- หน้าแรก
- อัปเลเวลด้วยอายุขัย ณ ด่านปราบอสูร
- บทที่ 14 - ทะลวงทะเลหยก
บทที่ 14 - ทะลวงทะเลหยก
บทที่ 14 - ทะลวงทะเลหยก
บทที่ 14 - ทะลวงทะเลหยก
◉◉◉◉◉
เฉินเสียนถึงกับพูดไม่ออก สามปีทำให้อวัยยะภายในบาดเจ็บถึงห้าสิบหกครั้ง
ตอนแรกนึกว่าพอเข้าใจเคล็ดวิชาลมปราณแล้ว การถอดเคล็ดวิชาโคจรพลังในภายหลังจะง่ายขึ้นเสียอีก แต่ผลลัพธ์กลับยากลำบากถึงเพียงนี้
เขาทนความเจ็บปวดราวกับอวัยวะภายในถูกบิด และอาการปวดเมื่อยตามแขนขาทั้งสี่
“ถอดเคล็ดวิชาต่อไป”
[ผ่านการถอดเคล็ดวิชาอย่างไม่หยุดพักทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลาหกสิบเดือน ท่านได้ค้นพบเคล็ดวิชาโคจรพลังเจ็ดสิบเอ็ดชนิด ล้มเหลวหกสิบแปดครั้ง สำเร็จสามครั้ง ท่านได้เลือกเส้นทางการโคจรพลังหนึ่งเส้นทาง และเปลี่ยนชื่อเคล็ดวิชาลมปราณเป็น วิชาเพลิงทองกระทิงคลั่ง]
[วิชา: วิชาเพลิงทองกระทิงคลั่ง (ยังไม่เรียนรู้)]
[ค่าประสบการณ์: 702 แต้ม]
เฉินเสียนอดทนต่อความเจ็บปวดนานัปการ เหงื่อเย็นไหลท่วมตัว เขามองข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างสถานะ ในที่สุดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เก้าปีเต็ม ในที่สุดเขาก็สามารถถอดเคล็ดวิชาโคจรพลังของขั้นทะลวงชีพจรได้สำเร็จ
ยังเหลือค่าประสบการณ์อีก 702 แต้ม น่าจะเพียงพอให้เขาบรรลุถึงขั้นทะลวงชีพจรระดับสูงสุดได้
เมื่อคิดเช่นนั้น ในใจของเฉินเสียนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
หลังจากความเจ็บปวดหายไป เขาลืมตาขึ้นมองติงเฉิน หวังเหยียน และฉินเฟยแวบหนึ่ง
พวกเขาสี่คนพักอยู่กระโจมเดียวกัน
ทั้งสามคนกำลังฝึกฝนขั้นโคจรโลหิต บนร่างกายเริ่มมีไอโลหิตปรากฏขึ้นแล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินเสียนก็ไม่รบกวนทั้งสามคน เขาลุกขึ้นเดินออกจากกระโจมเบาๆ มายืดเส้นยืดสายด้านนอก ก่อนจะหาสถานที่ที่ไม่รบกวนคนอื่น
เตรียมพร้อมที่จะเพิ่มระดับ [วิชาเพลิงทองกระทิงคลั่ง]
ตามคำอธิบายของวิชาเพลิงทองกระทิงคลั่ง การทะลวงชีพจรคือการใช้พลังปราณจากจุดชีพจรเพื่อทะลวงเส้นชีพจรปราณทั้งสิบห้าเส้นทั่วร่างกาย
ในระหว่างกระบวนการ อาจเกิดปรากฏการณ์พลังปราณไม่เพียงพอได้
[ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลาสิบสองเดือน ท่านได้ทะลวงเส้นชีพจรปราณเส้นแรกไปหนึ่งในสาม]
[ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลายี่สิบสี่เดือน ท่านได้ทะลวงเส้นชีพจรปราณเส้นแรกสำเร็จ นั่นคือเส้นชีพจรเริ่น]
ตูม
