เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่16 เป้าหมายและชั้นเรียน

บทที่16 เป้าหมายและชั้นเรียน

บทที่16 เป้าหมายและชั้นเรียน


การแนะนำหอคอยเรเวนคลอว์ค่อนข้างธรรมดา ห้องนั่งเล่นส่วนกลางเปิดโล่งมาก มีรูปปั้นของโรวีนา เรเวนคลอว์ตั้งอยู่ มีห้องสมุดเฉพาะของบ้าน โดมท้องฟ้าจำลองสวยงาม ผ้าม่านและพรมสีน้ำเงิน รอบข้างมีทิวทัศน์ที่งดงามของบริเวณโดยรอบฮอกวอตส์ เพราะพวกเรามีบ้านตั้งอยู่บนหอคอยเลยสามารถมองเห็นทะเลสาบ ป่าต้องห้าม สนามควิดดิช และสวนสมุนไพรได้

พวกเขาบอกพวกเราเกี่ยวกับกฎเกณฑ์มาตรฐานของฮอกวอตส์ ไม่เพียงแค่นั้น ยังบอกเกี่ยวกับระบบรางวัลในบ้านด้วย โดยพื้นฐานแล้วยิ่งคุณทำได้ดีในปีของคุณ รางวัลสำหรับปีถัดไปก็จะยิ่งดีขึ้น เช่น ห้องที่ดีที่สุด การเข้าถึงห้องสมุดมากขึ้น ฯลฯ พวกเขายังพาพวกเราไปที่ห้องพักของเรา และเหมือนที่ฉันคิดไว้ พวกเขาจัดเตรียมห้องพักแบบหอพักพื้นฐานให้พวกเรา มีเตียง โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า และชั้นหนังสือ

สิ่งแรกที่ฉันทำคือการติดตั้งรูนบางอย่างในห้องใหม่ของฉัน คล้ายกับกระเป๋าขยายของฉัน ทำให้มันใหญ่ขึ้น จากนั้นฉันก็เพิ่มพื้นที่ปรุงยา พื้นที่สร้างรูน และขอนไม้ของซอลทันเวลาที่เธอจะปรากฏตัวผ่านการหายตัวด้วยเปลวไฟ จากนั้นฉันก็เริ่มวางแผนปีหนึ่งของฉัน

• หาแผนที่ตัวกวนและศึกษาให้ดีก่อนเริ่มปีหน้า เพื่อให้ฝาแฝดวีสลีย์ได้มันไป
• ตรวจสอบว่าฉันสามารถหาเครื่องย้อนเวลาที่ใช้งานได้ในห้องต้องประสงค์ได้หรือไม่ และถึงแม้จะไม่มี ฉันก็จะใช้ห้องต้องประสงค์จนถึงขีดจำกัด
• เรียนวิชาที่มีประโยชน์ทั้งหมดของฮอกวอตส์จนถึงระดับ ว.พ.ร.ส. (วิชาเวทมนตร์คาถา แปลงร่าง ปรุงยา สมุนไพรศาสตร์ สัตว์วิเศษ ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เลขทำนาย อักษรรูนโบราณ) และเรียนวิชาอื่น ๆ ทั้งหมด (ประวัติศาสตร์ ทํานายศาสตร์ ดาราศาสตร์ ศึกษาศาสตร์มักเกิ้ล) ให้ได้ระดับดีเยี่ยมพิเศษถ้าเป็นไปได้

นอกจากนี้ ในบันทึกเพิ่มเติม ฉันไม่สนว่าดัมเบิลดอร์จะไม่ชอบมันหรือไม่ แต่ฉันจะไม่หยุดตัวเองจากการได้รับโอกาสมากขึ้น เพราะแทนที่จะมองพ่อมดแม่มดที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริงว่าเป็นปัจเจกบุคคลที่มีอุดมคติของตนเอง เขากลับมองพวกเขาว่าเป็นทอม ริดเดิลที่อาจเกิดขึ้นอีกคน... ฉันหมายถึงจริง ๆ นะ ชายคนนั้นมีปัญหามากมายในการปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ นั่นคือเหตุผลที่เขาต่อสู้กับกรินเดลวัลด์แต่ก็ยังไม่อาจทำใจฆ่าอีกฝ่ายได้

