เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15

บทที่ 15

บทที่ 15


บทที่ 15

นับจากวันนั้น ซูลั่วก็ยุ่งอยู่กับงานในไร่เป็นส่วนใหญ่

วันแรกเธอพรวนดิน วันที่สองเพาะเมล็ดและรดน้ำ วันที่สามใส่ปุ๋ย...

แม้ว่างานในแต่ละเช้าจะไม่เหมือนกัน แต่ในทุกๆ คืน เธอจะเข้าไปในไร่และส่งพลังงานธาตุไม้เข้าไปในดิน

บางทีการคาดเดาของเธออาจถูกต้อง ผลลัพธ์จากการทดลองทำให้เธอพึงพอใจอย่างยิ่ง

ปัจจัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากพลังงานธาตุไม้กำลังช่วยปัจจัยธรรมชาติที่มีอยู่แล้วในดินต่อต้านปัจจัยรังสีที่อยู่ลึกลงไปในดิน

อย่างน้อยเท่าที่ดูตอนนี้ พวกมันอยู่ในสถานการณ์ที่สูสีกัน ต่อให้ซูลั่วไม่ทำอะไรเลย สตรอว์เบอร์รีชุดนี้ก็จะเติบโตอย่างแข็งแรงแน่นอน

และด้วยปัจจัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีปัจจัยธรรมชาติที่เอื้อต่อการเติบโตของพืชมากขึ้น ซูลั่วจึงเตรียมที่จะเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ของที่ดิน

ครั้งนี้เธอหว่านเมล็ดพันธุ์ไปถึงหนึ่งจินครึ่ง ซึ่งเกือบสามเท่าของปริมาณการหว่านเมล็ดพันธุ์ปกติในโลกนี้

ไม่ว่าคนอื่นจะแสดงสีหน้าอย่างไรเมื่อได้ยินว่าซูลั่วหว่านเมล็ดสตรอว์เบอร์รีไปหนึ่งจินครึ่ง แต่สำหรับซูลั่วที่ได้ยินว่าพวกเขาใช้ที่ดินห้าร้อยตารางเมตรหว่านเมล็ดเพียงแค่ครึ่งจิน... ช่างเถอะ เธอชินแล้วก็เลยไม่ได้ตกใจอะไรนัก

โชคดีที่โซน C มีคนน้อย โดยพื้นที่เพาะปลูกหมายเลข 1 ถึง 10 มีเพียงซูลั่ว จางฮวา และอีกหนึ่งครอบครัวเท่านั้น

พื้นที่เพาะปลูกในโซน C แบ่งออกเป็นสองแถว แถวแรกจากซ้ายไปขวาคือพื้นที่เพาะปลูกหมายเลข 1 ถึง 5 แถวที่สองจากซ้ายไปขวาคือพื้นที่เพาะปลูกหมายเลข 5 ถึง 10

พื้นที่เพาะปลูกหมายเลข 5 ของซูลั่ว ตั้งอยู่ที่มุมพอดี ส่วนพื้นที่เพาะปลูกหมายเลข 1 , 2 และ 7 เป็นของครอบครัวจางฮวา ซึ่งล้อมรอบพื้นที่เพาะปลูกหมายเลข 5 ไว้ทั้งหมด ดังนั้นครอบครัวที่สามซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกหมายเลข 9 จึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนใหม่ย้ายเข้ามาในโซน C

...ไม่เช่นนั้นการกระทำที่เรียกได้ว่า ‘หรูหราฟุ่มเฟือย’ ในสายตาของชาวดวงดาวเช่นนี้ จะต้องดึงดูดผู้คนมากมายให้มามุงดูแน่นอน

แต่การกระทำเหล่านี้หลบสายตาคนอื่นได้ แต่ย่อมหนีสายตาของจางฮวาไปไม่พ้น

เนื่องจากอยู่ใกล้กัน หากเธอไม่อยู่ในบ้าน จางฮวาที่แม้จะไม่อยากเห็นก็ยังมองเห็นการกระทำของซูลั่วในช่วงนี้ได้

แต่จางฮวาไม่ได้พูดอะไรมาก ทำเหมือนว่าตัวเองมองไม่เห็นจริงๆ

การสื่อสารระหว่างคนทั้งสองจำกัดอยู่แค่การพูดคุยในชีวิตประจำวันเท่านั้น และจะไม่จงใจเปลี่ยนหัวข้อไปที่เรื่องในไร่