ขณะที่มองดูข้อความแจ้งเตือนบนหน้าต่างสถานะ ทันใดนั้นร่างของเฉินเสียนก็สั่นสะท้านขึ้นมา จากศีรษะจรดฝีเย็บ มีกระแสพลังอันแข็งแกร่งพุ่งเข้าปะทะอย่างรุนแรง ทำให้เลือดลมทั่วร่างของเขาเดือดพล่านขึ้นมา
ในชั่วพริบตา พลังอันมหาศาลก็พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย
เฉินเสียนกำหมัดแน่น พลังของเขาน่าจะอยู่ที่ประมาณสิบติ่ง
“ทำต่อไป”
หลังจากสัมผัสได้ถึงพลังอยู่ครู่หนึ่ง เฉินเสียนก็เริ่มทะลวงเส้นชีพจรต่อไป
[ผ่านการทะลวงชีพจรทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลาสามสิบหกเดือน ท่านได้ทะลวงเส้นชีพจรปราณทั่วร่างสี่เส้น บรรลุขั้นทะลวงชีพจรระดับเริ่มต้น]
[ระดับ: ทะลวงชีพจรเริ่มต้น]
[ค่าประสบการณ์: 558 แต้ม]
[อายุขัย: เจ็ดปีเจ็ดเดือน]
เมื่อมองดูข้อความบนหน้าต่างสถานะ สายตาของเขาจับจ้องไปที่อายุขัย แววตาของเฉินเสียนพลันสว่างวาบขึ้นมา
เป็นไปตามคาด
เมื่อระดับพลังของเขาสูงขึ้น อายุขัยของเขาก็จะฟื้นฟูกลับคืนมา
เฉินเสียนขยับแขนขยับขา อารมณ์ดีขึ้นมาก
เขามองดูท้องฟ้า ยังคงเป็นเวลาเช้าอยู่
เฉินเสียนจึงเริ่มเพิ่มระดับต่อไป
[ผ่านการทะลวงชีพจรทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลาสามสิบหกเดือน ท่านได้ทะลวงเส้นชีพจรปราณทั่วร่างสิบสองเส้น บรรลุขั้นทะลวงชีพจรระดับชำนาญ]
[ระดับ: ทะลวงชีพจรชำนาญ]
[ค่าประสบการณ์: 270 แต้ม]
[อายุขัย: สี่สิบสองปีเก้าเดือน]
“ฮ่าฮ่า...”
เมื่อเห็นว่าอายุขัยฟื้นฟูกลับมาเป็นสี่สิบสองปีเก้าเดือน เฉินเสียนก็ตื่นเต้นจนหัวเราะออกมาเสียงดัง
ในขณะนี้ พลังปราณในร่างกายของเขาพลุ่งพล่านไม่หยุด จนทำให้อากาศรอบกายบิดเบี้ยว
“มีเรื่องอะไรดีใจขนาดนั้นรึ”
เสียงของติงเฉินดังมาจากด้านหลัง เฉินเสียนหยุดหัวเราะแล้วหันกลับไปมอง
ติงเฉินและพรรคพวกอีกสองคนยืนอยู่ที่หน้าประตูกระโจม จ้องมองเขาด้วยความสงสัย
เฉินเสียนยิ้มแล้วเอ่ยออกมาสองคำ “ทะลวงแล้ว”
ทั้งสามคนงงเป็นไก่ตาแตก ส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วหันหลังกลับเข้ากระโจมไปฝึกฝนขั้นโคจรโลหิตต่อ
เฉินเสียนไม่ได้ใส่ใจ อาศัยจังหวะนี้ เขายังคงเพิ่มระดับต่อไป
[ผ่านการทะลวงชีพจรอย่างหนักเป็นเวลาสามสิบหกเดือน ท่านได้ทะลวงเส้นชีพจรปราณทั่วร่างสิบห้าเส้น บรรลุขั้นทะลวงชีพจรระดับสูงสุด]
[ระดับ: ทะลวงชีพจรสูงสุด]
[ค่าประสบการณ์: 162 แต้ม]
[อายุขัย: เจ็ดสิบสามปี]
[วิชา: วิชาเพลิงทองกระทิงคลั่ง (เริ่มต้น)]
ตูม
ในชั่วพริบตา พลังปราณสีทองเข้มทั่วร่างของเฉินเสียนก็ไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรทั้งสิบห้าเส้น ไม่เพียงเท่านั้นมันยังทะลักออกมาจากร่างกาย ปล่อยประกายไฟสีทองเข้มออกมาเป็นจุดๆ พร้อมกับไอความร้อนที่รุนแรงอย่างยิ่ง
