เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11

บทที่ 11

บทที่ 11


บทที่ 11

ตอนนี้ที่เห็นเธอเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม ก็รู้ได้ว่าคงไม่มีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้น

"เสี่ยวลั่วอยากไปไหน? รถลอยฟ้าเที่ยวต่อไปที่จะไปโซนเพาะปลูกจะออกในอีกหนึ่งชั่วโมงพอดี ฉันพาเธอไปเดินเล่นรอบๆ ก่อนได้นะ"

เดิมทีซูลั่วค่อนข้างเกรงใจที่ต้องรบกวนเวลาของคนอื่น จึงคิดจะให้จางฮวากลับไปก่อน แต่ในเมื่อเธอพูดแบบนั้นแล้ว ซูลั่วก็ไม่ได้ปฏิเสธ

มีคนพาไปซื้อของก็เร็วกว่าหน่อย

"ฉันอยากซื้อสมองกลก่อนค่ะ แบบที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ แล้วก็อยากซื้อเมล็ดพืชกับกระถางด้วย..." พูดถึงของพวกนี้ก็เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีขายอยู่เต็มถนนไปหมด

แต่ถ้าอยากจะซื้อของที่ราคาดี คุณภาพดี และคุ้มค่า ถ้าไม่มีสายตาเฉียบแหลมหรือไม่ได้คุ้นเคยกับที่นี่จริงๆ ก็คงจะไม่ง่ายนัก

แต่ใครจะไปคิดว่าซูลั่วจะมีคนช่วยล่ะ

จางฮวาพาเธอเดินออกจากตรอกเล็กๆ ของจุดรับสินค้าแห่งนี้ แล้วพาเธอมาที่หน้าร้านแห่งหนึ่ง

"ที่นี่ขายสมองกล คุณภาพดีหมดเลย ถ้าเธอแค่อยากได้แบบที่ต่ออินเทอร์เน็ตและสื่อสารได้ ซื้อรุ่นในแถวนี้ก็ใช้ได้แล้ว" สมองกลที่จางฮวาแนะนำให้เธอล้วนดีทั้งนั้น ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,000 ถึง 2,000 เหรียญดาว

งบของซูลั่วค่อนข้างเยอะ แต่ก็ไม่ได้เลือกของที่ดีเกินไป สุดท้ายก็ใช้เงินแค่ 1,500 เหรียญดาว ซื้อสมองกลรุ่นกลางๆ

"อันนี้ดูดีทีเดียว" ตอนที่เธอกำลังจะทำตามคำแนะนำในคู่มือเพื่อโอนข้อมูลจากสร้อยข้อมือไปยังสมองกล ผลลัพธ์กลับขึ้นว่าล้มเหลว

เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะเธอเป็นผู้ไร้สัญชาติ จึงไม่สามารถผูกสมองกลได้

อย่างน้อยก็จนกว่าจะกลายเป็นพลเมืองอย่างเป็นทางการ เธอถึงจะใช้สมองกลที่ผูกกับข้อมูลส่วนตัวได้

ส่วนสมองกลที่ไม่ได้ผูกกับข้อมูลส่วนตัวนั้นมีข้อจำกัดหลายอย่าง แต่พอซูลั่วลองใช้ดูแล้วก็พบว่าการค้นหาข้อมูลทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตยังสามารถทำได้

เธอแค่ไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันบางตัวที่ต้องผูกข้อมูลส่วนตัวได้ และไม่สามารถแสดงความคิดเห็นหรือแชร์อะไรได้...แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่สำคัญ เพราะเธอเองก็ไม่จำเป็นต้องใช้มันอยู่แล้ว

สุดท้ายซูลั่วก็ตัดสินใจซื้อสมองกลไป

ตอนที่เธอซื้อสมองกล จางฮวาก็อยู่ข้างๆ ตลอด จึงทำให้เธอรู้ว่าซูลั่วเป็นผู้ไร้สัญชาติ

แต่เหตุผลที่คนๆ หนึ่งจะกลายเป็นผู้ไร้สัญชาติมีมากมายหลายอย่าง บวกกับความประทับใจและความรู้สึกดีๆ ที่มีมาก่อนหน้านี้ จางฮวาจึงไม่ได้เปลี่ยนท่าทีที่มีต่อซูลั่วเพราะเหตุผลนี้

เมื่อซื้อสมองกลเสร็จแล้ว ซูลั่วก็ไปซื้อเมล็ดพันธุ์ต่อ

จางฮวาถามว่า "เธอจะซื้อเมล็ดอะไร เมล็ดผักผลไม้ หรือเมล็ดข้าวสาลีที่เป็นธัญพืชหลัก?"

