบสนองมากกว่าศาสตราจารย์ทั่วไปในโรงเรียน ฉันจะต้องรอเวลาเพื่อเติบโตสู่การเป็นผู้ใหญ่ เมื่อถึงตอนนั้นฉันจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตของดัมเบิลดอร์และโวลเดอมอร์
ในเมื่อพลังเวทมนตร์หลักสองแก่นของฉันจะไม่ก้าวหน้าไปอีกสักพักหากไม่มีตัวกระตุ้นที่ดี ฉันเลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะเพิ่มสองตัวเลือกฝึกฝนใหม่ให้กับตัวเอง นั่นคือการเป็นแอนิเมจัส และการร่ายคาถาบนมีดของฉันที่ฉันขอมาจากเหล่าก็อบลิน
กระบวนการเป็นแอนิเมจัสยาวนานและน่ารำคาญ แต่ฉันไม่มีเวลาเดินทางไปทั่วโลกเพื่อค้นหากลุ่มที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ ดังนั้นฉันจึงต้องติดอยู่กับกลุ่มในอังกฤษไปก่อน
ความสามารถของฉันมีมากเกินพอที่จะทำให้สิ่งต่าง ๆ เป็นไปได้ ฉันแค่อยากได้วิธีที่ใช้เวลาน้อยกว่านี้ และแล้ว ในคืนพระจันทร์เต็มดวงถัดมา ฉันก็ติดใบแมนเดรกไว้บนเพดานปากด้วยคาถาติดตรึงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้มันเคลื่อนที่และทำให้ความคืบหน้าของฉันสูญเสียไป อย่างอื่น ๆ ก็ได้เตรียมพร้อมแล้ว แค่ต้องอมใบไม้ไว้ในปากตลอดเดือนหน้าเท่านั้น
ในช่วงเดือนที่ฉันทำอะไรมากไม่ได้นั้น ฉันตัดสินใจใช้เวลาช่วยซูซานเตรียมตัวสำหรับไปฮอกวอตส์ เพราะเธอค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับปีที่ใกล้จะมาถึง ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร การไปโรงเรียนประจำตั้งแต่อายุ 11 ปีเป็นสิ่งที่ทำให้คุณกังวลอยู่ดี ไม่ว่าคุณจะรู้เรื่องนั้นมากแค่ไหนก็ตาม มันเป็นธรรมชาติของเด็ก
พวกเขามักกังวลเกี่ยวกับการผูกมิตรกับคนอื่น การเข้ากลุ่ม การคิดถึงครอบครัว การไม่อยากทำให้ผู้ปกครองผิดหวังหรือล้มเหลว นี่คือความคิดที่เด็กส่วนใหญ่จะมีจนกว่าพวกเขาจะได้สัมผัสด้วยตัวเอง แต่อย่าลืมว่ฉันเองก็ยังอยู่ที่นั่นจนกว่าเธอจะอายุสิบสี่ปี ดังนั้นถ้าใครรังแกน้องสาวของฉัน พวกเขาจะต้องถูกเอาคืนอย่างเจ็บปวด
นอกเหนือจากนั้น ฉันก็มีเวลาว่างมากมายที่จะแบ่งไปทำงานกับมีดพกของฉัน มีดต่อสู้ที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างสวยงาม พร้อมสลักรูปนกฟีนิกซ์ ดวงตาทำจากทับทิม และด้ามจับหุ้มหนังที่สบายมือ
‘สมบูรณ์แบบเหมือนเคย’ ฉันคิด
แผนของฉันในตอนนี้คือการเชื่อมโยงมันเข้ากับแหวนที่ฉันได้รับเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพจากพวกก็อบลินตอนฉันได้รับชื่อผู้หักกระดูกจากพวกเขา แหวนมันทำจากวัสดุเดียวกับมีด นี่จะช่วยให้ฉันสร้างความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นมากระหว่างวัตถุทั้งสอง