นอกจากโหดร้ายกับคนอื่น ยังโหดร้ายกับตัวเองด้วย เหตุผลที่เขาไม่สอนอะไรแฮร์รี่เลย ยกเว้นการแสดงความทรงจำให้เขาดู แม้กระทั่งเหตุผลที่เขาจะตายในช่วงปีที่หกของแฮร์รี่ ถ้าจำเป็น ตาแก่นั่นจะไม่ลังเลเลย

เอาจริง ๆ ฉันอยากจะให้เขากล่าวคำสัตย์สาบานเวทมนตร์เพื่อให้เขาเลิกทำตัวน่ารำคาญ เพียงเพราะไอ้สารเลวที่ตอนนี้ดูเหมือนไข่เน่าคนเดียว

...โอเค ฉันสบายใจดีแล้ว ถึงเวลานอน พรุ่งนี้ฉันอยากจะทำให้ศาสตราจารย์ประจำบ้านของฉันประทับใจมาก

สัปดาห์แรกของการเรียนทำให้รู้สึกบางอย่างผสมปนเปกัน ในตอนเช้าพวกเรามีคาบเรียนสมุนไพรศาสตร์ครั้งแรกกับนักเรียนฮัฟเฟิลพัฟฟ์ ศาสตราจารย์สเปราต์เริ่มต้นชั้นเรียนด้วย พืชที่มีความปลอดภัย เหมาะสมในการจัดการ และเธเตือนทุกคนเกี่ยวกับเวโนนัส เทนทาคูลาหรือเทนทาคูลาพิษ เนื่องจากพวกมันมีแนวโน้มที่จะคว้าทุกสิ่งรอบตัว

เพื่อเป็นการป้องกัน เธอสอนทุกคนให้รู้จักคาถาจุดไฟ ‘อินเซนดิโอ’ ซึ่งฉันสามารถทำได้โดยไม่ใช้ไม้กายสิทธิ์และร่ายเงียบ ดังนั้นมันจึงเป็นแค่การสะบัดไม้กายสิทธิ์สำหรับฉัน จากนั้นเธอก็แนะนำพัฟฟาพ็อตให้ทั้งชั้นเรียน ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผู้เริ่มต้น

มันเป็นหนึ่งในพืชชนิดแรก ๆ ของฉันเช่นกัน แต่ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับพวกมันอย่างละเอียดแล้ว ดังนั้นฉันจึงเริ่มลงมือกับพืชของฉันขณะฮัมเพลงไปด้วย ฉันทำเสร็จเร็วมากจนศาสตราจารย์ต้องตรวจสอบพืชของฉัน เพื่อดูว่าฉันทำถูกต้องหรือไม่ ซึ่งส่งผลให้บ้านได้ 5 คะแนน

นอกจากนี้ นักเรียนอีกคนที่มีนามสกุลวอร์ด ฉันไม่รู้ชื่อจริงของเขา แต่เป็นนักเรียนจากบ้านของฉันก็ได้คะแนนในคาบนั้นเช่นกัน ในทางกลับกัน ฉันเห็นเจมส์ถูกเทนทาคูลาพิษที่อยู่ข้างหลังเขาโจมตี ไม่ดีเลย

จากนั้นพวกเราก็ทานอาหารกลางวัน ตามด้วยวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดกับกริฟฟินดอร์ มันธรรมดามาก อาจารย์ที่สอน ดูเหมือนจะสอนตามแนวทางมากกว่าประสบการณ์ แต่จะคาดหวังอะไรได้จากคนที่กำลังจะจากไปในอีกหนึ่งปี?