ซูลั่วดีใจและพอใจเป็นอย่างมากที่ได้เพื่อนบ้านเช่นนี้ จึงปฏิบัติต่อจางฮวาด้วยความจริงใจมากขึ้นไปอีก

ในสองคืนต่อมา เมื่อเธอยังคงมีพลังพิเศษเหลืออยู่บ้าง เธอก็จะคอยช่วยดูแลพื้นที่เพาะปลูกของจางฮวาเล็กน้อย

อย่างไรเสียพลังพิเศษของเธอสามารถฟื้นฟูได้ในหนึ่งคืน การใช้พลังพิเศษจนหมดสิ้นสามารถกระตุ้นให้ระดับพลังพิเศษของเธอฟื้นตัวและเพิ่มขึ้นได้เร็วขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น หากมีเพียงพื้นที่ของเธอที่ได้ผลผลิตดีก็อาจจะดูสะดุดตาเกินไป ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การทำให้ผลผลิตของไร่รอบๆ ดีขึ้นด้วยก็ไม่เสียหาย นอกจากจะเป็นการขอบคุณจางฮวาแล้ว ยังช่วยกระจายความเสี่ยงไปได้อีกด้วย

ดังนั้นห้าวันจึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ซูลั่วไม่รู้เลยว่า ขณะที่เธอกำลังใช้ชีวิตสบายๆ ในการทำไร่ สตรอว์เบอร์รีที่เธอเคยขายไปก่อนหน้านี้ได้ดึงดูดความสนใจของคนบางกลุ่มแล้ว

...

...

“นี่คือสตรอว์เบอร์รีสามลูกสุดท้ายแล้ว” ตู้เทียนยื่นกล่องในมือให้กับคนที่อยู่ตรงหน้า

คนที่รับสตรอว์เบอร์รีไปคือชายที่แต่งกายเหมือนแพทย์ เขาทำสตรอว์เบอร์รีให้กลายเป็นของเหลวที่สะดวกสำหรับผู้ป่วยให้หมดสติรับประทานได้ ก่อนจะป้อนให้คนที่อยู่บนเตียงคนไข้

หลังจากผ่านไปประมาณสิบนาที แพทย์ก็ได้ตรวจร่างกายของคนไข้ที่อยู่บนเตียงอย่างละเอียด

“ปัจจัยรังสีในร่างกายของพันตรีลดลงอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าจะตื่นภายในสามวัน”

“จริงเหรอ?!” นี่นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง

แพทย์ชินกับการถูกตั้งคำถามแล้ว เขายื่นรายงานการตรวจร่างกายให้ตู้เทียน ก่อนจากไปก็กำชับไปว่า “แม้ว่าปัจจัยรังสีจะลดลงแล้ว แต่ร่างกายยังต้องได้รับการฟื้นฟู ควรรับประทานอาหารระดับพิเศษที่มีพลังงานสูง และอย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับหนึ่ง”

“เข้าใจแล้ว!”

คนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ในตอนนี้คือพันตรีอันหมิง ผู้ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ได้นำทีมออกไปต่อสู้กับกองทัพแมลงที่แนวหน้า

แม้ว่าสุดท้ายจะขับไล่กองทัพแมลงออกไปได้สำเร็จ แต่ตัวเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสและหมดสติไป

ในระหว่างที่หมดสติ เกราะป้องกันภายในของชุดรบของเขาถูกทำลายโดยกองทัพแมลง และเนื่องจากสภาพแวดล้อมในสนามรบที่เลวร้าย ปัจจัยรังสีจำนวนมากจึงไหลเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลโดยตรงในขณะที่ไม่มีเกราะป้องกัน... นี่คือสาเหตุที่เขาไม่ตื่นขึ้นมา

แม้จะอยู่ในภาวะหมดสติ แต่รังสีก็ยังคงทรมานและทำลายร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง

แต่ก็โชคดีที่กองทัพได้ส่งคนมาช่วยเหลือทันทีและนำน้ำยาสำหรับรับประทานเพื่อกำจัดรังสีสำหรับมนุษย์มาด้วย ซึ่งนั่นช่วยให้เขารอดชีวิตมาได้

เนื่องจากผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาในครั้งนี้ ประกอบกับผลงานการรบที่ผ่านมา ทางเบื้องบนจึงเริ่มหารือกันแล้วว่าจะเลื่อนยศให้กับพันตรีอันหมิงสำหรับผลงานในครั้งนี้

ปฏิบัติการของอันหมิงในครั้งนี้ช่วยชีวิตผู้คนเกือบทั้งดาวไว้ เมื่อเทียบกันแล้ว การจัดหาอาหารระดับพิเศษให้เขาจะนับเป็นอะไรได้?