มีดจะได้รับการร่ายคาถาบางอย่างที่มักพบในไม้กวาด เช่น บิน การเร่งความเร็ว เบรก ระบบควบคุม และการป้องกันการงัดแงะ ฉันได้ปรับเปลี่ยนพวกมันสำหรับตัวมีดแล้ว โดยคำนึงถึงน้ำหนัก แอโรไดนามิก จุดศูนย์ถ่วง และวัสดุ ฉันจะเพิ่มการร่ายคาถาที่ไม่พบในไม้กวาดทั่วไปด้วย เช่น คาถาล่องหน และคาถาย่อส่วน สุดท้ายฉันพยายามทดสอบการร่ายคาถาฟิเดลิอัส แต่ฉันทำไม่สำเร็จ... ลองนึกภาพมีดที่คนมองไม่เห็นหรือไม่สามารถจำได้ ว่ามีมีดอยู่ในมือ เว้นแต่จะมีคนบอกพวกเขาเกี่ยวกับมันสิ มันน่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นไปตามที่ฉันคิดไว้
ทุกอย่างเกี่ยวกับการร่ายคาถาฉันได้คิดไว้ล่วงหน้าแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่จริง ๆ ตอนนี้คือการสร้างการเชื่อมต่อกับแหวนและปรับแต่งมัน แหวนจะทำหน้าที่เป็นตัวควบคุม ฉันใช้พื้นฐานของคาถาพินิจใจและความสามารถในการสะกัดใจเล็กน้อยของขนนกของฉัน เพื่อสร้างระบบไฮบริดที่เชื่อมโยงให้มันตอบสนองกับจิตใจของฉันในระดับเล็กน้อย ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย แน่นอนว่าฉันจะไม่อนุญาตให้มันเข้าถึงจิตใจส่วนลึกของฉัน เพราะนั่นจะเปิดช่องโหว่ให้กับการป้องกันจิตใจของฉันอย่างร้ายแรง ดังนั้นมีดมันจะทำงานเมื่อฉันออกคำสั่งทางความคิดหรือเรียกรหัสว่า 'โบลต์' เท่านั้น
เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ฉันใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ค่อย ๆ ถักทอเวทมนตร์เข้าไปในมีดเป็นชั้น ๆ เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกันเป็นอาวุธซ่อนเร้นที่ร่ายคาถาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อใช้เป็นหนึ่งในไพ่ตายลับของฉันเมื่ออันตรายมาถึงจริง ๆ
ต้องลองหลายครั้งกว่าจะทำให้การบินสมบูรณ์แบบได้ เพราะสิ่งที่คิด ว่ามันจะเป็นในทางทฤษฎี กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง มันคนละเรื่องกันเลย แต่พอสำเร็จแล้ว ฉันก็เริ่มติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ทีละชิ้น จนกระทั่งหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ก็มีมีดเล่มหนึ่งลอยอยู่ตรงหน้าฉัน รอคำสั่งจากฉันอย่างสงบนิ่ง มันลอยอยู่อย่างมั่นคง ไม่มีการสั่น ไม่มีการหมุนหรือเอียง มันแค่ลอยอยู่นิ่ง ๆ อย่างสมบูรณ์
ฉันสั่งให้มันกลับเข้าไปในฝักมีดที่แขนซ้าย ก่อนจะเดินลงไปยังสวนหลังบ้าน ตอนนี้ป้าออกไปทำงาน ส่วนซูซานก็อยู่ที่บ้านแอ็บบอตต์อีกเช่นเคย ฉันจึงสามารถทดลองมีดได้โดยไม่ต้องแบ่งเวลาไปเล่นกับซูซาน