แต่คาบเรียนคาถาครั้งแรกนั้นยอดเยี่ยมมาก แม้ว่าสลิธีรินบางคนที่อยู่กับเราจะน่ารำคาญไปหน่อยก็ตาม ศาสตราจารย์ฟลิตวิกรู้วิธีทำให้เด็ก ๆ สนุกสนานด้วยท่าทางร่าเริงและการใช้คาถาหลากสีสันเป็นครั้งคราว ขณะที่เขาพูดถึงทฤษฎีเบื้องหลังเวทมนตร์ เขาเริ่มต้นสอนพวกเราด้วยคาถาพื้นฐานลูมอส ซึ่งฉันกับวิคตอเรียร่ายพร้อมกันทันทีที่ได้รับอนุญาต

สิ่งเดียวที่แตกต่างคือฉันร่ายเงียบ และไม่ขยับไม้กายสิทธิ์ ศาสตราจารย์ฟลิตวิกให้พวกเราทั้งคู่ 5 คะแนน จากนั้นฉันก็เริ่มเล่นกับคาถาที่ฉันดัดแปลงเล็กน้อย สร้างสีรุ้งออกมาเล่นสนุก และคุณน่าจะได้เห็นสีหน้าของวิคตอเรีย เพราะกำแพงยังมีอารมณ์มากกว่าสีหน้าเธอในตอนนั้น

ศาสตราจารย์ยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ 10 คะแนนสำหรับเรื่องนั้น เมื่อไม่มีอะไรอื่นให้ทำ ฉันก็แค่ช่วยเพื่อนร่วมบ้านสองสามคนในช่วงเวลาที่เหลือของคาบเรียน

แต่หลังจากความตื่นเต้นก็ต้องมาพร้อมกับศัตรูของมัน... ความเบื่อหน่าย ฉันประเมินค่าศาสตราจารย์ประวัติศาสตร์เวทมนตร์ที่เป็นผีต่ำไปมาก ฉันสาบานว่าสิ่งที่ศาสตราจารย์บินส์ถือว่าเป็นคาบเรียน สามารถใช้ทำลายการป้องกันสกัดใจที่แข็งแกร่งได้

มันแย่ขนาดนั้นนั่นแหละ ทุกคนแทบจะหลับกันหมด ฉันแค่แยกตัวเองด้วยคาถามัฟฟลิอาโต (คาถาไร้เสียง ทำให้รอบข้างไม่ได้ยินเสียงเรา ไม่ใช่คาถาไซเลนซิโอ้) แล้วอ่านอะไรก็ตามที่ฉันพอใจ ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าเวลาของฉันในคาบนี้จะเป็นแบบนี้ไปอีกห้าปีข้างหน้า

คาบเรียนแปลงร่างครั้งแรกของพวกเราเป็นการเรียนร่วมกับสลิธีริน โดยมีศาสตราจารย์มักกอนนากัลแสดงสองสิ่งที่โดดเด่นของเธอในช่วงเริ่มต้น: การแปลงร่างเป็นสัตว์ และขู่ทุกคนว่าถ้าใครทำตัวเหลวไหลเธอจะไล่พวกเราออกไป

เมื่อเรื่องนั้นจบไป ก็ถึงเวลาของการแปลงร่างครั้งแรกของทุกปี: เปลี่ยนไม้ขีดไฟให้เป็นเข็ม นี่เป็นสิ่งที่ฉันทำได้เมื่อตอนห้าขวบและแบบไม่มีไม้กายสิทธิ์ ดังนั้นฉันจึงแค่มองไม้ขีดไฟแล้วแปลงมันเป็นเข็มสีทองที่มีกลีบดอกไม้สลักอยู่ จากนั้นก็หันไปมองทางอื่น

ฉันมองไปรอบ ๆ แล้วพบว่าวิคตอเรียกำลังมองมาทางฉันอย่างเย่อหยิ่ง ฉันเพิกเฉยต่อเธอแล้วเริ่มช่วยเพื่อนร่วมโต๊ะแทน ฉันให้กำลังใจเด็กผู้หญิงคนนั้นและให้คำแนะนำเธอเมื่อศาสตราจารย์มักกอนนากัลป์เดินเข้ามา เธอก็ประหลาดใจกับงานของฉัน โดยให้รางวัลฉันเป็นคะแนนบ้าน 10 คะแนน ส่วนวิคตอเรียได้ 5 คะแนน ส่วนหนึ่งเพราะผลงานของฉันดีกว่ามาก