นี่คือสิ่งที่เขาคู่ควร!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ตู้เทียนก็เรียกคนมาดูแล ก่อนที่เขาจะรีบติดต่อคนให้รีบส่งเสบียงมาให้

ผู้รับผิดชอบเสบียงที่ถูกติดต่อกลับมองคลังสินค้าด้วยความปวดหัวและพูดด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมอย่างยิ่งว่า “รองผู้การตู้ครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากส่งให้จริงๆ แต่ที่นี่ไม่มีผลไม้ระดับพิเศษแล้ว... หากท่านต้องการผักหรืออาหารระดับพิเศษ เราสามารถส่งไปให้ท่านได้ทันทีเลยครับ”

ตู้เทียนขมวดคิ้วและขัดจังหวะคำพูดของเขาอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ไม่มีได้ยังไง? เมื่อวานผมเพิ่งไปดูมา มีผลไม้ระดับพิเศษกว่าหนึ่งร้อยจิน ซึ่งยี่สิบจินในนั้นมีค่าดัชนีพลังงานสูงกว่าเจ็ดสิบด้วยซ้ำ นี่คุณกำลังหลอกผมอยู่ใช่ไหม?”

ภายในเวลาไม่ถึงวัน ผลไม้ระดับพิเศษหนึ่งร้อยจินจะหายไปได้อย่างไร?

มันจะถูกคนอื่นกินไปได้ยังไงกัน!

ต้องรู้ไว้ว่าหลังสงคราม ผลไม้ระดับพิเศษจะถูกจัดหาให้กับผู้บาดเจ็บโดยเฉพาะ คนอื่นไม่ได้รับอนุญาตให้รับประทานผลไม้ระดับพิเศษ

แต่ผู้บาดเจ็บในสงครามครั้งนี้มีเพียงไม่กี่คน ตู้เทียนรู้จำนวนดี

แต่ในเมื่อผู้รับผิดชอบพยายามบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมบอกความจริง ตู้เทียนจึงพูดขู่ตรงๆ ว่า “อย่ามาเล่นตุกติกกับผม มีหรือไม่มีก็พูดมาคำเดียว ไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมจะไปหาท่านพลตรีให้ท่านจัดการแทน”

เมื่อได้ยินว่าตู้เทียนจะไปหาท่านพลตรี ผู้รับผิดชอบก็ตกใจทันที

“อย่าครับ อย่าครับ! รองผู้การตู้ ฟังผมอธิบายก่อน...”

“พูดมา ผมฟังอยู่” เขาอยากจะรู้จริงๆ ว่าใครกันที่กล้าเคลื่อนย้ายเสบียงทางทหารตามอำเภอใจ แถมยังเป็นเสบียงที่สำคัญขนาดนี้อีกด้วย!

บังเอิญว่าอีกไม่กี่วันก็จะมีประชุมใหญ่หลังสงครามแล้ว ในฐานะรองผู้การข้างกายท่านพลตรีเวิน เขาก็ไม่กลัวว่าคนเหล่านี้จะโกรธแค้น หากมีใครมือไม่สะอาดก็อย่ามาโทษเขาแล้วกัน

ในสายตาของตู้เทียน นี่เป็นเพราะคนในกองทัพคนใดคนหนึ่งยักยอกเสบียงทหารไปอย่างแน่นอน แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าความจริงนั้นแตกต่างจากที่เขาคิดไว้โดยสิ้นเชิง

“รองผู้การตู้ครับ ที่จริงแล้วผลไม้ระดับพิเศษของกองทัพหมดไปตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว!”

“อะไรนะ?!”

ผู้รับผิดชอบจะไปรู้ได้ยังไงว่าตู้เทียนเข้าใจผิดไปแล้ว สิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจตอนนี้คือเรื่องที่เขาใช้ตำแหน่งหน้าที่หาผลประโยชน์ส่วนตัวถูกเปิดโปงแล้ว และเขายังจะรักษางานของตัวเองไว้ได้อยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้

จบบทที่ บทที่ 15

คัดลอกลิงก์แล้ว