ซูลั่วคิดดูแล้วตัดสินใจซื้อให้หมดทุกอย่าง

จางฮวาไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องนี้ยุ่งยาก และพาเธอไปเดินดูทีละร้าน จนในที่สุด ซูลั่วก็มีเมล็ดพันธุ์อยู่ในมือหลายอย่าง

อย่างที่รู้กันว่าราคาเมล็ดพันธุ์สมัยนี้ไม่ถูกเลย เธอซื้อเมล็ดพันธุ์มากกว่าสิบถุง ใช้เงินไปมากกว่าสามพันเหรียญดาว เมล็ดข้าวสาลีที่ถูกที่สุดราคาห้าสิบเหรียญดาวต่อถุง ส่วนเมล็ดองุ่นที่แพงที่สุดก็ราคาห้าร้อยเหรียญดาวต่อถุง

ในระหว่างที่ซื้อเมล็ดพันธุ์ สีหน้าของจางฮวาดูซับซ้อนมาก และมีท่าทีลังเลคล้ายอยากพูดอะไรบางอย่าง

ในสายตาของเธอ การซื้อเมล็ดข้าวสาลีหรือข้าวโพดก็พอเข้าใจได้ แต่การซื้อเมล็ดผลไม้เป็นกองๆ นั้นช่างสิ้นเปลืองเหลือเกิน

เพราะผลไม้ปลูกยากมาก ถ้าปลูกไม่สำเร็จก็เท่ากับขาดทุนยับเยินไม่ใช่หรือ?

แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของซูลั่ว พวกเขาเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่ถึงสองวันด้วยซ้ำ ยังไม่นับว่าสนิทกันเป็นพิเศษ หากเธอจะพูดแนะนำอะไรก็ดูไม่เหมาะสมนัก

ส่วนคนขายเมล็ดพันธุ์ พวกเขาหารายได้จากสิ่งนี้ ย่อมไม่มีทางพูดอะไรอยู่แล้ว

เมื่อซื้อเมล็ดพันธุ์เสร็จแล้ว ซูลั่วก็ยังรู้สึกไม่หนำใจเท่าไรนัก

บางทีอาจเป็นเพราะเธอเป็นผู้มีพลังธาตุไม้ ไม่เพียงแต่พืชจะเข้าหาเธอ แต่ตัวเธอเองก็ยังชื่นชอบพืชอย่างมาก

ดังนั้นเวลาซื้อเมล็ดพันธุ์จึงออกจะควบคุมตัวเองไม่ค่อยอยู่

แต่เรื่องนี้ก็ไม่สำคัญอะไร ยังไงซะเธอก็ใช้เงินของตัวเอง

ขณะที่เธอใกล้จะซื้อของเสร็จและเตรียมตัวกลับ ก็บังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างเจ้าของร้านขายเมล็ดดอกไม้กับอีกคนหนึ่งข้างๆ—

"เถ้าแก่ นี่คือเมล็ดที่คุณตกลงจะซื้อเมื่อครั้งก่อน พวกเราพี่น้องใช้ความพยายามอย่างมากถึงได้มา แล้วอยู่ดีๆ คุณจะบอกว่าไม่เอาก็ไม่เอาเลยเหรอ?"

"เฮอะ…แกยังมีหน้ามาพูดอีก! พืชอันตรายแบบนี้ยังกล้าเอามาส่งที่ร้านฉันอีก! ฉันไม่ให้แกชดใช้ค่าเมล็ดพันธุ์ชุดก่อนก็ดีแค่ไหนแล้ว! ไป๊ๆๆ ไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"

คนที่มาส่งเมล็ดพันธุ์ดูเหมือนจะไม่คิดว่าเจ้าของร้านดอกไม้จะมีท่าทีแข็งกร้าวและแย่ขนาดนี้

เดิมทีเขาตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่างอีก แต่ไม่รู้ว่าเพราะเขารู้สึกว่าตัวเองทำผิด หรือเพราะเหตุผลอื่นใด สุดท้ายเขาก็จากไปอย่างไม่พอใจนัก

ซูลั่วมองไปทางที่เขาจากไป ในใจก็ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

...

...