ฉันตั้งเป้าหมายไว้ด้านหน้าและสั่งให้พวกมันลอยอย่างอิสระ แค่คิด มีดก็พุ่งออกจากฝีดโดยไร้เสียง ถ้าฉันไม่ได้เป็นคนสั่ง คงไม่ทันเห็นเลย มันเร็วและแนบเนียนมาก มันกรีดอากาศราวกับไม่มีอะไรขวาง และแทงทะลุกึ่งกลางของเป้าหมายทุกชิ้นอย่างรวดเร็ว แม่นยำเหมือนจับวาง
“เจ๋ง! ฮ่า ๆ ๆ!! ใช่เลย! มันรู้สึกดีสุด ๆ เวลาที่โปรเจกต์แบบนี้ประสบความสำเร็จ! ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว!” ฉันตะโกนด้วยความสะใจ
เอาจริง ๆ คุณจะโทษฉันได้เหรอ? ทุกคนก็เคยรู้สึกโล่งใจหลังสอบเสร็จใช่ไหม? ลองคูณความรู้สึกนั้นสักห้าสิบเท่า แล้วคุณจะเข้าใจฉัน
ทิลลี่แค่มองผ่านหน้าต่างแวบเดียวก่อนจะกลับไปทำงานของเธอ เธอชินกับภาพแบบนี้ของฉันแล้ว ฉันสร้างหรือปรับปรุงของใหม่ ๆ อยู่ตลอด จนเธอเริ่มเฉย ๆ กับมันไป แต่คราวนี้เธอก็สังเกตได้ว่าฉันดูจะตื่นเต้นกว่าปกติ
หลังจากทดสอบเพิ่มเติมเรื่องการควบคุม ความเร็ว ความแม่นยำ การใช้งานระยะยาว และพลัง ฉันก็สั่งให้มีดกลับเข้าฝักอีกครั้ง
มันสามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 90 เมตรต่อวินาทีในทันที ฉันเลยต้องเพิ่มเวทป้องกันแรงกระแทกแบบปรับแต่งพิเศษให้ฝักเก็บมีดด้วย แต่ความเร็วระดับนั้นควบคุมยากมาก เพราะแบบนี้ฉันคงไม่ใช้ความเร็วสูงสุดบ่อย ๆ หรอก พลังทะลวงของมันนั้นก็น่าทึ่งมาก ฉันทดสอบกับหนังมังกร หนังสัตว์วิเศษหลากชนิด และชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์อื่น ๆ ไม่มีอะไรหยุดมันได้เลย อย่างมากแค่ชะลอความเร็วลงนิดหน่อยเท่านั้น และที่สำคัญที่สุด มีดไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน! เมื่อฉันควบคุมมันได้สมบูรณ์ นี่คือผลงานที่สามารถทำให้คนคลั่งอาวุธถึงกับน้ำตาไหลพรากได้อย่างท่วมท้น
ฉันไม่อายที่จะบอกว่าฉันเห่อของเล่นใหม่นี้อยู่พักหนึ่ง… เอ่อ! หมายถึงพักใหญ่ ๆ
ฉันยังพอมีเวลาเหลือก่อนที่เดือนแห่งการอมใบแมนเดรกจะหมดลง ก็เลยตัดสินใจออกไปซื้อของในนาม ไมเคิล โฟล์สเตอร์ ซึ่งของแต่ละอย่างมันก็ไม่ใช่ของแปลกอะไร แค่ต้องเข้าไปในเขตอนุรักษ์สัตว์วิเศษบางแห่ง อย่างศูนย์มังกรในโรมาเนีย อีกไม่กี่แห่งในสหราชอาณาจักร ฟาร์มเลี้ยงฮิปโปกริฟฟ์ และฟาร์มอะโครแมนทูล่า
แล้วพอเข้าไปในถิ่นพวกนั้น มันก็ทำให้ฉันเกิดปิ๊งไอเดียบางอย่างเข้าหัวมาอีก ฉันเลยเริ่มภารกิจเจรจากับเหล่าสัตว์วิเศษและสิ่งมีชีวิตอัศจรรย์ อย่างเช่นเหล่าวีล่าเพื่อจัดตั้งอาณาเขตคุ้มครองในอังกฤษ และพยายามพูดคุยกับแวมไพร์บางตระกูลด้วย แต่ก็ไม่ค่อยคืบหน้า พวกเซนทอร์นั้นหยิ่งเกินไปและไม่ไว้ใจมนุษย์ เพราะถูกกดขี่มาโดยตลอด และจากความเชื่อของพวกเขาเองด้วย ก็เลยไม่ได้ความร่วมมือ
แต่ขณะที่ฉันคุยกับชุมชนชาวเงือกที่เปิดใจจะตั้งถิ่นฐานใกล้หมู่เกาะสกอตแลนด์ ก็เกิดโปรเจกต์หนึ่งผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง
‘ถ้าเราสามารถจัดสรรพื้นที่และช่วยให้พวกเขาเป็นที่ยอมรับได้ ฉันก็สามารถหวังให้พวกเขาปลูกสมุนไพรใต้น้ำชนิดต่าง ๆ และตั้งระบบแลกเปลี่ยนกับพ่อมดแม่มดได้นี่นา... ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าตื่นเต้น ใจสั่นชะมัดเลย’ ฉันพร่ำเพ้อถึงอนาคตที่ฉันจะเข้าไปในส่วนร่วมในนั้น
อย่ามาโทษฉันว่าเห็นแก่ตัว ชอบหลอกใช้หรือทวงบุญคุณเลย ฉันแค่ชอบสิ่งมีชีวิตและเผ่าพันธุ์ที่ไม่ใช่มนุษย์เท่านั้นเอง อีกอย่าง ฉันยังส่งคาถาป้องกันใหม่ ๆ ไปให้แหล่งสัตว์วิเศษที่ฉันซื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมักเกิ้ลเจอสัตว์เหล่านั้น นอกจากนี้มันจะช่วยชะลอการล่าสัตว์วิเศษเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ หรือแค่เพราะพวกคนเหล่านั้นเห็นมันโดยบังเอิญ
ฉันยังพยายามผลักดันกฎหมายคุ้มครองสัตว์วิเศษผ่านเจ้าหน้าที่กระทรวงด้วย นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันใช้เวลาทั้งเดือนทำ
หลังจากเดือนอันเข้มข้นนั้นผ่านไป ฉันก็เข้าสู่ขั้นต่อไปของกระบวนการแปลงร่างเป็นแอนิเมจัส ซึ่งรวมถึงการนำใบไม้นั้นใส่ในขวดแก้วที่อาบด้วยแสงจันทร์บริสุทธิ์ และเติมเส้นผมของฉันเอง จากนั้นต้องหยดน้ำค้างเงินบริสุทธิ์หนึ่งช้อนชาที่เก็บจากสถานที่ที่ไม่มีแสงแดดหรือรอยเท้ามนุษย์แตะต้องในช่วงสัปดาห์นั้น พร้อมใส่ดักแด้ของผีเสื้อหัวกะโหลก จากนั้นเก็บไว้ในที่มืดและเงียบ จนกว่าจะมีพายุฟ้าคะนองเกิดขึ้น
โอเค ขอพักด่าหน่อย... ใครกันแน่เป็นคนคิดวิธีพวกนี้ แล้วรู้ได้ยังไงเนี่ย? มันบ้าชะมัด ฉันก็คิดแบบนี้บ่อยเวลาชงน้ำยาที่ใช้เวลานาน แต่ครั้งนี้มันเป็นขั้นตอนเจาะจงแปลก ๆ
กลับมาที่ขั้นตอนต่อ ฉันเริ่มตื่นแต่เช้าก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นเพื่อกล่าวว่า “อามาโต้ อานีโม อานิมาโต้ แอนิเมจัส”
ก่อนจะออกกำลังกายช่วงเช้า แล้วก็ทำอีกครั้งตอนพระอาทิตย์ตกดิน ทันใดนั้นฉันก็เริ่มรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่สองเต้น แสดงว่ามาถูกทางแล้ว
ต้องรออีกครึ่งเดือนก่อนจะมีพายุฟ้าคะนอง ฉันใช้เวทของซอลเพื่อพาเราวาร์ปไปหาทันที แล้วนำยาที่ตอนนี้กลายเป็นสีแดงเลือดออกจากขวด ฉันวางปลายไม้กายสิทธิ์แตะที่หน้าอก ก่อนกล่าวว่า “อามาโต้ อานีโม อานิมาโต้ แอนิเมจัส” อีกครั้ง แล้วกระดกยาทั้งหมดลงไป