เส้นชีพจร เส้นเอ็น กระดูก เนื้อหนังทั่วร่างของเขาก็รู้สึกได้ถึงความร้อนระอุ
“ปราณอัคคีรึ”
เฉินเสียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ก็จริง ตั้งแต่วิชาปราณโลหิตอัคนีกระทิงคลั่งก็มีกลิ่นอายของเปลวเพลิงแล้ว พอมาถึงเคล็ดวิชาลมปราณ การหลอมรวมจุดชีพจรก็ร้อนระอุเช่นกัน
เมื่อมองดูอายุขัยเจ็ดสิบสามปี เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
เพียงแต่ [วิชาเพลิงทองกระทิงคลั่ง] เพิ่งจะอยู่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้น ทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อย
เมื่อพิจารณาดูวิชาเพลิงทองกระทิงคลั่งอย่างละเอียด เฉินเสียนก็หรี่ตาลง “ทะลวงเส้นชีพจรปราณ ทลายทะเลหยก”
ขั้นทะลวงชีพจรเขาบรรลุถึงระดับสูงสุดแล้ว
แต่พลังปราณในเส้นชีพจรทั้งสิบห้าเส้นยังคงไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง ไม่มีที่ให้กักเก็บ
ทุกครั้งที่ไหลเวียนมาถึงท้องน้อย ก็ต้องใช้แรงทั้งหมดพุ่งชนหลายครั้งถึงจะไหลเวียนต่อไปได้
เฉินเสียนจ้องมองร่างโปร่งใสสามมิติในหัว ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจขึ้นมา
พร้อมกับความดีใจอย่างบ้าคลั่งในใจ
ที่เรียกว่าทลายทะเลหยกก็คือการเปิดตันเถียนของมนุษย์นั่นเอง
เกี่ยวกับตันเถียน ชาติก่อนเขาก็เคยได้ยินมาบ้าง ลัทธิเต๋าเน้นการจมพลังลมปราณสู่ตันเถียน หรือแม้กระทั่งแบ่งร่างกายมนุษย์ออกเป็น ตันเถียนบน ตันเถียนกลาง และตันเถียนล่าง
การทลายทะเลหยกก็หมายถึงตันเถียน หลังจากที่พลังปราณทลายทะเลหยกได้แล้ว ก็จะถูกกักเก็บไว้ข้างใน สามารถฝึกฝนและกักเก็บได้ตลอดเวลา ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์มีพลังปราณที่ใช้ไม่มีวันหมด
เมื่อมองดูค่าประสบการณ์ที่เหลืออยู่ 162 แต้ม
เฉินเสียนโคจรพลังปราณในเส้นชีพจรทั้งสิบห้าเส้นอย่างเต็มที่ ตั้งใจว่าจะใช้โอกาสนี้ทลายทะเลหยกให้สำเร็จ เพื่อบรรลุสู่ระดับต่อไป ขั้นทะเลหยก
[ผ่านการฝึกฝนอย่างไม่หยุดพักทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลายี่สิบสี่เดือน ท่านพยายามทะลวงทะเลหยกแต่ล้มเหลว]
เมื่อเห็นข้อความบนหน้าต่างสถานะ ใบหน้าของเฉินเสียนก็ปรากฏสีหน้าเจ็บปวดขึ้นมาทันที
ร่างโปร่งใสสามมิตินั้นปรากฏขึ้นในหัวอีกครั้ง แสงสว่างพุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย พุ่งเข้าชนจุดแสงบริเวณท้องน้อย
กระบวนการนี้ช่างเจ็บปวด
“ทำต่อไป”