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซูลั่วและจางฮวานั่งรถลอยฟ้ากลับไปยังโซนเพาะปลูก

เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว สิ่งแรกที่ซูลั่วทำคือเอาเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดที่ซื้อมาออกมาดู

นอกเหนือจากสตรอว์เบอร์รี ข้าวจ้าว และข้าวสาลีแล้ว เธอยังซื้อเมล็ดพันธุ์องุ่น แตงโมเขียว และกีวีที่เป็นผลไม้ด้วย และนอกจากผลไม้แล้วก็ยังมีเมล็ดผักอย่างมะเขือเทศพุ่มและแตงกวาด้วย

สรุปแล้วก็คือ มีเมล็ดพันธุ์หลากหลายชนิดมาก

แน่นอนว่าตัวเอกของวันนี้ไม่ใช่เมล็ดพันธุ์พืชที่กินได้เหล่านี้ แต่เป็นเมล็ดพันธุ์ของพืชพิเศษที่มีความสามารถในการโจมตี ซึ่งเธอหาข้ออ้างปลีกตัวออกมาเพื่อไปเอามาจากชายคนที่ทะเลาะกับเจ้าของร้านดอกไม้ในภายหลัง

เขาบอกว่าเมื่อเมล็ดพันธุ์นี้เติบโตขึ้น จะกลายเป็นเถาวัลย์ที่มีหนามและมีความสามารถในการโจมตี เขาจึงตั้งชื่อให้มันว่า "เถาหนาม"

หากเป็นคนทั่วไป ย่อมไม่มีทางซื้อมันมาอย่างแน่นอน เพราะมันกินไม่ได้ ไม่สามารถนำมาประดับได้ แถมยังอันตรายอีกด้วย

แต่บังเอิญว่าซูลั่วกลับชื่นชอบความอันตรายและความสามารถในการโจมตีของมัน

คนในยุควันสิ้นโลกต่างพากันเรียกผู้มีพลังธาตุไม้ว่า "ปุ๋ยเคลื่อนที่" แต่ก็ไม่มีใครกล้าดูถูกความสามารถในการโจมตีของพลังธาตุไม้

เมื่อก่อนเธอถึงกับเคยใช้เมล็ดพันธุ์พืชกลายพันธุ์สังหารซอมบี้ระดับแปด...ในยุควันสิ้นโลก เธอต้องมีสิ่งของไว้ป้องกันตัว และในโลกที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ก็เช่นกัน

เมื่อซูลั่วกลับถึงบ้าน สิ่งที่รู้สึกดีใจก็คือบรรดาภูตสตรอว์เบอร์รีทั้งหลาย

พวกมันนำสตรอว์เบอร์รีลูกใหญ่ที่สุกภายในเวลาเพียงหนึ่งคืนหนึ่งวันมาให้ซูลั่วราวกับกำลังอวดสมบัติ

ซูลั่วที่เดิมทีก็ปวดหัวกับการจัดการสตรอว์เบอร์รีลูกใหญ่จำนวนมากอยู่แล้ว กลับพบว่าสตรอว์เบอร์รีลูกใหญ่ยิ่งมีจำนวนมากขึ้นไปอีก

เธอมองไปยังภูตสตรอว์เบอร์รีที่ยื่นเถาวัลย์มาตรงหน้าอย่างกระตือรือร้น ราวกับกำลังรอคำชมจากเธอ ซูลั่วทำได้เพียงลูบกิ่งของมันอย่างจนปัญญา

"พวกเธอทำได้ดีมาก" ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่ต้องการสตรอว์เบอร์รีลูกใหญ่จำนวนมากขนาดนี้ แต่พวกมันก็คือต้นสตรอว์เบอร์รี การออกผลก็เป็นเรื่องปกติ เธอไม่มีเหตุผลที่จะบังคับให้พวกมันฝืนธรรมชาติ

แทนที่จะให้พวกมันไม่ออกผล สู้ให้เธอคิดหาวิธีจัดการกับสตรอว์เบอร์รีพวกนี้เองดีกว่า

ภูตสตรอว์เบอร์รีที่ได้รับคำชมเห็นได้ชัดว่ารู้สึกดีใจมาก เพียงไม่กี่วินาที ซูลั่วก็เห็นผลสตรอว์เบอร์รีสีเขียวอ่อนหลายลูกปรากฏขึ้นบนเถาวัลย์ที่เคยโล่งเตียนอีกครั้ง

ซูลั่ว: ...ไม่จำเป็นต้องขยันขนาดนี้ก็ได้นะ

จบบทที่ บทที่ 11

คัดลอกลิงก์แล้ว