ความเจ็บปวดรุนแรงแถมร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ฉันรู้สึกถึงร่างกายที่พยายามเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ มันเจ็บแน่ แต่ฉันไม่หวั่นไหวกับความเจ็บระดับนี้ เพราะฉันเคยผ่านสิ่งที่แย่กว่านี้มาเยอะมาก ฉันเลยยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่ดวงที่สาม ฉันยิ้มออกมาอย่างภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้
จากนั้นร่างกายของฉันก็เริ่มเปลี่ยนไป เสื้อผ้าเริ่มรวมเข้ากับร่างกาย เส้นขนเริ่มงอกออกมา มือและเท้าเปลี่ยนเป็นอุ้งเท้าพร้อมกรงเล็บแข็งแรง ฉันต้องก้มตัวลงเมื่อกระดูกเปลี่ยนรูป กลายเป็นสัตว์นักล่าที่ฉันเคยเห็นและควรจะเป็น ฉันยืนอยู่บนอุ้งเท้าใหม่ รู้สึกถึงพลังในกล้ามเนื้อขา กรงเล็บที่จิกลงดิน และสายตาที่เฉียบคมยิ่งกว่าเดิม ฉันซึมซับทุกอย่าง แล้วคำรามออกมาด้วยความภาคภูมิ ตอนนี้ฉันกลายเป็น "สิงโตภูเขา" เรียบร้อย ซึ่งมันคล้ายแมววอมปัสแบบสุด ๆ!
ไม่เพียงเท่านั้น ส่วนผสมจากแมววอมปัสในตัวฉันก็ส่งผลกับร่างนี้ ดวงตาช่วยเพิ่มพลังพินิจใจและยังมีภูมิต้านทานคาถาที่เพิ่มขึ้นด้วย
เมื่อรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างครบถ้วน ฉันก็กลับคืนร่างมนุษย์ได้อย่างไร้ที่ติ จากนั้นจึงโฟกัสไปยังจังหวะหัวใจที่สามอีกครั้ง และเริ่มการแปลงร่างอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ไม่เจ็บเท่าเดิม ร่างของฉันค่อย ๆ เล็กลง แขนกลายเป็นปีก เสื้อผ้าเปลี่ยนเป็นขนสีเทา เท้ากลายเป็นกรงเล็บ ปากกลายเป็นจะงอย ฉันรู้สึกร่างกายเบาลง และเมื่อแปลงร่างเสร็จ ฉันมองตัวเองแล้วส่งเสียงร้องแหลมออกมา ฉันกลายเป็น “อินทรีทอง” ขนน้ำตาลแดง หางสีทอง จะงอยและกรงเล็บแหลมคม
เหมือนกับว่าสายสัมพันธ์ของฉันกับซอลมีผลต่อการแปลงร่างด้วย เพราะฉันรู้สึกว่าฉันสามารถยกร่างมนุษย์ได้คนหรือสองคนเลยทีเดียว แม้จะไม่เท่าเธอที่ยกได้สิบคน แต่ก็มากเกินกว่านกทั่วไปจะทำได้
ด้วยหัวใจที่กำลังตื่นเต้น ฉันกางปีกออกและเริ่มเรียนรู้วิธีบินเป็นนก หลังจากบินได้หนึ่งชั่วโมง ฉันกล้าบอกเลยว่ามันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ มันคืออิสระแท้ ๆ ฉันเคยขี่ไม้กวาดมาก่อนก็จริง แต่แบบนี้มันดีกว่ามาก ลมพัดผ่านขน ควบคุมการบินด้วยการขยับปีกเพียงเล็กน้อย มันคือความรู้สึกที่งดงาม
ค่ำคืนนั้นฉันจึงกลับบ้านด้วยรอยยิ้มกว้าง และหัวใจที่เต็มไปด้วยความสุขจากความสำเร็จของตัวเอง
********************************
จากนี้ไปจะลงวันละ 2 ตอนนะครับ แล้วก็จะเริ่มติดเหรียญแล้ว รบกวนติดตามกันต่อไปด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