เฉินเสียนกัดฟันอดทน ทะลวงทะเลหยกต่อไป
[ผ่านการฝึกฝนอย่างไม่หยุดพักทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลาสามสิบหกเดือน ทะเลหยกของท่านเริ่มคลายตัว แต่การทะลวงล้มเหลว]
[ผ่านการทะลวงอย่างหนักเป็นเวลาหกสิบเดือน ประตูแห่งทะเลหยกของท่านแตกสลาย พลังปราณทั้งร้อยสายไหลกลับสู่ทะเล บรรลุขั้นทะเลหยกเริ่มต้น]
[ระดับ: ทะเลหยกเริ่มต้น]
[ค่าประสบการณ์: 42 แต้ม]
[อายุขัย: หนึ่งร้อยห้าปี]
ตูม ตูม ตูม
ในชั่วพริบตา ร่างของเฉินเสียนก็สั่นสะท้านไม่หยุด ในหูได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จากนั้นเปลวไฟสีทองเข้มก็ปะทุออกมาจากร่างกาย เผาไหม้เสื้อผ้าจนหมดสิ้น
ไม่เพียงเท่านั้น กระดูกทั่วร่างยังส่งเสียงเสียดสีกันราวกับโลหะ ไอโลหิตพลุ่งพล่าน บนผิวหนังปรากฏลวดลายคล้ายลายทองระยิบระยับ ดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
เขามองไม่เห็นทะเลหยกของตนเอง แต่สามารถสัมผัสได้ผ่านพลังปราณ เมื่อพุ่งเข้าไปในทะเลหยก พลังปราณก็กลับมาคึกคักอย่างผิดปกติ ราวกับเด็กที่ได้กลับบ้าน กลับสู่ท่าเรือที่ปลอดภัย
เขาไม่มีอารมณ์จะไปดูข้อความบนหน้าต่างสถานะ หลับตาสัมผัสถึงพลังปราณที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย
ขณะที่พลังปราณพลุ่งพล่าน กระแสพลังที่แข็งแกร่งก็พุ่งตรงขึ้นสู่สมอง
“อ๊า”
ด้วยเสียงคำรามต่ำ เฉินเสียนลืมตาขึ้นทันที ฝ่ามือที่ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟตบลงบนพื้นดิน เสียงดังตูมสนั่น พื้นดินถูกตบจนเป็นรอยฝ่ามือลึก
บริเวณรอบๆ รอยฝ่ามือในรัศมีหนึ่งเมตรกลายเป็นสีดำเกรียม ยังมีเปลวไฟลุกโชนอยู่
ในกระโจม ติงเฉินและพรรคพวกอีกสองคนตกใจ รีบวิ่งออกมาจากกระโจม
เมื่อเห็นรอยฝ่ามือสีดำเกรียมบนพื้นดิน ทั้งสามคนก็มีสีหน้าตกตะลึง
“ให้ตายเถอะ นั่นมันเฉินเสียนเรอะ”
หวังเหยียนเบนสายตาไปยังร่างนั้น อดไม่ได้ที่จะตะลึงงันไป
ในไม่ช้า คนในกระโจมอื่นๆ ก็ถูกปลุกให้ตื่น ต่างพากันเดินออกมาจากกระโจมแล้วมองไปยังเฉินเสียน
เฉาฟางและเซวียฉีซานวิ่งเข้ามา ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น”
ติงเฉินและพรรคพวกอีกสองคนไม่ได้ตอบเขา เพียงแค่จ้องมองร่างที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ทั้งสองคนรีบมองตามไป เห็นเพียงร่างนั้นดำสนิท เสื้อผ้าถูกเผาไหม้ด้วยเปลวไฟสีทองเข้ม กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา พร้อมกับคลื่นความร้อนที่น่าตกตะลึง
“เขาคือ...เฉินเสียนรึ” ทั้งเซวียฉีซานและสหายต่างอ้าปากค้าง
[จบแล้ว]