วิชาปรุงยาก็เป็นวิชาหนึ่งที่น่าสนใจพอตัว สเนปเข้ามาพร้อมกับกล่าวสุนทรพจน์เล็กน้อยเกี่ยวกับ ‘ศิลปะอันละเอียดอ่อนของการปรุงยา’ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ แต่คุณไม่จำเป็นต้องทำท่าทางกดดันเด็กมากขนาดนั้นก็ได้ แถมด่าคนส่วนใหญ่ที่โง่เขลาไปไม่น้อย ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรเลยจากเป็นการกลั่นแกล้ง ข่มขู่ โดยรวมสเนปเป็นอาจารย์ที่แย่จริง ๆ

คาบนี้ฉันจับคู่กับเจมส์ เพราะเขาดูเข้าหาคนง่ายเหมือนตอนอยู่บนเรือ จากนั้นพวกเราก็ได้รับคำสั่งให้ปรุงยาแก้ฝี ฉันไม่ได้ดูคำแนะนำที่เขียนไว้ แค่ไปหยิบส่วนผสมภายใต้สายตาเตรียมตำหนิของสเนป จนกระทั่งเขาสังเกตว่าฉันหยิบส่วนผสมที่ถูกต้อง พร้อมกับส่วนผสมพิเศษอีกสองสามอย่าง ฉันดำเนินการปรุงยาที่ฉันดัดแปลงเพื่อช่วยรักษาสิวและหูดด้วย ในขณะที่ใช้เวลาการปรุงลดลง

ระหว่างทำยังแวะช่วยเจมส์ไปด้วย เพราะมันเป็นยาที่ง่ายมากสำหรับฉัน แทบไม่จำเป็นต้องมองเลย แค่โบกไม้กายสิทธิ์เมื่อรู้ว่าถึงเวลาต้องตยให้ยาออกฤทธิ์

สเนปพูดอะไรกับฉันไม่ได้ ได้แต่ตะโกนใส่เจมส์ไม่หยุดและหักคะแนนคนอื่น ๆ สำหรับความผิดพลาดเล็กน้อย เขาจบคาบด้วยการบ้านมากมายในคาบแรกนี้

พวกเรามีวิชาดาราศาสตร์ในตอนกลางคืนเพื่อทำความเข้าใจดวงดาว ตอนนี้ วิทยาศาสตร์เบื้องหลังวิชาฉบับพ่อมดแม่มดนั้นมันแย่มาก พวกเขายังคงถือว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ซึ่งทำให้มันแปลกเมื่อพวกเขาทำนายสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ หรือพิธีกรรมที่อิงจากดวงดาวกลับสำเร็จ แต่ช่างเถอะ ฉันรู้ทุกสิ่งที่ศาสตราจารย์ซินิสตรากำลังพูดอยู่แล้ว ดังนั้นฉันจึงทดสอบวิชาที่ฉันดัดแปลงโดยใช้ทฤษฎีสมัยใหม่ของวิชานั้นและผสมผสานทั้งสองเข้าด้วยกัน เวลาทำอะไรแบบนี้ ฉันมักสนุกเสมอที่ได้ลองสิ่งใหม่ ๆ

คาบเรียนสุดท้ายของสัปดาห์เป็นคาบที่คนส่วนใหญ่ตื่นเต้น นั่นคือการบิน ฉันต้องยอมรับว่าฉันตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะได้บินอย่างถูกต้องในโลกนี้ ไม่มีอะไรพิเศษมากนักเกิดขึ้น เพราะมาดามฮูชทำให้ทุกคนตระหนักถึงอันตรายอย่างดี เมื่อถึงเวลาเรียกไม้กวาดมาที่มือ ฉันแค่สั่งมันด้วยอำนาจแล้วมันก็ลอยขึ้นมา คนอื่น ๆ อีกสองสามคนก็ทำได้เช่นกัน จากนั้นพวกเราก็ขึ้นขี่แล้วฝึกยกตัวขึ้น

มีเพียงไม่กี่คนที่มีประสบการณ์เท่านั้นที่สบายใจกับท่าสุดท้าย แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกคือความปรารถนาที่จะพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า ฉันยังสังเกตว่าเด็กผู้ชายที่นามสกุลวอร์ดก็ทำได้ดีมากในคาบนี้เช่นกัน ฉันคิดว่าฉันจะลองจับตาดูว่าเขาเป็นยังไง เผื่อจะได้เพื่อนมาอีกคน และนั่นก็คือการเรียนคาบแรก ๆ ของฉัน

พอผ่านไป ทุกคนต่างก็ค่อย ๆ ปรับตัวจนค่อนข้างเข้าที่เข้าทาง ชินกับการเรียน ปราสาท ภาพเหมือนที่มีชีวิตทั้งหมด ผี และฝันร้ายของนักเรียนทุกคน นั่นคือการบ้าน... ยกเว้นฉัน เพราะฉันมีปากกาขนนกที่เตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับเรื่องนั้น คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้มันในการสอบหรือในชั้นเรียน แต่ไม่มีกฎห้ามใช้มันทำการบ้าน

น่าสงสัยว่าทำไมไม่มีใครคิดถึงช่องโหว่นี้มาก่อน ดังนั้นฉันจึงป้อนสิ่งที่ฉันต้องการให้มันเขียน แล้วมันก็เริ่มทำงานในขณะที่ฉันสามารถเรียนและฝึกฝนอะไรก็ได้ที่ฉันต้องการ

นอกจากนี้ เนื่องจากสเนปทำตัวแย่ในชั้นเรียนและมอบการบ้านเยอะมาก ฉันจึงตัดสินใจนำแนวคิดจากแฟนฟิคโปรดเรื่องหนึ่งในชีวิตเก่ามาใช้ แล้วฝังเขาด้วยความรู้ทั้งหมดที่ฉันมีในวิชานั้น

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉันยับยั้งการเริ่มต้นเป้าหมายส่วนใหญ่ในปีนี้ไว้ก่อน เพื่อให้คุ้นเคยกับฮอกวอตส์และฝึกฝนความสามารถในการซ่อนตัวให้สมบูรณ์แบบ มันเป็นการผสมผสานระหว่างคาถาลวงตา คาถาเงียบ และคาถาลบล้างกลิ่น เพื่อครอบคลุมทุกด้าน ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะได้แผนที่ตัวกวนจากห้องทำงานของฟิลช์สักที

ดังนั้น ในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่นักเรียนเข้าออกห้องนั่งเล่นส่วนกลางเป็นประจำ ฉันจึงซ่อนตัวแล้วออกจากห้องพร้อมกับเรเวนคลอว์รุ่นพี่บางคน แล้วตรงไปยังห้องทำงานของฟิลช์ จากนั้นฉันก็รอให้เขาออกไป และจากสิ่งที่ฉันสังเกตชายคนนั้น เขาจะออกไปในอีก 30 - 45 นาทีพร้อมกับแมวที่เขารัก

ทันทีที่เขาออกไป ฉันก็เข้าไปอย่างระมัดระวัง โดยระวังไม่ให้เคลื่อนไหวหรือรบกวนสิ่งใด จากนั้นฉันก็พบที่ที่เขาเก็บของที่ยึดได้ และในนั้นก็มีรางวัลของฉัน ฉันรีบวางกล่องกลับไปที่เดิม แล้วตรวจสอบถึงสามครั้งว่าฉันทิ้งร่องรอยการมาเยือนไว้หรือไม่ ก่อนจะออกจากห้องแล้วกลับไปที่ห้องของฉัน โดยไม่มีใครรู้เรื่อง พร้อมกับมีแผ่นหนังหนึ่งแผ่นในมือ

*********************

จบบทที่ บทที่16 เป้าหมายและชั้นเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว